ตอนที่9 ถึงจะบ้า ก็บ้ารัก
แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องหรู ร่างบางขยับตัวรู้สึกปวดหัวอย่างหนักดวงตากลมโตค่อยๆ หันมองรอบกาย นี่ไม่ใช่ห้องของเขาแต่เป็ห้องของคนที่เขาไม่อยากเจอหน้าที่สุด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิดว่าเมื่อคืนเขาเมามากและทำอะไรลงไป แล้วมาอยู่ห้องนี้ได้อย่างไร
พฤกษารู้สึกแปลกๆกับร่างกายตัวเองเหมือนโหวงเวงชอบกลเขาจึงตัดสินใจเลิกผ้าห่มขึ้นและต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้ามีเพียงกางเกงซับในชิ้นเดียวห่อหุ้มร่างกายดวงตากลมหันไปมองคนข้างๆที่กำลังหลับใหลอย่างไม่รู้สึกรู้สามือบางทุบอกแกร่งให้ตื่นขึ้นมาเพื่อที่เขาจะสามารถสอบถามเื่ราวต่างๆ ได้
“ตื่นนะ ไอ้คนบ้าพี่ทำอะไรผม”สองมือบางทุบที่อกแกร่งและเขย่าคนข้างกายที่นอนกอดร่างเปลือยเปล่าของเขาทั้งคืน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ตื่นแล้วเหรอ ปวดหัวไหม”ณภัทรถามอีกฝ่ายอย่างเป็ห่วงโดยไม่สนใจมือบางที่ทุบอกเขารัวๆ
“อย่ามาเปลี่ยนเื่ ทำไมผมไม่ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น บอกมานะพี่ทำอะไรผม”
“ก็เราเองนั่นแหละที่ให้พี่ช่วยถอดเมื่อคืน จำไม่ได้แล้วเหรอถอดไปด้วย จูบกันไปด้วย จำได้ไหม” ร่างสูงบอกเขาน้ำเสียงกระเซ้าใบหน้าฉายแววขบขัน
“ไม่จริง ผมไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก”
“งั้นเราขึ้นมาอยู่ห้องพี่ได้ยังไงและเห็นไหมนั่นว่าเสื้อผ้าเรากองที่พื้นถ้าไม่ใช่เราถอดหรือพี่ถอดให้โดยที่พฤกษ์เต็มใจแล้วใครจะไปกระชากเสื้อออกมาจากพฤกษ์ได้” คำถามมากมายที่ออกจากปากอีกฝ่ายทำให้พฤกษาชะงักกึก ‘ใช่ เขามาที่นี่ได้ยังไง ในเมื่อนี่มันห้องของคนบ้าคนหลอกลวง แล้วเสื้อผ้าก็ไม่ได้ถูกกระชาก ทุกตัวยังอยู่ในสภาพดีแสดงให้เห็นว่าเขาเต็มใจให้ถอด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?’ มือบางยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างงงงวยและไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดีแต่ทั้งอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากยอมรับ
“พี่ไปพาผมมาจากห้องใช่ไหม ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ได้พี่พูดความจริงมานะ ห้ามโกหกอีก”
“พฤกษ์พูดอย่างนี้พี่เสียใจนะ เมื่อคืนพฤกษ์มาหาพี่เอง มาจูบพี่เองและมีอะไรกับพี่เองนะ พี่ไม่ได้บังคับเลยอีกอย่างพี่ไม่เคยโกหกพฤกษ์นะ ทำไมชอบพูดเหมือนพี่โกหกเราอยู่เรื่อย”
“ไม่จริง ไอ้คนเลว ไอ้คนหลอกลวง ไอ้คนโกหก” พฤกษาไม่อยากยอมรับเขาลุกจากเตียงมือบางรีบใส่เสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นและรีบวิ่งกลับห้องอย่างเร็วที่สุด
ณภัทรมองร่างบางที่วิ่งออกไปอย่างเอ็นดูจริงๆ แล้วเขาและพฤกษาไม่ได้มีอะไรกันสาเหตุที่อีกฝ่ายร่างเปลือยเปล่าก็เพราะอีกฝ่ายถอดเองด้วยบ่นว่าร้อน ค่อยๆถอดทีละชิ้น จนเขาเองก็หักห้ามใจไม่ล่วงเกินเมื่อเห็นรูปร่างขาวเนียนสะอาดตาไม่อยากหักหาญน้ำใจอีกฝ่าย เขาค่อนข้างแคร์ความรู้สึกหนุ่มน้อยจนถึงตอนนี้เขาเองก็เริ่มยอมรับตัวเองว่าชอบอีกฝ่ายแต่จะมากน้อยแค่ไหนเขาก็ยังไม่แน่ชัดเพราะที่ผ่านมาก็มีผู้หญิงมากมายยอมมอบกายให้เขาและเขาก็ไม่ได้รู้สึกรักผู้หญิงเ่าั้เพียงแต่เป็ความสนุกชั่วครู่ชั่วยาม ไม่มีพันธะผูกพันกันกับพฤกษาเขาก็ไม่แน่ใจว่าเป็เพียงความรู้สึกอยากลองของใหม่หรือไม่เพราะเขาไม่เคยจูบกับผู้ชายมาก่อนอาจเป็ความแปลกใหม่จึงทำให้เขาสนใจมากกว่าเหล่าสาวๆ
พฤกษากลับถึงห้องก็เจอเพียงความว่างเปล่า เพื่อนๆเขากลับกันหมดแล้วแถมยังช่วยเก็บขยะและทำความสะอาดอย่างหมดจดและทิ้งจดหมายน้อยหนึ่งฉบับบอกว่าทุกคนกลับก่อนตื่นมาไม่เห็นรอตั้งนานก็ไม่มาสักที โทรศัพท์ก็ไม่เอาไป เลยขอตัวกลับบ้านมือบางวางจดหมายน้อยบนโต๊ะก่อนจะนั่งลงบนเตียงอย่างหมดแรง ในหัวมีคำถามมากมาย ‘นี่เขาไปหาคนหลอกลวงนั่นจริงเหรอไปจูบเขาจริงเหรอและยอมมีอะไรกับเขาจริงเหรอ ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวจึงตัดสินใจหลับตาลงบนที่นอนอย่างท้อแท้ในใจตอนนี้เริ่มผิดหวังกับตัวเองอีกครั้งที่ทำอะไรน่าละอายอีกแล้ว
ไลอี้ ไลอี้ ไลอี้ เสียงไลน์ดังติดต่อกันทำให้มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เมื่อเห็นคนส่งข้อความร่างบางก็เด้งจากเตียงทันที ปากบางยิ้มกริ่ม พี่ราเมศวร์ชวนเขาไปกินอาหารที่ห้างใกล้มหาวิทยาลัยอีกครึ่งชั่วโมงจะมารับหน้าหอ มือบางทิ้งโทรศัพท์ในมือหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการเตรียมพร้อมออกไปกินข้าวกับพี่ชายที่เขาคิดถึง
นอนรอในห้องไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นบ่งบอกว่าราเมศวร์มาถึงแล้วเขารีบลุกจากเตียง หยิบกระเป๋าและโทรศัพท์ กุญแจห้องล็อคประตูเรียบร้อยก็ผิวปากรอลิฟต์อย่างอารมณ์ดี เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกดวงตากลมโตต้องเบิกกว้างเมื่อเห็นสายตาคมคุ้นตาอยู่ภายในลิฟต์ปากบางเม้มจนเป็เส้นตรง สองขาก้าวไม่ออก ยืนมองคนตรงหน้าอย่างวางสีหน้าไม่ถูกจนได้ยินเสียงร้องเตือน
“เข้ามาสิ คนอื่นเขารออยู่นะ”ณภัทรบอกเขาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังยืนอึ้งที่เจอเขาตัวเขาเองก็อยากยืนจ้องตากันนานกว่านี้หากไม่เกรงใจคนอื่นที่มองอีกฝ่ายอย่างสงสัยว่าจะเข้าหรือไม่เข้าลิฟต์กันแน่
พฤกษาถอนหายใจเบาๆ ก่อนร่างบางจะสาวเท้าเข้าลิฟต์อย่างจำยอมและไม่หันมองอีกฝ่ายอีก จนมาถึงชั้นหนึ่ง เขาจึงรีบวิ่งไปหารา เมศวร์ที่ยืนรออยู่หน้ารถเก๋งคันงามราเมศวร์เดินมารับร่างบางและจับเอวเดินไปขึ้นรถอย่างสนิทสนมณภัทรมองภาพดังกล่าวอย่างขัดตาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเขาเองก็นัดซูซี่มารอใต้หอเหมือนกันและหญิงสาวกำลังเดินมาหาเขาเพราะวันนี้ซูซี่บอกว่าเป็วันเกิดของเธอ อยากให้เขาพาไปเลี้ยงข้าว พาไปช็อปปิ้งเขาเลยคิดว่าจะพาเธอไปเลือกซื้อของขวัญวันเกิดด้วยจึงตกลงรับคำ
รถแล่นมาได้สักพัก พฤกษายังคงเหม่อลอยภาพที่เห็นดาวมหาวิทยาลัยวิ่งมาหาอีกฝ่าย สีหน้าร่าเริง ที่แท้เขาก็นัดสาวสวยไว้มือบางบีบกันแน่นอย่างไม่รู้ตัว นี่เขาเป็อะไรไป ทำไมถึงรู้สึกโกรธทำไมถึงเอาแต่คิดเื่คนบ้า คนหลอกลวงคนนั้นพฤกษาส่ายศรีษะไปมาเพื่อสลัดความคิดไร้สาระออกไป จนคนข้างๆ สังเกตเห็น
“พฤกษ์เป็อะไรรึปล่าว พี่เห็นเหม่อลอยั้แ่ออกจากหอแล้วปวดหัวเหรอ” พฤกษาได้สติหันไปหาเ้าของเสียงทุ้มนุ่มหูที่เขาคุ้นเคยมาั้แ่เด็ก
“เปล่าครับ เมื่อคืนผมกับเพื่อนจัดหนักกันไปหน่อยนะครับวันนี้เลยปวดหัวบ้าง แต่ไม่ต้องห่วงครับพี่เมศวร์”
“ดีแล้ว วันนี้หลังกินข้าวเสร็จพี่จะชวนพฤกษ์ไปเลือกซื้อของขวัญให้คุณแม่พี่หน่อย ก็ใกล้วันเกิดท่านแล้ว พฤกษ์ยังจำได้ไหมปกติทุกปี พฤกษ์ต้องมาร่วมฉลองงานวันเกิดแม่พี่ทุกปีเลย”
“นั่นนะสิครับ ปีนี้พี่ว่าจะเลือกซื้ออะไรดีละครับ”
“ของที่เหมาะกับผู้หญิงวัย 55 พฤกษ์ว่าเป็อะไรดีล่ะ พี่เองยังนึกไม่ออกเลย”
“คุณป้าชอบเล่นไพ่ ซื้อไพ่ให้สักสำรับดีไหมครับ”
ราเมศวร์มองหน้าอีกฝ่ายทั้งสองหัวเราะกันอย่างสนุกสนานกับคำกระเซ้าของคนร่างบาง
รถเลี้ยวเข้ามาจอดในห้างสรรพสินค้าเรียบร้อยสองหนุ่มเดินควงคู่หัวเราะกันอย่างสนุกสนานภาพนั้นทำให้ณภัทรถึงกับกำมือแน่นอีกครั้ง เขาขับรถเก๋งคันหรูตามรถราเมศวร์มาติดๆเพราะอยากรู้ว่าจะไปที่ไหนกัน และจอดรถหรูอีกด้านเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตุเห็น
“ภัทรเป็อะไรรึปล่าวนะ เห็นหน้าบึ้งั้แ่ออกจากหอแล้วแล้วนี่เราจะไปห้างเซ็นทรัลกันไม่ใช่หรือค่ะ ทำไมมาโผล่ที่ห้างนี้แทนละคะ”
ชายหนุ่มไม่ตอบเพียงแต่เดินตามสองหนุ่มไปอย่างเงียบๆซูซี่แปลกใจเมื่อเห็นอาการคนตรงหน้า แต่ก็ไม่กล้าถามมากเพราะหากเขารำคาญเธอคงไล่เธอไปก่อนที่คืนนี้จะได้อยู่กับเขาเป็แน่ เธอรักเขาและอยากอยู่กับเขาถึงแม้จะตกลงกันว่า ไม่มีพันธะผูกพันแต่เธอก็แอบหวังก็เธอเป็ถึงดาวเด่นมหาวิทยาลัย ผู้ชายทุกคนยอมเธอทุกอย่างมีเพียงแต่เขาที่เธอต้องเป็ฝ่ายยอม และอาจเผลอตามหึงหวงเขาไปบ้างเื่ที่เขาบอกว่า ‘ชอบผู้ชาย’ให้ตายเธอก็ไม่เชื่อในเมื่อที่ผ่านมาเขาคบแต่ผู้หญิงไม่เลือกหน้าไม่ว่าใครเสนอเขาก็สนองให้หมดแล้วจะให้เชื่อได้อย่างไรว่าอยู่ดีดีรสนิยมเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหันเช่นนี้เธอเดินตามร่างสูงไปอย่างไร้จุดหมายเธอรู้สึกเหมือนเขากำลังเดินตามใครสักคนและคุ้นๆ ว่าคนคนนั้นเธอเจอหลายครั้งแล้วทั้งที่ร้านเหล้าทั้งที่โรงอาหารสองคนนี้อยู่ด้วยกันตลอดและเป็คนที่ณภัทรเลือกจะไปส่งมากกว่าไปส่งเธอกลับบ้านในวันที่ไปกินเหล้ากันวันนั้นและเธอก็ค่อนข้างแน่ใจเมื่อเห็นสองคนตรงหน้าเดินเข้าร้านอาหารและณภัทรทำท่าจะเดินตามเข้าไปมือบางจึงไปจับแขนแกร่งห้ามไว้
“ซูซี่อยากกินอาหารญี่ปุ่น วันนี้ภัทรบอกแล้วว่าจะตามใจซูซี่วันนี้เป็วันเกิดซูซี่นะคะ อย่าลืมสิ”หญิงสาวท้วงติงเมื่อเห็นเขาเดินเข้าร้านอาหารที่ผิดกับที่ตกลงกับเธอไว้ั้แ่แรกณภัทรที่หน้าบึ้ง ลมออกหู รู้สึกโกรธแต่ไม่สามารถหาที่ลงได้จึงทำได้แค่ถอนหายใจอย่างหนักก่อนหันไปมองหญิงสาว
“ได้ ไปสิ” ณภัทรไม่อาจขัดใจเธอเพราะเขารับปากเธอไปแล้วสายตาคมจึงทำได้แค่ตัดใจและพาหญิงสาวไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นที่เธอชอบ
“ภัทรทานสิ เห็นทานไปนิดเดียวเอง”
“ซูซี่ทานเถอะ ผมไม่ค่อยหิว” หญิงสาวค่อยๆ ทาน ค่อยๆกินจนเขารู้สึกเบื่อ เธอพูดเจื้อยเจี้ยวไม่หยุดพยายามชวนเขาคุยเพื่อให้เขาสนุกสนาน แต่ณภัทรกลับรู้สึกว่าวันนี้เธอพูดมากและน่ารำคาญ หากไม่ใช่วันเกิดเธอเขาคงทิ้งเธอไปแล้วแต่เมื่อรับปากเธอแล้ว เขาก็ต้องทำให้ได้แต่ใจกลับคิดถึงอีกคนที่กำลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนานกับพี่ชายข้างบ้านยิ่งคิดยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นอีก
“พี่ไปห้องน้ำหน่อยนะ ซูซี่ทานตามสบาย” เขาบอกพร้อมลุกขึ้น ซูซี่มองตามรับรู้ได้ว่าเขาเฉยชาและไร้อารมณ์เธอรู้มาสักพักแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเธอแล้วเพียงแต่เธอเองที่ยังคงตื้อและพยายามรักษาเขาไว้แต่ซูซี่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้นานแค่ไหนในเมื่อทุกวันนี้เขาแสดงออกชัดเจนว่าแทบไม่มีความสุขเลยเมื่ออยู่กับเธอ
“สรุปจะให้พี่ซื้อสำรับไพ่จริงๆ เหรอ”ราเมศวร์พูดกระเซ้าพร้อมหัวเราะกับความคิดพิเรนทร์ของอีกฝ่าย
“พี่จะบ้าเหรอ ผมก็พูดเล่น อย่าบ้าจี้ตามผมเชียว ฮ่าฮ่าฮ่า”
“มีความสุขกันจังเลยนะไม่เห็นเหมือนอยู่กับพี่ที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงใส่”ณภัทรพูดเสียงตัดพ้ออีกฝ่ายเมื่อเขามาเข้าห้องน้ำและเดินออกมาก็เห็นสองคนกำลังเดินผ่านพอดี
“สวัสดีครับ บังเอิญจังเลยนะครับ ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่บางทีผมว่าโลกมันก็แคบจริงๆ” ราเมศวร์บอกอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี
“ครับ โลกแคบ ไปไหนก็เจอ ถึงคนบางคนไม่อยากเจอก็ยังต้องเจอ”ณภัทรพูดพลางส่งสายตาไปให้ร่างบางที่หันหน้ามองไปทางอื่น ไม่สนใจเขา
“ไปกันเถอะครับพี่ วันนี้ยังมีหลายอย่างต้องทำ อย่ามัวเสียเวลาเลย”ร่างบางพูดตัดบทสนทนาเพราะไม่้าอยู่เผชิญหน้ากับอีกฝ่ายที่เขาไม่อยากเจอยิ่งเห็นหน้าเขาภาพตอนอยู่กับดาวมหาวิทยาลัยหน้าหอก็โผล่ชัดเจนขึ้นมาในความรู้สึก
“งั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับ แล้วเจอกันครับ” ราเมศวร์เอ่ยลาตามมารยาทส่วนพฤกษาเดินนำไปไกลแล้ว
ณภัทรมองภาพคนสองคนตรงหน้า ั์ตาคมฉายแววโกรธเกรี้ยวในใจรู้สึกสับสน หวงแหนอีกฝ่ายไม่อยากให้สนิทสนมกับใครนอกจากเขาสรุปแล้วเขาคิดอย่างไรกับพฤกษากันแน่ทำไมพอเห็นร่างบางสนิทสนมกับใครในใจถึงร้อนรุ่มได้เพียงนี้ที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะเคยจูบหรือเคยมีอะไรกับใครความรู้สึกหวงแหนแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อกก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังถี่ยิบทำให้พฤกษาที่เพิ่งกลับมาจากบ้านรา เมศวร์เพราะไปเยี่ยมแม่ของราเมศวร์ที่เคยสนิทกันั้แ่เด็กคุณป้าทั้งรักทั้งเอ็นดูเขาทำให้เกิดเป็ความทรงจำดีดีที่มีให้กับบ้านราเมศวร์มาั้แ่เด็กๆร่างบางงัวเงียลุกจากเตียง เพราะหลังจากกลับมาั้แ่สองทุ่มเขาก็หลับเป็ตายด้วยวันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้ห้าทุ่มกว่าแล้วใครกันนะที่ไม่เกรงใจมาเคาะประตูเสียงดังดึกดื่น แต่เอาจริงๆในใจพฤกษาก็พอเดาได้เพราะคนบ้าที่ทำแบบนี้ได้มีเพียงคนเดียว มือบางเปิดประตูและคนตรงหน้าก็ไม่ต่างไปจากความคิดเขาเลย ‘คนบ้า คนหลอกลวงคนเดิม’
“พี่มีอะไร ผมจะนอนเลิกก่อกวนผมสักที”
“พี่ไม่ได้ก่อกวนนนนพี่จะขอนอนด้วยยยยย” กลิ่นแฮลกอฮอร์คละคลุ้งโชยมาแตะจมูกของพฤกษา ‘วันนี้คนบ้าเมามาหรือเนี่ย’
“มาผิดห้องแล้วห้องพี่อยู่ชั้น 12 เมาจนแยกเลข 3 กับเลข 12 ไม่ออกรึไงถึงได้มาโผล่ชั้นนี้”
“พี่ไม่ได้มาววววพี่ไม่มาวววววว” พูดเสร็จสองแขนแกร่งก็โอบรอบคอพฤกษาอย่าง้าหาที่พึ่งเพราะเ้าตัวเริ่มยืนไม่อยู่ร่างบางส่ายหน้าและถอนหายใจหนักอีกครั้งก่อนจะพยุงร่างสูงไปนอนบนเตียงอย่างทุลักทุเลด้วยเพราะอีกฝ่ายตัวใหญ่กว่ามากเมื่อถึงเตียงเขาจึงผลักคนเมาลงไปนอนบนเตียงอย่างไม่กลัวกระดูกอีกฝ่ายจะหักแล้วนำผ้าชุบน้ำเย็นมาเช็ดตัวให้เพื่อให้อีกฝ่ายสบายขึ้น
“ทำมายยยยยบ ทำมายยยยยย พฤกษ์ต้องดีกับไอ้พี่ข้างบ้านด้วยไปดีกับมานนนนนนนนทำมายยยยยยยยย พี่ไม่ชอบบบบบบเลยยยยย” คนเมาพูดเสียงยานคางมือบางเช็ดหน้า เช็ดตัวพร้อมเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างเอือมระอานี่เขาเป็ลูกอธิการบดี เป็ประธานนักศึกษา เป็เดือนมหาวิทยาลัยแต่ทำไมทำตัวเป็ตัวอย่างที่ไม่ดีแบบนี้
“อยู่นิ่งๆ ผมเช็ดไม่สะดวก”ร่างบางเอ่ยเสียงดุเมื่ออีกฝ่ายเริ่มซนโดยการจับหน้า จับแขนเขาเล่นแต่เหมือนจะไม่เป็ผลเมื่ออีกฝ่ายยังคงสนุกกับการลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของพฤกษา
“บอกให้อยู่นิ่งๆ ไง”พฤกษามองอีกฝ่ายที่เล่นซุกซนเป็เด็กๆ นิ้วมือเรียวไล่เล่นปูไต่กับแขนของเขาอย่างคนขี้เล่นดวงตากลมจ้องมองคนเมาที่ไม่มีสติด้วยความรู้สึกหลากหลายมือบางจัดท่านอนให้อีกฝ่ายหลับสบายแล้วห่มผ้าห่มให้อย่างเบามือเตียงของพฤกษาไม่ได้ใหญ่ขนาดหกฟุตเหมือนห้องของเขา เป็แค่เตียงขนาดสามฟุตครึ่งจึงนอนได้เพียงแค่คนเดียว พฤกษานั่งลงข้างเตียงและหลับไปทั้งอย่างนั้นจนถึงเช้า
กริ๊งๆๆๆๆ กริ๊งๆๆ
เสียงโทรศัพท์มือถือของพฤกษาดังขึ้นอย่างต่อเนื่องปลุกให้สองหนุ่มที่นอนหลับใหลตื่นขึ้นมา มือบางเอื้อมมือไปควานหาโทรศัพท์ข้างตัว
“ครับ พี่เมศวร์เหรอ สักครู่นะครับขอผมอาบน้ำแต่งตัวก่อนพี่ขึ้นมารอบน ตรู้ดๆ ๆ ๆ”มือหนาเอื้อมมือมาดึงโทรศัพท์ที่แนบหูอีกฝ่ายอยู่อย่างหัวเสียและกดวางอย่างคนไม่คิดรักษามารยาทมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเื่ ‘นี่เขาคิดจะเชิญใครก็ได้ขึ้นมาบนห้องเหรอ’
“พี่ทำอะไร เดี๋ยวพี่เมศวร์ก็เข้าใจผิดเอาโทรศัพท์ผมมา แล้วกลับห้องตัวเองไปได้แล้ว”พฤกษาไล่อีกฝ่ายอย่างไม่ปรานีปราศรัย
“จะชวนใครขึ้นมาบนห้องก็ได้เหรอทำไมไม่รู้จักดูแลตัวเองบ้าง เจอคนไม่น่าไว้ใจเข้าจะว่าไง หา!!”
“คนที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดก็คือพี่นั่นแหละและพี่เมศวร์ก็เป็คนที่ผมไว้ใจที่สุด ดังนั้น พี่ออกไปจากห้องผมได้แล้ว”พฤกษาพูดพลางชี้นิ้วไปที่ประตู ณภัทรมองอีกฝ่ายอย่างตัดพ้อก่อนจะลุกและออกไปจากห้องที่เขาอยากอยู่ให้นานที่สุดเมื่อคืนถึงเขาจะเมาแต่เขาก็จำเื่ราวทุกอย่างได้เขาอยากมาหาพฤกษาแต่ไม่รู้จะใช้ข้ออ้างอะไรดี อีกอย่างเขาเครียดที่เห็นอีกฝ่ายสนิทสนมกับเพื่อนบ้านที่ดูรักกันเกินเพื่อนบ้านทำให้เขาเผลอดื่มหนักไปหน่อย เมื่อเมาความกล้าจึงบังเกิดให้มาหาคนที่คิดถึงได้อย่างหน้าด้านๆเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้้าเห็นหน้าเขานัก เมื่อคิดถึงตรงนี้หัวใจของณภัทรก็เ็ปราวมีมีดมากรีดแทง ตัวเขาเองก็บอกไม่ได้ทำไมเ็ปแบบนี้
“ขอโทษครับพี่เมศวร์พอดีเมื่อกี้แบตหมดสายเลยตัดครับ” พฤกษาบอกอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้เขาผิดสังเกต
“ไม่เป็ไร ขึ้นรถเถอะพี่ไปส่งที่ห้องเรียน พฤกษ์กินอะไรมารึยัง พี่ซื้อแซนวิสมาฝาก กินก่อนสิ”ราเมศวร์ยื่นแซนวิสสดใหม่ให้พฤกษา มือบางรับมากินอย่างง่ายดาย
“เย็นนี้มีธุระที่ไหนไหมพี่มีตั๋วหนังอยู่สองใบอยากชวนพฤกษ์ไปดูด้วย”
“ได้สิครับ ไม่ได้มีธุระที่ไหน”
“ดีเลยตอนเย็นพี่ไปรับหน้าอาคารเรียนนะ รอรับสายพี่ด้วยล่ะ”
“ครับ”พฤกษาเดินลงจากรถเก๋งและเดินขึ้นตึกเรียน สีหน้าสงบแต่ในใจไม่ได้สงบเลยแม้แต่น้อยเขายังคงครุ่นคิดและนึกถึงสีหน้าแววตาของณภัทรก่อนออกจากห้องเขารู้สึกว่าตัวเองทำและพูดแรงเกินไป เห็นหน้าอีกฝ่ายแล้วทำให้ใจเขาหล่นวูบรู้สึกเป็กังวลจนถึงตอนนี้มือบางล้วงโทรศัพท์มือถือหาเบอร์ณภัทรที่เขาบันทึกไว้ด้วยชื่อ ‘คนบ้า’นิ้วเรียวลังเลที่จะกดโทรออกในที่สุดเขาก็ตัดใจเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงสแลคเหมือนเดิมและเดินไปเข้าห้องเรียน