ห้องพักขนาดเล็กในอพาร์ตเมนต์บริเวณใกล้มหาวิทยาลัย
ภายในห้องนอนของตะวันวาดมีเฟอร์นิเจอร์เพียงไม่กี่ชิ้น แม้ว่าเ้าของห้องจะอยู่ที่นี่มาเกือบ 4 ปีแล้ว เตียงสองชั้นขนาด 3 ฟุตที่ตั้งอยู่มุมห้องรวมกับตู้เสื้อผ้าอีก 2 ตู้ทำให้เหลือพื้นที่ไม่มากนัก ถัดจากตู้เสื้อผ้าออกไปไม่ถึงเมตร ร่างบางของตะวันวาดนั่งเท้าคางบนโต๊ะทำงานจ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปของตัวเองอย่างเหม่อลอย
“นี่แกนั่งอยู่ท่านั้นมาั้แ่ตะวันขึ้น จนตอนนี้ตะวันตกดินแล้วนะ” เสียงแจ้วของสายธาร เพื่อนร่วมห้องทักขึ้น ขณะที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ
ตะวันวาดหันมองเพื่อนสนิท และหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เช่นเดิม
สายธารเห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า เดินจ้ำเข้าไปหาอีกฝ่าย กดฝ่ามือหนักลงบนบ่าของเพื่อน
“เฝ้าอีเมลไปก็ไม่ได้ทำให้แกได้งานหรอกนะ” เธอกล่าวเตือนสติเพื่อนรัก
คนรับฟังเบ้หน้า รับรู้ได้ถึงความเป็ห่วงที่ส่งมา.. ไม่ใช่ว่าเ้าตัวเองจะไม่ตระหนักถึงสิ่งที่เพื่อนพูด แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะเฝ้าอีเมลแทบจะทุกนาที ภาวนาให้ตัวเองได้งานโดยเร็วที่สุด
“เฮ้อออ~ ก็ฉันอยากเริ่มทำงานแล้วนี่นา นี่ก็อุตส่าห์สมัครไปั้แ่ต้นเทอม ทำไมเดี๋ยวนี้งานมันหายากจัง” เสียงหวานบ่นๆ หันหน้ากลับมาหาสายธารที่ตอนนี้หยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาเช็ดศีรษะให้แห้งหมาด หลังจากเพิ่งอาบน้ำเสร็จ
“แกยังมีฉันที่ตกงานเป็เพื่อนนะเว้ย” อีกฝ่ายกล่าว น้ำเสียงเข้มขึ้นตามนิสัยที่ค่อนข้างห้าวของเธอ
“แต่แกไม่มีหนี้ติดตัวเหมือนฉันนี่นา” ตะวันวาดโวย ก่อนจะลุกจากโต๊ะทำงาน ขยับขึ้นไปนั่งบนเตียงที่ห่างจากกันไม่ถึงสองเมตร
“นั่นก็จริง” สายธารตอบเสียงอ่อย เพิ่งนึกได้ถึงเื่ที่ตะวันวาดเคยเล่าให้ฟังว่าเธอจะต้องผ่อนคอนโดของที่บ้านทันทีที่เรียนจบ สายธารเดินไปนั่งข้างตะวันวาด
“เฮ้อออ~” คนตัวเล็กถอนหายใจอีกครั้ง
“แถมเราต้องย้ายออกอาทิตย์หน้าแล้วด้วย” ตะวันวาดกล่าวต่อ
สายธารหันไปสบตากับเพื่อนร่วมห้องอย่างให้กำลังใจ เธอโชคดีที่มีบ้านอยู่แถบชานเมือง ขณะที่ตะวันวาดนั้นต้องหาหอพักใหม่
“ฉันยังหาห้องพักถูก ๆ ไม่ได้เลย.. ถ้าได้ที่ทำงานแล้วได้ก็ดีสิ จะได้หาห้องพักใกล้ๆ ด้วย” ตะวันวาดพึมพำต่อ
“...” สายธารนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พิจารณาไอเดียที่เพิ่งปิ๊งแวบเข้ามาในห้วงความคิด.. ตะวันวาดเห็นเพื่อนนิ่งไป ก็อดที่จะหันมองเธอไม่ได้.. ริมฝีปากแดงกำลังจะเอ่ยถาม แต่สายธารก็พูดสวนขึ้นเสียก่อน
“เอางี้ไหม ถ้าภายในอาทิตย์นี้ แกยังหาที่อยู่ไม่ได้จริง ๆ ฉันจะขอพ่อแม่ให้แกมาอยู่ด้วยกันก่อน”
ตะวันวาดได้ยินเช่นนั้นก็มองเพื่อนรักตาโต แม้จะดีใจและรู้สึกขอบคุณ แต่เธอก็รู้สึกเกรงใจ เธออ้ำอึ้งอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะตอบอีกฝ่าย
“บ้าน่า..” เธอพูดเสียงอ่อย
“ฉันไม่อยากรบกวน” น้ำเสียงหวานอ่อนลงไปอีก
“โอ๊ยย รบกวนอะไรกัน ห้องนอนฉันก็กว้าง แกแค่มานอนด้วยกันคงไม่ได้ทำให้พื้นที่บ้านฉันแคบลงไปเท่าไหร่หรอก อีกอย่างพ่อแม่เจอแกตั้งหลายครั้งแล้ว” สายธารพยักหน้ารัวๆ
“พอแกหางานได้แล้วก็ค่อยย้ายออกไป” เสียงนั้นพูดต่ออย่างมั่นใจ
ตะวันวาดเงียบไป รู้ว่าข้อเสนอนั้นทำให้เธอโล่งใจไปเปราะใหญ่ แต่ก็ยังไม่วายรู้สึกไม่สบายใจที่ต้องรบกวนถึงพ่อแม่เพื่อนอยู่ดี
“เอาเป็ว่า ฉันจะพยายามหาที่อยู่ให้ได้! แต่ถ้าหาไม่ได้เลยจริงๆ ก็..เดี๋ยวว่ากัน.. โอเคมั้ย”
“อื้ม! ” สายธารยิ้มกว้าง พยักหน้า รู้สึกดีใจที่ช่วยหาทางออกให้เพื่อนรักได้
“เฮ้ออ~ ขอบคุณนะน้ำ ฉันโชคดีจริงๆ เลยที่มีแกเนี่ยยย” เธอว่าพลางสวมกอดเพื่อนสนิทแน่น จนสายธารต้องร้องโวยวายให้เธอปล่อย
“โอ๊ยๆๆ แกรักฉันหรือจะฆ่าฉันกันแน่เนี่ย” เธอว่า ก่อนตะวันวาดจะยอมปล่อยอีกฝ่าย และทั้งสองคนพากันหัวเราะรัวๆ
“จะว่าไปคุณเพชรมันบอกว่าจะเลี้ยงข้าวพวกเรานี่นา ฉันทวงมันดีกว่า” คนห้าวเปลี่ยนหัวข้อไปกล่าวถึงเศรษฐวรรษเพื่อนชายที่ทั้งคู่สนิทสนม สายธารไม่ว่าเปล่า พลางลุกขึ้นไปหยิบสมาร์ตโฟนของตัวเองมาจิ้มหาเขารัวๆ
ตะวันวาดเห็นดังนั้นจึงหยิบมือถือของตัวเองออกมาบ้าง ข้อความล่าสุดที่เด้งขึ้นทำให้เืในร่างกายเต้นตุบๆ ลืมความกังวลเื่งานและหอพักไปในชั่วนาทีนั้น..
จะว่าไป.. นอกจากเื่งานกับหอพัก.. นี่ก็คงเป็อีกเื่ที่กวนใจเธอตลอดสองวันที่ผ่านมา..
- พี่โธนี่ -
‘พรุ่งนี้เที่ยงว่างไหม’
เธอมองบทสนทนาที่อยู่บนสุดของหน้าต่างมือถือ พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองวันก่อน
‘… โตเป็สาว.. พี่จำไม่ได้เลยนะ’ เสียงทุ้มกล่าว รอยยิ้มที่ได้รับทำให้ตะวันวาดตกอยู่ในภวังค์ความคิด.. ความรู้สึกหลายอย่างแล่นผ่านไปมา แต่เธอไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ
ความเงียบระหว่างทั้งคู่ถูกทำลายจากเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น อันธกานต์ยกมือทำท่าให้เธอรอเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินห่างออกไปรับโทรศัพท์
‘พี่มีธุระต้องรีบไป’ เสียงทุ้มกล่าวเมื่อเดินกลับมาหาเธอ ท่าทางดูรีบร้อนขึ้นเมื่อวางสายโทรศัพท์
‘อ้อ.. ค่ะ’ ตะวันวาดจำสิ่งที่ตัวเองตอบเขาได้ไม่ชัดเจนนัก ได้แต่ฉีกรอยยิ้มงง ๆ มอบให้อีกฝ่าย
การบังเอิญเจอกันครั้งนี้ยังทำให้เธอตกอยู่ในสภาวะไม่มีสติเสียอย่างนั้น..
‘ไว้เจอกันใหม่นะ’ เขาพูดต่อ ก่อนยกมือวางลงบนศีรษะของตะวันวาดและตบลงเบา ๆ ร่างสูงยิ้มเล็กน้อย
ตะวันวาดพยักหน้ารับหงึกหงัก เ้าตัวไม่รู้เลยว่าริมฝีปากแดงนั้นอ้าเจ่อน้อยๆ ทำให้เธอดูช็อกอยู่ตลอดเวลา อันธกานต์มองอีกฝ่ายขำ ๆ ก่อนจะทำท่าเดินกลับออกไป ทว่าเขากลับชะงักฝีเท้า และหันกลับมาหาเธอ
‘ว่าแต่.. จะติดต่อเรายังไงดีล่ะ’ เขาพูด เลิกคิ้วขึ้นสูง
หญิงสาวที่ยังคงงงงันอยู่รีบเรียกสติของตัวเองก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมายื่นให้เขา
อันธกานต์โก่งคิ้วมองเธอ เป็เชิงคำถาม เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของอีกฝ่าย ตะวันวาดจึงส่ายหน้ารัว ๆ
“โอ๊ย ขอโทษค่ะ” เธอรีบพูดขึ้น ยกมือเล็กเกาข้างศีรษะแก้เขิน
เธอส่งโทรศัพท์ตัวเองให้เขาทำไมกันเนี่ย!!? ร่างบางถามตัวเอง ขณะที่มือก็จิ้มกดรหัสเปิดโทรศัพท์ก่อนยื่นให้ร่างสูงอีกครั้ง
“เอ่อ.. กดเบอร์ไว้มั้ยคะ เดี๋ยวตะวันแอดไลน์ไป” เธอยิ้มบาง ขณะที่กล่าวถึงแอปพลิเคชันบทสนทนาที่ร่างสูงไม่ค่อยคุ้นเคย
“เอ่อ..เราใช้ Whatsapp ไหม พอดีว่าพี่ยังไม่ได้ใช้ไลน์” เขากล่าวถึงอีกแอปพลิเคชันหนึ่งที่ใช้อย่างแพร่หลายมากกว่าในยุโรป ขณะที่ถามนิ้วเรียวยาวก็กดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง ก่อนจะกดโทรออก
“อ้อ.. ได้ค่ะ” ตะวันวาดพยักหน้ารับ
อันธกานต์รอให้โทรศัพท์มือถือของตัวเองสั่นอีกครั้ง ก่อนจะกดวางสายจากมือถือตะวันวาด
หญิงสาวยังคงยิ้มบางขณะที่รับโทรศัพท์คืนจากอีกฝ่าย
“ไปก่อนนะ” เสียงทุ้มเอ่ยต่ออย่างรีบๆ ก่อนหมุนตัวกลับเดินออกไป
คนตัวเล็กมองคนที่เดินจากไป ร่างบางนิ่งทึ่งกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น.. อันธกานต์เดินห่างออกไปเพียงสามสี่เมตร ก่อนจะหันกลับมาพยักหน้าให้เธอและกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปอย่างรวดเร็ว ตะวันวาดกะพริบตาปริบ ๆ มือเล็กยกขึ้นลูบใบหน้าก่อนตบลงเบา ๆ เพื่อให้ทดสอบว่าเธอไม่ได้อยู่ในความฝัน
ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะได้กลับเจอมาเขาอีกครั้ง..
ผู้ชายที่เธอเจอเขาเพียงไม่กี่ครั้งในชีวิต.. แต่กลับจดจำเขาได้ตลอดมา..
“เสาร์นี้นะตะวัน” เสียงเรียกของสายธารทำให้ตะวันวาดกลับมาอยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง แม้ว่าเธอจะเหม่อลอยเกินกว่าที่จะจับใจความได้ ใบหน้าหวานหันกลับไปตามเสียงเพื่อนรัก
“ว่าไงนะน้ำ” เธอถามอีกครั้ง
“วันเสาร์นี้ไปกินบุฟเฟ่ต์กัน เย้!” สายธารยกมือทั้งสองข้างชูขึ้นในอากาศ ะโเสียงดังขึ้น บ่งบอกถึงความดีใจที่เก็บไว้ไม่อยู่
ตะวันวาดยิ้มกึ่งหัวเราะ ก่อนจะพยักหน้ารับ
“โอเค ของฟรีฉันไปหมดแหละ” เธอเสริม ก่อนจะยิ้มแห้งรีบกลับไปสนใจโทรศัพท์ตัวเองอีกครั้ง
สายธารมองท่าทางแปลกๆ ของเพื่อนสาว จึงลอบย่องเดินไปนั่งข้างเธอ พร้อมเหล่สายตามองหน้าจอมือถือของอีกฝ่าย
“พรุ่งนี้เที่ยงว่างมั้ย” สายธารอ่านประโยคที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอ
ตะวันวาดตาโต หันขวับมองเพื่อนสาว ก่อนจะวางหน้าจอมือถือลงบนเตียงทันที
ท่าทางร้อนตัวของตะวันวาดทำให้สายธารหัวเราะยกใหญ่ ั์ตากลมโตหรี่มองอย่างจ้องสงสัย
“ใครอะ” สายธารถามไม่รอช้า แต่เมื่อเห็นเพื่อนสาวทำท่าอึกอักเธอจึงหัวเราะอีกครั้ง
“พ่อหนุ่มผู้โชคดีคนนั้นเป็ใครจ๊ะ” เธอแซวอย่างตื่นเต้น ขณะที่ตะวันวาดได้แต่ส่ายมือไปมา
“ไม่มีใครโชคดีอะไรทั้งนั้นแหละ” เสียงหวานปฏิเสธรัวเร็ว
“เอ้า! ฉันนึกว่าแกจะได้สละโสดแล้ว” สายธารเปลี่ยนเสียงห้วนทันที เมื่อเห็นเพื่อนสาวปฏิเสธอย่างจริงจัง
“ฉัน Single by choice นะ แกก็รู้” เ้าตัวรีบเปลี่ยนหัวข้อ แสดงให้เห็นเจตจำนงที่ชัดเจน และหวังให้อีกฝ่ายกลับมาเถียงกับเธอเื่สถานะความสัมพันธ์แทนที่จะสนใจกับข้อความหมายที่เธอได้รับ
สายธารอมยิ้ม เื่นี้เป็สิ่งที่เธอคุยกับตะวันวาดจนแทบจะทะลุปรุโปร่งไม่สงสัยอะไรอีกต่อไป.. ตะวันวาดมักจะมีหนุ่ม ๆ จากทั้งในมหาวิทยาลัย และนอกมหาวิทยาลัยแวะเวียนมาพูดคุยด้วยเสมอ แต่เธอไม่เคยคิดที่จะลงเอย หรือแม้แต่ออกเดตจริงจังกับใครเลย..
“โอเค๊ ฉันไม่เถียง! แม่สาวฮอต! แต่อย่ามาเปลี่ยนเื่..” สายธารค่อยๆ พูดรอจังหวะ.. และเมื่อเห็นช่องว่าง เธอจึงถือโอกาสะโไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมา ก่อนจัดการเปิดหน้าจอเสร็จสรรพเพื่อเข้าไปดูรูปโปรไฟล์ของชายหนุ่ม
“น้ำ!!! เอาคืนมานะ” ตะวันวาดร้องะโตาโต
“โอ้โหวววววว” เสียงแจ้วร้องะโเมื่อเห็นรูปอันธกานต์ เขาสวมชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลดกระดุมบนเผยให้เห็นร่องรอยกล้ามหน้าอกเล็กน้อย สายธารก้าวถอยออกมาเล็กน้อย หันหน้าจอโทรศัพท์ไปทางตะวันวาด
“ฮอตม๊ากกกก ใครอะแก!!? ”