“เสด็จพ่อเพคะ ชาและของหวานที่เสด็จแม่ทำให้ เสด็จพ่อชอบหรือไม่เพคะ”เสวี่ยหลินถามขึ้นในวันหนึ่งหลังจากวางแผนการเรียบร้อย
“ชอบมากเลยลูก ทุกอย่างที่เ้าสอนให้แม่ของเ้าทำ พ่อชิมแล้ว รสชาติดีมากชาหอมกรุ่น รสกลมกล่อม ขนมก็หวานกำลังดี เข้ากันมากรู้หรือไม่ว่าพ่อติดใจชาและขนมหวานฝีมือแม่เ้ายิ่งกว่าเดิมเสียอีก”
ได้ยินเช่นนี้ เสวี่ยหลินต้องกระหยิ่มใจแบบนี้ก็มีโอกาสมากว่าชาวจิ้งจอกเก้าหางน่าจะชอบเหมือนที่เสด็จพ่อของนางชอบประการสำคัญคือในแดนเซียนยังไม่เคยมีร้านชามาก่อน พวกเขาฝึกฝนชงชาจีนกันเองแต่ที่เสวี่ยหลินจะขายคือขายทั้งชาจีน ชาฝรั่งของหวานแบบจีนและฝรั่งที่เข้ากันได้ดีกับชาต่างๆ รวมทั้งของว่าง
“เช่นนี้ก็ดีเลยเพคะ ลูกมีเื่มาปรึกษาเสด็จพ่อ เสด็จแม่และท่านน้าเสวี่ยปิงเพคะ”
าาเสวี่ยิและราชินีเหม่ยเมิ่งต้องประหลาดใจ
“เ้าจะปรึกษาเื่อะไร” เหม่ยเมิ่งถาม
เสวี่ยหลินจึงเล่าเื่ที่นางอยากสร้างบ้านพักแยกออกมาต่างหากร้านขายชา และพื้นที่ที่ต้องใช้ในการปลูกพืชและสมุนไพรต่างๆาาเสวี่ยิและราชินีเหม่ยเมิ่งฟังด้วยความประหลาดใจ
“หลินเอ๋อร์ เพราะเหตุใดเ้าจึงคิดจะแยกออกไปอยู่เ้าอายุเพียงหมื่นสี่พันกว่าปีเองนะ เ้ายังเด็กนัก” บิดาของนางถามอย่างเป็ห่วง
“เพราะลูกอยากมีร้านขายชาและขนมหวาน อยากชมทิวทัศน์สวยๆอยากหาอะไรให้ตัวเองทำ จะได้ไม่เหงาเพคะจะให้ลูกนั่งฝึกฝนบำเพ็ญตนแต่เพียงอย่างเดียวก็ออกจะน่าเบื่อไปสักหน่อย”นางให้เหตุผลง่ายๆ แม้ที่จริงแล้ว ด้วยระบบเกมที่ผู้เฒ่าตว๋อเทียนให้มาเสวี่ยหลินสามารถฝึกฝนโคจรลมปราณได้ตลอดเวลาไม่ว่านางจะทำอะไร
เสวี่ยิและเหม่ยเมิ่งหันมามองหน้ากันครู่หนึ่ง
“แล้วถ้าเ้าอายุสองหมื่นห้าพันปี เ้าก็ต้องไปศึกษาที่บูรพานิรันดร์ใครจะดูแลบ้าน ร้าน และพื้นที่เพาะปลูกให้เ้า”
“ก็เสด็จแม่กับท่านน้าเสวี่ยปิงไงเพคะ ลูกเห็นว่าทุกวันเมื่อเสด็จพ่อออกว่าราชการเสด็จแม่กับท่านน้าก็ดูจะเหงาและว่างอยู่ ถ้าลูกทำร้านนี้ขึ้นมา เสด็จแม่กับท่านน้าจะได้มีอะไรทำทั้งวันไม่ต้องเหงาอีก เสด็จแม่และท่านน้ายังจะได้พบปะผู้คนมากมาย เสด็จพ่อก็จะได้เสด็จมาที่ร้านชามานั่งเล่น พูดคุยกับสหายและชาวจิ้งจอกเก้าหางได้ด้วยไงเพคะ”
“อีกอย่างก็คือ ในภายภาคหน้าพี่ใหญ่ซานก็ต้องขึ้นรับตำแหน่งาาแทนเสด็จพ่อ ถึงเวลานั้น เสด็จพ่อจะว่างร้านชานี้จะทำให้เสด็จพ่อไม่เหงาและได้พบปะผู้คนอยู่เรื่อยๆ เพคะ”เสวี่ยหลินให้เหตุผลอย่างน่าฟัง
“ก็ไม่เลวนะเพคะ ที่องค์หญิงน้อยเสนอความคิดนี้แต่เช่นนี้พวกเราก็เหมือนต้องไปคอยรับใช้ผู้อื่นสิเพคะ”เสวี่ยปิงหันมาถามเสวี่ยหลิน
“ตอบตรงๆ ก็คือใช่ เพราะถ้าเสด็จแม่และท่านน้าไปอยู่ที่ร้านนั้นลูกตั้งใจจะให้เสด็จแม่ทำหน้าที่เก็บเงิน ส่วนท่านน้าจะเป็ผู้ดูแลนางกำนัลและเซียนรับใช้ให้ชงชาและจัดเตรียมของมาให้ลูกค้า”
“ตัวลูกเองจะทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้ารับคำสั่งจากลูกค้าว่าพวกเขา้าอะไรและนำมาส่งให้ท่านน้าเป็ผู้จัดการให้และลูกก็จะส่งใบคำสั่งนั้นให้เสด็จแม่คิดเงินเพคะ เมื่อลูกนำของไปให้ลูกค้าก็จะคิดเงินทันทีส่วนลูกค้าจะนั่งอยู่ในร้านนานเพียงใดก็ได้เพราะลูกตั้งใจทำให้ร้านชานี้เป็เหมือนที่พบปะสังสรรค์กันแต่เชื่อได้ว่าด้วยการตกแต่งที่เหมาะสมและรสชาติของชาและขนมหวานที่ถูกใจพวกเขาย่อมต้องสั่งเพิ่มแน่นอน ในอนาคตลูกยังคิดจะเพิ่มรายการอาหาร ขนมหวานและเครื่องดื่มอื่นๆ”
“แบบนี้ไม่เหมาะนะเพคะ นี่คือองค์ราชินี ท่านคือองค์หญิงน้อยจะไปนั่งตากหน้าขายของและรับใช้ผู้อื่นได้อย่างไร ไม่สมเกียรติอย่างยิ่ง”เสวี่ยปิงแย้งออกมา
“แต่ก็ไม่ได้ทำผิดคิดร้ายใครนี่นา เป็สิ่งสุจริตเสียด้วยซ้ำ ข้าเองก็ทราบดีว่ามันไม่เหมาะสมแต่ข้ามองอีกมุมว่าเสด็จแม่จะได้มีสหายไว้พูดคุยเทพเซียนที่เข้ามาก็ต้องมีบางส่วนมาพูดคุยกับเสด็จแม่ แม้จะเป็การถามเกี่ยวกับของที่ขายแต่อย่างน้อยก็ได้พูดคุย เสด็จแม่ก็ไม่เหงา ทั้งยังมีผลพลอยได้ที่จะได้มีสหายเพิ่มขึ้นอาจเป็ไปได้ว่าจะมีคนคิดร้าย แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มีคนคิดร้ายไม่ใช่หรือถ้ามัวแต่กลัวเช่นนั้น คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี” เสวี่ยหลินแย้งด้วยเหตุผล
“แต่ถ้าพวกท่านไม่เห็นด้วย ลูกก็ไม่คัดค้านลูกก็จะเพียงสร้างบ้านพักเท่านั้นเพคะ” เสวี่ยหลินยอมลงให้อย่างไม่มีข้อแม้นางเองก็ทราบดีว่ามันผิดธรรมเนียมเพียงแต่นางอยากบอกให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความคิดของนาง
“เ้าไปเที่ยวเล่นก่อนเถิด หลินเอ๋อร์เื่นี้ขอเวลาพ่อกับแม่คิดสักหน่อยว่าสมควรอนุญาตให้เ้าทำหรือไม่ คิดได้แล้วพ่อค่อยเรียกเ้ามาพบ” าาเสวี่ยิหาทางออกเฉพาะหน้าในเื่ครั้งนี้เขาต้องคิดหนักจริงๆ
“เพคะ”
ผ่านไปหนึ่งเดือนวันนี้เป็วันที่าาเสวี่ยิและราชินีเหม่ยเมิ่งเรียกเสวี่ยหลินมาพบ
“หลินเอ๋อร์เ้าคิดว่าพ่อกับแม่จะอนุญาตเ้าหรือไม่ในเื่ที่เ้าขอ”าาเสวี่ยิถามขึ้นเมื่อเห็นบุตรสาวนั่งลงเรียบร้อย
“ลูกไม่ได้คาดหวังเพคะ เพราะทราบอยู่ว่ามันผิดธรรมเนียมยากที่จะยอมรับ แต่ถ้าเสด็จพ่ออนุญาต ลูกก็ไม่แปลกใจเช่นกันลูกเชื่อว่าเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ต้องมั่นใจในตัวลูกจึงอนุญาตให้ลูกทำ”คำตอบของนางราวกับนางเซียนที่เติบโตเป็ผู้ใหญ่แล้วมิใช่เด็กน้อยเยาว์วัย
“แล้วถ้าพ่ออนุญาตให้เ้าทำ เงินทองที่เ้าได้มาเ้าคิดจะเอาไปทำอะไร”
“ก็ให้เสด็จพ่อเก็บไว้ในคลังเพคะเพราะลูกมองว่าหากมีเหตุจำเป็อย่างเช่น าระหว่างเผ่า หรืออะไรก็ตามที่เป็เหตุจำเป็หรือเหตุฉุกเฉินเงินทองเหล่านี้จะได้ใช้จ่ายในยามนั้น”
เสวี่ยหลินตอบออกมาราวกับตาเห็นนั่นเพราะระหว่างเล่นเกมออนไลน์ที่จัดให้มีาระหว่างเมืองแม้ทางเกมจะมีรางวัลให้กับผู้ชนะและรางวัลปลอบใจให้ผู้แพ้แต่เพื่อโน้มน้าวให้ทุกคนมาช่วยกันหัวหน้ากิลด์ยังต้องตั้งรางวัลต่างหากเพื่อจูงใจลูกกิลด์ และยามนั้นรางวัลที่หัวหน้ากิลด์ตั้งให้ก็ต้องล่อตาล่อใจไม่แพ้ของทางเกมเลยทีเดียว
“คำตอบของหลินเอ๋อร์ ท่านพอใจหรือไม่ ฟูจวิน”เหม่ยเมิ่งหันมาถามเสวี่ยิด้วยรอยยิ้ม
“พอใจมาก”เขาหันไปตอบนางก่อนจะหันกลับมาหาบุตรสาวตัวน้อยที่ดูเหมือนความคิดของนางไม่น้อยแล้ว
“พ่อกับแม่อนุญาตให้เ้าทำตามที่ขอ มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวห้ามให้บุรุษใดมายุ่งเกี่ยวกับท่านแม่ของเ้าเด็ดขาด”
“ขอบพระทัยเพคะ” เสวี่ยหลินตอบรับอย่างดีใจ
“เสด็จพ่อไม่ต้องกังวลเพคะ บริเวณที่เสด็จแม่นั่งคิดเงินนับเงินลูกจะจัดที่นั่งไว้ให้องครักษ์ของเสด็จพ่อที่หนึ่ง ให้เขาคอยดูแลมิให้ใครมายุ่งเกี่ยวกับเสด็จแม่มากเกินไปอีกทั้งเสด็จแม่จะอยู่ในสายตาของนางกำนัลที่มีหน้าที่ชงชาด้วยหากมีผู้ใดมาทำรุ่มร่ามกับเสด็จแม่ องครักษ์ของเสด็จพ่อและคนรอบข้างย่อมจัดการได้ทันที”นางบอกให้บิดาและมารดาสบายใจ
“พ่ออนุญาตแล้ว คราวนี้เ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป”
“ลูกจะชงชา ทำขนมหวาน ออกมาให้ชาวจิ้งจอกเก้าหางได้ทดลองชิมเพคะเพื่อดูว่าพวกเขาจะชอบเหมือนอย่างที่เสด็จพ่อชอบหรือไม่ ถ้าพวกเขาไม่ชอบเื่นี้ก็พับเก็บไปได้เลย แต่ถ้าพวกเขาชอบลูกจึงค่อยมองหาพื้นที่ที่้าและฝึกหัดนางกำนัล เซียนรับใช้เพคะ”
วันนี้เสวี่ยหลินติดตามเสวี่ยปิงมาที่ตลาดแห่งหนึ่งที่ชาวจิ้งจอกเก้าหางมาซื้อหาข้าวของนางกำนัลสามคนที่ติดตามมาด้วยช่วยกันตั้งโต๊ะเพื่อเตรียมแจกจ่ายของ
“ข้า เสวี่ยหลิน วันนี้ทดลองชงชาและทำขนมมาให้ทุกท่านได้ลองชิมเ้าค่ะท่านใดที่อยากลิ้มลองชาและขนมของข้า มารับของได้เลยนะเ้าคะ” เสวี่ยหลินบอกกล่าวเสียงดัง
นาม ‘เสวี่ยหลิน’ ทำให้ชาวจิ้งจอกเก้าหางจดจำได้ทันที เพราะนี่คือนามขององค์หญิงน้อยธิดาเพียงหนึ่งเดียวของาาจิ้งจอกขาวเก้าหางเสวี่ยิและราชินีจิ้งจอกแดงเก้าหางเหม่ยเมิ่งทุกคนต่างสงสัยว่าองค์หญิงน้อยของพวกตนนึกอย่างไรจึงมาแจกจ่ายชาและขนมหวานให้ชิม
มองเห็นเสวี่ยหลินและนางกำนัลอีกสองคนช่วยกันถือถาดใบใหญ่ที่บนถาดนั้นมีจานกระดาษเล็กๆวางอยู่หลายใบ บนจานกระดาษนั้นมีชาร้อนหอมกรุ่นในถ้วยกระดาษหนึ่งถ้วยและขนมหวานหนึ่งชิ้นพวกนางถือถาดใบใหญ่ไปแจกจ่ายชาและขนมหวานให้ชาวจิ้งจอกเก้าหางที่มาหาซื้อของที่ตลาด
เสวี่ยปิงช่วยะโบอกกล่าวทุกคนที่เดินผ่านไปมาก่อนจะยื่นส่งจานกระดาษให้คนเ่าั้
แรกๆ พวกเขารับไปด้วยท่าทีงุนงงปนความไม่เต็มใจแต่เมื่อได้กลิ่นหอมของชาทั้งยังได้จิบชาเข้าไปก็รู้สึกตื่นเต้นกับชาและรสชาติยิ่งเมื่อได้ชิมขนมหวานเข้าไปและจิบชาตามหลัง ยิ่งรู้สึกดีอย่างยิ่ง
“องค์หญิงน้อย ชาและขนมหวานของท่านรสชาติดีมาก”เซียนจิ้งจอกบุรุษผู้หนึ่งกล่าวชมขณะที่ยังมีสายตาซาบซึ้งดื่มด่ำกับชาและขนม
“ใช่ ใช่ ชาของท่านหอมมาก ดื่มแล้วรสชาติกลมกล่อมเหลือเกิน ทั้งขนมก็อร่อย”
“ขนมของท่านอร่อยจริงๆ รสชาติกำลังดี”
“นั่นสิ รสชาติขนมหวานละมุน ไม่หวานเกินไป กำลังพอดีกับชามากๆ เลย”
เสียงชื่นชมเริ่มมามากขึ้นเรื่อยๆของที่นำมาให้ทดลองชิมหมดลงอย่างรวดเร็ว คนที่มาไม่ทันได้แต่เสียดาย ทว่า...
“พรุ่งนี้และมะรืนนี้ ข้าจะชงชาและขนมหวานมาให้พวกท่านลองชิมกันอีกนะเ้าคะถ้าชอบหรือไม่ชอบอย่างไร รบกวนทุกท่านช่วยติชมด้วย ข้าจะได้นำไปปรับปรุง”เสวี่ยหลินกล่าวเสียงดัง
“ได้เลย องค์หญิงน้อย พรุ่งนี้ ท่านจะมาที่ตรงนี้อีกใช่หรือไม่”
“ใช่เ้าค่ะ พี่ชายมารอได้เลย ข้าจะมาเวลานี้เ้าค่ะ”
“ได้ ได้ ข้าจะรีบมารอเลย ท่านชงชาและทำขนมอร่อยมาก พรุ่งนี้ข้าจะชวนบุตรภรรยาและมิตรสหายมาให้หมด”
“ขอบพระคุณเ้าค่ะพรุ่งนี้จะมีชาหลากหลายและขนมมากขึ้นมาให้ทุกท่านได้ชิมนะเ้าคะ”เสวี่ยหลินกล่าวทิ้งท้าย
คำกล่าวนี้ทำให้ทุกคนที่ได้ชิมและที่ไม่ได้ชิมต่างเฝ้ารอวันพรุ่งนี้อย่างใจจดใจจ่อ
ผลการทดลองแจกชาและขนมหวานทุกชนิดที่เสวี่ยหลินตั้งใจจะทำขายได้ผลตอบรับดีเกินคาดมากมายวันสุดท้ายที่นางมาแจกชาและขนมซึ่งเป็วันที่ชาและขนมถูกทำออกมาจนครบทุกอย่างปรากฏว่าของที่นำมาให้ทดลองชิมหมดลงอย่างรวดเร็วภายในหนึ่งเค่อ
“องค์หญิงน้อย ชาและขนมของท่านอร่อยมากจริงๆไม่ทราบว่าจะมาแจกอีกเมื่อใด” เซียนสตรีนางหนึ่งถามขึ้นนางติดใจชาและขนมของเสวี่ยหลินมากมาย
“พี่สาวคงต้องรอสักสามเดือนนะเ้าคะที่ข้าทำมาให้พวกท่านชิมเป็เพราะข้าอยากจะเปิดร้านขายชาและขนมหวานซึ่งคงต้องใช้เวลาในการเตรียมการไม่น้อย”
“ท่านจะเปิดร้านชา เปิดที่ไหน ข้าจะไป”ลูกค้ารายแรกออกปากอย่างรวดเร็ว
“ข้ากำลังมองหาพื้นที่ที่เหมาะสมอยู่เ้าค่ะ”
“ได้ ได้ ข้าจะรออย่างใจจดใจจ่อเชียวล่ะ”
เมื่อผลตอบรับดีเช่นนี้ เสวี่ยหลินคาดเดาได้ทันที นางต้องมีพื้นที่มากพอที่จะปลูกชาผลไม้ พืชผัก และดอกไม้ต่างๆ แต่นางไม่สามารถให้คนอื่นช่วยได้เพราะการจะเร่งให้มันเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ต้องใช้วารีธาตุเป็หลัก นางเปิดระบบเกมเพื่อค้นหาว่าจะมีอะไรที่สามารถทำให้พืชพรรณทั้งหลายสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพตามที่้าเสมอนั่งหาอยู่เนิ่นนานจึงพบว่ามีของอย่างหนึ่งช่วยนางได้
น้ำทิพย์เติบโต
นามธรรมดาสามัญอย่างยิ่ง หากคุณสมบัติของมันคือทำให้พืชพรรณทุกชนิดสามารถเติบโตอย่างรวดเร็วภายในสามวันและมีสภาพที่เหมาะสมอยู่เสมอ
ประการสำคัญคือใช้น้ำทิพย์เติบโตเพียงสิบหยดต่อพื้นที่เพาะปลูกหนึ่งหมู่ (1 หมู่ = 60 ตารางวา)ผสมน้ำและรดน้ำในแปลงเพาะปลูกหนึ่งหมู่นั้น รอเพียงสามวันพืชในแปลงจะเติบโตจนมีขนาดและคุณสมบัติที่เหมาะสม ทั้งเมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว และลงมือปลูกใหม่ก็รออีกสามวันพืชเ่าั้ก็จะให้ผลสมบูรณ์อีกครั้ง วนเวียนเช่นนี้ครบสิบรอบจึงค่อยกลบฝังพืชเ่าั้ลงดินเพื่อใช้เป็ปุ๋ยบำรุงดินต่อไปแล้วจึงปลูกพืชชุดใหม่ลงไปแทน
เพียงเห็นเช่นนี้ เสวี่ยหลินก็ตาโตทันที นางรีบเปิดหาว่าน้ำทิพย์เติบโตต้องปรุงอย่างไรแล้วนางก็ต้องตาโตอีกรอบเพราะวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงน้ำทิพย์เติบโตนั้นกลับเป็เพียงสมุนไพรธรรมดาที่หาได้ทั่วไปจำนวนห้าชนิดแต่ละครั้งจะปรุงน้ำทิพย์ได้หนึ่งร้อยหยดเท่ากับว่านางจะใช้ได้หนึ่งเดือนต่อหนึ่งหมู่
เสวี่ยหลินคาดการณ์ไว้ว่าด้วยจำนวนและชนิดของพืชที่ต้องปลูกรวมทั้งสมุนไพรที่ต้องใช้สร้างน้ำทิพย์เติบโต นาง้าพื้นที่ทั้งหมด 250 หมู่ โดยสิบหมู่สำหรับสมุนไพรที่ใช้ปรุงน้ำทิพย์สองร้อยหมู่สำหรับปลูกชา ผลไม้ ดอกไม้ สามสิบหมู่สำหรับเรือนพักของนางกำนัล เซียนรับใช้และอีกสิบหมู่สำหรับเรือนพักของตนเอง ท่านพ่อท่านแม่ และพี่ใหญ่ของนาง
นางต้องปรุงน้ำทิพย์เติบโตถึง 2,400 ขวดต่อปีนางต้องสอนเสด็จแม่และท่านน้าเสวี่ยปิงให้ปรุงน้ำทิพย์นี้เพื่อให้พวกท่านดูแลการผลิตวัตถุดิบได้นี่เป็ส่วนสำคัญที่สุดในการรักษาคุณภาพวัตถุดิบให้ออกมาดีเลิศตลอดเวลา
ส่วนพื้นที่สำหรับร้านชานั้น นาง้า 12 หมู่ โดย 4หมู่สำหรับพื้นที่ครัวและคิดเงิน ครัวทำขนมและชาต้องมีพื้นที่มากเพื่อให้สามารถจัดเก็บขนมที่ทำเสร็จแล้วไว้ในตู้ที่สามารถรักษาความสดใหม่ได้เหมือนเพิ่งทำเสร็จเมื่อใดที่ของที่ขายนั้นหมดลงก็สามารถนำมาเติมได้ทันที ส่วนอีก 8หมู่เป็พื้นที่ให้บริการ พื้นที่นี้ต้องกว้างเพื่อให้สามารถตกแต่งได้ตามที่นางออกแบบและรองรับเหล่าเทพเซียนที่มาเยือนได้ราว300-350 คนพร้อมกัน
เสวี่ยหลินนึกถึงชุดที่นางกำนัลและเซียนรับใช้ต้องสวมใส่ในร้านนางนึกถึงเครื่องแต่งกายของบาริสต้าที่ดูทะมัดทะแมง คล่องแคล่วมากกว่าชุดนางกำนัลและเซียนรับใช้ที่นางเห็นอยู่ทุกวันส่วนภาชนะที่ใช้ในการให้บริการ นางนึกถึงชุดถ้วยชามที่สวยเรียบเป็สีขาวขอบทอง
ยามนี้นางรู้สึกราวกับตนเองเล่นเกมสร้างบ้าน ทำฟาร์ม และร้านกาแฟพร้อมกัน
เมื่อเตรียมแผนการเรียบร้อย เสวี่ยหลินจึงชักชวนเหม่ยเมิ่งท่านแม่ของนางให้มาเดินหาพื้นที่ที่นาง้า ฟังคำบอกเล่าของบุตรสาวแล้วเหม่ยเมิ่งต้องครุ่นคิดอยู่เนิ่นนานว่าสมควรมีพื้นที่ลักษณะที่เสวี่ยหลิน้าอยู่ที่ใดในแดนพายัพ
“แม่พอนึกออกแล้ว เดี๋ยวแม่จะพาไปดู”
การไปดูพื้นที่ครั้งนี้มีเสวี่ยปิงติดตามมาด้วยนางก็อยากเห็นเช่นกันว่าจะเป็พื้นที่แบบใด
“โอ๊ยยยยยยยยย สวยยยยยย สวยยยยยยมากกกกกกก”เสวี่ยหลินอยากจะกรีดร้องออกมา
เห็นอาการตื่นเต้นดีใจของเสวี่ยหลินแล้วเหม่ยเมิ่งและเสวี่ยปิงต้องหัวเราะออกมา
“เสด็จแม่ แดนพายัพเรามีที่สวยขนาดนี้เลยเหรอเพคะ ลูกไม่อยากจะเชื่อ”เสวี่ยหลินยังคงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
เบื้องหน้าของนางเป็เทือกเขาอันกว้างใหญ่ทอดตัวยาวไปไกลยอดเขามีหิมะจับตัวเป็สีขาว แสงแดดอ่อนๆ ส่องลงบนยอดเขานั้นอย่างงดงามต่ำลงมาเป็ทะเลสาบ เอ !หรือจะเรียกว่าแม่น้ำดีน้ำเป็สีฟ้าใสเสียจนแทบจะมองเห็นลงไปถึงก้นแม่น้ำหรือก้นทะเลสาบ รอบด้านมีต้นไม้ขึ้นเขียวชอุ่มเต็มไปหมดหมอกขาวบางลอยอ้อยอิ่งอยู่ที่ยอดไม้มองแล้วเสวี่ยหลินแทบจะบอกว่านี่มันทิวทัศน์ในฝันชัดๆ
“เสด็จแม่ อากาศแถวนี้เป็เช่นนี้ตลอดทั้งปีหรือเพคะ”
“เป็เช่นนี้ตลอดทั้งปี ฤดูหมอกจะอุ่นขึ้นมาหน่อยฤดูใบไม้ร่วงจะเย็นลงกว่านี้ ส่วนฤดูหนาวย่อมต้องมีหิมะน้ำในแม่น้ำนี้จะกลายเป็น้ำแข็งทั้งหมด ตอนนี้พวกเราอยู่กลางฤดูหมอกอีกสองเดือนจึงจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง”
“พื้นที่แถวนี้มีเหล่าเทพเซียนสัญจรไปมาบ่อยครั้ง ทิวทัศน์แถวนี้งดงามแต่เพราะแม่เห็นมาั้แ่เล็กจนโตกระมังก็เลยไม่ได้รู้สึกว่ามันสวยอะไรมากมายเหมือนที่เ้าเห็น”
“มันสวยมากเพคะ เสด็จแม่ แต่ถ้าจะทำพื้นที่เพาะปลูกลูกคงต้องโค่นต้นไม้ลงไม่น้อย แต่...” เสวี่ยหลินขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ยิ้มออกมา
“...ลูกนึกได้แล้ว เอาต้นไม้นี่แหละมาสร้างและตกแต่งร้านแล้วก็เอามาสร้างเรือนพักของลูก เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ ท่านน้าเสวี่ยปิง และพี่ใหญ่รวมทั้งเรือนพักของเหล่านางกำนัล เซียนรับใช้”
“พื้นที่แถวนี้ไม่มีผู้ใดอยู่อาศัยนะเพคะ เสด็จแม่”
“ที่นี้ค่อนข้างห่างจากเมืองพายัพทั้งชาวจิ้งจอกอย่างพวกเรามักชอบอยู่รวมเป็กลุ่ม แถวนี้แม้ทิวทัศน์งดงามแต่ในเมื่อมันห่างไกล เลยไม่มีจิ้งจอกตนใดมาอาศัย”ได้ยินเช่นนี้เสวี่ยหลินก็โล่งใจทันที
“พวกเรามีช่างที่รับสร้างเรือนพักหรือไม่”
“เ้าคงหมายถึง เทพจิ้งจอกด้านการช่างกระมัง”
“เพคะ”
“เสวี่ยปิง เ้าไปตามจิ้นเหอมาพบข้าที่นี่”
“เพคะ” เสวี่ยปิงรับคำก่อนจะรีบเหาะเหินจากไปอย่างรวดเร็ว
ราวสองเค่อผ่านไป เสวี่ยปิงก็กลับมาพร้อมเซียนบุรุษผู้หนึ่งรูปร่างกำยำล่ำสัน หน้าตามีเค้าดุดันเคร่งขรึม
“คารวะองค์ราชินี องค์หญิงน้อย”
“ตามสบายเถิดจิ้นเหอเสวี่ยปิงคงเล่าให้เ้าฟังบ้างแล้วว่าลูกสาวข้าอยากกระทำสิ่งใด”
“พ่ะย่ะค่ะ ท่านหญิงเสวี่ยปิงเล่าให้ฟังแล้วทั้งหมดเพียงแต่ข้าต้องขอพูดคุยกับองค์หญิงน้อย จะได้เข้าใจถูกต้อง”
“ท่านจิ้นเหอ ตามข้าขึ้นมาที่กลางท้องฟ้าดีกว่าเ้าค่ะ”เสวี่ยหลินบอกกล่าวอย่างสุภาพ
นางและจิ้นเหอเหาะเหินขึ้นสู่กลางฟ้ากวาดสายตามองพื้นที่ทั้งหมดเพื่อจดจำลักษณะต่างๆ ไว้ในใจยามนี้พลันบังเกิดภาพของไร่นา เรือนพัก ร้านชา ขึ้นมาว่าควรตั้งอยู่ตำแหน่งใดภาพเหล่านี้นางจินตนาการให้ละเอียดที่สุด เพราะ้าให้จิ้นเหอเข้าใจชัดเจนเสวี่ยหลินจรดปลายนิ้วลงที่หน้าผากของจิ้นเหอให้เขาได้มองเห็นภาพที่นางจินตนาการอย่างชัดเจน
จิ้นเหอต้องนึกทึ่งอย่างยิ่งกับสิ่งที่ได้เห็น
“ต้นไม้ที่ต้องตัด ท่านอย่าตัดมันจนเหลือเพียงตอแต่ให้ถอนมันออกมาจากพื้นดินเลยนะเ้าคะ ไม้จากต้นไม้นั้นให้เอาไปสร้างร้านและเรือนพัก ตัวร้านต้องกรุด้วยกระจกใสนะเ้าคะ”เสวี่ยหลินบอกถึงรายละเอียดบางอย่าง
“ได้พ่ะย่ะค่ะ ข้าจะทำให้ตามที่องค์หญิงน้อยประสงค์เดี๋ยวนี้เลย”
เทพจิ้นเหอยกมือร่ายเวทครู่หนึ่งก่อนจะวาดมือทั้งสองข้างออกไปด้านหน้าพลันบังเกิดประกายแสงขาวเจิดจ้าครอบคลุมลงบนพื้นที่ที่เสวี่ยหลินวาดรูปไว้ในใจแสงขาวนั้นเปล่งประกายอยู่ราวหนึ่งเค่อจึงดับวูบไปยามนี้เบื้องหน้าของเสวี่ยหลินคือสถานที่ที่เหมือนกับภาพที่นางวาดไว้ในใจอย่างไม่ผิดเพี้ยนนางนิ่งอึ้งไปหมด คาดไม่ถึงว่าทุกสิ่งจะง่ายดายเช่นนี้
เมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เหม่ยเมิ่งและเสวี่ยปิงต้องนิ่งอึ้งพวกนางคาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นพื้นที่กว้างที่พร้อมสำหรับการเพาะปลูกเรือนพักอันดูงดงามเรียบง่ายหากสะดวกสบายและกว้างขวางสำหรับนางกำนัลและเซียนรับใช้ส่วนเรือนพักของนางและบุตรสาวรวมทั้งเสวี่ยปิงกลับมีรูปทรงแปลกตาหากงดงามอย่างยิ่งส่วนร้านชาที่บุตรสาวของนาง้ากลับมีรูปลักษณ์แปลกตาอย่างที่สุดทั้งร้านแม้สร้างด้วยไม้หากก็กรุกระจกใสจนมองเห็นทิวทัศน์ภายนอกทั้งร้านตกแต่งด้วยต้นไม้ดอกไม้อย่างงดงามน่านั่งพักผ่อนอย่างที่สุดเหนือประตูทางเข้าร้านมีป้ายร้านเขียนด้วยหมึกสีแดงว่า
ร้านชาจิ้งจอกน้อย
และยังมีรูปจิ้งจอกน้อยน่ารักอยู่ข้างๆ
ช่างเป็ร้านชาที่น่ารักเสียจริงๆ เหม่ยเมิ่งนึกในใจ
เสวี่ยหลินและจิ้นเหอร่อนลงมายืนต่อหน้าเหม่ยเมิ่งและเสวี่ยปิงก่อนจะชักชวนกันให้เข้าไปดูร้านที่เพิ่งสร้าง
เสวี่ยหลินเดินข้างจิ้นเหอเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย นางตรวจอย่างละเอียดทุกจุดจุดใดที่ยังไม่ถูกใจนางจะบอกกล่าวให้จิ้นเหอทราบอย่างชัดเจนที่สุดเพื่อให้เขาแก้ไขให้ตรงกับที่นาง้าจิ้นเหอก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าองค์หญิงน้อยวัยเพียงหมื่นสี่พันกว่าปีนี้ช่างละเอียดละออทุกจุดเหลือเกินนั่นเพราะจิ้นเหอย่อมไม่ทราบว่ายามที่เสวี่ยหลินยังเป็ฮุ่ยหลันนั้นนางคือรองหัวหน้ากิลด์ใหญ่ที่มีหน้าที่รับผิดในการสร้างสิ่งต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกกิลด์ ดังนั้น นางจึงต้องละเอียดละออเป็พิเศษ
ใช้เวลาไปอีกสองชั่วยามการแก้ไขปรับปรุงทุกสิ่งให้เป็ไปตามที่เสวี่ยหลิน้าจึงแล้วเสร็จสมบูรณ์เสวี่ยหลินลงมือปลูกพืชพันธุ์ต่างๆ ที่สำหรับใช้เป็วัตถุดิบในการทำชาและขนมหวานทั้งหมดอย่างเรียบร้อย
“ขอบคุณท่านอาจิ้นเหอมากเ้าค่ะไม่ทราบว่าท่านอาคิดค่าเหนื่อยครั้งนี้เท่าใดเ้าคะ” เสวี่ยหลินถามขึ้นเมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จ
“ได้รับใช้องค์หญิงน้อย ข้าไม่คิดพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ได้เ้าค่ะ ถ้าท่านไม่คิดแบบนี้อีกหน่อยข้าก็ไม่กล้าขอให้ท่านอามาช่วยแล้วเ้าค่ะ”
จิ้นเหอยังคงอ้ำอึ้ง
“เอาอย่างนี้ดีกว่า ข้าจะสร้างของวิเศษให้ท่านอาหนึ่งชิ้นเชื่อได้ว่าต้องเป็ของที่ท่านอาชอบแน่ๆ”เสวี่ยหลินกล่าวออกมาหลังจากแอบดูค่าสถานะของจิ้นเหอ
“ท่านอาจิ้นเหอ ยังไม่ถูกใจอาวุธคู่กายใช่หรือไม่เ้าคะ”
“พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงน้อยทราบได้อย่างไร”
เสวี่ยหลินเพียงยิ้มน้อยๆ “ท่านอารอสักครู่นะเ้าคะ”
มองเห็นนางวาดฝ่ามือออก หากมิได้ปรากฏสิ่งใดขึ้นในความว่างเปล่าสายตาของนางจับจ้องที่ความว่าง มือน้อยๆ ทำอาการเลื่อนดูอะไรบางอย่างคล้ายกำลังค้นหาบางสิ่ง ผ่านไปราวหนึ่งเค่อจึงค่อยมองเห็นนางหยิบแร่และวัตถุดิบระดับสูงล้ำค่าออกมา จิ้นเหอต้องอ้าปากค้างอย่างใเพราะแร่และวัตถุดิบเ่าั้หายากยิ่ง หากองค์หญิงน้อยเสวี่ยหลินกลับมีมันมากมาย
มือน้อยๆ ยกขึ้นร่ายเวทครู่เดียวประกายแสงเรืองรองก็ครอบคลุมของเ่าั้ ผ่านไปอีกราวห้าลมหายใจที่ปรากฏเบื้องหน้าของทุกคนคือขวานขนาดใหญ่เล่มหนึ่ง นางผลักขวานนั้นให้จิ้นเหอ
“ท่านอาลองใช้ดูสิเ้าคะ”