ข้านั้นหลังจากแยกกับท่านเจ้าเมืองข้า เล็งหาโรงเตี้ยมที่มีที่พักอยู่จนมาพบเข้ากับโรงเตี๊ยมที่มีชื่อว่า โรงเตี๊ยมจันทรา ข้าเข้าไปยังแล้วถามเสาะหาห้องนอน ข้าจึงขอห้อง ที่ดูดีที่สุดออกไปพร้อมกับ
โยนเงิน 1000 เหรียญทองออกไปข้าจึงได้ห่องที่ดูสวยงามหรูหรามาข้าจึงเข้าไปยังห้องและปิดประตูก่อนจะล้มตัวนั่งสมาธิ
ข้ากลับมาอยู่ ณ ห้องความคิดนิรันดร์ของข้า ที่มีประตูให้เข้ามากมาย วันนี้ข้าเลือกที่จะเข้าประตูสวรรค์ เนื่องจาก ข้ายังไม่เคยเห็นสวรรค์ ส่วนประตูนรกไว้ค่อยๆว่างๆข้าค่อยเข้าไป
เมื่อข้าเข้ามายังประตูสวรรค์ ร่างกายของข้ากลับเป็นรูปร่างแทนที่จะเป็นจิตวิญญาณ ข้าเดินอยู่บนปุยเมฆโดยไม่ล่วงหล่นลงด้านล่าง ภายข้างหน้าของข้า เป็นเมืองๆหนึ่งแน่ๆเนื่องจากมีกำแพงกั้นอยู่มากมายและสฟุงตระหง่านตา
ข้าจึงไม่เห็นอะไรในเมืองนั้น ข้างหน้าของข้ามี ทหารยาม 2 นาย และผระตูทางเข้าที่ปิดอยู่มีรวดลายสีทองขาวที่สวยงามอร่ามตามากๆ
เมื่อข้าสาวเท้าเดินตรงเข้าไป ทหารยามผู้หนึ่งยกทวนขึ้นมาขวางข้าคล้ายเหตุการณ์ในครั้งแรกที่ข้าเข้าเมืองหมอกทมิฬเลยแฮะ ฮ่าๆ
ยามผู้นั้นจึงกับข้าว่า "เจ้าเป็นมนุษย์มิมีสิทธิ์เข้าแดนสวรรค์""มนุษย์ที่ไหนจะเข้ามายังสวรรค์ได้กันเล่า" ทหารอีกคนกล่าว
ทหารผู้นั้นจึงยกทวนออกและ กล่าวมาว่า"อย่าสร้างปัญหาก็แล้วกัน!! อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!!" กล่าวเสร็จเขาจึงเปิดประตูให้ข้าเข้าไป
ข้าจึงน่างเท้าเข้าไปเรื่อยๆจนพ้นประตู ประตูจึงปิดลงข้าจึงหันไปมองยังด้านหน้าข้า มีตำหนักมากมายที่ยิ่งใหญ่ที่ข้ามิใครพบเจอสิ่งที่ข้าเห็นจะที่สุดก็คงเป็นต้นไม้หลากสี ต้นไม้ทองเงิน
ข้าก้าวเดินไปทั่วจนพบเจอศาลเจ้าแห่งหนึ่งมีผู้คนมากมายเข้ามากรูกันเพียบ ข้าเห็นเด็กผู้หนึ่ง จึงกล่าวถามไปว่า "นี่เด็กน้อย ที่นี่คือเท่าไหรหรือ เหตุใดผู้คนจึงมากถึงเพียงนี้เขามาทำอะไรหรือ"
เด็กน้อยหันมาทางเพ่งพินิจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบมาว่า"ที่นี่คือ ตำหนักของสำนักสวรรค์บัญชา ซึ่งเป็นสำนักอันดับของดินแดนสวรรค์แห่งนี้หากเจ้าต้องการดูการประลอง ก็จงเดินเข้ายังข้างใน ข้างนอกนี้เป็นเพียงการกราบไว้เทพผู้เป็นเจ้าสำนักสวรรค์บัญชา ที่มีอายุมายาวนานถึง 6แสนปี พลังตบะก็สูงถึง 5 แสนปี ระดับก็อยู่ในขั้น เทพพิทักษ์สวรรค์ ขั้นกลาง"
ข้ายืนอึ้งกับคำกล่าวเมื่อครู่อยู่ครู่นึง อะไรคือระดับ เทพพิทักษ์สวรรค์อะไรคือพลังตบะ แล้วเหตุใดเขามีอายุนานเยี่ยงนี้!!
ข้าหันกล่าวขอบคุณเด็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปยังข้างในที่มีการประลองกันอยู่ ซึ่งฝ่ายสีฟ้าคือ คนของสำนักสวรรค์บัญชา ส่วนฝ่ายสีแดงคือ ผู้เข้าประลองเพื่อดูความสามารถ ในการเข้าสำนักแห่งนี้
ข้ารู้สึกตื่นเต้นกับการต่อสู้ในครั้งนี้มากเพราะ ข้าไม่อยากจะคิดว่า เทพบนสวรรค์เขาจะใช้ความสามารถอย่างไรในการต่อสู้
หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มการต่อสู้ ฝ่ายสีแดง เปล่งพลังชนิดหนึ่งออกมา พร้อมใช้พลังอีกชนิดนึงสร้างกระบี่1หมื่นเล่มมีสีทองอร่าม พุ่งเข้าไผยังสีฟ้าที่เป็นคนของสำนัก
ระดับพลังที่เข้าทั้งสองเปล่งออกมานั้นมันเหนือกว่าข้าในอดีตเสียอีก!! และข้าคิดว่ามันอาจจะเหนือกว่าชนชั้นลมปราณแห่งดาราทวิภพอยู่หลายขุม ก็ว่าได้ เรียกได้ว่าเทียบไม่ได้เลย
ถึงว่าหล่ะเหตุใดตระกูลของข้าและข้าจึงถูกสังหารได้ง่ายดาย
เมื่อข้าเห็นเหตุการณ์แบบนี้จึงหันไปถามคนผู้หนึ่งดูเหมือนจะอายุเยอะกว่าข้าหลายปี ข้าถามเขาว่า "ระดับพลังนี่มันอะไรกันหรือ ทำไมดูร้ายกาจยิ่งนัก"
เขาหันมายิ้มอย่างเป็นมิตรก่อนจะตอบว่า "น้องชาย คงจะเป็นคนสามัญมิค่อยฝึกวิชาสินะถึงมิรู้เรื่องแค่นี้ งั้นข้าจะเล่าให้ฟังเทพอย่างพวกเรานั้น เมื่อเริ่มบ่มเพาะพลังตบะเซียน เราก็จะให้สู่การ ใช้พลังฟ้าดินและพลังสวรรค์
โดยขั้นแรกที่ได้รับคือ ระดับ หลอมรวมสวรรค์ ขั้นที่ 1- 6หลังจากขั้นนี้ก็ต่อมาด้วย ระดับ พิชิตสวรรค์ ขั้นที่ 1-6 ระดับ นักรบสวรรค์ 1-6 ,ระดับ แก่นแท้สวรรค์ ขั้นที่ 1-6ระดับจุติดาราสวรรค์ ขั้นที่ 1-9 และสุดท้ายคือ ระดับเทพพิทักษ์สวรรค์ ขั้นที่ 1-9 ซึ่งผู้คนที่อยู่ในระดับสุดท้ายคงจะเป็น เจ้าสักนัก หรือไม่ก็ ผู้ปกครองดินแดนสวรรค์ เทียนจวิน องค์กัจจุบันเป็นองค์ ที่ 2 ตั้งแต่กำเนิดฟ้าดินมา "
ข้าพยักหลายคราเมื่อคลั้นที่พี่ชายคนนี้กล่าวมา หลังจากนั้นข้าก็ถามต่ออีกว่า "แล้วสอง คน นี้อยู่ระดับไหนกันหรือ" ข้าทำสีหน้างุนงงจน พี่ชายคนนั้นหันมามองด้วยท่าทีตกใจ ก่อนจะกล่าวว่า"ข้านึกว่าจะรู้แล้วเสียอีก สีฟ้าคนจากสำนักอยู่ระดับ พิชิตสวรรค์ ขั้น 6 ส่วนฝ่ายผู้ท้าแข่งสีแดงนั้นอยู่ในระดับ พิชิตสวรรค์ ขั้น 3 !!"
"อื้มม อย่างงี้นี่เอง ข้าขอบคุณพี่ชายมากๆ" ข้ากล้าวพลันโค้งคำนับเล็กน้อย พี่ชายผู้นั้นหันหน้ามายิ้มให้ข้าก่อนจะพลันกลับไปดูการต่อสู้
ข้าในขณะนี้จึงกลับไปยังห้วงความคิดแห่งความว่างเปล่าซึ่งก็คือหน้าประตูทั้งหลาย แล้วค่อยๆปริตา แล้วจึงลืมตามองสิ่งต่างๆ
ข้าใช้เวลาอยู่ในสวรรค์ ราวๆ 10 ปี หลังจากนั้นข้าจะงลุกออกจากเตัยงและลงไปยังข้างล่างก่อนจะออกจากโรงเตี๊ยมไปยังสถานที่ ที่เคยเป็นของตระกูลข้า
คลั้นเมื่อข้ามาถึง สิ่งที่เห็นที่อยู่ตรงหน้าข้า พลันทำให้ข้าน้ำตาไหลรินลงจากดวงตา ก่อนจะกล่าวว่า "ทำไมเป็นเช่นนี้กัน สิ่งที่ข้าเห็นอยู่นี้ เป็นที่ไตระกูลข้าเคยอยู่จึงหรือ เหตุใดมันจึงว่างเปล่า มีเพียงป่ารกร้างอยู่ข้าพลันล้มตัวลงครู่นึงแล้วค่อยปาดน้ำตาที่รินไหลแล้วยันตัวกายตัวเองลุกขึ้นจากพื้น
ข้าจะล้างเผ่าสวรรค์สำนักที่บังอาจล้มล้างตระกูลข้าเมื่อข้าคิดว่าอีกนานกว่าข้าจะบรรลุชนชั้นลมปราณแห่งดาราทวิภพ เมื่อถึงครานั้นข้าก็จักต้องยึดครองสำนักใหญ่ๆหลายสำนักก่อน!!
ข้าเดินจากตระกูลของข้า้วกลับไปยังโรงเตี๊ยมก่อนจะเดินหาข่าวต่างๆแถวนี้โดยใช้เสียงแสนลีั ข่าวที่ข้าได้มาล้วนพอใจแก่ข้ายิ่ง
ในเมืองมังกรบรรพชน นี้เมืองสถานศึกษาหรือที่เล่าเรียนให้แก่เหล่าอัจฉริยะ ตามแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะต่อสู้ ปรุงยา และอักขระสวรรค์ แต่ข้าคิดว่าจะไปสองสายก็พอเนื่องจากอักขระสวรรค์ข้าก็เก่งกว่าผู้ใดใต้หล้านี้แล้ว
ข้าจะสร้างชื่อเสียงโดยค่อยๆไป ด้วยการล้มผู้ที่ชอบข่มขี่ผู้อื่นจนล้มผู้ที่แข็งแกร่งคนสุดท้าย
และข่าวอีกหลายข่าวที่ข้าได้รับเกี่ยวกับสำนักต่างๆ ข้าคิดไว้ว่าจะไปยังสำนักอสรพิษสวรรค์สักหน่อย เนื่องจาก มันคือ1 สำนักที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรแห่งนี้ ซึ่งมี 5 สำนักที่ยิ่งใหญ่ปกครองอยู่ และสำนักที่เป็นที่ 1 ก็คือ สำนักมายาสะท้านฟ้า ซึ่งข้ากะคิดไว้ว่าจะไปเยือนเมื่อข้ายึด 4 สำนักครบหมดแล้วเท่านั้น ฮ่าๆๆ
แล้วเจอกันตอนหน้าน๊ออออ นี่คือตอนสำหรับพรุ่งนี้แต่อัพไว 5555+