ด้านหลังของสำนักหมอหลวงได้มีชายสองคนที่ทางศาลต้าเว่ยกำลังจับตามองได้แอบนัดพบกันเพื่อวางแผนที่แสนจะชั่วร้าย ชายสองคนที่ว่าคือหมอหลวงใหญ่สุ่ยกับเซียนร้อยพิษเจียงเวินซูทั้งสองถูกจับตามองโดยศาลต้าเว่ยมาั้แ่เริ่มมีคดีผีน้ำตามคำรับสารภาพของคนร้ายในคดีนี้ เพราะเื่ที่ทั้งสองก่อขึ้นและกำลังจะทำนั้นมันร้ายแรงมีโทษปะาถึงเจ็ดชั่วโคตรหรือปะาทั้งตระกูลก็ว่าได้
"คารวะ ท่านหมอหลวงใหญ่"เจียงเวินซู
"อืม เตรียมพร้อมหรือยังพรุ่งนี้เราจะพลาดไม่ได้ หากพลาดเ้ากับข้าได้จบชีวิตลงแน่" หมอหลวงใหญ่สุ่ย
"ข้าเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วขอรับไม่มีผิดพลาดแน่นอน ท่านรอดูความสำเร็จได้เลยขอรับ" เจียงเวินซู
"ดี พรุ่งนี้ทุกอย่างจะตกอยู่ในมือของตระกูลสุ่ยเมื่อฮองเฮาตายตำแหน่งก็จะตกเป็ของน้องสาวข้าทั่วทั้งแคว้นต้าเว่ยก็จะตกเป็ของตระกูลสุ่ย ฮ่า ฮ่า" หมอหลวงใหญ่สุ่ย
สองคนชั่วกำลังหลงระเริงคิดว่าแผนของตัวเองแยบยลไม่สามารถมีใครล่วงรู้ได้แต่หารู้ไม่ว่าทุกคำพูดที่เอ่ยออกมาถึงแผนการชั่วได้ต่าง ๆถูกบันทึกไว้โดยองครักษ์เงาของจวินอ๋องและรุ่ยอ๋องเรียบร้อยแล้วไป๋อันกับไป๋เฉินนั้นเริ่มจดบันทึกั้แ่ทั้งคู่เอ่ยปากคุยกันั้แ่คำแรกแล้วคำพูดของทั้งสองคนถูกจดไว้หมดอย่างสมบูรณ์เหลือเพียงให้ผู้ร้ายทั้งสองลงลายมือชื่อเท่านั้น
"ดูเหมือนจะมั่นใจเหลือเกินนะหมอหลวงใหญ่สุ่ย"จวินอ๋อง
"จ จวินอ๋องท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร" หมอหลวงใหญ่สุ่ย
"ทำไมข้าจะมาไม่ได้อีกอย่างข้ามารอเ้าสองคนอยู่นานแล้ว หมอหลวงใหญ่สุ่ย เจียงเวินซูพวกเ้าถูกจับแล้วโทษฐานวางแผนก่อฏ ลอบปลงพระชนม์ฮองเฮา และจับชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ไปทดสอบยาพิษจนถึงแก่ชีวิต"จวินอ๋อง
"ไม่จริง ท่านใส่ร้ายข้าไม่มีหลักฐาน ข้าไม่ยอมรับ" หมอหลวงใหญ่สุ่ย
"หึข้านึกแล้วเ้าต้องพูดออกมาแบบนี้จะบอกอะไรให้นะข้าให้คนจดบันทึกคำพูดและแผนการทั้งหมดของพวกเ้าไว้แล้ว ไป๋อันไป๋เฉิน เอาบันทึกมาให้คนร้ายทั้งสองลงนาม อ้อ!ข้าลืมบอกไปพวกผีน้ำที่พวกเ้าสร้างขึ้นถูกจับหมดแล้วพร้อมกับสารภาพหมดแล้วว่าตระกูลสุ่ยกับเ้าหมอหลวงใหญ่เป็ผู้บงการคราวนี้เ้าดิ้นไม่หลุดแน่ ลงลายมือเสร็จเอาตัวไปที่ศาลต้าเว่ยก่อน" จวินอ๋อง
"ขอรับ" ไป๋อัน
"ขอรับ" ไป๋เฉิง
"ไม่ ไม่ข้าไม่ลงนามอะไรทั้งนั้น ข้าไม่ไปไหน ข้าไม่ผิด ข้าไม่ผิด ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้"หมอหลวงใหญ่สุ่ย
"ข้าไม่รู้เื่อะไรทั้งนั้นปล่อยข้านะปล่อยข้า" เจียงเวินซู
สองคนร้ายโวยวายไม่ยอมรับผิดในสิ่งที่ตัวเองก่อขึ้นไป๋อันกับไป๋เฉินก็คิดไว้แล้วว่าทั้งสองคงไม่ยอมลงนามในบันทึกความผิดโดยง่ายแน่สองพี่น้องบ้านจางจึงจำต้องใช้กำลังนิดหน่อยบังคับให้ทั้งสองยอมประทับลายนิ้วมือลงไป๋อันกับไป๋เฉินจับมือของทั้งสองบิดจนหักแล้วลากไปประทับลายนิ้วมืออย่างว่าแหละพวกขุนนางใหญ่ไม่เคยลำบากเจอบิดมือนิดหน่อย ใช้แรงบังคับเล็กน้อยก็เ็ปมือหักง่ายไม่แข็งแรงเอาซะเลยมาเป็หมอหลวงได้อย่างไรก็ไม่รู้
คนร้ายถูกนำตัวไปกักขังไว้ที่คุกในจวนของจวินอ๋องไว้ก่อนภารกิจจับคนร้ายเสร็จสิ้นจวินอ๋องก็รีบเข้าวังทันทีเพื่อเข้าไปรายงานความเรียบร้อยของภารกิจเพราะมีคนรอฟังข่าวดีหลายคนทั้งยังจะต้องช่วยกันวางแผนรับมือกับคนชั่วที่เหลืออยู่ในวันพรุ่งนี้จัดการทั้งทีต้องเอาคนชั่วออกจากแผ่นดินให้หมดคราวนี้ราษฎรของแคว้นต้าเว่ยจะได้อยู่กันอย่างสงบสุขไม่อดอยากที่ต้องถูกเอาเปรียบจากพวกขุนนางชั่วสักที
พระตำหนักคุนหนิง
วันนี้ทุกคนก็ยังรวมตัวกันที่พระตำหนักคุนหนิงของฮองเฮาเหมือนเดิมอาการของฮองเฮาดีขึ้นมากสามารถเสวยอาหารได้มากขึ้นไป๋หลินได้ตรวจอาการให้เพิ่มเติมพบว่าอีกไม่นานฮองเฮาก็หายดีสามารถเสวยอาหารรสจัดขึ้นได้ตามปกติแล้วทุกคนในพระตำหนักคุนหนิงต่างก็รอข่าวจากจวินอ๋องอย่างใจจดใจจ่อ เพราะจวินอ๋องกับพี่ใหญ่พี่รองของไป๋หลินออกไปปฏิบัติภารกิจั้แ่ยามเฉินจนตอนนี้ยามซื่อยังไม่กลับมาเลยไป๋หลินก็ตื่นเต้นจนวันนี้ไม่ได้ทำอาหารเช้าเลยเป็พี่สะใภ้ทั้งสองเข้าครัวแทน
สี่แฝดบ้านถานรองวันนี้ได้รับรู้ว่านอกจากจะมีท่านลุงฮ่องเต้กับท่านลุงจวินอ๋องเป็พี่ชายบุญธรรมของท่านแม่แล้วยังมีเพิ่มมาอีกหนึ่งคนคือท่านลุงรุ่ยอ๋องสี่แฝดงงมากแค่ท่านพ่อท่านแม่หายไปหนึ่งคืนเท่านั้นเองก็มีพี่ชายบุญธรรมเพิ่มมาอีกแล้วพวกเขาทั้งสี่ก็ได้พี่ ๆ เพิ่มมาอีกหลายคนและได้ลุงสะใภ้เพิ่มมาอีกด้วยทำไมพวกเขาถึงมีญาติเยอะขนาดนี้ไม่แน่อนาคตพวกเขาทั้งสี่คนต้องมีญาติเพิ่มมาอีกแน่ ๆ ลู่ฉินลองคิดเล่น ๆว่าถ้าหากญาติเยอะขนาดนี้สามารถตั้งหมู่บ้านได้เลยนะท่านลุงทุกคนยังมีเงินเยอะและยังเป็ขุนนางอีกด้วยไว้โตขึ้นเขาจะมาทำงานกับพวกท่านลุงนอกจากอยากจะเป็พ่อค้าแล้วเขายังอยากเป็ขุนนางเพื่อจะได้มีเงินเยอะ ๆไว้ให้ท่านแม่ใช้ไม่ขาดมือ
รัชทายาทเฟยหลงได้พาน้อง ๆออกมาเล่นที่ศาลารับรองแขกข้างนอกทุกคนต่างก็ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบมีทั้งวาดรู้ปักผ้า และฝึกกระบวนท่าตามที่ได้เรียนมาฝึกฝนให้คล่องแคล่วมากขึ้นลูกหลานตระกูลหวงจะต้องฝึกวรยุทธ์ไว้ป้องกันตัวเองทุกคนดูเหมือนลู่เซียนกับลู่ตงจะสนใจเป็พิเศษส่วนลู่ถิงที่สังเกตว่าผู้ใหญ่ทุกคนมาอยู่กันครบและมีท่านลุงรุ่ยอ๋องมาเพิ่มด้วยแต่คนที่ไม่เจอเลยคือท่านลุงใหญ่ท่านลุงรองและท่านลุงจวินอ๋องลู่ถิงจึงถามออกมาด้วยความสงสัยว่าท่านลุงทั้งสามหายไปไหน
"ทำไมท่านลุงใหญ่ท่านลุงรองและท่านลุงจวินอ๋องยังไม่มาละขอรับพี่เฟยหลง"ลู่ถิง
"ท่านอารองไปจับคนร้ายที่คิดไม่ดีต่อบ้านเมืองอยู่อีกไม่นานท่านอารองก็กลับมาแล้ว" รัชทายาทเฟยหลง
"ดีจังเลยขอรับโตขึ้นข้าอยากเป็คนที่เก่งและมีวรยุทธ์จะได้ไปจับคนร้ายเหมือนท่านลุงจวินอ๋องขอรับ" ลู่เซียน
"พี่ว่าโตขึ้นอาเซียนของพี่ต้องทำได้แน่นอน"อันหลิง
อันหลิงลูกชายเกอคนโตของไป๋อันกับหลิงฉีเอ่ยปากให้กำลังใจลู่เซียนและยังชมว่าลู่เซียนเก่งยิ่งทำให้พี่ชายคนโตของบ้านถานรองมีกำลังใจมากขึ้นพี่ใหญ่ของสี่แฝดจึงคิดว่าหากโตขึ้นเขาจะต้องเป็ทหารไม่ก็เป็องครักษ์เหมือนท่านลุงใหญ่กับท่านลุงรองให้ได้
"ข้าเองก็อยากเก่งมีวรยุทธ์เหมือนท่านลุงจวินอ๋องเหมือนกัน"ลู่ตง
"อาตงก็ต้องทำได้อยู่แล้ว"เซียวจ้าน
"แล้วลู่ฉินกับลู่ถิงละสนใจในด้านไหน"รัชทายาทเฟยหลง
"ข้าอยากเป็ขุนนางไม่ก็เป็พ่อค้าขอรับจะได้มีเงินเยอะ ๆ ขอรับ" ลู่ฉิน
"ดีโตขึ้นเ้ามาเป็ขุนนางให้พี่ และเป็พ่อค้าดูแลการค้าของแคว้นดีหรือไม่แล้วลู่ถิงละ" รัชทายาทเฟยหลง
"ข้าอยากเป็หมอขอรับท่านพี่รัชทายาท ข้าอยากเป็หมอเก่ง ๆ เหมือนท่านแม่" ลู่ถิง
"ดีเลยตอนนี้พี่เองก็เรียนวิชาแพทย์อยู่และก็ขอเรียนกับมารดาของเ้าแล้วด้วยโตขึ้นเ้าคงต้องมาช่วยงานพี่แล้วละ" เฟยซิน
รัชทายาทเฟยหลงก็ได้ไล่ถามพี่ ๆบ้านเดิมของสี่แฝด แต่เฟยหลงรู้อยู่แล้วว่าบางคนนั้นจะเจริญรอยตามบิดามารดาแน่นอนอย่างอันเทียนคนที่ฉายแววหน่วยก้านดีั้แ่เด็กมีสิทธิ์ที่จะเป็องครักษ์เงาเหมือนบิดาอย่างไป๋อันแน่นอนเฉินตงคนนี้ก็เช่นกันมีสิทธิ์ตามรอยบิดาอย่างไป๋เฉิงส่วนอันหลานที่ดูเยือกเย็นกว่าเด็กทั่วไปเป็ไปได้น่าจะตามรอยมารดาอย่างหลิงฉีเฉินลู่กับเฉินไป๋เองก็มีความเยือกเย็นคล้ายมารดาอย่างเถียนเหมยดูท่าคงไม่พ้นเป็มือสังหารแน่นอนส่วนอันหลิงรัชทายาทเฟยหลงแอบจองไว้แล้ว ฮองเฮาในอนาคตของเขาต้องเป็อันหลิงคนเดียวเท่านั้นท่านพ่อท่านแม่ก็เห็นด้วยและได้มีการทาบทามไว้แล้ว
"นั้นนั้นท่านลุงใหญ่ท่านลุงรองกลับมาแล้ว ท่านลุงจวินอ๋องก็กลับด้วยเราเข้าไปข้างในกันดีหรือไม่ขอรับ" ลู่เซียน
"เล่นอยู่ที่นี่ดีกว่าให้ผู้ใหญ่พวกท่านคุยกันเถอะ พี่ว่ามาเรียนท่าใหม่ดีกว่า" เถียนอัน
"ดีขอรับ ข้าอยากเรียน"ลู่ตง
"ข้าด้วยขอรับ" ลู่เซียน
"ข้าเรียนด้วยขอรับ"เฉินตง
"ข้าเอาด้วย" อันเทียน
"มา ๆพี่จะสอนให้เ้าทั้งสี่คนเอง" เถียนอัน
องค์ชายเถียนอันผู้ฉลาดรู้ดีว่าผู้ใหญ่มีเื่สำคัญคุยกันจึงได้คิดหาวิธีดึงความสนใจน้อง ๆ และดูเหมือนจะได้ผลมาก
ภายในห้องรับแขกของพระตำหนักคุนหนิง เมื่อทุกคนได้รับข่าวดีเื่จับหมอหลวงใหญ่สุ่ยกับเซียนร้อยพิษเจียงเวินซูได้สำเร็จทุกคนก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่งแต่อย่างที่บอกหากต้องกวาดล้างคนชั่วมันต้องล้างบางให้หมดต้องถอนรากถอนโคนไม่ให้เหลือแผนการสำหรับพรุ่งนี้จะเป็การปล่อยข่าวเื่ฮองเฮาโดนยาพิษจนสิ้นพระชนม์ เพื่อที่จะล่อให้พระสนมสุ่ยกุ้ยเฟยกับอัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาให้ออกมาพบกัน
เพราะหากแผนที่ตระกูลสุ่ยวางไว้สำเร็จอัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาจะเริ่มให้ดำเนินแผนขั้นต่อไปแน่นอนและที่ที่นัดพบวางแผนหรือพูดคุยหารือได้ดีที่สุดคือวังหลังเพราะคนที่จะเขาวังหลังได้ต้องเป็พระญาติของเหล่าพระสนมเท่านั้นไป๋หลินก็บอกให้ใช้วิธีเดิมคือดักรอให้คนร้ายพูดคุยกันออกมาแล้วก็จดบันทึกไว้เป็หลักฐานแค่นี้คนชั่วตระกูลสุ่ยก็ดิ้นหนีกันไม่หลุดแล้วเพื่อไม่ให้ตระกูลสุ่ยกล้าหลบหนีหรือแข็งข้อให้เอาถ้อยคำที่บันทึกได้ไปติดประจานเพื่อชาวเมืองแคว้นต้าเว่ยได้รับรู้ถึงความชั่วของคนตระกูลสุ่ยและจะได้ช่วยเป็หูเป็ตาให้ราชสำนักด้วย
"แผนการที่เ้าคิดสุดยอดจริง ๆไป๋หลิน ถือว่าช่วยราชสำนักได้เยอะมาก คราวนี้แหละการปฏิรูปราชสำนัก เหล่าขุนนางและสำนักหมอหลวงได้มาถึงแล้ว ข้าในฐานะฮ่องเต้แห่งต้าเว่ยจะทำการปฏิรูปทั้งหมดข้าจะจัดการทดสอบขุนนางกับหมอภายในสำนักหมอหลวงจะต้องเป็คนที่มีความสามารถและสอบผ่านเท่านั้นถึงจะยังรับราชการได้ข้าจะปลดขุนนางและหมอที่สอบไม่ผ่านทั้งหมดและตรวจสอบเื้ัว่ามารับราชการด้วยวิธีไหนหากพบว่ามีการติดสินบนในการสอบครั้งแรกข้าจะสั่งลงโทษสถานหนักทันที"ฮ่องเต้หลงเห่อ
"เออ หลัวฟาง ไป๋หลินเื่ของคดีร้านผ้าตระกูลเหม่าสืบได้กระจ่างแล้วนะเถ้าแก่หงเป็คนสั่งให้ลูกน้องไปทำร้ายสามีของเหนิงกั๋วจนตายตอนนี้ทางศาลต้าเว่ยได้จับเถ้าแก่หงมาลงโทษเรียบร้อยแล้วเถ้าแก่ชั่วนั้นถุกเนรเทศไปเป็แรงงานที่ชายแดนเรียบร้อยแล้วไม่มีทางกลับมารังแกเหนิงกั๋วกับลูก ๆ ได้อีกแน่นอน" จวินอ๋อง
"ดีเลยขอรับข้ากับไป๋หลินก็กำลังจะถามความคืบหน้าของคดีนี้พอดีเลยขอรับ" หลัวฟาง
"นั้นสิเมื่อทุกอย่างกระจ่างแล้วคนชั่วก็ได้รับบทลงโทษแล้ว เดี๋ยวมื้อเที่ยงข้าจะทำอาหารเมนูใหม่ให้ทานขอรับ"ไป๋หลิน
"ดีสิ พี่อยากทานอาหารเมนูใหม่ๆ รสจัด พี่ว่าเมนูของเ้าน่าจะอร่อยแน่นอน" ฮองเฮาเฟยหย่า
"แค่คิดว่ามีเมนูใหม่ข้าก็อดใจรอไม่ไหวแล้ว"พระสนมเอกเถียนเจิน
"ถ้าเช่นนั้นข้าไปรับภรรยากับลูกๆ เข้าวังมาทานด้วยดีกว่า" รุ่ยอ๋อง
"เอาสิ ทานหลายคนสนุกดี"ฮ่องเต้หลงเห่อ
"ถ้าเช่นนั้นพี่สะใภ้ใหญ่พี่สะใภ้รองช่วยข้าด้วยนะขอรับ" ไป๋หลิน
"ได้สิพี่ต้องช่วยเ้าอยู่แล้ว" หลิงฉี
"พี่ก็จะช่วยเ้าอีกแรง"เถียนเหมย
"เดี๋ยวพี่ให้จื่อหมัวมัวไปช่วยและจะได้จดสูตรไว้ด้วย"ฮองเฮาเฟยหย่า
"ยินดีถ่ายทอดให้เลยขอรับ"ไป๋หลิน
เมื่อพูดคุยธุระกันเสร็จก็เกือบยามอู่ไป๋หลินจึงรีบพาพี่สะใภ้ทั้งสองและจื่อหมัวมัวพร้อมด้วยนางกำนัลอีกสามคนเข้าห้องครัวหลวงเพื่อไปเตรียมอาหารเที่ยงอาหารเที่ยงที่ไป๋หลินทำมีทั้งหมดสี่เมนูล้วนแต่เป็เมนูที่ภัสกรหรือไป๋หลินชอบทานทั้งนั้นปลากุ้ยหวีนึ่งมะนาว (ปลากะพงนึ่งมะนาว) พะแนงหมู ไก่ใต้น้ำ และยำทะเลรวมรสแซ่บส่วนของหวานมีหนึ่งอย่างคือทับทิมกรอบใส่เนื้อขนุนมีเครื่องสมุนไพรอย่างน้ำกระเจี๊ยบไว้ดื่มตบท้ายมื้อเที่ยงที่เลือกทำเมนูอาหารทั้งสี่นี้เพราะไป๋หลินไปสำรวจห้องครัวหลวงแล้วมีครบทุกอย่างอาหารทะเลก็มีของสด ๆ ส่งตรงมาจากเมืองหลางโจวเมืองท่าที่มีอาหารทะเลมากมายโดยที่จะมีคนจากตวนอ๋องมาส่งอาหารทะเลเข้าวังทุก ๆสองวันแต่อาหารทะเลยังสดใหม่ขนมาในถังขนาดใหญ่ที่มีน้ำทะเลช่วยให้กุ้ง หอย ปูปลายังมีชีวิตอยู่ จึงทำให้พ่อครัวหลวงมีเนื้อสัตว์ไว้ทำเครื่องเสวยที่หลากหลายเพื่อถวายเชื้อพระวงศ์ทุกท่านในวังหลวง
ไป๋หลินพาทุกคนเริ่มทำเมนูแรกคือปลากุ้ยหวีนึ่งมะนาว(ปลากะพงนึ่งมะนาว) นำปลากุ้ยหวีมาล้างให้สะอาดแล้วบั้งปลากุ้ยหวีเอาไว้เพื่อนำไปนึ่งจากนั้นนำปลากุ้ยหวีวางลงบนหม้อดินเผาขนาดพอดีกับตัวปลานำขึ้นฉ่ายไปล้างและหั่นความยาวตามชอบสับกระเทียมสับพริกเตรียมไว้จากนั้นก็เทน้ำหรือน้ำซุปลงในชามผสมใส่น้ำปลา น้ำตาลและน้ำมะนาวคนให้เข้ากันแล้วนำน้ำยำที่ผสมไว้ราดลงไปบนตัวปลาก่อนนำไปนึ่งจากนั้นนำไปนึ่งในน้ำเดือดประมาณสองเค่อ (30 นาที) เมื่อปลากุ้ยหวีนึ่งสุกได้ที่แล้วยกลงจากเตาตกแต่งปลานึ่งด้วยการนำมะนาวหั่นบางๆมาวางบนตัวปลาแล้วโรยกระเทียมกับพริกสับซอยและขึ้นฉ่ายเท่านี้ปลากุ้ยหวีนึ่งมะนาวก็เสร็จเป็ที่เรียบร้อยพอตอนยกขึ้นโต๊ะเสวยให้หาเตาเล็ก ๆมาก่อไฟโดยใช้ถ่านแล้วนำหม้อดินเผาที่มีปลานึ่งขึ้นตั้งเท่านี้ก็สามารถทานปลากุ้ยหวีนึ่งมะนาวที่ยังร้อนๆ ได้อย่างอร่อย
เมนูที่สองพะแนงหมูอย่างที่บอกว่าภัสกรชอบอาหารที่ทำมาจากกะทิมากพอดูวัตถุดิบในห้องครัวหลวงแล้วก็อดใจไม่ไหวที่จะทำเมนูโปรดอีกหนึ่งเมนูอย่างพะแนงหมูโดยที่ไป๋หลินเตรียมเครื่องพริกแกงแล้วให้พ่อครัวหลวงช่วยตำไป๋หลินจะเป็คนคอยบอกขั้นตอนการทำเริ่มนำพริกชี้ฟ้าแดงแห้งใหญ่พริกแดงแห้งเล็กที่แช่น้ำทิ้งไว้จนนิ่มลงมาหั่นเป็ชิ้นเล็ก ๆเสร็จแล้วแกะเอาเม็ดพริกออก จากนั้นใส่ลูกผักชี ยี่หร่า ในครกหินตำให้เข้ากันแล้วใส่รากผักชี ตะไคร้ ข่า ตำต่อให้ละเอียดแล้วใส่กระเทียม หอมแดง ถั่วลิสงผิวมะกรูดใส่เกลือลงไปหยิบมือ เพื่อช่วยดูดซับน้ำจากส่วนผสมและตำได้ง่ายขึ้นนำพริกชี้ฟ้าแดงแห้งใหญ่ พริกแดงแห้งเล็กมาบีบน้ำออกแล้วใส่ลงไปตำต่อให้ละเอียดให้เข้ากันจนเป็เนื้อเดียวเป็อันเสร็จ
ไป๋หลินเสียดายอย่างเดียวที่ไม่มีกะปิสงสัยต้องไปหลางโจวเพื่อหาเคยมาทำกะปิแล้วละเพราะถ้ามีกะปิพริกแกงจะอร่อยขึ้นไปอีกส่วนกะทิก็ให้นางกำนัลช่วยกันขูดมะพร้าวแล้วเอามาคันเอาน้ำกะทิในปริมาณที่้าเมื่อได้พริกแกงกับน้ำกะทิตามที่้าแล้วไป๋หลินก็เริ่มทำพะแนงหมูทันทีเริ่มจากใส่หัวกะทิลงในกระทะนำขึ้นตั้งไฟอ่อนใส่น้ำพริกแกงพะแนงลงผัดจนหอมแล้วค่อยเติมกะทิลงไปอีกครั้งผัดต่อจนหอมและแตกมันตามด้วยใส่เนื้อหมูและใบมะกรูดลงผัดปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลผัดผสมจนเนื้อหมูสุกและน้ำเริ่มข้นใส่ใบโหระพาลงผัดยกลงจากเตาตักใส่จานโรยด้วยใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าแดงซอยพร้อมรับประทาน
เมนูที่สามไก่ใต้น้ำเริ่มจากตำเครื่องแกงกันก่อนใส่ของที่ตำยากลงไปก่อน ได้แก่ ข่าสับละเอียด ตะไคร้หั่นแว่น และพริกตามด้วยตำก้านผักชี กระเทียม และหอมแดง ใส่เกลือนิดหน่อยเพื่อให้ตำง่ายขึ้นตำเครื่องแกงพอหยาบ ๆ ไม่ต้องละเอียดมาก หน้าที่ตำเครื่องแกงก็ยังคงเป็พ่อครัวหลวงเหมือนเดิมจากนั้นล้างไก่และสับตามชอบนำมาใส่หม้อดินเผานำเครื่องแกงที่ตำไว้มาใส่หม้อแล้วคลุกให้เข้ากับไก่ตามด้วยใส่ขมิ้นที่ตำแล้วลงไปปรุงรสด้วยน้ำปลากับน้ำตาล เพิ่มสมุนไพรหอม ๆด้วยต้นหอม ใบมะกรูด ข่าหั่นแว่นและตะไคร้หั่นท่อนคนให้เข้ากันดี
จากนั้นก็นำหม้อดินเผาที่ผสมไก่ไว้ไปตั้งเตาไฟนำอ่างใส่น้ำวาง้าโดยอ่างน้ำต้องปิดมิดปากหม้อไว้จากนั้นก็ให้ผู้คุมไฟเร่งไฟให้แรงขึ้นรอจนน้ำเกิดฟองเล็ก ๆ แล้วเทน้ำในอ่างทิ้งแล้วนำน้ำมาใส่ในอ่างใหม่แล้วนำมาวาง้าเหมือนเดิมระหว่างที่เติมน้ำใหม่ให้คนไก่กับส่วนผสมให้เข้ากันเพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อได้ซึ่งไอน้ำที่อ่าง้าจะทำให้ไก่สุกได้ดีเปลี่ยนน้ำในอ่างสามรอบพอรอบที่สามก็เสร็จเรียบร้อยไก่สุกกำลังดีเลย
เมนูสุดท้ายยำทะเลรวมเริ่มจากโขลกพริกกับกระเทียมพอแหลกแล้วปรุงรสชาติด้วย น้ำปลาน้ำตาลและน้ำมะนาวผสมรอในอ่างใหญ่ไว้ จากนั้นตั้งไฟต้มน้ำรอให้น้ำเดือดแล้วใส่พวกกุ้ง ปลาหมึก ปู และปลากุ้ยหวีหั่นชิ้นลงไปลวกพอสุกยกขึ้นมาเทในอ่างที่ผสมน้ำยำไว้ คลุกเคล้าให้เนื้อสัตว์กับน้ำยำให้เข้ากัน จากนั้นใส่ขึ้นฉ่าย หอมใหญ่และมะเขือเทศคลุกเคล้าอีกรอบให้เข้ากันก็เป็อันเสร็จเรียบร้อย
ของหวานไป๋หลินก็ทำทับทิมกรอบใส่เนื้อขนุนเพราะว่าในห้องครัวหลวงมีแห้วกับขนุนพอดีจึงคิดจะทำทับทิมกรอบทานกับน้ำแข็งไป๋หลินรู้มาว่าที่ในวังหลวงแห่งนี้มีห้องเก็บน้ำแข็งจึงทำให้ที่วังมีน้ำแข็งไว้กินได้ทั้งปีไป๋หลินให้นางกำนัลแกะเอาเนื้อขนุนไว้รอ ส่วนเขาก็เริ่มทำตัวทับทิมกรอบเริ่มจากนำแห้วมาหั่นเป็ชิ้นเต๋าขนาดพอดีแล้วนำไปแช่ในน้ำเปล่าที่ผสมสีแดงธรรมชาติที่ได้มาจากครั่งแช่แห้วทิ้งเป็เวลาหนึ่งเค่อ (15 นาที)สีแดงที่ละลายน้ำไว้จะซึมเข้าไปในแห้วทำให้เปลี่ยนเป็สีแดงจากนั้นนำแห้วที่เปลี่ยนเป็สีแดงแล้วไปซับน้ำออกให้พอหมาดแล้วนำไปคลุกกับแป้งมันให้ทั่วต่อมาตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือดนำแห้วที่คลุกแป้งมันแล้วมาร่อนเอาแป้งส่วนเกินออกแล้วใส่ลงไปต้มในน้ำเดือดเมื่อแป้งที่เคลือบแห้วเริ่มเปลี่ยนเป็สีใส่และตัวทับทิมกรอบลอยขึ้นมาแสดงว่าสุกแล้วให้ตักขึ้นลงแช่ในน้ำที่ใส่น้ำแข็งไว้ขั้นตอนต่อมาตั้งหม้อใช้ไฟกลางใส่หัวกะทิและใบเตยลงไปเมื่อหัวกะทิเริ่มร้อนใส่น้ำตาลและเกลือลงไปคนให้ละลายเข้ากันดีตักทับทิมกรอบใส่ชามราดด้วยน้ำกะทิพอตอนยกขึ้นโต๊ะเสวยค่อยใส่น้ำแข็งเพิ่มเพื่อความเย็นสดชื่นเท่านี้ก็พร้อมทานอย่างอร่อยแล้ว
มาถึงเมนูเครื่องดื่มตบท้ายมื้อเที่ยงด้วยน้ำสมุนไพรอย่างน้ำกระเจี๊ยบสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยรักษาอาการท้องผูก ไอ มีเสมหะ ปัสสาวะแสบขัด นิ่วในไตเป็แผลในกระเพาะอาหาร สามารถนำมาทำเครื่องดื่มได้ไป๋หลินนำดอกกระเจี๊ยบสดแกะเมล็ดออกล้างน้ำให้สะอาด แล้วเติมน้ำใส่หม้อใส่ดอกกระเจี๊ยบต้มเคี่ยวไฟกลางประมาณสองเค่อเคี่ยวจนน้ำออกสีแดงเข้มๆ เคี่ยวน้ำกระเจี๊ยบได้ที่แล้วตักดอกกระเจี๊ยบออกเติมเกลือนิดหน่อยและเติมน้ำตาลลงไปแล้วก็ชิมรสหวานตามชอบ พักให้เย็นเวลาดื่มค่อยเติมน้ำแข็งลงไปยิ่งอร่อย
ทั้งอาหารคาวทั้งสี่เมนู ขนมหวานและเครื่องเสร็จเวลามื้อเที่ยงพอดีทุกคนต่างก็ช่วยกันยกไปที่พระตำหนักคุนหนิงทันทีเพราะทุกคนกำลังรออาหารมื้อเที่ยงที่ค้นคิดโดยไป๋หลินอย่างคาดหวังยิ่งสี่แฝดบ้านถานรองสี่แฝดนั้นโอ้อวดกับพี่ ๆไว้เยอะจนองค์รัชทายาทและองค์ชายต่างก็ตั้งตารออาหารเมนูใหม่
"ไป๋หลินเมนูใหม่ของเ้าไม่ทำให้พี่ผิดหวังจริงๆ วันนี้พี่เจริญอาหารมาก ยิ่งเมนูที่มีกุ้งกับปลาพี่ยิ่งชอบปลากุ้ยหวีนึ่งนี่ยิ่งอร่อย รสไม่เหมือนกับปลานึ่งที่เคยกินมาเลยอร่อยจนอยากทานต่อเรื่อย ๆ " ฮองเฮาเฟยหย่า
"นั้นสิส่วนพี่ชอบจานที่มีน้ำแกงสีส้มนี้มากอร่อยกลมกล่อมที่สุด" พระสนมเอกเถียนเจิน
"ข้าชอบทุกเมนูเลยวันนี้ได้ทานอาหารพร้อมทุกคนแล้ว ข้ามีความสุขมาก" ฮ่องเต้หลงเห่อ
ทุกคนก็ทานอาหารจนหมดไม่เหลือสักจานเมื่ออาหารหมดแล้วก็ตามด้วยของหวานอย่างทับทิมกรอบใส่เนื้อขนุน เติมน้ำแข็งเย็น ๆยิ่งสดชื่นเข้าไปอีก แล้วต่อมาตบท้ายด้วยเครื่องดื่มสมุนไพรน้ำกระเจี๊ยบใส่น้ำแข็งเย็นๆ ชื่นใจแค่นี้ทุกคนก็มีความสุขแล้ว
เช้าวันต่อมาเป็ที่แสนจะวุ่นวายมากในวังหลังมีทั้งเสียงโวยวายของประมุขแคว้นและเสียงร้องไห้เสียใจของพระสนมเอกและเหล่าหมัวมัวกับนางกำนัลท้องฟ้าวันนี้ไม่ได้สดใสเหมือนอย่างเคยเพราะข่าวร้ายอันแสนโศกเศร้าของมารดาแห่งแผ่นดินได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมาทุกคนในวังต่างก็โศกเศร้าเสียใจแต่กลับมีบุคคลบางกลุ่มยินดีกับข่าวการจากไปของฮองเฮามากจนเก็บอาการไม่อยู่นั้นคืนตระกูลสุ่ยที่พอได้ยินข่าวประกาศไปทั่ววังหลวงพระสนมสุ่ยกุ้ยเฟยก็รีบให้คนไปส่งข่าวหาหมอหลวงใหญ่กับอัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาบอกข่าวดีเื่แผนที่วางไว้สำเร็จแล้วแถมยังชมหมอหลวงใหญ่พี่ชายของตนว่าทำได้ยอดเยี่ยมดำเนินแผนการได้ไวมากพอถึงยามซื่ออัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาก็เข้าวังมาพบกับพระสนมสุ่ยกุ้ยเฟยเพื่อคุยเื่แผนการต่อไปทั้งสองแปลกใจที่หมอหลวงใหญ่ไม่เข้ามาสักทีแต่ได้ถามกับคนสนิทแล้วหมอหลวงใหญ่กำลังยุ่งกับงานจะตามมาภายหลังแต่ที่จริงแล้วหมอหลวงใหญ่ถูกจับไปแล้วคนที่ส่งข่าวมาก็คือตัวปลอมลุงกับหลานก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะแต่หลงระเริงดีใจไปกับข่าวลวงของฮ่องเต้กับฮองเฮาสร้างขึ้นทั้งสองคุยกันถึงแผนการต่อไปคือการเข้าควบคุมองค์ฮ่องเต้แล้วขุนนางพร้อมกับเปิดเผยรายชื่อตระกูลที่เข้าร่วมในแผนการครั้งนี้
ระหว่างที่สองลุงหลานกำลังคุยกันได้มีกองกำลังทหารนำกำลังโดยจวินอ๋องได้ไปปิดล้อมบ้านของขุนนางหลายตระกูลที่อยู่ไหนรายชื่อหมดแล้วเพราะเมื่อคืนเจียงเวินซูได้แปรพักตร์ยอมเปิดเผยจนหมดโดยแลกกับการให้ละเว้นโทษปะาฮ่องเต้หลงเห่อทรงยอมรับข้อเสนอของเจียงเวินซูเมื่อจับกุมกวาดล้างตระกูลขุนนางชั่วเรียบร้อยเกือบหมดเหลือเพียงตระกูลสุ่ยตอนนี้กำลังทหารล้อมจวนไว้หมดแล้วรอแค่สัญญาณจากวังหลวงเมื่อได้สัญญาณจวินอ๋องก็พร้อมจะเข้าจับกุมคนในจวนตระกูลสุ่ยทันทีส่วนพระตำหนักลิ่วกงมีองครักษ์เงาสองพี่น้องตระกูลจางที่ซ่อนตัวและกำลังฟังพร้อมกับจดบันทึกคนพูดทุกคำของพระสนมสุ่ยกุ้ยเฟยกับอัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาไว้ใช้เป็หลักฐานเอาผิดทั้งสอง
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างจดบันทึกนั้นเป็หลักฐานชั้นดีมัดตัวจนดิ้นไม่หลุดได้แล้วไป๋อันกับไป๋เฉินส่งสัญญาณให้รุ่ยอ๋องพาทหารเข้ามาจับกุมตัวคนผิดทันทีแน่นอนว่าทั้งสองไม่ยอมขัดขืนอย่างเดียวจนสององครักษ์เงาจำต้องใช้กำลังตามที่ฮ่องเต้อนุญาตไว้หากทั้งสองขัดขืนให้ใช้กำลังได้เต็มที่จนอัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาแขนขวาขาขวาหักพระสนมสุ่ยกุ้ยเฟยก็นิ้วหักปากแตกจนพูดไม่รู้เื่ พอได้ยินที่รุ่ยอ๋องบอกว่าฮองเฮาทรงยังมีพระชนม์ชีพอยู่นางเองก็เริ่มสติฟั่นเฟือนหนักเข้าไปอีกปากก็พูดคำเดิมซ้ำ ๆ ว่าข้าแพ้เ้าอีกแล้วเฟยหย่าข้าแพ้เ้าเถียนเจินวนไปวนมาอยู่อย่างนั้นระหว่างนำตัวออกนอกวังพระสนมสุ่ยกุ้ยเฟยเห็นฮ่องเต้ ฮองเฮาเฟยหย่าและพระสนมเอกเถียนเจินที่ออกมาดูน้ำหน้าคนชั่วนางเห็นทั้งสามพระองค์ก็เกิดคุมคลั่งจึงหมายจะเข้าไปทำร้ายแต่ก่อนจะถึงตัวทั้งสามพระองค์แต่ก็เจอจื่อหมัวมัวชัดฝ่ามือใส่จนสลบคาที่
วันนี้ในเมืองหลวงค่อนข้างวุ่นวายเพราะกองกำลังทหารได้ควบคุมขุนนางชั่วทุกตระกูลไปที่ศาลอาญาและศาลต้าเว่ยเพราะมีคนผิดเยอะจึงต้องช่วยกันไต่สวนนักโทษมีั้แ่ขุนนางไปจนถึงพ่อค้าที่มีผลประโยชน์ในแผนการก่อฏครั้งนี้มีหลายคนที่ยศทางทหารและมีกำลังเป็ของตัวเองแต่ส่วนใหญ่ทหารเ่าั้ก็ยอมจำนนเพราะไม่ได้้าเข้าร่วมแผนการชั่วอยู่แล้วเพียงแต่ถูกนายของตนปิดบังความจริงพอได้รู้ความจริงก็ยอมร่วมมือทุกอย่างวันนี้ฮ่องเต้ทรงลงมาตัดสินด้วยตัวพระองค์เองทุกคนที่เป็ผู้นำตระกูลและมียศในราชสำนักถูกตัดสินให้ปะาชีวิตทั้งหมดส่วนลูกเมียพ่อแม่ให้ถูกเนรเทศไปอยู่ที่ชายแดนพระสนมสุ่ยกุ้ยเฟยกับอัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาทั้งสามที่มีความผิดหนักที่สุดฮ่องเต้ให้นำตัวทั้งสามคนไปแห่รอบเมืองหลวงก่อนรอบหนึ่งเพื่อให้ราษฎรได้เห็นโฉมหน้าฏแล้วในเวลาต่อมานำนักโทษทุกคนไปที่ลานปะาให้เพชฌฆาตลงมือปะาตามคำสั่งทันที
เมื่อคนชั่วถูกกวาดล้างเรียบร้อยแล้วไม่มีทางกลับมาทำชั่วได้อีกก็ถึงเวลาปฏิรูปสำนักหมอหลวงฮ่องเต้ประกาศให้หมอทุกตำแหน่งทุกขั้นรวมไปถึงข้าราชการทุกฝ่ายในสำนักหมอหลวงต้องเข้ารับการทดสอบหากไม่เข้ารวมและสอบไม่ผ่านต้องออกจากราชการทันทีไม่มีข้อยกเว้นพอประกาศขององค์ฮ่องเต้ออกไปทำเอาคนที่เคยติดสินบนอดีตหมอหลวงใหญ่สุ่ยก็ตกที่นั่งลำบากเพราะคนพวกนี้ไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองเลยมีแค่จ่ายเงินเพื่อเข้ามารับราชการไม่ก็จ้างให้คนมาสอบแทนอาทิตย์ต่อมาทางสำนักหมอหลวงก็ได้จัดการทดสอบบุคลากรทุกฝ่ายในสำนักพอผลสอบออกมาที่คนที่ต้องออกจากราชการไปมากกว่าครึ่งหนึ่งแต่ถึงจะเสียบุคลากรไปมากแต่แลกกับได้คนเก่งและตั้งใจทำงานก็คุ้มค่าเนื่องจากทางสำนักหมอหลวงได้ประกาศให้คนที่สนใจอยากทำงานในสำนักหมอหลวงเข้ามาสอบเพื่อรับราชการก็มีคนสนใจเป็จำนวนมากหลั่งไหลมาสมัครสอบ
เมื่อทุกอย่างผ่านไปด้วยดีไป๋หลินก็เข้าออกไปเรียนรู้งานในสำนักหมอทุกอย่างจนใกล้ถึงกำหนดกลับบ้านที่เมืองิโจวอีกเพียงเก้าวันทุกวันมีอะไรให้ทำหลายอย่างและได้เรียนรู้อะไรใหม่ที่ยังไม่ได้ทำพอจบเื่ราวที่แสนวุ่นวายไป๋หลินกับหลัวฟางก็มีเวลาพาลูกแฝดทั้งสี่เที่ยวเมืองหลวงพาลูกตระเวนทานของอร่อยขึ้นชื่อของเมืองเว่ยโจวเกือบทุกร้านเด็กน้อยทั้งสี่ยังได้เรียนหนังสือเพิ่มเติมจากอาจารย์เก่ง ๆที่ฮ่องเต้จัดหามาให้อีกด้วยพอจบเื่ทุกอย่างหลัวฟางเองเขาก็ได้ใช้ชีวิตกับภรรยามากขึ้นมีเวลาได้เติมความรักให้กันมากขึ้นจนต้องดื่มยาห้ามครรภ์อย่างต่อเนื่องเพราะหลัวฟางเองก็ขยันอ้อนภรรยาขยันแสดงบทรักจนไป๋หลินก็เริ่มคิดแล้วว่าสามีปากร้ายเ็าคนนั้นหายไปไหนทำไมถึงได้มีหลัวฟางคนหื่นขึ้นมาได้แต่มีอีกเื่ไป๋หลินก็ยังคิดไม่ตกตลอดเวลาเพราะั้แ่อยู่เมืองหลวงไป๋หลินรู้สึกว่าตัวเองนั้นได้มาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างในเมืองหลวงหรือนี่จะเป็ชะตาฟ้าลิขิตเหมือนที่พี่สะใภ้รองทำนายไว้จริงดูจากที่ช่วยคิดแผนกวาดล้างคนชั่วไปจนหมดเกลี้ยงสำนักหมอหลวงก็ถูกปฏิรูปใหม่หมดอย่าบอกนะว่านี้คือชะตาชีวิตของข้าที่ต้องตายแล้วมาเกิดใหม่ในโลกนี้จริง ๆ