บทที่ 17 เซี่ยจื่ออวี้เต็มไปด้วยาแ
หลี่หยวน “ปู่ครับ ถ้าเรารอให้ปู่เตือนเราจริง ๆ ป่านนี้บ้านของเราคงจะถูกไฟไหม้ไปหมดแล้ว!”
จากนั้นชายหนุ่มก็เล่าเื่ราวของผู้วิเศษให้ฟัง
หลังจากวางสายแล้ว หลี่หยวนก็เหม่อลอย
ปู่หลี่ที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็มีสีหน้าว่างเปล่าเช่นกัน บนโลกใบนี้ยังมีคนเป็ผู้วิเศษอยู่อีกเหรอ?
เขาอยากไปพบมากจริง ๆ!
สืออี๋ได้ยินบทสนทนาระหว่างปู่กับหลานชายและก็คว้าคอเสื้อของหลี่หยวนมาทันที
“ลูกชาย! ถ้าเขาเป็ผู้วิเศษจริง ๆ เขาอยู่ไหนล่ะ? พวกเราจะเตรียมของขวัญ แล้วไปพบเขากันเถอะ!”
หลี่หยวนถูกแม่ของเขาบีบรั้งจนไอออกมา
เขาเอียงศีรษะพลางมองดูซิงซิง
เ้าก้อนแป้งตัวนุ่มนิ่มกำลังนั่งอยู่บนตักของคุณย่าโดยที่หญิงชรากำลังป้อนของว่างให้อยู่
ปากเล็ก ๆ ขยับเคี้ยวไม่หยุด แก้มกลมนูนป่อง เพราะได้กินขนมหวานแสนอร่อยตัวเธอจึงขยุกขยิกไปมา
หลี่หยวนถอนสายตากลับมา “แค่ก ๆ แม่จะฆ่าลูกชายของตัวเองรึไงเนี่ย?”
“ผมบอกว่าเขาเป็ผู้วิเศษที่เร้นกายไปแล้วไง เร้นกายเข้าใจไหม ไม่มีใครรู้ได้”
สืออี๋คิดตาม ปล่อยมือและพูดด้วยความเสียใจ “เฮ้อ จริง ๆ แล้วหุนหันพลันแล่นไปหาก็เป็การรบกวนอย่างหนึ่ง งั้นก็เท่ากับว่ายังไม่สามารถส่งของขวัญไปได้จริง ๆ เหรอ?”
ผู้วิเศษคนนี้ช่วยชีวิตพวกเราทั้งครอบครัวเชียวนะ!
หลี่หยวนยิ้มอย่างมีความสุข “แม่ ทำไมไม่ปฏิบัติต่อผมแบบผู้วิเศษและให้เงินบ้างล่ะ!”
แปะ! สืออี๋ตบหลังศีรษะหลี่หยวนทันที “ฝันไปเถอะ!”
“แกขึ้นไปเรียกน้องชายสองคนลงมาทำความรู้จักกับซิงซิงสิไป”
หลังจากพูดจบ สืออี๋ก็ขยับเข้าไปใกล้ซิงซิงมากขึ้น
ทันทีที่เห็นสาวน้อย สัญชาตญาณความเป็แม่ก็ล้นหลาม
จะมีสาวน้อยหน้าตาน่ารักขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย!
“มานี่มา ให้ป้ากอดบ้าง ป้ามีชุดเดรสสวย ๆ เยอะมากเลยนะ หนูอยากลองใส่ไหมจ๊ะ?”
ซิงซิงใช้หลังมือเช็ดปาก ดวงตาของเด็กน้อยเป็ประกาย เงยหน้าขึ้นและถามอย่างระวังตัว
“ซิงซิงลองได้เหรอคะ?”
ดูเหมือนเธอจะรู้ว่าตัวเธอน่ารักมาก!!
สืออี๋ประทับใจกับความน่ารักนี้และพยักหน้าอย่างแรง “แน่นอนจ้ะ ซิงซิงลองได้!”
ตอนตั้งท้องลูกคนที่สอง เธอหวังว่าลูกจะเป็ผู้หญิงจึงได้ซื้อเสื้อผ้ากระโปรงของเด็กน้อยมามากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็สินค้าระดับไฮเอนด์ทั้งนั้น
ผลที่ได้คือเป็เด็กผู้ชาย
และยังหวังว่าลูกคนที่สามจะเป็ลูกสาว แต่ก็ยังเป็ลูกชายอีกอยู่ดี
ทว่าในที่สุดกระโปรงตัวใหม่ก็ถูกนำมาใช้สักที
สืออี๋กอดซิงซิงอย่างมีความสุขและพาขึ้นไปชั้นบน
หลี่หยวนพาน้องชายสองคนของเขาไปที่ห้องรับแขกพอดี ทว่าไม่เห็นแม้แต่เงาของแม่และซิงซิงแล้ว
“หือ ไม่ใช่บอกว่ามีน้องสาวที่น่ารักมาหรอกเหรอ?” น้องชายวัยห้าขวบถาม
หลี่หยวน “เดาว่าคงถูกแม่ลากกลับไปที่ห้องแล้วละ”
พูดจบเขาก็ก้มศีรษะลงมองดูน้องชายสองคนของตัวเองที่ถูกทอดทิ้ง
น้องสาว ใช่แล้ว เขาอยากมีน้องสาวที่อ่อนโยน!
…
เมื่อเซี่ยจื่ออวี้นำรถจอดด้านล่าง มันก็กินเวลาไปครึ่งชั่วโมงแล้ว
การกลับมาภายในเวลาครึ่งชั่วโมงนั้นถือว่าถึงขีดจำกัด และแปลว่าเขามาสาย
พ่อไม่เคยฟังเหตุผล ถ้ามาสายก็เท่ากับมาสาย
เซี่ยจื่ออวี้หายใจเข้าลึก ๆ อยู่ที่หน้าประตู จากนั้นค่อยผลักประตูเข้าไป
แสงสีเงินสว่างวาบออกมา!
ร่างของเขาตอบสนองด้วยการกลิ้งไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว!
จากนั้นก็มีเสียงดัง ตู้ม!
แสงสะท้อนของมีดผีเสื้อตอกเข้ากับวงกบประตู จมลงไปสองเิเ
หากเขาหลบช้าไปอีกนิด มีดคงจะเฉือนเนื้อน่องของเขาออกไปแล้ว
ชีพจรของเซี่ยจื่ออวี้เต้นเร็วมาก เขาลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและหายใจหอบ
“พ่อ”
ในห้องรับแขกไม่ได้เปิดไฟมันจึงมืดสนิท มีชายคนหนึ่งกำลังนั่งอย่างเกียจคร้านบนโซฟาพลางขยับนิ้ว
“ไม่เลว การตอบสนองนับว่ายังไว”
กางเกงสูททรงตรงและรองเท้าหนังแวววับมันหรูหรา ซึ่งสื่อถึงความเรียบง่ายและสง่างาม
“ทำไมถึงกลับมาคนเดียวล่ะ สัตว์เลี้ยงตัวน้อยอยู่ที่ไหน?”
เซี่ยจื่ออวี้ยืนอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น หลังตรงก้มศีรษะหลับตาลง สีหน้าไร้ซึ่งการต่อต้าน
“ห้องที่พ่อเห็นไม่ได้เตรียมไว้สำหรับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของผมครับ แต่เป็เพื่อนของผมที่เตรียมให้กับน้องสาวของเขา”
“เขาอยากจะเซอร์ไพรส์วันเกิดน้องสาว แต่ไม่สะดวกจัดที่บ้านตัวเอง เลยมาขอยืมห้องจากผมน่ะครับ”
หลังจากพูดจบเขาก็หายใจเบา ๆ
ในห้องรับแขกที่ว่างเปล่าและมืดมิด ไม่มีอะไรขยับเขยื้อน แม้แต่อากาศยังเย็นเฉียบ
หลังจากนั้นไม่นาน เซี่ยจื่ออวี้ก็ได้ยินเสียงชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ “จริงเหรอ?”
เขาไม่แน่ใจว่าพ่อของเขาเชื่อหรือไม่
หรือบางทีพ่อเขาอาจจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร
เขาแค่มาเตือนสติว่าอย่ากลายเป็คนไร้ประโยชน์
“แกมาสาย” เสียงของพ่อแ่เบา
เซี่ยจื่ออวี้ถอนหายใจออกมา “ขอโทษครับพ่อ เป็ความผิดของผมเอง”
เขาก้มตัวลงเล็กน้อย ถอดเสื้อคลุมออกแล้วคุกเข่าลงไปกับพื้น
ชายคนนั้นโบกมือขึ้น ทันใดนั้นบอดีการ์ดสามคนก็ออกมาจากเงามืด
ก่อนที่เซี่ยจื่ออวี้จะหายใจเข้าลึก ๆ บอดีการ์ดคนหนึ่งก็เตะเขาเข้าที่ท้องทันที!
ทันใดนั้นร่างกายของเซี่ยจื่ออวี้ก็เกร็งขึ้น เสียงความเ็ปหลุดลอดออกมาจากปากเขา แต่ก็ต้องพยายามกลืนมันลงไป
ความเ็ปนั้นเป็ความเ็ปจนแทบจะอาเจียน เขาขดตัวโดยไม่พูดอะไรสักคำแล้วปล่อยให้หมัดชกตัวเองต่อไป
ครั้งแล้วและครั้งเล่า
ความเ็ปมากมายถาโถมจนแทบจะเป็ประสาทหลอน ทว่าในใจยังมีความคิดหนึ่งขึ้นมา
พรุ่งนี้ต้องไปรับซิงซิง จะให้หน้าาเ็ไม่ได้
จนกระทั่งเสียงผู้ชายที่คุ้นเคยคนนั้นะโขึ้น “สู้กลับ”
ทันใดนั้นเซี่ยจื่ออวี่ก็ะโขึ้นมาจากพื้นราวกับเสือ!
ขณะที่เตะหลังเข่าคนหนึ่งได้ เขาก็ใช้มือคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายและล็อกคอของอีกคนไว้แน่น
มุมปากของชายหนุ่มเปื้อนเื ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความดุดัน ความเ็ปแสนสาหัสไม่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวในการสังหาร เขาทำได้อย่างราบรื่น
ชายบนโซฟายืนขึ้นช้า ๆ ยกมือขึ้นเล็กน้อยให้สัญญาณมือ
เซี่ยจื่ออวี้ปล่อยมือและหายใจหอบอย่างหนัก
บอดีการ์ดทั้งสามกลับมาอยู่ข้างหลังชายคนนั้น
“ยังถือว่ามีความคืบหน้าอยู่บ้าง”
หลังจากชายคนนั้นพูดจบเขาก็เดินออกจากประตูไป
เซี่ยจื่ออวี้ต้องทนต่อความเ็ปอย่างรุนแรงที่ขา เขาซวนเซหันหลังกลับ ก่อนโน้มตัวให้ชายคนนั้นเล็กน้อย
“คุณพ่อ เดินทางดี ๆ นะครับ”
เมื่อประตูปิดลงอีกครั้ง ขาของเซี่ยจื่ออวี้ก็อ่อนลงจนทรุดตัวคุกเข่าลงบนพื้น
ขาของเขาดูเหมือนจะหัก รู้สึกยืนไม่ไหว
เขาเพียงแค่พลิกตัว นอนบนพื้นเย็นเยียบ กางแขนกางขาแล้วหลับตาลง
เจ็บไปทั้งตัว
พ่อไม่เคยอดทนต่อการมาสาย และครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรงกว่าเดิมมาก
เขายกมือขึ้นอย่างไม่เต็มใจเพื่อเช็ดเืจากมุมปาก พลางจ้องมองไปที่เพดานด้วยความเหม่อลอย
หลังจากนั้นไม่นาน จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมา ภายในห้องรับแขกที่ว่างเปล่า
ตอนนี้ซิงซิงน่าจะอยู่ที่บ้านของหลี่หยวนและได้มี่เวลาที่ดี
…
บ้านหลี่หยวน
ใน่อาหารเย็น ทั้งครอบครัวนั่งกันที่โต๊ะและมองไปยังชั้นสองด้วยความคาดหวังอย่างกระตือรือร้น
สืออี๋พาซิงซิงกลับไปที่ห้องเป็เวลานาน
หลี่หยวนยังคงพึมพำอยู่ในใจ นี่แม่กำลังทำอะไรอยู่
ถ้าทำให้ซิงซิงไม่มีความสุขขึ้นมาจะทำยังไง?
ขณะที่กำลังคิดอยู่ ในที่สุดประตูชั้นสองก็เปิดออก
“ว้าว”
ทุกคนที่โต๊ะอาหารเย็นอ้าปากค้างพร้อมกัน
นี่ไม่ใช่ว่าเป็เ้าหญิงตัวน้อยจากเทพนิยายจริง ๆ เหรอ?
หน้าตาของเ้าก้อนแป้งงดงาม ผมหยิกเล็กน้อย แก้มขาวขึ้นสีแดงเรื่อกระจายไปทั้วแก้มทั้งสองข้าง
บนศีรษะของเธอมีมงกุฎเล็ก ๆ ดูวิบวับ เพชรบนนั้นเปล่งประกายเจิดจ้าราวกับดวงดาวในดวงตาของเธอ
เธอสวมกระโปรงผ้าชีฟองสีขาวเล็ก ๆ เป็ผ้าโปร่งชั้นดีประดับเพชร
ราวกับนางฟ้าตัวน้อยตกลงมาจากสรวง์ งดงามเกินคำบรรยาย
“นี่มันคือสโนว์ไวท์ สโนว์ไวท์ตอนที่เธอยังเด็ก!”
น้องชายวัยห้าขวบเป็คนแรกที่ะโขึ้น เขาะโลงจากเก้าอี้อย่างตื่นเต้นและพุ่งเข้าไปหาซิงซิง
จากนั้นหลี่หยวนก็คว้าหลังเสื้อเขาไว้
เด็กน้อยอยู่ไม่สุก “พี่ใจร้ายปล่อยผมนะ ผมจะไปหาสโนว์ไวท์!”
ใบหน้าของซิงซิงแดงก่ำ ไม่ใช่แค่ไม่สนุกแบบที่หลี่หยวนคิด ตรงกันข้ามเขารู้สึกตื่นเต้นมาก!
คุณป้าคนนี้ดีจริง ๆ เลย ให้เธอลองชุดเล็ก ๆ ไปหลายชุดแล้วเธอก็ชอบมันทั้งหมดเลย
ยังมีชุดกระโปรงอีกหลายชุดที่ยังไม่ได้ลอง แต่คุณป้าบอกว่าได้เวลากินข้าวแล้ว
สืออี๋ก็หน้าแดงเช่นกัน เพราะถูกความน่ารักจู่โจม
เธอเมินเฉยต่อลูกชายคนเล็กสองคนของเธอที่รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้อยู่บ้าน เธอเดินมายังโต๊ะอาหารและกอดซิงซิงไว้บนตัก
“ซิงซิง คุณป้าป้อนข้าวให้ดีไหมคะ?”
ซิงซิงอยากจะบอกว่าตัวเองโตแล้วสามารถกินข้าวเองได้
แต่เมื่อเห็นสีหน้าคาดหวังจากคุณป้า เธอก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “ได้ค่ะ”
สืออี๋รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมาก ๆ
เธอตักสตรอว์เบอร์รีชีสเค้กหนึ่งช้อนเข้าปากซิงซิงพร้อมกับพูดเบา ๆ
“ซิงซิง ถ้าหนูชอบชุดกระโปรงพวกนั้นก็อยู่บ้านป้าอีกสักสองสามวันดีไหมคะ?”
ใบหน้าของหลี่หยวนบิดเบี้ยว นี่ไม่ใช่แม่ของเขา! เขาไม่เคยได้ยินแม่พูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้มาก่อน!
อีกอย่างแม่เขาขยายธุรกิจทำการลักพาตัวเด็กั้แ่เมื่อไหร่กัน