เมื่อพูดถึงตระกูลโคลร์ คนรุ่นก่อนจะนึกถึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเผ่าพันธุ์สัตว์ ไม่ว่าจะเป็สัตว์ธรรมดาหรือสัตว์กลายพันธ์ุตระกูลโคลร์จะเป็ตระกูลแรกๆ ที่ค้นพบและทำการวิจัยออกมา เรียกได้ว่าความรู้เกี่ยวกับสัตว์มากมายในระบบฐานข้อมูลของทางสหพันธรัฐครึ่งหนึ่งมาจากตระกูลโคลร์ อีกครึ่งหนึ่งรวบรวมมาจากสถาบันวิจัยอื่นๆ ในสหพันธรัฐ
ตระกูลธีเมียและตระกูลโคลร์เกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิดมาั้แ่รุ่นบุกเบิกกาแล็กซี เรียกได้ว่าเป็สหายที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเนิ่นนาน แต่ช่วยหลังๆ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดตระกูลโคลร์จึงตีตัวออกห่างจากตระกูลธีเมีย แม้ไม่ถึงขั้นแตกหักแต่ก็ไม่พูดคุยยุ่งเกี่ยวกันอีก เรียกได้ว่าถ้ามีตระกูลธีเมียที่ไหนก็จะไม่มีตระกูลโคลร์ที่นั่น
ต่อมาเมื่อมีการกวาดล้างตระกูลธีเมีย ตระกูลโคลร์จึงสามารถหลีกเลี่ยงภัยพิบัติครั้งนั้นมาได้แต่ก็ต้องอพยพย้ายถิ่นฐานจาก Star1 ไปยังดาวเคราะห์ที่ห่างไกล
ั้แ่นั้นมาตระกูลโคลร์ก็ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาอพยพไปที่ไหน ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ มีเพียงสิ่งเดียวที่ทิ้งร่องรอยว่าเคยมีตระกูลนี้อยู่ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์สัตว์มากมายในฐานระบบของสหพันธรัฐ
ไม่คิดเลยว่าตระกูลโคลร์ที่ถูกลืมเลือนไปจะอพยพมาตั้งรกรากไกลถึง Star9999 ที่ห่างไกลแห่งนี้ คงเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอกนั่น ทั้งยังมีทายาทหลงเหลืออยู่
" เนทท์!! เนทท์!! " โมเรย์โบกมือไปมาหน้าบาร์เนทท์ที่ยืนเหม่ออยู่หน้าประตูบ้าน
" คุณเป็อะไรหรือเปล่า "
" ไม่มีอะไรครับ ผมแค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะ " บาร์เนทท์ยิ้มตอบโมเรย์ที่เอียงคอมองมาอย่างสงสัย
" งั้นคุณไปอาบน้ำก่อนนะ ผมจะไปเตรียมอาหารเช้ากับเตรียมของไว้ไลฟ์สตรีมก่อน "
" คุณจะทำอาหารจากกระต่ายเขี้ยวกุดเหรอ?? "
โมเรย์ส่ายหัวยิกๆ เมื่อเห็นบาร์เนทท์จ้องมองมาอย่างสงสัย
" อันที่จริงผมมีเื่จะขอร้องคุณอยู่พอดี คือผมไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมรู้เื่พวกนี้ คุณช่วยผมปิดเป็ความลับได้ไหม แต่ถ้าคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพวกมันถ้าผมรู้ผมจะบอกคุณแน่นอน "
โมเรย์ไม่อยากหาเหาใส่หัวตัวเอง ถ้าหากคนพวกนั้นรู้ว่าเขามีความรู้เกี่ยวกับเื่พวกนี้มีหวังได้ถามซอกแซกวุ่นวาย แล้วถ้าเกิดความแตกขึ้นมาเขาจะทำยังไง
" ได้ "
บาร์เนทท์คิดว่าเด็กหนุ่มไม่้าเปิดเผยตัวตนว่าเป็คนตระกูลโคลร์จึงตกปากรับคำ อันที่จริงเขาก็ไม่้าให้ใครรู้เื่นี้เช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเด็กหนุ่มเอง อย่าเห็นว่าความขัดแย้งที่ดูเหมือนจะสิ้นสุดไปนานแล้วนั้นไม่มีผลอะไรอีก ไม่แน่ว่าตอนนี้อาจยังมีคลื่นใต้น้ำที่รอวันโหมเข้าซัดอยู่ทุกเมื่อก็ได้
" ขอบคุณมากนะครับ "
" ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ "
" โอเคๆ มัวขอบคุณกันไปมาแบบนี้วันนี้คงไม่ได้ทำอะไรแน่ คุณไปอาบน้ำเถอะครับผมจะไปเตรียมทำอาหารแล้ว "
" เรย์ " บาร์เนทท์คว้าแขนเรียวเล็กของเด็กหนุ่มเอาไว้เบาๆ เมื่อเห็นว่าเ้าตัวกำลังจะเดินผละออกไป
" ครับ?? "
" ผมมาอาศัยอยู่บ้านคุณจะให้กินฟรีอยู่ฟรีผมคงไม่สบายใจ " บาร์เนทท์ซิงค์ข้อมูลบัญชีของตัวเองเข้านาฬิกา AI ของโมเรย์แล้วพูดต่อ
" นี่เป็รหัสธนาคารของผม ถ้าคุณ้าซื้ออะไรมันจะตัดจากบัญชีของผมโดยตรง "
ฮะ!! มันจะสายเปย์เกินไปแล้ว แต่เขาชอบนะ
" มันจะดีนะครับ " โมเรย์ยิ้มรับอย่างเต็มใจ ก็แหมคนตรงหน้าตัวโตกินเยอะขนาดนี้ ให้เขาจ่ายนิดๆ หน่อยก็เป็เื่ปกติอยู่แล้ว
บาร์เนทท์ยิ้มขำกับท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องของโมเรย์แล้วอดลูบศีรษะเล็กๆ อย่างเอ็นดูไม่ได้
" รหัสไม่จำกัดเหรียญ คุณใช้ได้ตามสบาย ผมไม่ค่อยได้ใช้อะไรอยู่แล้ว "
" รับทราบครับเสี่ย "
บจก.เออเบรย์เทคโนโลยี กรุ๊ป
ไนเจลสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย หลังจากขยี้ตาปรับการมองเห็นชายหนุ่มก็นั่งมึนงงอยู่ที่เดิมไม่ขยับ
ทำไมเขารู้สึกเหมือนลืมอะไรไป
" ตื่นแล้วเหรอ "
ไนเจลสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นชายร่างใหญ่เดินเข้ามาทางประตูด้านหน้า ในมือถือถาดใส่เครื่องดื่มมาด้วยสองแก้ว
หลังจากเพ่งมองสักพักไนเจลถึงจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเมื่อวาน เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ ไนเจลจึงขยับตัวเตรียมวิ่งหนีตามสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันได้ทำอย่างที่คิด คนตรงหน้าก็เข้ามารวบตัวไนเจลเอาไว้เสียก่อนราวกับรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร
" จะไปหนีไปไหน "
" ปล่อยนะ ไม่งั้นผมจะแจ้งตำรวจ "
ไนเจลพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนหนาๆ ที่รวบร่างของตัวเองไว้ อารมณ์โกรธ หวาดกลัว ตื่นตระหนก ผสมปนเปกันไปหมดจนะโออกมาเสียงดัง เสียดายที่ห้องนี้เป็ห้องเก็บเสียงอย่างดี ไม่ว่าไนเจลจะะโดังแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยิน
" โอเค ผมปล่อยคุณก็ได้แต่ถ้าคุณคิดจะหนีอีกอย่าหาว่าผมโหดร้ายก็แล้วกัน "
เมื่อเห็นว่าคนในอ้อมแขนพยักหน้ายอมรับ บาร์เซทท์จึงคลายอ้อมกอดออก แต่พอไนเจลหลุดจากพันธนาการของชายหนุ่มได้ก็หันกลับไปชกใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรงด้วยความโกรธ
" นี่สำหรับที่คุณทำกับผมเมื่อวาน " ว่าจบก็เตรียมวิ่งหนีอีกครั้ง แต่บาร์เซทท์เร็วกว่าจึงคว้าตัวไนเจลไว้ได้อีกครั้ง
" ผมบอกคุณแล้วไงว่าอย่าหนี "
บาร์เซทท์พลิกตัวไนเจลให้หันมาเผชิญหน้ากัน ั์ตาคมเข้มมีแววกรุ่นโกรธจางๆ แต่ไนเจลไม่สะทกสะท้านทั้งยังกระทืบเท้าบาร์เซทท์ไปเต็มแรงจนเ้าตัวเผลอผ่อนแรงที่ล็อกตัวเขาไว้แล้วคิดจะฉวยโอกาสตอนนี้ถีบหน้าท้องของบาร์เซทท์ด้วย แต่บาร์เซทท์คว้าข้อเท้าไว้ได้ก่อนทำให้ไนเจลเสียหลักหงายหลังโดยมีร่างหนาหนักของบาร์เซทท์ทาบทับลงมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
" ลุกออกไปนะ หนักจะตายอยู่แล้ว "
ไนเจลยันหน้าอกของบาร์เซทท์ไว้อย่างนึกรังเกียจ แต่บาร์เซทท์เพียงแค่ขยับเว้นช่องว่างเล็กน้อยทั้งยังใช้วงแขนและ่ขาล็อกร่างไนเจลไว้อย่างแ่า
" จะคุยกันดีๆ ได้หรือยัง "
" คุณก็ลุกขึ้นไปสิ "
" คุยกันแบบนี้แหละ ไม่งั้นคุณก็วิ่งหนีอีก "
" ผมไม่หนีแล้ว "
" ผมไม่ไว้ใจคุณ "
" ไอ้บ้า!! "
" ใช่!! ผมบ้าพอตัวเลยล่ะ จะลองดูหน่อยไหม "
บาร์เซทท์หยักยิ้มทำท่าจะก้มล้มไปหาไนเจลจนเ้าตัวเปลี่ยนมือที่ยันหน้าอกอยู่มายันใบหน้าหล่อเหล่าไว้แทน
" จะคุยก็รีบคุย "
" พูดง่ายๆ แต่แรกก็สิ้นเื่ "
ไนเจลจ้องบาร์เซทท์เขม็ง ใจอยากซัดคนตรงหน้าหนักๆ หลายๆ ทีแต่จนใจที่ทำไม่ได้ จึงได้แต่อดกลั้นเอาไว้อย่างยากลำบาก
" ผมจะถามคุณอีกครั้ง ใครส่งคุณมา "
" นี่ยังไม่จบอีกเหรอ ก็บอกแล้วไงว่าไม่มีๆ หูหนวกหรือสมองเสื่อมหะ!! ไอ้บ้าเอ้ย ไอ้คนเฮงซวย!! " ไนเจลสบถออกมาอย่างเหลืออด
" คุณรู้ไหมว่าผมเป็ใคร "
" ไอ้บ้าตัณหากลับ "
" ไนเจล ดิสซ์!! " บาร์เซทท์เค้นเสียงรอดไร้ฟันพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้หักคอเล็กๆ ตรงหน้าอย่างสุดกำลัง
" อะไร!! " ไนเจละโกลับอย่างลืมกลัว ตอนนี้นอกจากความโกรธแล้วก็ไม่มีอะไรอีก
" คุณต้องอยู่ที่นี่ "
" ไม่!! นายเป็ใครจะมากักขังหน่วงเหนี่ยวคนอื่นแบบนี้ไม่ได้ ฉันจะแจ้งความ "
" เอาเลย ระหว่างผมกับคุณ คุณว่าตำรวจจะเชื่อใคร "
" ไอ้คนชั่ว "
" แล้วแต่คุณจะคิด จนกว่าผมจะจับตัวการได้ คุณต้องอยู่ในสายตาผมตลอดเวลา ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรจริงๆ คุณจะกลัวทำไม "
" ผมไม่ได้กลัว แต่ผมไม่อยู่ที่นี่ คุณมีสิทธิ์อะไรมาบังคับผม "
" สิทธิ์ของเ้าของบริษัท "
ฮะ!! ล้อกันเล่นหรือเปล่า เ้าของบริษัทที่เป็ไอดอลของเขามาตลอดจะกลายเป็คนบ้าเลวทรามตรงหน้าไปได้ยังไง เขาไม่เชื่อ!!
" นายโกหก คุณบาร์เซทท์ไม่มีทางเป็คนบ้าชั่วช้าแบบนายแน่ๆ "
" คุณรู้จักบาร์เซทท์แต่ไม่รู้จักผมเนี่ยนะ ตลกหรือเปล่า "
บาร์เซทท์เลิกคิ้วอย่างนึกขบขัน อารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครู่พลันเบาบางลงเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีดของคนใต้ร่าง
" คุณคือบาร์เซทท์ เออเบรย์จริงๆ เหรอ?? "
ไนเจลไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ต้องยอมรับว่าเขาไม่เคยเห็นตัวจริงของบาร์เซทท์มาก่อน เพราะเ้าตัวไม่ชอบออกสื่อพอๆ กับจอมพลผู้เป็พี่ชาย รูปภาพที่ถ่ายได้ก็มีแต่ด้านหลังและภาพเบลอๆ เท่านั้น
ไนเจลได้ยินได้ฟังเื่ราวของบาร์เซทท์ เออเบรย์อยู่เสมอ เขาคือผู้ชายที่สร้างบจก.เออเบรย์เทคโนโลยี กรุ๊ป ขึ้นมาด้วยตัวเองโดยไม่อาศัยความช่วยเหลือจากครอบครัว ทั้งฉลาดหลักแหลม มีไหวพริบ ที่สำคัญเ้าตัวเป็คนดีมาก เขาช่วยเหลือเด็กๆ ที่ยากจนไร้โอกาสมากมายให้มีอนาคตที่สดใส ไนเจลและโมเรย์ก็เป็หนึ่งในนั้นที่ได้รับโอกาสจากผู้ชายที่ชื่อบาร์เซทท์ เออเบรย์ เขาเลยตั้งปณิธานไว้ว่าจะเข้ามาทำงานที่บริษัทของบาร์เซทท์ให้ได้เพื่อตอบแทนโอกาสที่เขาเคยมอบให้
แต่ความจริงกลับโหดร้ายนัก ไอดอลในดวงใจกลับกลายเป็คนละคน ไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกันเลยสักนิด คิดแล้วไนเจลอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ แต่กลับไม่มีน้ำตาให้ไหลเสียนี่
" แล้วคุณคิดว่าผมเป็ใครล่ะ "
ไนเจลทิ้งมือลงอย่างหมดแรง รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงความฝันที่มีมานานแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ
" ผมอยากร้องไห้จริงๆ "
" อะไรนะ " บาร์เซทท์ขมวดคิ้วอย่างมึนงงไปชั่วขณะ
" ไม่มีอะไร "
" ต่อไปนี้คุณเป็ผู้ช่วยของผม "
" อืม "
" ต้องอยู่กับผมตลอดเวลา ไม่ว่าผมจะไปที่ไหนคุณต้องไปกับผม "
" อืม "
" ย้ายข้าวของของคุณมาไว้ที่บ้านพักของผมด้วย "
" อืม "
" นอนกับผม "
" อืม ฮะ!! เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมต้องนอนกับนายด้วย "
" เห็นคุณตอบอืมๆๆ เลยเช็กดูว่ามีสติอยู่หรือเปล่า " บาร์เซทท์เลิกคิ้วนิดๆ อย่างขบขัน
" คุณมันไอ้โรคจิต ผมจะลาออก "
" เสียใจด้วย ถ้าผมไม่อนุมัติคุณก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น "
" ไอ้บ้าเอ๊ย "
" ผมบ้าได้ก็ว่านี้อีกนะ คุณจะลองดูไหม "
" ไอ้โรคจิต "
" แล้วก็ขอโทษด้วย "
" ..... "
หูฝาดหรือเปล่า?? เมื่อกี้เขาได้ยินอะไรนะ
" คุณว่าอะไรนะ "
" ผมบอกว่าขอโทษ เมื่อวานผมขาดสติไปหน่อย "
" ..... "
" แต่ผมยังไม่ไว้ใจคุณหรอกนะ "
โอเค เขาสรุปได้แล้วว่าอดีตไอดอลในดวงใจของเขาเป็พวกอารมณ์แปรปรวน... ลาก่อนไอดอลของฉัน พูดแล้วอยากจะร้องไห้!!
---------------------------------
*หวังว่าทุกคนจะเอนจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)