กระทะใบใหญ่มากใหญ่เหมือนกระทะตามโรงทานที่ทำกับข้าวแจกผู้คนนั่นแหละ เธอมองเถากลืนจิตแวบหนึ่งก็นะ มันตัวใหญ่ขนาดนั้น ทำอาหารกินทีก็ต้องทำทีละเยอะๆทำนิดเดียวจะไปพอให้มันกินอิ่มได้ไง
เธอหันไปมองหาตะหลิวแล้วก็เห็นตะหลิวอันใหญ่มาก เรียกว่าขนาดพอเหมาะพอดีกับกระทะใบใหญ่นั่นแหละ เธอหยิบตะหลิวขึ้นมาถือตั้งท่ารอจนกระทะร้อนได้ที่แล้วเธอก็เอากระเทียมใส่ลงไป ผัดๆ สองทีแล้วเอาต้นหอม ผักชีพริกและพริกไทยอ่อนใส่ลงไปพร้อมกัน เธอผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นก็เทเกลือลงไปตักน้ำผึ้งใส่ปรุงรสนิดหน่อย แล้วชิมรส “อืม ใช้ได้”
เธอหยิบปลาลงไปผัดแล้วใส่ผักตามลงไปทันที
กลิ่นหอมมากทำให้เถากลืนจิตสูดกลิ่น“หอมมาก”
มันพูดแล้วก็น้ำลายไหลจนเกือบจะไหลย้อยออกมาจากปากมันรีบยกเถาเช็ดๆ น้ำลายที่ย้อยตรงมุมปาก
จ้าวเป่าฉินผัดเสร็จก็แล้วก็รีบตักใส่จานทันทีผัดปลาต้องผัดให้เร็วๆ ปลาจะได้ไม่เละจนดูไม่น่ากิน เธอตักแบ่งใส่จาน 3 จานแล้วผัดปลาที่เหลือต่อ ก็ปลาเยอะขนาดนี้จะให้เธอผัดทีเดียวหมดได้ไงก็ต้องแบ่งผัดซิถึงจะอร่อย
เถากลืนจิตขยับเข้าไปหยิบผัดปลามาจานหนึ่งมันมองซ้ายมองขวาดูว่านายท่านไม่ได้อยู่แถวนี้มันจึงเป่าๆ ให้ปลาหายร้อนเป่าจนกระทั่งอุ่นๆ ดีแล้วมันก็อ้าปากเทกับข้าวจานนั้นเข้าปากไปในคำเดียวทันทีที่ได้กินมันก็เบิกตาโตอย่างประหลาดใจ “อา...ยอยมาก!”
มันพูดไม่ค่อยชัดนักเพราะกำลังเคี้ยวอาหารอยู่
จ้าวเป่าฉินเหลือบมองมันแวบหนึ่งสมแล้วที่จางอี้ปินเรียกมันว่า ‘ตัวตะกละ’ เธอลงมือผัดปลาต่อ
เถากลืนจิตกินหมดแล้วมันจ้องมองปลาอีกสองจานแล้วมองที่อยู่ในกระทะซึ่งกำลังจะผัดเสร็จแล้ว มันคว้าปลาขึ้นมาอีกจานแล้วเป่าๆจากนั้นก็เทเข้าปากไปในคำเดียว มันพูดทั้งๆ ที่ยังเคี้ยวตุ้ยๆ “อร่อยมากข้าไม่เคยกินปลาอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย เ้าเก่งมาก”
จ้าวเป่าฉินพยักหน้าทีหนึ่งเธอชินแล้วที่ถูกชมว่าทำอาหารเก่ง เธอก้มมองปลาในกระทะแล้วผัดอีกสองทีก็ตักปลาใส่จาน
เถากลืนจิตหยิบปลาจานที่สามมามันเป่าๆ สองทีแล้วเทเข้าปาก
“เ้าตัวตะกละ!”
เสียงเรียกดังขึ้นทำให้เถากลืนจิตสั่นสะท้านเฮือก มันหันไปมองทั้งๆ ที่ถือจานค้างอยู่มันเห็นนายท่านยืนอยู่ตรงประตู มันพูดทั้งๆ ที่อาหารเต็มปาก “โนยท่าน!”
“ไร้มารยาทยิ่งนัก!” จางอี้ปินตำหนิเสียงเข้ม
เถากลืนจิตสะท้านเฮือกอีกครั้งมันรีบมองซ้ายมองขวาแล้วคิดหนีทันที แต่มันยังไม่ทันก้าวไป เท้ามันก็ไม่อาจขยับได้แล้ว“อ้า!”
“หนีซิ”จางอี้ปินพูดน้ำเสียงเย็นเยียบแล้วบ่นว่า “ข้าสอนไม่รู้จักจำ ให้กินดีๆกินให้เรียบร้อย ไม่ใช่กินมูมมามเช่นนี้ แต่เ้าไม่เคยจดจำสักทีเห็นทีว่าคราวนี้ข้าคงต้องเอาเ้าไปทิ้งไว้ในทะเลสาบดีไหม?”
“อ้า! ไม่ดีๆ นายท่านอย่าใจร้ายเช่นนั้นนะเ้าคะ ข้าจำแล้วๆ ต่อไปข้าจะกินดีๆไม่กินมูมมามอีกเ้าค่ะ” เถากลืนจิตรีบพูดออกมาอย่างเร่งรีบมันยื่นเถาไปพันแขนนายท่านอย่างอ้อนวอนขอความเมตตา
“หึ!” จางอี้ปินสะบัดแขนออก เขานั้นอบรมสั่งสอนหลายครั้งแล้วแต่เ้าตัวตะกละก็ไม่เคยจดจำสักทีเมื่อไม่อยู่ต่อหน้าเขา มันก็กินมูมมานเช่นเดิมทุกครั้งไป มันถือว่าเป็คนของเขาอ่อ ไม่ซิจะบอกว่าเป็คนก็ไม่ได้ ต้องบอกว่าเป็สัตว์เลี้ยงของเขาแล้วสัตว์เลี้ยงของเขาจะมีกริยามารยาทไม่เรียบร้อยไม่ได้! เสียชื่อเสียงของเขาหมดน่ะซิ
“ข้าจะให้เ้าอดข้าวไม่ต้องกินแล้ว และจะเอาเ้าไปทิ้งไว้ในทะเลสาบเป็การลงโทษเ้า”
“อ้า! ไม่นะนายท่าน อย่าให้ข้าอดข้าวเลยนะเ้าคะข้ายอมถูกท่านลงโทษให้อยู่ในทะเลสาบก็ได้ แต่อย่าให้ข้าอดข้าวนะเ้าคะ”เถากลืนจิตอ้อนวอนอย่างน่าสงสารมาก
จางอี้ปินรู้สึกแปลกใจขึ้นมาปกติแล้วเ้าตัวตะกละกลัวถูกทิ้งไว้ในทะเลสาบเป็ที่สุดเพราะมันจะถูกปลาในทะเลสาบไล่กัดเถาแต่คราวนี้มันกลับยอมถูกทิ้งไว้ในทะเลสาบแต่ไม่ยอมอดข้าว?
เขาได้กลิ่นหอมจึงตามกลิ่นมาแล้วก็เห็นเ้าตัวตะกละกำลังกินอย่างมูมมามยิ่ง ทำเขารู้สึกโมโหมาก เขามองจ้าวเป่าฉินที่กำลังทำกับข้าวแล้วมองกับข้าวที่นางเพิ่งทำเสร็จ เขาเดินไปแล้วนั่งลงหยิบตะเกียบขึ้นมาเขาคีบปลาขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วกินคำหนึ่ง
เขาเบิกตาโตปลาอร่อยมาก รสชาติกลมกล่อม กลิ่นก็หอมมากเขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเ้าตัวตะกละถึงได้ยอมถูกลงโทษให้อยู่ในทะเลสาบแต่ไม่ยอมอดข้าวเขาวางตะเกียบลงแล้วหันไปพูดกับเ้าตัวตะกละว่า“ข้าไม่เอาเ้าไปทิ้งในทะเลสาบก็ได้ แต่ข้าจะให้เ้าอดข้าว”
“อ้า! ไม่นะเ้าคะ นายท่านใจร้าย! แง๊!” เถากลืนจิตร้องไห้บีบน้ำตามันยื่นเถาไปจับแขนนายท่านอย่างขอร้องอ้อนวอนสุดชีวิต
จางอี้ปินทำเมินไม่สนใจมัน
“แง๊ๆนายท่านอย่าใจร้ายกับข้าเช่นนี้นะเ้าคะ ต่อไปข้าไม่กินมูมมามแล้วเ้าค่ะข้าจะกินดีๆ เ้าค่ะ นายท่านเ้าขา” เถากลืนจิตเขย่าแขนนายท่านอย่างขอร้องอ้อนวอน
จางอี้ปินดึงแขนออกไม่สนใจมัน เขาหันไปมองจ้าวเป่าฉินที่กำลังทำกับข้าว
จ้าวเป่าฉินก็ไม่สนใจเพราะถือว่าเป็เื่ของเ้านายกับลูกน้อง เธอจะไปสอดอะไรได้ล่ะอีกอย่างเธอก็ยังไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ตื้นลึกหนาบางของจางอี้ปินกับเถากลืนจิตเลยดังนั้นดูอยู่เฉยๆ เถอะ
เถากลืนจิตยื่นเถาไปพันแขนนายท่านอีกครั้ง“นายท่านเ้าขา”
จางอี้ปินทำเมินไม่สนใจ
“นายท่านเ้าขา ข้าจะไม่กินมูมมามแล้วเ้าค่ะข้าสัญญาด้วยกับข้าวฝีมือสตรีอ้วนเลยเ้าค่ะ ต่อไปหากข้ากินมูมมามอีกนายท่านค่อยให้ข้าอดข้าวนะเ้าคะ” เถากลืนจิตเขย่าแขนนายท่านยิกๆ
จางอี้ปินแอบยิ้มในใจดูเหมือนว่าเขาจะได้คำขู่ที่ได้ผลชะงัดแล้ว ฮี่ๆๆๆก็เ้าตัวตะกละเคยร้อนรนเหมือนเช่นนี้หรือ ไม่เคยเลยมันไม่เคยจดจำบทลงโทษเลยสักนิด ไม่ว่าจะทำโทษมันไปกี่ครั้งมันก็ไม่เคยจดจำแต่ครั้งนี้มันถึงกับยอมอ้อนวอนเขาเช่นนี้ อืม นับว่าคำขู่นี้ได้ผลยิ่งนัก ฮ่าๆๆๆ
จ้าวเป่าฉินผัดเสร็จอีก1 กระทะ เธอตักปลาใส่จานแล้วเหล่มองจางอี้ปินกับเถากลืนจิตแวบหนึ่งจากนั้นเธอก็ลงมือผัดกับข้าวกระทะต่อไปทันที ก็ต้องผัดให้หมดไม่งั้นเดี๋ยวปลาจะเน่าผักจะเสียเธอไม่อยากให้ของต้องทิ้งขว้างไปอย่างเปล่าประโยชน์ ดังนั้นผัดให้หมดเถอะผัดหมดแล้วเธอก็ค่อยแบ่งมาจานนึงที่เหลือก็ปล่อยให้เป็ของจางอี้ปินกับเถากลืนจิตละกัน
“นายท่านเ้าขานายท่าน” เถากลืนจิตเขย่าแขน ส่งเสียงอ้อนวอนอย่างน่าสงสารมาก
จางอี้ปินเหลือบมองเ้าตัวตะกละแวบหนึ่งแล้วเขาก็ทำเสียงขึงขัง “หึ! ต่อไปถ้าเ้ากินมูมมามอีกอย่าหวังเลยว่าข้าจะให้เ้ากินข้าวฝีมือจ้าวเป่าฉินอีกครั้งนี้ข้าจะผ่อนปรนให้ครั้งเดียวเท่านั้น”
“ขอบคุณนายท่านๆ”เถากลืนจิตก้มลงเอาศีรษะโขกพื้นอย่างดีใจยิ่งมันรีบถอยไปแล้วยื่นเถาไปจะคว้าจานปลา
“เ้าตัวตะกละ!” จางอี้ปินเรียกมันเสียงเข้มงวด
“นายท่านเ้าขา”เถากลืนจิตหดเถากลับไป มันทำหน้าเจื่อนจ๋อยยิ่ง มองนายท่านอย่างอ้อนวอน
“หึ!” จางอี้ปินส่งเสียงคำหนึ่ง เขารอจนจ้าวเป่าฉินทำกับข้าวเสร็จแล้วเขาใช้พลังยกจานกับข้าวทั้งหมดไป “พวกเ้าตามข้ามา”
เถากลืนจิตรีบตามไปทันที
จ้าวเป่าฉินเทน้ำใส่กระทะเอาไว้แล้วเดินตามจางอี้ปินไปเธอหยิบตะเกียบไปด้วย
จางอี้ปินเหลือบมองข้างหลังแล้วสั่งว่า“เ้าตัวตะกละ น้ำชา”
“อ่อ เ้าค่ะๆ”เถากลืนจิตรีบหันหลังทันที มันเกือบจะชนจ้าวเป่าฉินซึ่งเดินตามหลังมาเข้าให้แล้ว
จ้าวเป่าฉินหลบได้ทันเธอก้าวเบี่ยงมันไปแล้วเดินตามจางอี้ปินไป
จางอี้ปินเดินไปถึงศาลาหลังใหญ่เขาวางจานกับข้าวทั้งหมดลงบนโต๊ะกลางศาลาแล้วนั่งลง
จ้าวเป่าฉินเดินเข้าไปวางตะเกียบ
“นั่งซิ”จางอี้ปินบอก
“ขอบคุณค่ะ”จ้าวเป่าฉินนั่งลงตรงข้าม
“เ้าต้องพูดว่า“ขอบคุณเ้าค่ะ” จางอี้ปินสอนอย่างปราณี
“ขอบคุณเ้าค่ะ”จ้าวเป่าฉินพยายามหัดพูดให้เหมือนคนที่นี่ เธอยังไม่อยากถูกใครข่มเหงรังแกเพราะเป็คนต่างถิ่นหรอกนะอีกทั้งรูปร่างเธอก็อ้วนขนาดนี้ มักจะถูกคนรังเกียจและกลั่นแกล้งเป็ประจำ เพราะฉะนั้นเธอต้องทำตัวให้กลมกลืนกับผู้คนมากที่สุดจะได้ไม่ตกเป็เป้าให้ใครรังแกเอา
“ดีๆ”จางอี้ปินยิ้มอย่างพอใจที่เด็กคนนี้ว่านอนสอนง่าย
จ้าวเป่าฉินมองไปรอบๆศาลาหลังใหญ่ ศาลาหลังนี้ใหญ่โตกว้างขวางมาก ขนาดเท่าโรงนาได้เลยโต๊ะที่เธอนั่งก็ใหญ่มากเช่นกัน ต่อให้คน 10 คนมานั่งล้อมรอบก็ยังเหลือที่อีกมากเก้าอี้ก็มีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ เธอนั่งเก้าอี้ตัวใหญ่ส่วนจางอี้ปินนั่งเก้าอี้ตัวเล็ก
ดูจากโต๊ะและเก้าอี้แล้วลักษณะของชิ้นงานน่าจะเป็ฝีมือของเถากลืนจิตล่ะมั้งศาลานี้ก็น่าจะใช่ด้วย
เถากลืนจิตเดินมาพร้อมกับถาดน้ำชามันวางถ้วยน้ำชาตรงหน้านายท่านแล้วรินชาให้เขา “นายท่านเ้าขา ชาเ้าค่ะ”
“อืมๆ”จางอี้ปินส่งเสียงสองคำ ยกชาขึ้นจิบแล้วบอกมันว่า “มานั่งกินดีๆ”
“เ้าค่ะ”เถากลืนจิตยิ้มหน้าบาน มันรีบนั่งลงใกล้ๆ นายท่าน แล้วยื่นเถาไปหยิบจานปลามามันยื่นอีกเถาไปหยิบตะเกียบมา 2 คู่แล้วยื่นคู่หนึ่งให้นายท่าน พลางเลื่อนจานปลาไปให้นายท่าน“นายท่านเ้าขา ตะเกียบเ้าค่ะ”
จางอี้ปินรับตะเกียบมาเขาคีบปลากิน พลางใช้สายตาแทนคำสั่ง
เถากลืนจิตจึงยื่นเถาไปดึงจานปลามามันคีบกินอย่างเรียบร้อย ไม่กล้ามูมมามสักนิด
จ้าวเป่าฉินจึงยื่นมือไปหยิบจานปลามาพร้อมกับหยิบตะเกียบมาคู่หนึ่งเธอค่อยๆ คีบกิน
จางอี้ปินเหลือบมองท่าทางของจ้าวเป่าฉินแล้วพอใจยิ่งดูเหมือนเ้าเด็กคนนี้จะได้รับการอบรมเื่มารยาทมาดีทีเดียว
เถากลืนจิตคีบกลืนคีบกลืน ก็มันไม่ค่อยๆ เคี้ยวหรอก มันใช้วิธีกลืนลงไปเลยเร็วกว่า ถ้าให้มันเคี้ยวก่อนกลืนกว่ามันจะกินอิ่มคงเย็นย่ำค่ำมืดกระมัง
จ้าวเป่าฉินกินไปสักพักก็มองหาน้ำ เธอจึงยื่นมือไปหยิบกามารินชาเอง แล้วจิบน้ำ 2 อึกจากนั้นก็กินต่อ
จนกระทั่งกินเสร็จแล้วเถากลืนจิตก็เก็บจานไป
จ้าวเป่าฉินก็ช่วยถือจานไปเก็บ
จางอี้ปินมองหนึ่งคนหนึ่งเถาที่ดูสนิทกันมากขึ้นอย่างเบาใจเขายังแอบกังวลว่าทั้งสองจะเข้ากันไม่ได้ แต่ได้เห็นเช่นนี้เขาก็เบาใจยิ่งนักเขายิ้มจางๆ พลางยกชาขึ้นจิบ มองทิวทัศน์อย่างสุขใจ
เถากลืนจิตล้างจาน
จ้าวเป่าฉินก็ช่วยล้างด้วย
เมื่อล้างจานเสร็จแล้วเถากลืนจิตก็ไปตัดเย็บอาภรณ์ต่อ
จ้าวเป่าฉินเดินตามไปเธอตักน้ำไปถูบ้านเช็ดฝุ่น เธอชอบบ้านสะอาดๆ ต่อให้บ้านของเธอเป็กระท่อมกลางนาแต่ถ้าเธอจะนั่งจะนอนก็ต้องสะอาดสะอ้านเข้าไว้ ก็ทำงานอยู่โรงพยาบาลมันต้องสะอาดนี่นามันเลยติดเป็นิสัยไปแล้ว
หลังจากถูบ้านเสร็จแล้วเธอก็ไปเอาตำรามาไว้ในบ้าน แล้วนั่งอ่านตำราไปเรื่อยๆ
เถากลืนจิตตัดเย็บอาภรณ์เสร็จก็เรียกจ้าวเป่าฉิน“เ้ามาสวมอาภรณ์นี่ซิ”
จ้าวเป่าฉินเงยหน้าจากตำราลุกไปดูอาภรณ์อีกชุดที่เพิ่งเย็บเสร็จหมาดๆ เธอมองดูสีสันของอาภรณ์ที่ดูดีมีรสนิยมนับว่าเถากลืนจิตเทสดีมาก เสื้อตัวกลางกับตัวนอกแมตสีกันได้ดี ไม่ดูฉูดฉาดไม่ดูเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง เธอรับอาภรณ์มาแล้วเดินไปหลังฉากกั้นเปลี่ยนมาใส่อาภรณ์ชุดใหม่แล้วเดินออกไปให้เถากลืนจิตดู
เถากลืนจิตก้าวไปใกล้ๆจับจ้าวเป่าฉินหมุนซ้ายหมุนขวา มันมองหัวจรดเท้า เท้าจรดหัว 2 รอบแล้วพยักหน้า “เอาล่ะชุดนี้พอดีกับตัวเ้ามาก เช่นนั้นชุดนั้นเดี๋ยวข้าแก้ให้”
มันพูดแล้วก็ยื่นเถาไปหลังฉากหยิบอาภรณ์ชุดแรกออกมาแล้วมันก็ปล่อยตัวจ้าวเป่าฉิน มันหมุนตัวเดินไปนั่งลงแก้ชุดอย่างไม่สนใจสิ่งอื่น
จ้าวเป่าฉินจึงกลับไปนั่งอ่านตำราต่อตำราพวกนี้เขียนเกี่ยวกับแดนเทพไว้ละเอียดมาก เธออ่านแล้วพยายามจดจำในความสำคัญต่างๆให้ได้มากที่สุด สิ่งที่ดีที่สุดของเธอก็คือเธอเรียนเก่ง จดจำสิ่งต่างๆที่อ่านได้แม่นยำ ดังนั้นเวลาที่ใครๆ บูลลี่เธอว่า ‘อ้วน’เธอจะตอกหน้าคนเ่าั้ด้วยประโยคว่า ‘ถึงฉันอ้วนฉันก็เรียนเก่งกว่าพวกผอมๆ แต่ไร้สมองอย่างพวกเธอ’
แล้วนังพวกผอมๆไร้สมองเ่าั้ก็จะกรี๊ดๆ อยู่พักหนึ่ง บางทีพวกมันอยากตบเธอแต่พอเธอตั้งท่าสู้เท่านั้นแหละ พวกมันก็รีบเผ่นกันหมดคงกลัวเธอล้มทับจนกระดูกกรอบๆ ของพวกมันหักล่ะมั้ง ชิ!หาเื่กับใครไม่หา ดันมาหาเื่กับเธอ เธอน่ะปากกัดตีนถีบมาั้แ่เด็กหาเงินตัวเป็เกลียวหัวเป็น็อต ไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายเหมือนพวกมันที่มีพ่อแม่ส่งเงินให้เรียนส่งเงินให้กินให้ใช้ ไม่ได้ลำบากเหมือนเธอ
เธอนั่งอ่านตำราจนหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัวเธอค่อยๆ ล้มลงนอนกับพื้นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ม้วนตำราตกจากมือแผ่อยู่บนพื้น
เถากลืนจิตแก้ชุดเสร็จแล้วจึงหันไปมองจ้าวเป่าฉินมันเห็นนางหลับไปแล้ว มันจึงส่ายหน้าเบาๆ แล้วลุกไปอุ้มนางไปนอนบนเตียงมันเอาผ้าห่มๆ ให้นาง แล้วแอบลูบๆ แก้มนางนิดหนึ่ง ก็ผิวนางนุ่มมาก มันได้จับได้ััแล้วรู้สึกชอบมากมันเป็สตรีเหมือนกันแต่มันไม่ได้ชมชอบนางฉันท์ชู้สาวนะมันแค่ชอบความรู้สึกที่ได้ััผิวนุ่มๆ ของนางเท่านั้นเองนะ เท่านั้นจริงๆ นะมันไม่ได้คิดอะไรจริงๆ ไม่ได้คิดเลย สาบานให้ฟ้าผ่าก็ได้
จ้าวเป่าฉินยกมือปัดๆอย่างไม่รู้ตัวแล้วพลิกตัวตะแคงนอนขดตัว เธอฝันหวานว่าอยู่ในดินแดนอัศจรรย์ที่มีแต่ขนมหวานเต็มไปหมดเธอยื่นมือไปคว้าขนมเค้กที่ลอยไปลอยมาแล้วจับมากัด 1 คำ
“อ๊าวววววว---”เถากลืนจิตร้องลั่นเมื่อถูกสตรีอ้วนคว้าเถาไปกัด มันรีบดึงเถาออกจากปากนางทันที มันยกเถาที่ถูกกัดมาดูแล้วเป่าๆมันยกเถาถีบนางทีหนึ่งอย่างโมโห ผลั่ก!
“ฮื้อ---”จ้าวเป่าฉินส่งเสียงคำหนึ่งแล้วจับหมับ เธอดึงเถาไปกัดอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว
“อ๊าววววว---”เถากลืนจิตร้องอีกครา มันรีบดึงเถาให้หลุดจากปากสตรีอ้วนแล้วถอยกรูดอย่างหวาดผวา สตรีนางนี้ช่างนอนละเมอได้น่ากลัวยิ่ง!
จ้าวเป่าฉินฝันหวานว่ากินเค้กแต่เค้กไม่อร่อยเลยสักนิดทั้งเค็มทั้งขมปี๋ จนเธอต้องถ่มถุยออกมา เธอกัดไปสองชิ้นแต่ทั้งสองชิ้นก็ทั้งเค็มทั้งขมเหมือนกัน จนเธอไม่คิดจะหยิบเค้กชิ้นไหนมากินอีกไม่กินแล้ว พอๆ เลิกๆ
จากนั้นเธอก็หลับลึกไป
จางอี้ปินได้ยินเสียงเ้าตัวตะกละร้องดังลั่น เขาสงสัยยิ่งนักจึงเดินไปดู
เมื่อไปถึงเขาก็เห็นเ้าตัวตะกละเป่าๆ เถาตัวเองอยู่ เขาถามมัน “เป็อะไร?”
เถากลืนจิตได้ยินเสียงนายท่านจึงหันไปมองแล้วฟ้องว่า “นางกัดข้า”
“หือ?”จางอี้ปินหรี่ตามอง
เถากลืนจิตรีบเดินไปหานายท่านเอารอยฟันให้ดู “ท่านดูซิเ้าคะ นางกัดข้าเสียจนเป็รอยเลยเ้าค่ะ”
“เหตุใดนางจึงกัดเ้า?”จางอี้ปินถาม
“ข้า...” เถากลืนจิตชะงักไปมันไม่กล้าพูดว่ามันลูบแก้มนาง นางจึงกัดมัน “คือข้า...”
มันอึกอักพูดไม่ออกจนในที่สุดมันก็แก้ตัวว่า “คือข้า...ข้าเห็นนางหลับ ข้าจึงอุ้มนางไปนอนที่เตียงแต่...เอ่อ...ไม่รู้เหตุใดนางจึงกัดข้า นายท่านสตรีผู้นี้นอนละเมอน่ากลัวยิ่งเ้าค่ะ ท่านต้องระวังตัวนะเ้าคะ”
“อ่อ งั้นรึ”จางอี้ปินรับรู้ เขาเห็นว่าเ้าตัวตะกละไม่เป็อะไรมากเขาจึงเดินกลับเรือนตัวเองไป
เถากลืนจิตลอบถอนหายใจแล้วมันก็กลับเข้าไปนั่งเย็บอาภรณ์ต่อ
เช้ามืด เสียงหนึ่งดังขึ้น “กรร---”
จ้าวเป่าฉินใสะดุ้งตื่นทันที“อะไร!?”
“กรร---” เสียงดังอีกครั้งดังสนั่นจนทำให้คนคิดว่ามีสิงโตมาคำรามอยู่ข้างหูได้เลย
“เสียงอะไร!” จ้าวเป่าฉินลงจากเตียง หน้าตาตื่น ตั้งท่าเตรียมวิ่งหนีแล้ว
“ฮื้อ เ้าจะเอะอะไปทำไมไม่มีอะไรหรอก แค่เสือเพลิงโลกันต์ร้องเท่านั้นเอง”เถากลืนจิตลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย มันไม่ได้ตื่นเพราะเสียงเสือเพลิงโลกันต์หรอกแต่ตื่นเพราะเสียงจ้าวเป่าฉินที่ร้องตกอกในี่แหละ เสียงเสือเพลิงโลกันต์มันได้ยินทุกวันจนชินแล้วต่อให้เสือเพลิงโลกันต์จะร้องดังยิ่งกว่านี้ ร้องจนแผ่นดินะเืมันยังไม่ตื่นเลย
“เสือเพลิงโลกันต์!?” จ้าวเป่าฉินทวนคำอย่างสงสัย เธอตื่นตัวพร้อมจะวิ่งหนีได้ทุกเมื่อแล้วก็ขึ้นชื่อว่า ‘เสือ’ เธอก็ต้องคิดว่าเป็สัตว์กินเนื้อที่ดุร้ายเอาไว้ก่อนแล้วเสียงมันดังใกล้มากเลยนะ ดังเหมือนมันอยู่ห่างแค่สิบเมตรยี่สิบเมตรแค่นี้เองระยะแค่นี้แค่มันกระโจนสองทีสามทีก็ถึงตัวเธอได้แล้ว
“นอนต่อเถอะ”เถากลืนจิตบอกแล้วมันก็นอนหลับตาต่อ
จ้าวเป่าฉินไม่อาจนอนหลับได้แล้วเธอถูกเสียงเสือทำให้ตื่นซะแล้ว อีกทั้งยังไม่กล้าหลับต่อด้วยเพราะกลัวว่าถ้าหลับต่อเมื่อตื่นขึ้นมาเธออาจจะเป็แค่ิญญาอีกก็ได้เพราะถูกเสือกินเมื่อนอนไม่หลับแล้วเธอจึงลุกขึ้นแล้วค่อยๆ ก้าวย่องออกไปมองที่หน้าต่างอย่างระแวง
แล้วเธอก็ชนกับอะไรบางอย่างตรงหน้าต่างตุบ! เธอมองสิ่งที่เธอชน แล้วเธอก็เห็นแต่โคมไฟใหญ่ๆ สองดวง
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ