3
รับเควสหลัก
“ที่นี่ ที่ไหน?” ฉันถามออกไปพลางเอามือดันตัวลุกขึ้นยืน เหมือนฉันจะมานอนอยู่บนพื้นดินกว้างสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศโดยรอบเป็สีขาวโพลนล้อมไปด้วยหมอกควันจางๆ
“นรกมั้ง”
อีกเสียงกล่าวขึ้นมาอย่างทีเล่นทีจริง ฉันหันควับไปมองทางต้นเสียงก็พบกับหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดี ที่นึกดูดีๆแล้วคุ้นเคยกับใบหน้านี้เหลือเกิน เมญ่า ในที่สุดฉันก็เจอิญญาเธอสักที ที่สำคัญคือเจอแบบที่ยังสภาพปกติ
“เมญ่า เธอคือเมญ่างั้นเหรอ” ที่จริงก็รู้แหละ แค่ถามให้แน่ใจ
ฉันมองร่างตรงหน้าอย่างไม่กระพริบตา ในหัวฉันคิดว่าเป็ไปได้ยังไงในเมื่อฉันอยู่ในร่างของเมญ่า แต่เมื่อพอมองลงมายังร่างกายของตัวเอง กลับต้องใเมื่อพบว่ามันเป็ร่างของตัวเอง ลักษณะทางกายภาพทำให้จำได้อย่างชัดเจนว่าเป็ของฉันทั้งเสื้อผ้าก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุด้วยรถชน
“เอากระจกด้วยมั้ย จะได้รู้ว่ายังหน้าตาเหมือนเดิมหรือเปล่า” เมญ่าถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของฉัน
“เอาสิ”
ฉันเองก็ตอบไปอย่างใสซื่อ เพราะก็อยากรู้ว่าหน้าตาเป็อย่างไรขณะนี้
“เฮอะ! ของแบบนั้นจะไปมีได้ยังไงล่ะ ฉันก็แค่พูดใส่เธอเล่นๆ ก็เท่านั้น” เมญ่ากอดอกมองดูฉันที่ทำหน้าตาเหลอหลา เธอค่อยๆ ไล่สายตามองฉันั้แ่หัวจรดปลายเท้า และทำหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“เธออยู่ในร่างฉันแล้วเป็อย่างไรบ้าง” เมญ่าเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่จ้องหน้ากันไปมา
“อะ เอ่อ…สบายดี”
ตอบโคตรสิ้นคิดเลย -_-
“สบายดีงั้นเหรอ?” เมญ่าขมวดคิ้ว
“ใช่แล้ว ฉันเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “เอ่อ…เธอจะมาเอาร่างคืนเหรอ” มันคงถึงเวลาแล้วสินะ ที่เ้าของเขาจะมาทวงคืน ถึงจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตเพิ่มมาสองอาทิตย์ก็เถอะ ฉันก็ยังไม่ได้ทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันเลย ยังไม่ได้บอกลาเควินเลย ทำอย่างไรได้มันหมดเวลาแล้วฉันก็ต้องทำใจสินะ เอาไว้พบกันใหม่ชาติหน้า ฉันจะเกิดมาคู่กับเธอทุกๆชาติ รักเธอนะเควิน และต้องขอบคุณไลท์กับคุณลูก้าด้วยที่ตลอดที่ผ่านมาดูแลฉันอย่างดี น้ำตาจะไหลแล้ว ฮึกๆ T^T
“เปล่า -*- ”
อ้าว ฉันก็ร่ายซะยาวเลย ดีนะ ไม่มีใครได้ยิน
“ได้ยิน-*-”
“นี่เธออ่านใจฉันได้ด้วยเหรอ”
“ฉันได้ยินตลอดเวลา”
“หมายความว่าไง ตลอดเวลา”
ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ เมญ่า และจ้องหน้าเ้าหล่อนเพื่อจะเอาคำตอบ
“ก็ั้แ่เธอฟื้นขึ้นมาในร่างฉัน ฉันก็ได้ยินทั้งหมดที่เธอคิด…” เมญ่าถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วค่อยพูดต่อ “ฉันก็ไม่ได้อยากเสียมารยาทไปฟังความคิดของคนอื่นหรอกนะ แต่มันได้ยินเองอย่างช่วยไม่ได้ ฉันเองบอกตรงๆ ก็รู้สึกรำคาญเหมือนกัน เพราะเธอเป็คนคิดอะไรเยอะแยะ พูดคุยกับตัวเองในหัวบ้าง อะไรบ้าง ไม่รู้จะคิดอะไรมากมายปานนั้น”
เหมือนเธออัดอั้นตันใจนะเมญ่า เล่นพูดซะยาวเหยียดเชียว
“ใช่”
เอ้อ ลืมไปว่าเธอได้ยินทุกอย่างนี่หว่า
“อ้อ ถ้าเธอไม่ได้มาเอาร่างคืน แล้วทำไมเธอถึงมาปรากฎตัวล่ะ” ในที่สุดฉันก็เริ่มถามเข้าเื่ (สักที)
“อืม ฉันไปไหนไม่ได้เพราะยังคงมีเื่ยังติดค้าง”
“...” ฉันไม่ได้พูดหรือถามต่ออะไรรอเธอพูด มีเื่ติดค้าง? ไปไหนไม่ได้? พูดเหมือนคนตายไปแล้วแหน่ะ
“อย่างแรก…ฉันมาเพื่อจะบอกข้อมูลรหัสธุรกรรมต่างๆ เพื่อจะให้ง่ายในการใช้ชีวิตในร่างของฉัน”
เมญ่าจัดการบอกรหัสธุรกรรม อย่างเช่น รหัสผ่าน I banking ถ้าหากบางทีมันต้องใช้มากกว่าแสกนใบหน้า หรือลายนิ้วมือ และสุดท้ายคือรหัสตู้เซฟ เธอบอกอย่างละเอียดยิบ ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าจะจำครบหรือเปล่า ความจริงเพราะกระเป๋าเมญ่าหายไป เลยจำเป็ต้องอายัดบัตรทั้งหลาย ฉันเลยไม่ได้ใช้เงินเธอ (อีกอย่างก็ละอายใจที่จะใช้เงินคนอื่น)
ถามจริงถ้าสมมุติว่ามีคนที่ตกอยู่ในสถานนะการณ์แบบฉันเนี่ย จะมีิญญาเ้าของร่างมาทำแบบเดียวกันไหมนะ
“จำได้หรือเปล่า” ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ “เงินทุกบาททุกสตางค์เธอใช้ได้หมดเลยนะ”
กำลังจะถามว่าทำไม แต่เมญ่าพูดแทรกมาก่อน “เพราะฉันเอาไปด้วยไม่ได้ยังไงล่ะ”
เคยแต่ได้ยินคนโบราณเขาพูดสอนกันมาว่า ‘เงินทองทรัพย์สิน ตายไปก็เอาไปไม่ได้’ มันคงจะเป็ความจริงสินะ นี่คือสิ่งที่ติดค้างเหรอ ใช้เงินไม่หมดเลยต้องให้คนอื่นช่วยผลาญต่อเหรอ หรือไง?
“อะแฮ่ม…มาต่อข้อสองเลยไหม?” เมญ่ากะแอมขัดขึ้นมา
“เอ้อ ว่ามาเลย” ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย
“ฉันมีเื่จะให้เธอทำ เอ้อ…สำหรับเธอแล้วควรจะพูดว่ามอบภารกิจให้ เธอน่าจะกระตือรือล้นกว่าล่ะมั้ง”
“ภารกิจเหรอ *-*”
เมื่อได้ยินคำนี้ ดวงตาฉันก็วิบวับเปล่งประกายเหมือนการ์ตูนตาหวาน เพราะมันจริงมาก คำว่าภารกิจมันทำให้ฉันตื่นเต้นไปหมดเลยล่ะ ฟีลลิ้งแบบว่าเป็ตัวละครในเกมส์ที่ต้องรับเควสไปทำให้สำเร็จแล้วก็ได้รับไอเทมเป็ค่าตอบแทน
“เธออายุเท่าไหร่กันแน่เนี่ย ทำไมบางทีฉันรู้สึกเหมือนคุยกับเด็กประถม มัธยมเลย” เมญ่ายกมือขึ้นมากุมขมับ
น่าจะประมาณ 25 ไม่สิ 28 แล้ว อายุเท่าไหร่มันสำคัญตรงไหน ในเมื่อคาแรกเตอร์ฉันเป็แบบนี้ ขัดหูขัดตาใคร ก็ขออภัยด้วยนะจ๊ะ ฮึ่ม -*-
“มาเข้าเื่เถอะ ฉันมีเวลาไม่มากนัก”
“...” เข้าโหมดตั้งใจฟังอย่างจริงจัง
“ฉันอยากให้เธอหาเบาะแส ‘การเสียชีวิตของฉัน’ และสืบหาว่าใครเป็คนทำร้ายฉันจนตาย”
พีคนะเนี่ย มีคนทำร้ายเธอหรอกเหรอ ฉันคิดว่ามันเป็อุบัติเหตุซะอีก
“มันมีอะไรซับซ้อนกว่านั้นเยอะ”
อ่า…ฉันอ้าปากหวอ -O-
“แล้วเธอไม่รู้เหรอว่าใครทำ”
ขอโทษนะที่ถามแบบโง่ๆ แบบไม่ใช้สมอง แต่เชื่อเถอะ นี่คือสิ่งที่ฉันสงสัยจริงๆ
“รู้”
“อ้าว ทำไมเธอไม่บอกฉันเลยล่ะ”
เพี้ยะ! นี่คือเสียงเมญ่าตบหน้าผากตัวเองเป็อาการที่บ่งบอกว่าสุดจะทนแล้ว ประมาณว่าฉันเหนื่อยใจมากนะ
“ฟังฉันนะ ชารีน” เธอส่งเสียงลอดไรฟัน “เธอไม่อยากจะรับบทเป็เ้าหนูนักสืบโคนวยบ้างเหรอ”
โค อะไรนะ พูดอีกทีซิ -*-
“ฉันพอจะรู้นะ ว่าตอนที่อยู่ในร่างตัวเองหรือในร่างฉันเองก็ตาม เธอมีคนช่วยเหลือตลอด เธอแทบจะไม่ได้คิด หรือทำอะไรเองเลย มันเลยทำให้เธอติดนิสัย ต่อจากนี้เธอควรรู้จักช่วยเหลือและดูแลตัวเองได้แล้ว อย่าไว้ใจใครมากนัก ยิ่งคนใกล้ตัว” เมญ่าหยุดพูดไป “หมดเวลาแล้ว” หล่อนหันไปมองในทิศทางฝั่งขวามือพลางทำสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก
“เดี๋ยวสิ”
ร่างเมญ่าเหมือนกำลังเลือนรางค่อยๆโปร่งแสงลง เหมือนเธอกำลังจะสลายไป ฉันจึงพยายามจะคว้าตัวเธอไว้ แต่ก็ไม่เป็ผล มันทะลุผ่านราวกับเป็อากาศธาตุ
“จำคำพูดฉันไว้นะ”
เธอหันมาจ้องตาฉันอีกครั้งก่อนจะเอ่ยขึ้นเป็ครั้งสุดท้าย หลังสิ้นคำนั้นภาพและเสียงตรงหน้าก็ค่อยเลือนลางลงไป ร่างของฉันเองก็เหมือนถูกดึงกระชากอย่างรุนแรง
Light Talk :
“ในที่สุด”
ผมบ่นกับตัวเองเบาๆ หลังจากที่จัดการเก็บโต๊ะอาหาร ล้างจานของตัวเองเสร็จเรียบร้อย ต่อจากนี้ผมมีความคิดว่าจะเดินลงไปสมทบกับน้องสาวและเมญ่าที่ชั้นล่าง จะว่าไปในระหว่างที่ผมกับเธออยู่ด้วยกันสองต่อสอง เธอดูไม่ค่อยสบายใจ ดูกระอักกระอ่วน ลุกลนตลอดเวลา แลดูเหมือนกับผมเป็คนไม่ดีในสายตาเธอ ทั้งที่ผมเป็ห่วงและหวังดีกับเธอทุกเวลา
ั้แ่เธอประสบอุบัติเหตุ ไม่ใช่สิ เธอถูกทำร้ายมา ดูจากาแที่เธอได้รับมามันไม่เหมือนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากรถชนเลยสักนิด ผมพอจะมองออก ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าไอ้ระยำที่ไหนมันเป็คนทำ และใช่ว่าผมจะนิ่งนอนใจ ใน่ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ว่าจ้างให้เพื่อนผมที่เป็ตำรวจไปตามสืบดูแล้ว ที่เหลือแค่รอผลเท่านั้น
อารมณ์โกรธผมพลุกพล่านขึ้นทันทีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ไปพบเมญ่าที่สภาพาเ็หนักที่โรงพยาบาลวันนั้น รวมทั้งอาการที่จำใครไม่ได้เลย คนเราต้องไปเจอเื่ราวเลวร้ายที่กระทบกระเทือนจิตใจมากขนาดไหนถึงได้ส่งผลทำให้สูญเสียความทรงจำ ยิ่งคิดมันก็ยิ่งเจ็บใจ ทำไมคนที่มาเจอเื่นี้ถึงเป็เมญ่า คนที่ผมแอบรัก แอบเป็ห่วง
‘มีพลเมืองดีโทรมาแจ้งว่าเธอประสบอุบัติเหตุถูกรถชน พอไปถึงที่เกิดเหตุก็พบคนไข้อยู่ในสภาพนอนคว่ำอยู่บนถนนค่ะ เ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่พบผู้แจ้งเหตุ พบเพียงคนไข้ที่นอนหายใจรวยรินอยู่จุดนั้นคนเดียวค่ะ ’
‘ในระหว่างเดินทางบนรถฉุกเฉินคนไข้ได้หยุดหายใจ ทางเราพยายามกู้ชีพไว้แต่เมื่อถึงโรงพยาบาลก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว’
‘ทางเราได้ตรวจสอบร่างของคนไข้เรียบร้อยแล้วจึงได้นำไปพักไว้ในห้องเก็บอุณภูมิค่ะ เพื่อจะดำเนินการติดต่อญาติให้มารับศพ’
‘ยังไม่จบรายงานนะคะ พอผ่านไปได้ 1 ชั่วโมง 45 นาที มีเ้าหน้าที่แจ้งมาว่าคนไข้ได้ฟื้นขึ้นมา ทางเราจึงได้ส่งคนไข้ไปพักฟื้นในห้องผู้ป่วยนอกค่ะ’
นี่คือข้อมูลที่ผมได้รับจากเ้าหน้าที่พยาบาล เชื่อผมไหม ในระหว่างที่ฟังเื่นี้มันช่างบีบหัวใจเหลือเกิน ราวกับถูกมีดหลายๆ เล่มพุ่งมาเสียบผมเป็ร้อยเป็พันครั้ง ขาผมทั้งสองข้างอ่อนยวบแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อผมนึกถึงว่าเธอต้องเ็ปมากแค่ไหน ผมเองก็เ็ปมากกว่าเธอเป็ร้อยเท่า ผมสัญญากับตัวเองไว้ว่าวันใดที่จับคนร้ายได้แล้ว ผมจะดำเนินการตามกฎหมายกับมันให้ถึงที่สุด ยังไม่พอแค่นั้น ถ้ากรณีที่กฎหมายยังลงโทษไม่สาสมแก่ใจ ถึงตอนนั้นผมอาจจะเสียสติสิ้นคิดจัดการมันด้วยศาลเตี้ยก็เป็ไปได้
“ฮู่ว” ผมผ่อนลมหายใจเข้าออกเพื่อสงบสติอารมณ์ที่ครุกกรุ่นในใจ ผมควรลงไปชั้นล่างได้เสียที มัวแต่คิดเื่นี้มันทำให้รู้สึกเสียสุขภาพจิตหน่อยๆ ่นี้ผมควรจะโฟกัสในการดูแลเมญ่าจนกว่าความทรงจำเธอจะกลับมาหรืออาจจะนานกว่านั้น ให้บอกตรงๆ ผมอยากดูแลเธอไปตลอดชีวิตเลยด้วยซ้ำมั้ง ผมตัดสินใจจะเดินหน้ารุกเต็มที่เพราะตอนที่คิดว่าจะเสียเธอไปทำให้ผมรู้ว่าควรจะกล้าแสดงออกให้มากกว่านี้ เลิกขี้ขลาดเสียที หากสุดท้ายจะผิดหวังก็จะไม่เสียใจที่ตัดสินใจเช่นนี้
ติ้ง!
“เมญ่า!”
ไม่อยากเชื่อสายตา บ้าชิบ! หลังจากที่ผมกดเรียกลิฟต์แล้วประตูเปิดออก ผมก็พบร่างอรชรของผู้หญิงนอนหมดสติฟุ่บอยู่ในนั้น ยิ่งแย่ไปกว่าเดิมเมื่อตรวจสอบดูแล้วเธอเป็คนที่ผมกำลังนึกถึง เกิดอะไรขึ้น อยู่ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว
“เมญ่า…” ผมเอานิ้วมาอังจมูกเธอเพื่อพิสูจน์ว่าเธอหายใจอยู่หรือไม่ ยังมีลมอุ่นๆ พ่นมาแตะนิ้วผมอยู่ เธอยังไม่ได้เป็อะไร ถ้าเธอเป็อะไรจริงๆ ใจของผมคงจะขาดดิ้นลงตรงนี้แหละ ผมไม่รีรออุ้มร่างเธอขึ้นแล้วตรงดิ่งไปยังห้องก่อน
ผมวางร่างเธอไว้บนโซฟาในห้องนั่งเล่น หายาดมยาหอมให้เธอดมก่อน ตอนนี้หัวสมองผมเองก็กำลังมึนตื้อไปหมด ลมหายใจผมถี่ขึ้นพร้อมหัวใจที่เต้นเร็วกว่าเดิม ผมกลัวมาก หรือผมควรอุ้มเธอไปที่รถแล้วส่งเธอไปโรงพยาบาลดี?
“เมญ่า ฟื้นสิ”
ผมกล่าวพลางเอื้อมมือไปเขย่าไหล่เธอเบาๆ เผื่อว่าเธอจะได้สติ
“เค…วิน”
ผมได้ยินเสียงเธอเอ่ยออกมาเสียงแ่เบามาก นั่นเป็สัญญาณที่ดีทำให้รู้ว่าเธอไม่เป็อะไรมากอย่างที่ผมกังวล อาจจะกำลังจะได้สติแล้ว โล่งอกไปที ว่าแต่…เควิน ที่เธอเอ่ยมานั่นมันชื่อใครวะ?
“ถ้าเธอยังไม่ฟื้น จะผายปอดแล้วนะ”