ผ่านมาสองวันแล้วแต่ข้าไม่ได้เจอกับไฉต๋าตงเลย แม้ภายในใจข้ารู้สึกกังวลมากมายเพียงใดแต่ข้าเชื่อมั่นว่าคำพูดของเขานั้นหาได้หลอกลวงข้าไม่
ตอนนี้ข้าจึงปล่อยใจตนเองให้สงบแล้วบรรเลงพิณไปตามท่วงทำนอง มองนางระบำที่ร่ายรำไปตามเสียงเพลงพลางส่งรอยยิ้มอันเย้ายวนสู่ชายหนุ่มทั้งหลายตราบใดที่ข้ายังสามารถเรียกแขกมาเชยชมได้หอนางโลมมากสาวงามนี่ก็ยังคงเป็ที่เลื่องลือ
จนเมื่อเพลงที่สามจบลงเสียงปรบมือดังทั่วสารทิศ บ้างโยนดอกไม้ขึ้นบนเวทีบางคนที่ชมจากชั้นบนก็จัดการโปรยตั๋วเงินเพื่อเป็รางวัลแม้ข้าอยากได้ยินเสียงชื่นชมจากไฉต๋าตงเพียงใด แต่หากเขาไม่ปรากฏกายข้าก็ไม่สามารถได้ตามคำปรารถนา
ถึงกระนั้น์ยังคงมีเมตตาในตอนที่ข้ากำลังลงจากเวที เป็ไฉต๋าตงที่เดินเข้ามาใกล้เหล่านางรำเมื่อเห็นว่าเป็ผู้ใด พวกนางรีบปลีกตัวให้ห่างข้าสบตากับเขาที่เพียงแค่ยกยิ้มพึงพอใจ พลางหยิบถุงหอมมอบให้ข้า
“ไม่ได้มีราคาอันใดมากมายแต่ถุงหอมนี้แทนคำกล่าวชื่นชมได้หรือไม่” ไฉต๋าตงกล่าวเสียงอ่อนหวาน
“ท่านเป็คนปักเองเลยหรือ”ข้าเอ่ยพลางรับถุงหอมมาถือไว้พลันได้เห็นปลายนิ้วหยาบกร้านอีกฝ่ายถูกพันด้วยผ้าพันแผล “ท่านได้รับาเ็ด้วยหรือ” ข้าส่งเสียงพึมพำพลางดึงนิ้วมืออีกฝ่ายมาดูใกล้ ๆ
แต่ไฉต๋าตงกลับส่งเสียงหัวเราะในลำคอก่อนเขาดึงข้าเข้าสู่อ้อมแขน ข้าใแต่สวมกอดอีกฝ่ายกลับพลางเอนศีรษะซบยังอกแกร่ง
“เ้าไม่อายสายตาคนรอบข้างหรือ”ไฉต๋าตงกล่าว แต่ข้านั้นกลับได้ยินเสียงหัวใจอีกฝ่ายดังมากกว่าเสียอีก
“แล้วท่านเล่าไม่กลัวข้าล่อลวงท่านอีกแล้วหรือ” ข้าเอ่ยเสียงหวาน ก่อนดึงใบหน้าอีกฝ่ายมาจุมพิต“ไปกันเถอะ ข้าไม่ได้เจอท่านมาสองวัน ข้ารู้สึกเหงายิ่งนัก”ข้าเอ่ยพลางออกแรงดึงอีกฝ่ายให้ไปยังหอนอน สถานที่ที่จะมีเพียงแค่เราสองคน
ภายในหอนอนที่ส่งกลิ่นหอมหวานเราทั้งสองนั่งร่ำสุราพลางเล่นเกมกระดานแม้เรียบง่ายแต่กลับทำให้ภายในกายข้าสงบสุข เขาลอบมองใบหน้าด้วยรอยยิ้มหวานส่วนข้านั้นลอบมองอีกฝ่ายพลางส่งสายตาพรั่บพริ้ง
“เ้ามีอันใดจะว่าก็ว่ามาเถิด” ไฉต๋าตงเอ่ย เขาหัวเราะหน่อย ๆเมื่อสามารถเอาชนะข้าได้ในที่สุด
“ย่อมได้เ้าค่ะ”ข้ายกยิ้ม พลางรินสุราใส่จอกทั้งสอง “เหตุใดสองวันมานี้ ท่านไม่มาหาข้าเลย”ข้าเอ่ยเสียงแ่
“เป็เ้าเองไม่ใช่หรือที่ไม่สบายจนไม่พร้อมรับแขก เป็ข้าเสียอีกที่แปลกใจเมื่อเห็นเ้ากำลังบรรเลงเพลง”ไฉต๋าตงขมวดคิ้ว เขาหยิบขนมส่งมาให้แก่ข้า
“ไม่สบายงั้นรึเ้าคะ”ข้าเอียงคอเล็กน้อย พลันเข้าใจได้ในที่สุด “อ้อ! อาจเพราะตอนข้าพบฮูหยินสกุลจินสีหน้าคงไม่ค่อยสู้ดีเท่าใด พวกเขาเลยเข้าใจว่าข้าป่วยกระมัง”
“งั้นรึ” ไฉต๋าตงพึมพำสีหน้าเขาบ่งบอกชัดเจนว่ามิได้เชื่อในสิ่งที่ข้ากล่าวอ้าง
ข้านั้นทำเพียงระบายยิ้มจาง ๆแล้วลุกขึ้นไปนั่งสวมกอดลำคอหนาบนตักเขาเพียงฉับพลันใบหน้าของไฉต๋าตงขึ้นสีแดงระรื่นถึงกระนั้นเขาโอบเอวข้าแล้วกระชับอ้อมแขน
“ท่านไม่เขินอายแล้วหรือเ้าคะ”ข้าเอ่ยเสียงเส่า ก่อนขบเม้มติ่งหูอีกฝ่าย “หรือท่านเองก็มีจุดประสงค์เช่นนี้”
“จริงหรือไม่ที่เ้าบอกรักข้า”เขาไม่ตอบแต่กลับเอ่ยถามเสียงหวาน
“ข้ารักท่านจริงเ้าค่ะ”
“แล้วเ้าไม่อยากมาอยู่กับข้าหรือ”ไฉต๋าตงเอ่ยถาม เป็คำถามที่ข้าเองก็เฝ้าถามตัวเองทุกคืนวัน
“ถ้าท่านอยากให้ข้าร่วมเคียงหมอนกับท่านข้าย่อมยินดีเ้าค่ะ” ข้าระบายยิ้มหวาน พลางประทับฝีปากบนแก้มสากทั้งสองข้าง
“ถ้าเช่นนั้นเ้าจงเรียกชื่อข้าก่อนหรือซ้อมเรียกฟูจวินดี” เขาหัวเราะหน่อย ๆ พลางปลดเปลื้องชุดข้าให้ออกจากเรือนร่างอย่างเบามือ
“ฟูจวิน”ข้าเอ่ยเสียงหวาน พร้อมทั้งปลดชุดอีกฝ่ายบ้าง“ช่วยทำให้ร่างกายของข้าถูกเติมเต็มด้วยน้ำมือท่านเถิด” ข้าเอ่ยพร้อมเลียยอดอกอีกฝ่ายเมื่อข้าปลดชุดเขาได้แล้ว
ตอนนี้พวกเราเปลือยเปล่าโชว์เรือนร่างที่แสนจริงใจต่อกันและกัน เขาส่งเสียงเบา ๆเมื่อข้าดูดยอดอกเขาแต่เขาไม่ปล่อยให้ข้าเล่นสนุกนาน ไฉต๋าตงดันข้าให้ขึ้นนั่งบนโต๊ะไม้พลางใช้นิ้วมือถูวนยังกลีบบุปผา แล้วซุกไซร์ซอกคอเรียวระหง
เสียงร้องครวญครางของข้าดังระงมจนเมื่อมีน้ำหวานไหลอาบนิ้วมืออีกฝ่ายต๋าตงสอดนิ้วเข้าไปภายในโพรงแล้วขยับเป็จังหวะช้า ๆข้าขยุ้มเส้นผมอีกฝ่ายที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนแต่ทำขนาดนี้เขายังคงซุกซนกับยอดปทุมถันข้าไม่หยุด
“เ้าช่างงดงามนัก”เขาเอ่ยพลางนั่งลงจ้องมองไปยังเนินสาวข้า
“ท่านอยากชิมรสมันหรือไม่”ข้าเอ่ยเสียงหวาน ก่อนแยกขาทั้งสองข้างออกจากกัน “ท่านอยากรู้หรือไม่ว่ารสชาติน้ำหวานนี้เป็เช่นไร”
“หึ ๆ”ไฉต๋าตงส่งเสียงในลำคอ เขาสอดนิ้วเข้าไปอีกครั้งแต่ครานี้ลิ้นร้อนอีกฝ่ายกำลังโลมเลียตุ่มไต
ข้าครางเสียงกระเส่าแทบบิดสะโพกอย่างอ่อนระทวย เขาช่างเป็งานนักยิ่งเมื่อััไหนที่สามารถเรียกเสียงหวานจากข้าได้เขายิ่งโจมตีจุดนั้นจนแข้งขาอ่อนแรง เขาช่างเหมาะกับการเป็แม่ทัพเสียจริงการโจมตีจุดตายอย่างไม่ปรานี ช่างเหมาะสมกับเขานัก
“ไฉต๋าตง ไฉต๋าตง~”ข้าจิกเล็บเข้ายังโต๊ะไม้ เขาทำจนข้าตัวกระตุก
ไฉต๋าตงลุกขึ้นยืนอีกครั้งครานี้แก่นเนื้ออีกฝ่ายกำลังผงาด “ให้ข้าได้เข้าไปเชยชิมเ้าได้หรือไม่”เขากระซิบข้างใบหู พลางจับแก่นเนื้อถูไถยังปากทางเข้า
“ท่านช่วยทำให้ข้ารู้สึกดีทีเถอะ”ข้าโอบรัดยังรอบคอเขา ฟังเสียงหัวเราะเบา ๆพลันเบิกตาโตเมื่อความเป็ชายสอดเข้าไปภายในกาย
“ข้าจะทำอย่างช้า ๆ”เขากระซิบอีกครั้ง พลางดันแก่นกายเข้าจนมิด “หากไม่ไหวให้บอกข้า”
ในครานี้ข้าหาได้กล่าวคำอันใดอีกข้าแอ่นสะโพกรับแก่นกายเขาที่เข้ามาไฉต๋าตงดันขาสองข้างข้าให้แยกออกแล้วขยับเอวอย่างช้า ๆแต่มันช่างเสียวซ่านทั่วหน้าท้อง เมื่อลำแก่นกายเขามันช่างมีขนาดใหญ่โต
เขาค่อย ๆออกแรงเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่ได้รุนแรงจนทำข้าเ็ป มันกลับอ่อนโยนจนข้าตัวสั่น เมื่อไฉต๋าตงเข้ามาลึกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
“ข้าเสียวเหลือเกิน”ข้าพึมพำเสียงหวาน “อ๊า~ ไฉต๋าตงข้าใกล้เสร็จแล้ว!”
“เรียกข้าว่าฟูจวินสิเหม่ยหลินเรียกข้า” เขากระซิบสลับจุมพิตยังริมฝีปาก พลางขยับเร็วขึ้นอีกครั้งจนข้าต้องเกี่ยวขาทั้งสองข้างเข้ากับเอวสอบ
“ฟูจวิน…พาข้าไปถึงฝั่งฝันที” ข้าเอ่ยเสียงสั่น ร้องครวญครางด้วยความเสียวจากแก่นกาย
เสียงร้องของเราทั้งสองดังประสานกันจนในตอนที่เขาดันแก่นกายเข้าอีกครา แท่งเนื้อเขาปล่อยน้ำกามเต็มภายในท้องข้ารับรู้ได้ถึงความอุ่นวาบ และตัวเขาที่กระตุก ถึงกระนั้นเขายังคงขยับอย่างช้าๆจนข้าได้ฝั่งฝันร่วมกันกับเขา
“ข้ารักท่าน”ข้ากระซิบยังใบหูอีกฝ่าย
“ข้าก็รักเ้า”ไฉต๋าตงกล่าวเสียงหวาน พลางดึงแก่นกายออกมาพร้อมน้ำกามที่ไหลทะลัก
ข้าแทบสิ้นเรี่ยวแรง แต่เขายกตัวข้าไปนอนลงบนตั่งเตียงพลางสวมกอดข้าจากทางข้างหลัง “มาเป็
ฮูหยินสกุลไฉเถอะนะเหม่ยหลิน”
แม้ว่าข้าไม่ได้ตอบอันใดแต่เสียงหัวใจของเราทั้งสองถือได้ว่าเป็คำตอบอย่างดีในความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่แล้ว