ในเวลาเดียวกันกับที่กำลังมองรถดัมพ์จะพุ่งไปชนหลินเย่กับรถSUV
หลินเย่ก็รีบย่อตัวลง สองมือที่จับกับขอบหน้าต่างรถไว้นั้นผลักรถออกไปอย่างแรง
ทันใดนั้นรถSUVที่มียี่ยี่อยู่ภายในรถก็ปลิวไปตามแรงผลักและเลื่อนห่างออกไปในเกือบสิบเมตร
ตู้มมมม
ในเวลาใกล้ๆกัน รถดัมพ์เคลื่อนผ่านจุดที่รถSUVเคยจอด ข้ามราวกันถนนและชนเข้ากับผนังคอนกรีตข้างทางอย่างรุนแรง
ชั่วพริบตาห้องโดยสารฝั่งคนขับแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม
ก้อนหินสีเทาสาดกระเซ็น คนสัญจรที่หลบไม่ทันก็โดนก้อนหินกระแทกใส่ พร้อมกับเสียงกรีดร้องดังไปทั่วบริเวณ
ในเวลานี้หลินเย่หายไปจากพื้นที่ตรงนั้น
วินาทีถัดมา หลินเย่ลากคนขับรถบรรทุกด้วยท่าทางที่น่ากลัว ซึ่งปราฏตัวห่างจากจุดเกิดเหตุ 5 เมตร
ไม่มีใครมองเห็นการเคลื่อนไหวของหลินเย่ได้ทัน รวมไปถึงตัวพนักงานขับรถคนนั้น
“พูดมาสิ หลินชี่นัดฉันให้ไปโกดังนอกเมืองแล้วชัดๆ แต่ทำไมยังส่งนายมาฆ่าฉันกลางทางอีก” เสียงของหลินเย่เย็นเยือกราวกับน้ำแข็ง เื่นี้มันรุมเร้าชีวิตเขาเมื่อพันปีก่อน
หลินชี่ส่งข้อความมาว่า ้าพบเฉินเยว่เหยาภรรยาของเขา ให้ไปพบที่โกดังร้างนอกเมือง
ในโกดังร้างนั้น จะขัดขวางเขาหรือนจะลงมือสังหารได้เต็มที่
ไม่จำเป็ต้องทำอะไรให้มันมากถึงขั้นทำให้เกิดอุบัติเหตุกลางทางขนาดนี้
คนขับรถดัมพ์คนนี้เป็คนสนิทของหลินชี่ ชื่อว่า จางชุน ชาติก่อนที่เขาจะเข้าสู่ทางเซียนเขาถูกฆ่าตายในคุกเพื่อกำจัดพยาน จึงไม่มีโอกาสได้ถาม
ท่าทางของจางชุนที่ใ ก็เริ่มเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยเล็กน้อย “นายน้อยไม่อยากให้คุณรู้ว่าตายด้วยเหตุผลอะไร ก็แค่ไม่อยากให้คุณเจอกับภรรยาคุณอีก...”
เมื่อได้ยินดังนั้น ตาที่เต็มไปด้วยความโกรธพร้อมจะปะทุออกมา แฝงความเดือดดาลเจตนาอยากฆ่า
มือขวาชี้ไปที่บริเวณระหว่างคิ้ว
ิญญาเทพที่ทรงพลัง แทรกซึมเข้าไปในส่วนลึกความทรงจำของจางชุน สืบเสาะข้อมูลที่เป็ประโยชน์
“กลค้นิญญา” กลวิธีนี้เป็กลวิธีที่ไม่้าพลังเซียนมารองรับ ด้วยระดับความแข็งแกร่งของจักรพรรดิเซียนพันปีที่หลินเย่มีนั้น เขาสามารถค้นหาข้อมูลที่เขา้าได้ในความทรงจำของมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตามผู้ที่ถูกใช้กลนี้ จะกลายเป็อัมพฤกษ์อัมพาตในภายหลัง เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย
ข้อหาหลอกลวงจักรพรรดิเซียน มีแต่ต้องตายสถานเดียว
ท่าทางของจางชุนก็นิ่งไปในชั่วพริบตา ดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆสิ้นแสงไป
เหตุการณ์มากมายในอดีตปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาของหลินเย่
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ จางชุนนำคนไปลักพาตัวเฉินเยว่เหยา ในขณะที่กำลังลงมือเกือบจะสำเร็จลุล่วง ทันใดนั้นนักพรตหญิงก็ปรากฏขึ้นมา ขับไล่คนร้ายหลายคน
“ภัยอันตรายกำลังจะมาถึง สำนักจงจะเปิดม่านป้องกัน ไม่มีใครเข้าออกได้ภายในสิบปีนี้ ต้องตามข้ากลับไปทันที” จางชุนที่อยู่ในที่มืดได้ยินที่นักพรตหญิงกล่าว
“ซือจุน(อาจารย์) ข้าไม่สามารถทิ้งหลินเย่กับยี่ยี่ได้ ให้เวลาข้าอีกสักปี...” เฉินเยว่เหยากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน
“ชะตากรรมของมนุษย์ถูก์ลิขิตเอาไว้แล้ว ต่อให้เป็เ้าหรือข้าก็ไม่มีทางย้อนกลับไปได้ ถ้าเขาสามารถรอดพ้นจากเคราะห์กรรมครั้งนี้ได้ เขาจะมีโอกาส” นักพรตหญิงกล่าวจบก็ชี้ไปที่เฉินเยว่เหยา และมัดร่างกายเธอเอาไว้
หลังจากนั้นก็ทะยานสู่ท้องฟ้า แล้วหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
หลินเย่ดึงมือออก ขนลุกซู่ ในแววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและงุนงง
เขาคิดไม่ถึงว่าภรรยาของเขาเองเฉินเยว่เหยา จะเป็ผู้บำเพ็ญเซียนแห่งสำนักหยิ่นซื่อจง
แต่จริงๆก็ไม่น่าแปลกใจเมื่อชาติที่แล้วตอนที่เขามาล้างแค้น หลินชี่ยอมตายดีกว่าที่จะบอกที่อยู่ของเฉินเยว่เหยากับเขา
ตอนนั้นหลินเย่คิดว่าภรรยาและลูกเขาตายไปแล้ว ความคิดเดียวในใจคือการบำเพ็ญเพียรใช้วิถีเซียนมาฟื้นคืนชีพทั้งสองคน
ไม่ถึงแปดปี หลินเย่อาศัยคุณสมบัติที่เหลือเชื่อกลายเป็เทพออกจากโลก
ตอนนั้นเองเขาเพิ่งจะเข้าใจว่า มนุษย์ไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้ นี่เป็กฎของ์ ตอนที่สิ้นหวังนั้นก็ได้รู้ว่าในแดน์สามารถย้อนกฎและย้อนอดีตได้จึงเลือกเหยียบเส้นทางการบำเพ็ญเพียรมาพันปี
ดันนึกไม่ถึงว่าเฉินเยว่เหยาไม่ได้ตาย แต่ถูกขังอยู่ในม่านพลังกักขังจากสำนักหยิ่นซื่อจง และติดอยู่ภายในนั้น
ชั่วขณะหนึ่งในใจของหลินเย่ มีทั้งความเศร้าโศกขุ่นเคืองและอัศจรรย์ใจปนกัน
ปรากฏว่าหลินชี่ไม่ได้ลักพาตัวภรรยาของเขา ทุกอย่างเป็เื่โกหก นั่นจึงจัดการคนให้มาขวางเขาระหว่างทาง
“เยว่เหยา อีกไม่นาน ฉันจะพาคุณกลับบ้านเอง”
หลินเย่สาบานกับตัวเองในใจ
เวลานี้ มีผู้คนสัญจรไปมามากขึ้น ไม่รู้ว่าชายหญิงวัยกลางคนคู่นั้นที่มาเพื่อสร้างสถานการณ์นั้นหายไปเงียบๆั้แ่เมื่อไหร่
“เขาไปช่วยคนขับรถดัมพ์ออกมาได้ยังไงอะ?”
“พ่อหนุ่มคนนี้เป็คนดีจริงๆ ในสถานการณ์แบบนั้น ยังคิดถึงการช่วยชีวิตคน”
“โชคดีที่เขาโดนสองคนนั้นที่สถานการณ์นั้นดึงเอาไว้ ไม่อย่างงั้นวันนี้น่ากลัวว่าจะต้องมีคนเสียชีวิตแล้ว”
......
คนที่อยู่ในเหตุการณ์มาก่อนหน้า เห็นว่าคนขับรถดัมพ์ไม่ได้รับาเ็ แต่เป็ลมสลบที่เท้าของหลินเย่ ก็ค่อยๆแสดงความชื่นชมทีละคน
หลินเย่เมินเฉยกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนโดยรอบ และยิ่งไม่ได้มองจางชุนที่นอนเป็ผัก เขาหันกลับไปขึ้นรถและจากไปพร้อมกับยี่ยี่
เนื่องจากหลินชี่ไม่ได้ลักพาตัวเฉินเยว่เหยาไป จึงไม่จำเป็ที่จะต้องไปอีกแล้ว
“ป่าป๊า เมื่อไหร่จะได้เจอหม่าม้าคะ?” บนรถ อารมณ์ของโลลิต้าน้อยเริ่มจะคงที่แล้ว เสียงอ้อแอ้ของเด็กน้อยเอ่ยถาม
“ป่าป๊าจะพายี่ยี่กลับบ้านก่อนนะคะ เดี๋ยวไม่กี่วันหม่าม้าก็จะกลับมาแล้ว ยี่ยี่ต้องเป็เด็กดีและไม่ต้องเป็ห่วงหม่าม้านะคะ” สีหน้าของหลินเย่มีความขมขื่นและอุ่นใจ
เฉินเยว่เหยาถูกซือจุนของเธอนำตัวกลับสำนักหยิ่นซื่อจง เมื่อกั้นม่านพลังแล้ว มีเพียงสองวิธีเท่านั้นที่สามารถเปิดได้
หนึ่งคือคนที่อยู่ในสำนักหยิ่นซื่อจงร่วมมือกันเปิดจากม่านกั้นหลัก
อีกประการหนึ่งคือทลายมันจากข้างนอก
น่าเสียดายถ้าคิดที่จะทำลายม่านพลังป้องกันขุนเขาสำนัก อย่างน้อยก็ควรฝึกตนไปถึงขอบเขตปราณก่อกำเนิดก่อน
หลินเย่ตอนนี้ไม่ได้ฝึกอะไรเลย มีแค่ิญญาศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่ง จึงตัดความคิดนี้ไปได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้นสำนักหยิ่นซื่อจงแม้จะไม่มีร้อยแห่งแต่ก็มีสักห้าสิบแห่ง กระจัดกระจายอยู่ตามมิติลับตามขุนเขาใหญ่แต่ละแห่ง หลินเย่จึงแทบไม่อาจหาเจอได้เลย
โชคดีที่รู้ว่าเฉินเยว่เหยาไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย ใจที่กังวลอยู่ก็ผ่อนคลายขึ้น
เื่เร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือเร่งฟื้นฟูบำเพ็ญเพียรในอดีต บุกเข้าสำนักเพื่อตามหาภรรยา
สำหรับหลินชี่นั้น หลินเย่ไม่ได้สนใจอะไร แต่ถ้ายังไม่ยอมเลิกรา กหลินเย่ไม่สนอะไรที่จะส่งเขากลับบ้านเก่าในทันที
“อื้มมม ยี่ยี่หิวแล้ว ยี่ยี่อยากกินน่องไก่” ยี่ยี่พยักหน้าอย่างน่าเอ็นดู
“ลูกสาวสุดที่รักของป๊า มีป๊าอยู่ตรงนี้ จากนี้ไปไม่มีใครไม่มีอะไรมาทำร้ายลูกได้” หลินเย่มองที่ลูกสาวสุดที่รัก รอดพ้นจากภัยอันตรายเพราะการกลับมาใหม่อีกครั้งของตัวเอง ในใจหลินเย่ก็อดไม่ได้ที่จะโล่งใจขึ้นเล็กน้อย
หลินเย่พายี่ยี่ไปที่KFCเพื่อซื้อเซตเมนูสำหรับเด็กก่อน จากนั้นถึงจะขับรถกลับบ้าน
ทันทีที่ประตูเปิดออก ก็มีผู้หญิงสวมกระโปรงสั้นสีชมพู มีใบหน้างามราวกับรูปปั้น แววตาสดใส เดินออกมาจากห้องเห็นยี่ยี่ก็ยิ้มแล้วปรบมือเรียก “ยี่ยี่กลับมาแล้วเหรอ มาให้แม่ทูนหัวหอมทีสิ”
ผู้หญิงคนนั้นชื่อหลงซือหยิง เป็เพื่อนของเฉินเยว่เหยาทั้งยังเป็เพื่อนสนิทของเธอด้วย
เพื่อประหยัดเงินที่สุดเธอกับหลินเย่และภรรยาของเขาเช่าห้องด้วยกัน ทั้งสามคนสนิทเหมือนพี่น้อง และก็ดูแลยี่ยี่เป็อย่างดี
หลงซือหยิงกอดยี่ยี่ไว้ในอ้อมอก เมื่อเห็นหลินเย่เข้ามาคนเดียวจึงเอ่ยถาม “เฉินเจี่ยล่ะ พวกคุณไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดไม่ใช่หรอ”
“มานี่หน่อยสิ ฉันมีเื่อะไรจะบอก...” หลินเย่ทำท่าทางให้หญิงสาววางยี่ยี่ลง เดินเข้าไปในห้องนอนแล้วกวักมือเรียก
หลงซือหยิงเดินเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าแปลกๆ
“เยว่เหยามีเื่ที่ต้องจัดการชั่วคราว ไปไม่กี่เดือน ฉันกลัวยี่ยี่จะไม่ชินถ้าไม่มีเธออยู่ด้วย เธอช่วยฉันโกหกว่าเขาไปทำงานที่อื่นให้หน่อยสิ”
หลินเย่ปิดประตูและกระซิบ “อีกอย่าง ปกติเวลาลำบากเธอก็ช่วยฉันดูแลอยู่แล้ว ยังไงก็เป็ผู้หญิง หลายๆเื่ฉันก็ไม่ค่อยสะดวก”
ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาที่งดงามของหลงซือหยิงก็ปรากฏความสงสัยออกมา “คุณ....ไม่ได้ทะเลาะกับเยว่เหยาเจี่ยใช่ไหม”
“เยว่เหยาเจี่ยเป็คนอารมณ์ดี ฉันจะบอกคุณให้นะหลินเย่ ถ้าคุณกล้าที่จะรังแกเธอ แล้วฉันก็จะไม่มีวันให้อภัยคุณแน่”
“คิดมากไปแล้ว ฉันยินดีที่จะต่อต้านคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมทำให้เธอโกรธเป็อันขาด หลินเย่กล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ
“ก็ดี เห็นแก่ที่คุณสามีที่ซื่อสัตย์ จะยกโทษให้คุณที่ไม่มีความกล้านั้น”หลงซือหยิงพยักหน้าและยิ้ม
“วางใจเถอะ ฉันเป็แม่ทูนหัวของยี่ยี่ คุณเองก็เป็ผู้ชายตัวโตมือหยาบกระด้าง หลังจากนี้ชีวิตประจำวันของหนูน้อยให้ฉันจัดการเอง...”
“นอนกับตุ๊กตาน่ารักในอ้อมแขนต้องหลับฝันดีแน่นอนเลย”
ตกดึก หลังจากที่หลงซือหยิงกล่อมยี่ยี่ให้นอนในห้องเธอ หลินเย่ก็กลับมาที่ห้องของตัวเอง และเริ่มการฝึกตน
“ถ้าอยากตามเยว่เหยากลับมาให้เร็วที่สุด ก็ยกระดับไปให้ถึงขอบเขตปราณก่อกำเนิดก่อน”
“คืนนี้จะต้องปรับรากฐานใหม่แล้ว”
“หลินชี่ ถึงแม้ว่าคุณไม่ได้ฆ่าเยว่เหยา แต่เพราะนาย เยว่เหยาเลยต้องอยู่ห่างจากฉัน ฉันจะทำให้รู้ถึงราคาค่างวดที่มาปั่นหัวฉัน”
สายตาของหลินเย่มีแววตาของความโกรธที่คุกรุ่น