ขุนฟองฉายแววตากร้าว ขบกรามแน่นยกดาบขึ้นสูงเตรียมพร้อมสู้ นายสิบตำรวจทั้งสอง ชักปืนขึ้น“ให้ความร่วมมือในการจับกุมด้วยครับ”
“จับกุมอะหยัง ข้าบ่ได้ยะอะหยังผิด บ่ต้องเข้ามากุมเฮาสอง จะอี้ชีวิตพวกสูเ้าจักหาไม่”
ผู้หมวดคนสวยมองตาเขียวใส่ผู้ใต้บังคับบัญชารู้สึกขัดใจ จึงยืนประจันหน้าชุนฟอง ข้างหมู่แจ็คหมู่ดล “มา อิ้งคุยเองค่ะ คุณพี่ขา....เพื่อนพี่เสียเืมากจนหยุดหายใจ ตอนกลับมาหายใจแล้วแต่ยังไม่พ้นขีดอันตรายต้องรีบไปผ่าตัดเอาธนูออกที่โรงพยาบาลนะคะขอความร่วมมือด้วย ถ้าช้าอาจจะเกิดอันตรายถึงกับชีวิตนะ”ประโยคหลังเธอจ้องหน้าขุนฟองนิ่ง พยายามใช้น้ำเสียงอย่างนุ่มนวลสร้างความเชื่อใจ
ด้วยน้ำเสียงที่สื่อความจริงใจกับคำพูดเขาจึงตีความได้ว่าทุกคนกำลังเข้ามาช่วยไอ้คำ จึงเก็บดาบเข้าฝักหมู่ดลจึงจับขุนฟองไพล่หลังใส่กุญแจมือเขาดิ้นขัดขืนพร้อมชกหมัดออกหมู่ดลขยับตัวหลบ
“หมู่ดล!!หยุดก่อน อิ้งให้จับโดยละม่อมนะคะ ค่อยๆ คุย อย่าเพิ่งใส่กุญแจสิ เขายอมแล้ว”เธอครุ่นคิดชั่วขณะสายตาฉายแววกระจ่างขึ้นวูบก่อนพูดกับขุนฟองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็มิตรว่า“คุณพี่ขา....ใจเย็นๆ ไม่จับแล้วค่ะ พี่เขาเข้าใจผิด เอางี้เดี๋ยวจะพาเพื่อนพี่ไปโรงพยาบาล พี่ไปด้วยกันไหมคะ”
ขุนฟองยังคงสายตาแข็งกร้าว“พวกสูจักพาไอ้คำไปที่ใด ข้าไปโตย บ่ยอมฮื้อพรากมันจากข้า”
“ได้ค่าเดี๋ยวให้พี่อีกคนนั่งรถพยาบาลไปกับพี่ด้วยนะคะ” หมวดอิงอิ้งพยายามให้เขาวางใจพยักหน้ากับหมู่แจ็คเมื่อมั่นใจว่าตกลงกันได้แล้วจึงถอนหายใจเสียงดัง“จับคนร้ายไม่ได้ ยังต้องมาวุ่นวายกับคนเมายาบ้าพูดไม่รู้เื่อีก....เฮ้อ....เพลียใจ แล้วนี่สกัดจับได้รึยังนะ”ความกังวลฉายบนใบหน้าเรียวละมุน ตากลมโต คิ้วเรียวเข้มเด่นชัดสอดรับดวงตาจมูกโด่งงามได้รูป ปากรูปกระจับอวบอิ่ม เป็สาวสวยมีเสน่ห์ชวนมอง
ขุนฟองตามบุรุษพยาบาลที่แบกไอ้คำใส่เปลขึ้นไปบนรถฉุกเฉินในใจเปี่ยมด้วยความห่วงไอ้คำจนคิ้วขมวดชิด แต่อดยืนจ้องรถอยู่ชั่วขณะไม่ได้เขาแสดงความลังเลก่อนก้าวขึ้นรถ พยาบาลจึงยื่นมือดึงเขาขึ้นรถ เมื่อเข้าไปในรถแล้วมองสำรวจทั่วรถแต่ไม่กล้าััวัตถุประหลาดที่ไม่คุ้นตาเสียงไซเรนดังสนั่นขึ้นก่อนเคลื่อนออกไปเขาจึงสะดุ้งใสุดตัว
ระหว่างทางรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วตัวขุนฟองเอนไปตามแรงเคลื่อนที่รถ จนต้องประคองตนด้วยความกลัว “แปลกแต๊ เกวียนใยเป็เหล็กเฮาบ่เคยเห็น บ่เห็นม้าเทียม ใยวิ่งเร็วนักจนเฮาใจสั่นขนาด” แววตาแสดงความครุ่นคิดพยายามคิดทบทวนว่าตนอยู่ที่ใดเมื่อไม่นานตนยังต่อสู้กับผู้ที่จะเอาชีวิตตนไยจึงเกิดแสงสว่างเจิดจ้าแต่ชุ่มเย็นขึ้น รู้สึกตัวอีกครั้งสิ่งแวดล้อมรอบข้างกลับแปลกตาไม่คุ้นตา
เมื่อถึงโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัดขุนฟองมองเห็นตึกหลายชั้น แสงไฟส่องสว่างท่ามกลางความมืดตาจึงเบิกโพลงด้วยความประหลาดใจเมื่อเข้าสู่ภายในกวาดสายตาไปทั่วรู้สึกตื่นตาตื่นใจ เห็นเคาน์เตอร์ โต๊ะเก้าอี้เครื่องตกแต่งต่างๆ สวยงาม ทันสมัย จนแทบไม่กล้าก้าวขา ตัวอักษรไม่คุ้นตาอ่านไม่เข้าใจผู้คนแต่งกายแตกต่างไปเขาจึงครุ่นคิดวนเวียน “ที่นี่บ่ใช่บ้านเฮาใยบ่มีป่าเขาล้อมรอบ คุ้มชาวบ้านรูปทรงประหลาดแต๊ โรงหมอใยใหญ่โตนักหากไอ้คำเจ็บหนักจนสิ้นข้าจักอยู่จะใด ขอสิ่งศักดิ์สิทธิคุ้มหัวไอ้คำโตย”
ความกังวล ความกลัวความไม่มั่นใจพุ่งขึ้นจับใจจนใจเต้นแรงกำมือแน่นแต่จำต้องเดินตามพยาบาลที่เข็นเตียงไอ้คำเข้าห้องฉุกเฉินขณะกำลังจะตามเข้าไปพยาบาลกันไว้ “ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ” แววตาขุนฟองสลดทันทีพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ” ข้าเ้าบ่ใช่ญาติ ไอ้คำเป็ปี้น้องข้าเ้า”ขุนฟองดื้อจะตามเข้าไป จนหมู่แจ็คต้องดึงไว้ เขาสะบัดมือแต่ประตูอัตโนมัติห้องฉุกเฉินปิดก่อน เห็นดังนั้นจึงใถอยหลังออกไกล
พยาบาลอีกคนเห็นดังนั้นเกรงเขาจะเดินเข้าไปจึงเข้าขวาง “ไม่ได้ค่า เข้าไม่ได้ คุณก็ได้รับาเ็นะต้องทำแผลก่อน” พยาบาล ได้ยินคำว่า ‘แผล’ จึงมองที่ไหล่ซ้ายตน เห็นเือาบจึงยอมตามพยาบาลไปทำแผล โชคดีแผลไม่ลึกมากจึงไม่ต้องเย็บ แค่ล้างแผลขุนฟองสะดุ้งขบกรามแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปเมื่อแอลกอฮอล์ััแผลเหงื่อผุดเป็เม็ดบนใบหน้าเข้มที่ดูหล่อเหลา
เมื่อทำแผลเรียบร้อยหมู่ดลพากลับมารอหน้าห้องฉุกเฉิน เห็นเก้าอี้เป็แนวยาว จึงรำพึงออกมา“ตั่งเตียงที่นี่ดูแปลกแต๊ คงฮื้อคนเจ็บนอนฤา ข้าบ่เจ็บไข้ บ่ต้องนอนจึงนั่งลงบนพื้นอย่างคุ้นเคย หมู่แจ็คมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตาตนเองครุ่นคิดขึ้นว่า “ตกลงเมายาหรือเป็บ้ากันแน่ เก้าอี้มีให้นั่งกลับไม่นั่งแต่งตัวก็ประหลาดเหมือนตัวละครหลงยุค อะไรกันเนี่ย”
หมู่แจ็คจึงเดินเข้าไปนั่งยองๆ ข้างขุนฟองเว้นระยะห่างไว้อย่างระแวง พลางฝืนยิ้มออกมา “น้องชื่ออะไรครับมีบัตรประจำตัวประชาชนไหมครับ ผมขอดูหน่อย”
“ข้าคือขุนฟองแห่งเมืองย่าง บุตรเ้าพญาภูคา เ้าบ่เคยป๊ะข้าก่ ฤาเ้าเป็คนต่างถิ่น” เขาตอบเสียงฉาดฉานแววตามั่นใจ จ้องหน้าหมู่แจ็คนิ่งสำรวจครู่หนึ่ง “บัตรอะหยัง บัตรคืออะหยังข้าบ่มี”
ขุนฟองขมวดคิ้วทำหน้างง ทันใดนึกขึ้นได้“ดาบ....ดาบข้าอยู่ที่ใด เ้าลักดาบข้าฤา คืนข้าบัดนี้” เสียงดังลั่นแววตากร้าวจ้องเขม็งจนหมู่แจ็คสะท้าน น้ำเสียงอ่อนลง
“ใจเย็นๆน้อง ดาบเก็บไว้ที่รถแล้ว ไม่หายหรอก” หมู่แจ็คถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ พึมพำกลับตนเอง“สรุปคือไม่มีบัตร เอาเถอะพ่อ ดูเพี้ยนๆ นะ ชิวๆ ไปก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน”
ขุนฟองรออยู่นอกห้องผ่าตัด เขาผุดลุกผุดนั่งจ้องไปที่ประตูห้องผ่าตัดเป็ระยะๆ หวังจะเข้าไปหาไอ้คำ ท่ามกลางนาทีวิกฤตหมอเร่งช่วยชีวิตแข่งกับเวลา ผ่าตัดเอาธนูที่ปักชายโครงไอ้คำออกห้ามเืที่ไหลนอง เย็บปิดปากแผลเรียบร้อย คนไข้ยังไม่ได้สติ ที่แขนมีสายระโยงระยางจากถุงน้ำเกลือถุงเืปักอยู่
เมื่อพ้นขีดอันตรายแล้วพยาบาลผู้ช่วยผ่าตัดชุดเขียวเดินออกจากห้องฉุกเฉินมองหาญาติคนไข้ขุนฟองผลุนผลันลุกขึ้นจากพื้น “คนเจ็บปลอดภัยแล้วนะคะเดี๋ยวจะย้ายไปห้องพักฟื้นต้องรอดูอาการ ถ้าไม่มีอาการอะไรสองวันก็กลับบ้านได้ค่ะ”สีหน้างุนงงไม่เข้าใจคำพูดชัดเจน ได้เพียงพยักหน้าอย่างเก้อจับความได้ว่าองครักษ์ตนปลอดภัย คิ้วขมวดคลายลงอย่างชัดเจน ยิ้มกว้างออกมา คำ‘บ้าน’ กระทบใจทำให้เขาครุ่นคิดถึง เหตุการณ์ที่ ‘บ้าน’เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ภาพต่างๆ ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง