เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 77 ตำหนักกระบี่เหมันต์

    ขณะที่เทียนอี้กำลังนั่งฟังเรื่องที่พวกของตงฉางคุยกันอย่างตั้งใจอยู่นั้นเอง ตงฉางก็ได้หันมาสบตาของเทียนอี้พอดี เทียนอี้ก็หาได้หลบสายตาของตงฉางที่กำลังจับจ้องมาที่ตนเองไม่
    “เจ้ามีปัญหาอะไรหรือไม่ไอ้หนุ่มหน้าขาว” ตงฉางถามออกมาด้วยท่าทางยียวนหาเรื่อง
    เทียนอี้ทำเพียงยิ้มแล้วส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา คนนิสัยเช่นตงฉางนี้เทียนอี้รู้สึกเกลียดเป็นที่สุดทั่ง หยิงผยอง หลงตัวเอง อาศัยชื่อเสียง และอำนาจของสำนักรังแกกดขี่ข่มแหงผู้คนราวกับพวกคนชั่ว
    เมื่อเห็นว่าเทียนอี้ทำเป็นเมินหนึ่งในผู้ที่มากับตงฉางก็ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ของตนทันทีก่อนที่จะเดินมายังโต๊ะเทียนอี้แล้วพูดขึ้นมาท่าทางดูถูกว่า “ดูจากการแต่ตัวคงจะเป็นคนต่างถิ่นสินะ ถึงว่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เจ้าคงไม่รู้สิน่ะว่าพวกเราเป็นใครถึงกล้าแสดงกริยาท่าทางเช่นนี้”
    “ก็เป็นอย่างที่เจ้าว่ามาพวกข้าเป็นคนต่างถิ่นพึ่งเดินทางท่องเที่ยวมาถึงทวีปเหนือได้ไม่นาน จึงไม่ค่อยรู้อะไรมากนักหรือว่าพวกเจ้าเป็นคนใหญ่คนอะไรพวกนั้น” เทียนอี้แกล้งพูดออกมาด้วยท่าทางเลิกลักเล็กน้อย
    เมื่อชายคนนั้นเห็นว่าเทียนอี้มีท่าทางเลิกลักขึ้นมามันก็แสยะยิ้มขึ้นมาทันที และหวังว่าจะใช้โอกาสนี้แสดงความอำนาจบารมีของมันออกมา “ก็ไม่ผิดจากที่เจ้าว่ามามากนักพวกเราสี่คนเป็นศิษย์ของตำหนักจักรเหมันต์อันเลืองชื่อ 1 ใน 6 ตำหนักผู้ยิ่งใหญ่ของทวีปเหนือแห่งนี้ และศิษย์พี่ใหญ่ตงฉางของพวกเราก็ยังเป็นถึงว่าที่ศิษย์หลักของตำหนักอีกด้วยทีนี้เจ้ารู้หรือยังว่ากำลังทำให้ผู้ไดไม่พอใจอยู่”
    เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายคนนี้พูดผู้คนที่อยู่ในห้องอาหารของโรงเตี้ยมต่างก็เริ่มพูดคุยกันเสียงดังทันที“ที่แท้ก็นายน้อยตงฉางของตำหนักจักรเหมันต์นี่เอง.....”“นายน้อยตงฉางคนนั้นน่ะหรอ...”เมื่อได้ยินผู้คนในห้องอาหารพูดถึงตนเองอย่างเซ็งแซ่ตงฉางก็ยืดอกของตนขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจในชื่อเสียงของตนเอง ตัวมันมีนิสัยหยิ่งยโสหลงตัวเองเช่นนี้อยู่เสมอ ศิษย์น้องทั้งสามคนที่ติดตามมันมาก็รู้จักนิสัยมันดีที่สุด มันจึงปล่อยให้ศิษย์น้องของมันจัดการทุกอย่างต่อเองโดยที่มันเพียงคอยนั่งดูความสนุกเท่านั้น
    ตอนนี้เทียนอี้ยิ่งแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมามากกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าเทียนอี้กำลังสั่นกลัวชายคนนั้นก็สวมบทบาทของตัวเองต่อทันที “ทีนี้เจ้าคงจะรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของศิษย์พี่ใหญ่ตงฉางของพวกเราแล้วสินะ เมื่อสักครู่เจ้าบังอาจทำเป็นเมินคำพูดของศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเราเจ้าคงเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง บางทีถ้าพวกเจ้ายอมก้มกราบขอขมาศิษย์พี่ใหญ่ของข้าอาจจะให้อภัยยกโทษให้เจ้าก็ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
    เทียนอี้ได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ ก่อนที่จะสวมบทบาทแสดงท่าทางลนลานออกมาก่อนจะพูดออกมาว่า “พวกเจ้ากล้าลงมืออย่างนั้นหรอบ้านเมืองมีขื่อมีแปหรือว่าพวกเจ้าจะไม่เคารพกฎหมายบ้านเมืองหรือยังไง”
    ยิ่งเห็นท่าทางที่หวาดกลัวของเทียนอี้ชายคนนั้นยิ่งได้ใจมากขึ้นไปอีกก่อนที่มันจะแสยะยิ้มออกมาอีกครั้งแล้วพูดว่า “กฎหมายบ้านเมืองมีไว้ใช้กับพวกคนอ่อนแอเท่านั้นในยุทธภพของเรามีเพียงกำปั้นใครใหญ่กว่าเท่านั้นถึงจะเป็นความถูกต้องที่แท้จริง”
    มาถึงตรงนี้เทียนอี้ก็หยุดแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาก่อนที่จะ แสยะยิ้มแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “เช่นนั้นสินะมีเพียงกำปั่นใครใหญ่กว่าเท่านั้นถึงจะเป็นความถูกต้องที่แท้จริง” กล่าวจบเทียนอี้ก็ชกหมัดซายธรรมดาออกไปทีหนึ่ง หมัดธรรมดาๆนี้เชื่องช้าเป็นอย่างมากทั้งยังไม่มีพลังปราณปะทุออกมาเลยแม่แต่น้อย
    เมื่อเห็นว่าเทียนอี้ชกหมัดกากๆธรรมดาๆมาที่ตนเองชายคนนั้นก็หัวเราะออกมาก่อนที่จะชกหมัดของมันสวนกับไปที่หมัดของเทียนอี้พร้อมพูดออกมาว่า “เพียงขอบเขตนภาขั้น 9 ไม่รู้จักประมาณตนมาดูกันสิว่าวันนี้ข้าจะทำลายแขนของเจ้ายังไง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
    ทุกคนในโรงเตี้ยมต่างหันหน้าหนีไม่กล้าที่จะมองเพราะหมัดของเทียนอี้ดูไปแล้วเป็นเพียงหมัดกากๆธรรมดา ส่วนหมัดของชายคนนั้นเต็มไปด้วยพลังปราณสีฟ้าที่แผ่ออกมาจางๆ เห็นได้ชัดเลยว่ามันเป็นหมัดที่มีพลังธาตุแผงอยู่ด้วย ทุกคนต่างก็คิดว่าแขนของเทียนอี้ต้องถูกพลังธาตุระเบิดออกเป็นชิ้นๆเป็นแน่ มีเพียงซุยหงที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่เช่นเดิมไม่มีท่าทางตกใจเลยแม้แต่น้อย
    และขณะที่กำปั้นของทั้งคู่ได้เข้าปะทะกันกลางอากาศนั้นเองก็มีเสียงดัง ~[กร๊อบ]~ ดังลั่นออกมาไม่ผิดเสียงนี้คือเสียงของกระดูที่ถูกบดขยี้จนแตกหักนั้นเอง ก่อนที่ร่างของชายคนนั้นจะกระเด็นรอยกลับไปก่อนที่ร่างของมันจะตกลงพื้นแล้วกรี๊ดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “อ๊าก..แขน..แขนข้า..”
    เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผู้คนที่ดูอยู่เต็มไปด้วยความสับสน เห็นได้ชัดว่าเทียนอี้เป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดแล้วทำไมคนที่ได้รับบาดเจ็บกลับเป็นคนของตำหนักจักรเหมันต์ได้
    ตอนนี้ตงฉางได้เปลี่ยนสีหน้าไปแล้ว ถึงมันจะเป็นคนที่หยิ่งยโสเพียงไดแต่มันก็ไม่ใช่คนโง่ ถึงตอนนี้มันหันไปมองซุยหงที่นั่งอยู่ตรงข้ามของเทียนอี้ทันที ทั้งๆที่เทียนอี้กำลังมีเรื่องแต่ชายผู้นี้กลับกำลังนั่งจิบชาอย่างสบายใจโดยไม่มีท่าทีอันไดออกมาเลยแม้แต่น้อย ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นตรงหน้าของมันซะอย่างงั้น
    มันรอบประเมินระดับพลังของซุยหงทันทีแต่มันก็ไม่สามารถระบุขอบเขตพลังของซุยหงออกมาได้ มีเหตุผลเพียงสองประการเท่านั้นที่จะไม่สามารถระบุขอบเขตพลังของผู้อื่นได้ ข้อแรกคือคนพูดนั้นมีของวิเศษที่สามารถช่วยปกปิดขอบเขตพลังที่แท้จริงได้ ส่วนอีกข้อก็ คือคนพูดนั้นมีระดับพลังสูงกว่าผู้ทำการตรวจสอบระดับพลังมากจนไม่สามารถระบุขอบเขตพลังที่ชัดเจนได้ และมันยังสัมผัสได้ถึงปราณสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวของซุยหงอีกเล็กน้อยด้วย เพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมันจึงเลือกที่จะถอยหลังหนึ่งก้าวแทน
    ตงฉางหันมามองเทียนอี้อีกครั้งด้วยความไม่พอใจและเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น “เจ้าคงเป็นผู้ฝึกฝนวิชากายาสินะ ดีมากครั้งนี้พวกเจ้าบังอาจหาญกล้าทำร้ายคนของตำหนักจักรเหมันต์ของพวกเรา พวกเจ้าจะต้องเสียใจกับผลที่จะตามมา”
    หลังพูดกับเทียนอี้เสร็จตงฉางก็หันไปบอกศิษย์น้องของมันอีกสองคนให้ไปหามร่างของชายที่บาดเจ็บมาก่อนที่จะรีบเดินออกจากโรงเตี้ยมไปในทันที
    เมื่อเห็นว่าพวกตงฉางเลือกที่จะถอยเทียนอี้ทำเพียงยิ้มเยาะก่อนจะพูดออกมาว่า “นับว่ายังพอมีสมองอยู่บ้างถึงเลือกวิ่งหนีหางจุกตูด แล้วข้าจะรอผลที่เจ้าว่ามาแล้วกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
    เมื่อพวกของตงฉางที่กำลังจะก้าวออกจากธรณีประตูของโรงเตี้ยมไปได้ยินคำพูดของเทียนอี้ ตงฉางมันก็หันหน้ากลับมาตะโกนใส่เทียนอี้ด้วยความโกรธยิ่งกว่าเดิมว่า “พวกเจ้าล้างคอรอไว้ได้เลยตำหนักจักรเหมันต์จะไม่ปล่อยชีวิตสุนัขของพวกเจ้าไปแน่” สิ้นเสียงมันก็พาศิษย์น้องเหินทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
    เทียนอี้หัวเราะอย่างชอบใจก่อนที่จะกลับมานั่งลงที่โต๊ะของตัวเองเช่นเดิม ตอนนี้ผู้คนภายในร้านต่างพูดจากกันเซงแซ่ ทุกคนต่างพูดคุยกันเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่เช่นเดียวกันและทุกคนต่างเว้นระยะห่างจากเทียนอี้และซุยหงทันทีเพื่อความปลอดภัน พวกชาวเขาต่างก็มีความคิดไม่ต่างกันเป็นเพียงคนต่างถิ่นแต่กลับกล้ามีเรื่องกับตำหนักจักรเหมันต์นี้มันเป็นการหาที่ตายชัดๆ หากอยู่ใกล้อาจถูกลูกหลงเข้าให้ก็ได้พวกเขาจึงเลือกที่จะทิ้งระยะห่างเพื่อปลอดภัยเอาไว้แทน
    “ปล่อยพวกมันไปเช่นนี้จะดีหรือ?” ซุยหงที่กำลังจิบชาอยู่ถามขึ้นมา ตัวเขาเองไม่ได้กลัวที่จะต้องต่อสู้กับผู้ไดยิ่งตอนนี้นี้หลังจากที่ดูดซับปราณมังกรจนหมดก็ทำให้ซุยหงก้าวมาถึงขอบเขตราชันย์จักรพรรดิคนที่ 5 ได้แล้ว นับว่าเป็นการพัฒนาที่รวดเร็วจนน่าตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อรวมกับวรยุทธขั้นสูงที่เทียนอี้ได้มอบให้มาฝึกฝนตอนนี้ต่อให้ซุยหงต้องประมือมือกับยอดฝีที่อยู่ในขอบเขตราชันจักรพรรดิขั้นที่ 7 ซุยหงก็สามารถเอาชนะได้ไม่ยาก
    “ไม่เป็นไรตอนนี้ปล่อยมันไปก่อน หากมีครั้งหน้าค่อยจัดการให้ให้เด็ดขาดอีกที” เทียนอี้ตอบกลับไปก่อนที่จะนั่งกินอาหารที่อยู่บนโต๊ะต่อไปโดยไม่สนใจเสียงพูดคุยของผู้คนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย


    ทางด้านของตงฉางหลังจากที่เหินบินออกมาไกลจากโรงเตี้ยมได้สักระยะแล้วศิษย์น้องผู้หนึ่งของมันก็ถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ทำไมเราต้องเป็นฝ่ายถอยออกมาด้วยถ้าหากท่านลงมือด้วยตัวเองข้าไม่เชื่อหรอกว่าไอ้เด็กหน้าขาวนั้นมันจะสู้ท่านได้” นำเสียงของมันเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ใครจะไปคิดว่าศิษย์ตำหนักจักรเหมันต์อันทรงเกียรติเช่นมันจะต้องมาทนแบกกล้ำกลืนความอัปยศเช่นนี้
    “ไอ้หนุ่มหน้าข้าวนั้นนับเป็นอันไดได้เพียงป่ามือเดียวข้าก็สามารถฆ่ามันได้แล้ว แต่ที่เราต้องล่าถอยออกมาเพราะชายอีกคนที่มากับมันด้วยต่างหากล่ะ ตอนที่ข้าลอบสำรวจมันระดับพลังของมันข้ากลับไม่สามารถระบุระดับพลังที่แท้จริงของมันได้เลยแม้แต่น้อย ข้าเกรงว่าอย่างน้อยชายผู้นั้นจะต้องเป็นยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิขั้นกลางขึ้นไปเป็นแน่ และด้วยท่าทางของมันข้าคิดว่าถ้าข้าลงมือมันจะต้องสอดมือเข้ามาช่วยไอ้หนุ่มหน้าขาวนั้นแน่ เมื่อถึงตอนนั้นคงยากที่เราจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้”
    “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้..” หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่ตงฉางพูดศิษย์น้องของมันก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว จะบ้าหรือยังไงพวกมันจะไปหาญกล้าต่อกรกับยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิ์ได้อย่างไรแบบนั้นมันลนหาที่ตายชัดๆ พวกมันทำได้เพียงแต่กลืนความอัปยศลงคอไปเท่านั้น
    “ความอัปยศในครั้งนี้ข้าจะต้องกลับมาแก้แค้นสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน ข้าจะให้ท่านอาจารย์จับมันมาให้ข้าเลาะเอ็นเฉือนกระดูกอย่างแน่นอน” ตงฉางกัดฟันกรอดพูดออกมาด้วยความเกลียดชัง ก่อนที่จะพากันทะยานร่างต่อไป


    หลังจากที่ทานอาหารเสร็จเทียนอี้ก็ถามถึงที่ตั้งของตำหนักกระบี่เหมันต์กับเสี่ยวเอ้อ หลังจากที่ได้ทราบคำตอบจากเสี่ยวเอ้อแล้วเทียนอี้และซุยหงก็กลับเข้าห้องพักของตนเองไป
    เช้าวันถัดมาเทียนอี้และซุยหงก็เดินทางออกจากเมืองหยกเหมันต์ทันทีเพื่อตรงไปยังตำหนักกระบี่เหมันต์ ที่ตั้งของตำหนักกระบี่เหมันต์ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองหยกเหมันต์ห่างออกไปอีก 18,000 ลี้ตั้งอยู่บนยอดเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ แห่งหนึ่งเป็นตำหนักที่มีศิษย์สตรีเป็นส่วนใหญ่ จึงถูกเรียกขานกันว่าตำหนักสาวงาม
    ปกติต้องใช้เวลาเดินทางหลายวันกว่าจะสามารถเดินทางมาถึงตำหนักกระบี่เหมันต์แต่ด้วยความเร็วของซุยหงทำให้พวกเขามาถึงภูเขาน้ำแข็งที่เป็นอาณาเขตของตำหนักกระบี่เหมันต์ เมื่อมาถึงตรงนี้เทียนอี้เปลี่ยนเป็นการเดินทางด้วยการเดินเท้าแทน
    ทางขึ้นเขามีป้ายหยกสีขาวอมชมพูขนาดใหญ่สลักไว้ว่า เขากระบี่ตัดสายน้ำตำหนักกระบี่เหมันต์ ทางขึ้นเขาเป็นบันไดหินทอดสาวสุดสายตา สองข้างทางเป็นป่าสนขนาบไปตลอดแนวทั้งยังปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี เป็นภาพทิวทัศที่สวยงาม
    เทียนอี้ใส้เวลาอยู่พักใหญ่ในการเดินขึ้นไปตามบันไดจนถึงยอดเขา ตอนนี้ตรงหน้าของเทียนอี้และซุยหงคือกำแพงหินสีขาวสูงที่โอบล้อมยอดเขาขนาดยักษ์ทั้งลูก กำแพงหินนี้สูงราวๆสามเมตรทำให้มันบดบังทัศนียภาพหลังกำแพงไว้จนหมด สุดทางของบันใจเป็นประตูไม้ขนาดใหญ่ที่สูงกว่ากำแพงเล็กน้อยทำให้ประตูไม้บานนี้ให้ความรู้สึกหนักแน่นและมั่นคง
    เทียนอี้เดินไปตรงหน้าประตูและเตรียมที่จะเคาะประตูเรียกคนที่อยู่ด้านใน ทันไดนั้นเองที่ด้านหลังของเทียนอี้ก็ได้มีสตรีสองคนเหินลงมาจากท้องฟ้าและพูดขึ้นว่า “ไม่ทราบว่าจอมยุทธ์ทั้งสองท่านมีธุระอันกับตำหนักกระบี่เหมันต์ของพวกเรา”......


    error loaded

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744