ตอนที่ 2 อุบัติเหตุทางรถยนต์กลางดึก (10)
กู้ชิงกลับมายังห้องส่วนตัวห้องเดิม ดื่มเหล้ากับบรรดารองนายกเทศมนตรีและนักธุรกิจต่างชาติอีก
ในบรรยากาศผ่อนคลายและเบิกบานใจ ไม่ได้พูดคุยเพียงเื่งาน แต่ยังพูดคุยเื่ประเพณีต่างๆ ด้วย
กระทั่งเวลาเข้าสามทุ่ม ทุกคนก็ลงมาจากชั้นสอง
รองนายกเทศมนตรีเหลาสั่งคนของคลับเมมเบอร์ชิปขับรถไปส่งนักธุรกิจต่างชาติกลับโรงแรม ส่วนพวกเขาต่างทยอยกันบอกลากู้ชิง บ้างก็ขับรถกลับเอง บ้างก็ได้โชเฟอร์ประจำบ้านขับรถไปส่งที่บ้าน
ส่วนเขาอยู่ตรงโถงใหญ่คอยเลขาขับรถมารับที่หน้าประตู ตอนกู้ชิงเข้าไปนั่งในรถก็นึกได้เอาตอนนี้ว่าวันนี้เป็วันศุกร์ ต้องกลับซอยเสี่ยวโหลว ในเมื่อเป็แบบนี้ จึงไม่สามารถสั่งเลขาขับไปส่งได้ ทว่าคืนนี้ตนก็ดื่มเหล้าหนัก ขับรถไม่ได้จริงๆ เพื่อเลี่ยงด่านตรวจแอลกอฮอล์ จึงตัดสินใจว่าจะให้คนของคลับเมมเบอร์ชิปขับรถไปส่ง
เขาสั่งหยางเตี่ยนซือขับรถกลับบ้าน ส่วนเขาจะกลับบ้านเองทีหลัง หยางเตี่ยนซือเป็กังวล ถามแล้วถามอีกว่า้าให้ดูแลหรือไม่
กู้ชิงยังมีสติสมบูรณ์อยู่ จึงบอกเขาว่าไม่ต้องเป็ห่วง
ในเมื่อเป็แบบนี้ หยางเตี่ยนซือก็ไม่ถามต่อ แล้วขับรถยนต์นายกเทศมนตรีกลับบ้าน
รถรับส่งทยอยกันขับออกไป กู้ชิงยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ระหว่างรอรถของคลับเมมเบอร์ชิป บัตเลอร์ประจำคลับเดินเข้ามาข้างๆ เขา กล่าวขออภัยกับเขาว่ารถได้ขับออกไปส่งลูกค้าครบทุกคันแล้ว จึงเชิญเขาไปพักที่โถงใหญ่สักครู่ เมื่อรถขับกลับมาจะไปส่งเขาทันที
กู้ชิงพยักหน้า คิดจะหันหลังกลับไปคอยที่โถงใหญ่ ในจังหวะนี้เอง รถคันหนึ่งก็ขับมาถึงหน้าประตูใหญ่ ก่อนจะกดแตรเรียกพร้อมลดกระจกรถลง
หยวนจุนที่อยู่ภายในรถบอกเขาว่า “ขึ้นรถสิ เดี๋ยวผมไปส่งคุณเองครับ”
ขณะมองชายหนุ่มที่อยู่ในรถ กู้ชิงก็ยิ้มมีมารยาทให้อย่างห่างเหิน “ขอบคุณครับประธานหยวน อีกเดี๋ยวรถก็มาแล้ว ไม่รบกวนคุณดีกว่า” ถึงแม้จะได้รับความช่วยเหลือจากเขาจนรอดวิกฤตในห้องส่วนตัวมาได้ แต่อย่าพูดคุยกันใกล้ชิดเลยดีกว่า
“ท่านนายกเทศมนตรีกู้ไม่ต้องเกรงใจมาบอกปัดหรอกครับ เื่เกี่ยวกับตระกูลเซวียน่ะ มีบางอย่างที่เราต้องคุยกันอีกนะ” หยวนจุนเอ่ยปาก
ทว่ากู้ชิงไม่อยากคุย จึงเอ่ยด้วยความใจเย็นไปว่า ‘คราวหน้าว่างแล้วค่อยคุยกันอีกทีนะครับ’ เพราะอยากจะไล่เขาไป
ชายหนุ่มผู้ถูกปฏิเสธเดินลงจากรถ ไปถึงเบื้องหน้าของผู้ที่แผ่กลิ่นอายเ็าจากเนื้อแท้ออกมา “ถึงตอนนี้แล้ว ทำไมท่านนายกเทศมนตรีกู้ถึงไม่ทิ้งความหนักอึ้งไว้สักเดี๋ยว แล้วก้าวข้ามความวิตกดูล่ะครับ”
สายลมพัดผ่านมาพร้อมกับกลิ่นความหอมชื่นใจและอ่อนโยนจากเส้นผมของกู้ชิงนั้น ช่างน่าเคลิบเคลิ้ม
รอยยิ้มบนใบหน้าของกู้ชิงแข็งค้างไปราวกับอีกฝ่ายเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง
การวิเคราะห์สี่เ้าสัวใหญ่จนเกินพอดีในสามเดือนมานี้ทำให้เขาแบกความหนักอึ้งบางอย่างไว้โดยไม่รู้ตัว ความหนักอึ้งแบบนี้มาพร้อมกับความกดดัน บีบให้เขาจมอยู่กับการขบคิดที่ลึกลงไปมากกว่าเก่า คิดไม่ถึงเลยว่า จะมาโดนหยวนจุนจี้จุดต่อหน้าต่อตา แบบนี้มันน่าขายหน้าอยู่นะ
ตามข้อมูลที่มี เขารู้เื่ของชายหนุ่มผู้รับ่เ้าสัวตระกูลหยวน จนมาเป็ผู้นำตระกูลผู้นี้เพียงน้อยนิด จึงได้แต่อ้างอิงจากเครือบริษัทตงฟางที่หยวนจุนรับ่ดูแล ทั้งด้านการขยายเงินลงทุน ด้านการก้าวเข้าสู่ธุรกิจประเภทอื่นๆ ด้านการผลักดันอุตสาหกรรมของตระกูลหยวนไปสู่การตัดสินใจระดับสูงรูปแบบใหม่ ถึงได้สรุปเอาว่า หยวนจุนมีหัวทางการค้าที่ชาญฉลาด ทั้งยังมีกลยุทธ์ที่ฉับไวและเฉียบคม
เดิมทีผู้กุมอำนาจตระกูลหยวนซึ่งออกสื่อน้อยครั้งที่สุดนั้น คือคนที่เขาระแวดระวังมากที่สุด แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเกี่ยวข้องกันครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะเด็กน้อยตระกูลหยวนเป็เหตุ
ระหว่างที่เขาครุ่นคิดวิธีสำหรับรับมือกับชายหนุ่มเบื้องหน้า หยวนจุนก็ยื่นมือให้เขา “ท่านนายกเทศมนตรีกู้ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ถึงจุดยืนจะไม่เหมือนกัน แต่ถ้าคบเป็มิตรที่มีความเห็นตรงกันบางเื่ ก็ถือว่ามีวาสนาต่อกันนะครับ”
กู้ชิงอึ้งไปเล็กน้อย นี่เขาอยากจะเป็เพื่อนกับฉันเหรอ
ขณะมองมือเบื้องหน้าอยู่ ก็คิดว่าจับมือด้วยก็ไม่ถูก จะปล่อยเก้ออย่างนั้นก็ไม่ควร เขารู้สึกได้เลยว่ารับมือยากจริงๆ
มุมปากหยวนจุนผุดรอยยิ้มลุ่มลึกที่ยากจะคาดเดา เขาเก็บมือพลางเดินเข้าไปหาก้าวหนึ่ง ก่อนจะเข้าไปใกล้ใบหูของกู้ชิงแล้วเอ่ยเสียงต่ำๆ ว่า “กลิ่นท่านนายกเทศมนตรีกู้หอมจังเลยครับ”
กู้ชิงพลันแข็งทื่อทั้งร่าง
หลังกลับมายืนที่เดิม หยวนจุนก็เอ่ยคำว่า “เชิญครับ” อย่างมีมารยาท โดยบอกว่าขืนยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป ผู้ไม่หวังดีมีแต่จะปั้นแต่งเื่ไปไกลนะครับ
กู้ชิงจึงโดยสารรถของเขาไปด้วยความจนใจ
หยวนจุนสตาร์ตรถ พาเขามุ่งหน้าไปซอยเสี่ยวโหลว
อาจเพราะการดื่มเหล้าเกินขนาดเป็เหตุ ระหว่างนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ กู้ชิงถึงได้ง่วงเหงาหาวนอนนิดหน่อย เพื่อไม่ให้เป็การเสียภาพลักษณ์ เขาจึงฝืนครองสติของตนเข้าไว้ ขณะที่ความคิดก็คาดเดาจุดประสงค์พฤติกรรมของหยวนจุน
อันที่จริง มิตรที่ว่าก็คือพฤติกรรมการหาพวกรูปแบบหนึ่ง จุดประสงค์ของเขาก็เหมือนกับจุดประสงค์ของเซวียติ้ง สิ่งที่ต่างกันคือ คนหนึ่งสุดโต่ง แต่อีกคนมีชั้นเชิง
เขาไม่ยอมรับความสัมพันธ์ฉัน ‘มิตร’ หรอก อีกฝ่ายน่าจะเข้าใจคำปฏิเสธของเขา
ขณะเบิกตามองแสงไฟนอกกระจกรถ ดวงตาก็คอยกะพริบไม่หยุด ทว่าเปลือกตาหนักอึ้งทุกทีๆ อย่างควบคุมไม่ไหว ในที่สุดก็ปิดลงอย่างช้าๆ แล้วจมลึกสู่ห้วงนิทรา
เมื่อพบว่าเขาหลับ หยวนจุนก็ชะลอความเร็วรถ แล้วค่อยๆ ขับไป
รถขับไปตามถนนเลียบแม่น้ำ ก่อนจะเลี้ยวเข้าถนนสายหลักเส้นอื่น แล้วเข้าไปยังท้ายซอยเสี่ยวโหลวที่บานสะพรั่งไปด้วยดอกไม้ และจอดรถใต้อะพาร์ตเมนต์เล็กๆ ที่กู้ชิงเช่าอาศัย
เขาลงจากรถ เดินไปเปิดประตูรถด้านขวา โน้มเอวลงมายื่นมือแตะบ่ากู้ชิง ระหว่างที่คิดจะปลุกเขา กลิ่นหอมจากเส้นผมกู้ชิงก็ส่งเข้าจมูกระลอกหนึ่ง ทำเอาอยากจะเข้าไปดอมดมระยะประชิดอย่างอดใจไม่อยู่
มือที่แตะอยู่บนบ่าค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้วงหน้าหล่อเหลา ในจังหวะที่นิ้วกำลังจะัั กู้ชิงกลับลืมตาอย่างช้าๆ ทั้งสองพลันสบตากันและกัน
นิ้วมือที่ยื่นไปหาชะงักอยู่ตรงพวงแก้มของเขา
กู้ชิงที่เพิ่งคืนสติจากความเมาและความง่วงมองเขาอย่างเฉยชา
เมื่อหดมือกลับ หยวนจุนก็อมยิ้มเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ถึงบ้านแล้วครับ” แล้วถอยหลังออกมา
หลังลงจากรถ กู้ชิงพูดว่า “ขอบคุณครับ” ไปคำหนึ่ง แล้วเดินไปเปิดประตูด้านหลังของอะพาร์ตเมนต์เล็กๆ ก่อนจะเดินขึ้นไปยังบ้านเช่าชั้นสอง
ขณะมองเห็นว่าประตูค่อยๆ ปิดสนิท กระทั่งเงาหลังของเขาลับตา หยวนจุนก็กลับเข้ารถ แล้วขับออกจากซอยเสี่ยวโหลว