Love Status : รัก..แบบไหน?

    Love Status : รัก..แบบไหน ?  |  EP. 2

    ​วันแห่งการเริ่มต้น...

    ...“ขอบคุณนะครับ” ผมยื่นซองค่าจ้างให้กับพี่คนงานขนย้ายที่ช่วยผมขนของเข้าหอใหม่ในวันนี้“ขอบคุณที่ใช้บริการ M-Move ครับ”  พี่คนงานตอบกลับด้วยความร่าเริง แถมยังยิ้มให้ด้วยใบหน้าที่มีเหงื่อแตกพลักๆ ก่อนหันหลังเดินลงบันใดไป เช็ดเหงื่อตัวเองไปเล่นเอาเหนื่อยเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวจริงๆเลยครับ ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะเป็นเด็กปี 3 วัยรุ่นสุดเฟี้ยวร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ แถมเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน .. แต่หอใหม่เจ้ากรรมนี่ม้านนน.. ไม่มีลิฟท์ไง เลยต้องเดินแบกของขึ้นๆลงๆตั้งหลายรอบ แถมบันไดหอพักก็สูงเวอร์ ห้องใหม่นี่ก็ดันอยู่ตั้งชั้นที่ 4 .. สภาพของผมตอนนี้เลยไม่ต่างกับคุณลุงคนนึงที่จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย เหงื่อนี่ซึมออกมาเต็มหน้าเต็มตัวไม่ต่างจากพี่ๆคนงานที่มาช่วยผมขนของเมื่อกี้เลยล่ะครับ.. = =““ เอื้อยยยยยยยยย ~ ” ผมล้มตัวลงนอนตากแอร์ในท่ากางแขนกางขา กระพริบตาปริบๆ มองเพดานที่ไม่คุ้นตาสักนิดบนที่นอนใหม่เอี่ยม เอ่อ..เอาจริงๆมันก็ไม่ใหม่แล้วล่ะเจ้าที่นอนนี่ถ้าว่ากันตามสภาพของมันล่ะนะ..ห้องใหม่ที่ผมย้ายเข้ามามีผนังสีฟ้าครับ มองดูแล้วก็คล้ายสระว่ายน้ำขนาดเล็กอยู่เหมือนกันแฮะ.. แต่ต่างกันตรงที่ไม่มีน้ำอยู่จนเต็มห้องเท่านั้น หน้าต่างอยู่ปลายเตียงนอน ถัดไปอีกนิดก็มีประตูห้องน้ำ ส่วนซ้ายมือข้างเตียงที่ผมนอนแผ่อยู่นี่ก็มีโต๊ะไว้อ่านหนังสือ กระเบื้องพื้นห้องแทบมองไม่เห็นเพราะถูกปูพรมไปด้วยบรรดากล่องลังบรรจุข้าวของๆผมทั้งน้านนน.. เรียกว่าถ้าจะเข้ามาหาผมในห้องเวลานี้ คงต้องเต้นบัลเล่ ไม่ก็ระบำปลายเท้าเขย่งก้าวข้ามสิ่งกีดขวางเข้ามาแล้วล่ะ = =“เอานาาาา..อย่างน้อยนี่เป็นสวรรค์บนชั้น 4 ที่ผมพึ่งได้ย้ายเข้ามาอยู่เลยนะ ขอเวลาปรับตัวแป๊บบบ.. ไว้ค่อยจัดระเบียบอีกทีแล้วกันเนอะ.. ตอนนี้หลังจะหักละ ขอนอนพักยาวๆสักหน่อยเถอะ..ว่าแต่... หอใหม่.. ห้องใหม่.. อืมมม.. ห้องนี้คงจะไม่เคยเกิดเหตุอะไรน่ากลัวๆก่อนที่ผมจะย้ายเข้ามาอยู่นะ หรือ..ว่า.. จะมีสิ่งที่อธิบายไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้เตียง แว๊กกก~ ว่าแล้วก็ขอชะโงกดูหน่อยแล้วกัน.. >//<  #จะเปลี่ยนเป็นนิยายสยองขวัญก็ตอนนี้แหละ..No I can't stop thinking about you girl ~..เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นฝ่าความเงียบกริบทำเอาผมสะดุ้งโหย๋ง!!ผมหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับในสภาพที่กำลังนอนคว่ำห้อยหัว ตายังคงตรวจดูใต้เตียงนอนขนาด 5 ฟุตอยู่ มองไปก็เห็นแต่ขาเตียงทำจากเหล็กทรงกระบอก อืมมม.. อย่างน้อยก็ไม่มีอะไรน่าสงสัยล่ะนะ..“ว่าไงวะ..?” ผมพูดตอบกลับไปยังปลายสายที่มีหมายเลขอันคุ้นเคยแสดงบนหน้าจอ“เหนื่อยปะ..ขนของเข้าหอวันแรก” เสียงไอ้ก็อตที่อยู่ปลายสายพูดขึ้น“เหนื่อยดิวะ..ถามมาได้” ผมตอบเสียงเพลียๆ ก่อนจะเปลี่ยนท่ามานอนตะแคง วางโทรศัพท์แปะไว้ตรงแก้ม ล้มเลิกภารกิจส่องผีใต้เตียงแล้วตอนนี้“ถ้าไม่ติดว่ากูต้องไปกับที่บ้านนะ กูจะไปช่วยมึงขนอีกแรงแล้วเนี่ยะ~” มันว่า“เหอะ!!”“มึงก็ถือซะว่าเป็นการฟิตกล้ามไปในตัวละกัน สาวๆชอบนะเว้ย แต่กูว่า.. อย่างมึงคงต้องฟิตอีกสัก 10 ปีละมั้ง ตัวมึงบางสัสอ่ะ” มันพูดพร้อมเสียงหัวเราะหน่อยๆ“บางอะไรวะ.. ขอเวลากู 10 เดือนพอ.. ว่าแต่มึงเหอะ โทรมามีอะไร?”“แม่กูเค้าถามถึงมึงน่ะ บอกว่าลงมากรุงเทพฯคราวนี้ทำไมไม่เจอลูกดรีมมม..ของแม่เหมือนทุกที” มันพูดแถมด้วยการเน้นชื่อผมซะยืดยาว “กูเลยบอกว่ามึงย้ายเข้าหอใหม่วันนี้.. เท่านั้นแหละ..แม่กูเลยให้กูโทรมาหามึงเนี่ยะ ถามว่าเป็นไงบ้าง..แถมบ่นกูซะยับว่าทำไมไม่ไปช่วยมึงขน”“ฝากบอกแม่มึงด้วยละกันว่าเรียบร้อยดี ไม่ต้องเป็นห่วง แล้วก็มึงน่ะ..ไม่ต้องมาหรอก เกะกะ”“คร้าบบบ..เกะกะ งั้นแค่นี้นะครับคุณเพื่อนนน..ฮ่าๆๆ”“เออออ..” ผมกดวางสาย แล้วก็นอนอยู่ในท่าเดิมอย่างนั้นแหละครับตอนเหนื่อยๆแล้วได้นอนตากแอร์เย็นๆนี่มันทำให้ง่วงดีเหมือนกันเนอะ ผมขยับตัวบิดขี้เกียจอยู่สองสามที กะว่าจะพักสายตาสักหน่อย หายใจช้าๆ และแล้ววว.. ผมก็ผลอยหลับไปด้วยความเพลียทั้งอย่างงั้น.. z Z.....08:00 น......แสงแดดวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องผ่านหน้าต่างที่ปลายเตียง เช้าวันนี้เป็นวันที่ท้องฟ้าสดใส อากาศเย็นๆในห้องที่เปิดแอร์ทำให้รู้สึกดี พอตาปรับสภาพได้แล้วก็ทำให้รู้ว่าผมนอนแผ่อยู่ในหอใหม่นี่หว่า.. อาาา.. นอนทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำเลยกู แต่.. เดี๋ยวนะ.. วันนี้.. วันฝึกงานวันแรก.. แล้ว.. นี่มัน..เชี่ยะะะะ.. กี่โมงแล้วเนี่ยะห๊าาา~ !!!!?!!!! ผมเด้งตัวลุกขึ้นมานั่ง พร้อมยกแขนมองนาฬิกาข้อมือจนเกือบฟาดหน้าตัวเอง “ฉิบหายแล้ววว~ 8 โมงสิบห้าาา !!!” ไม่นั่งแล้วครับ ตอนนี้กระโดดมายืนข้างเตียงแล้วเนี่ยะะะะ.. *[]*//โว้ยยย..ให้ไวเลยไอ้ดรี๊มมมมมมมมมม.. !!ผมรีบควานหาชุดนักศึกษาในกระเป๋า แกะหาข้าวของที่จำเป็นในกล่องที่ยังไม่ได้เปิดตั้งแต่เมื่อวานเย็น วิ่งเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยท่าเขย่งก้าวกระโดดหลบของที่กองอยู่เต็มพื้นห้องในทันที ชีวิตหนอ.. วันแรกก็สายเลยโว้ยยย~ ฮือออ~ T^T//..วันนี้เป็นวันแรกที่ผมจะได้เริ่มชีวิตนักศึกษาฝึกงานในบริษัท แฟนเทเชีย ซอฟต์ บริษัทคนเทพๆที่สร้างเกมสุดยอดๆลงในแพลตฟอร์มต่างๆอย่าง มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และเกมคอนโซลที่ให้พวกเราได้เล่นกันทุกวันนี่แหละครับ แถมยังเป็นบริษัทไฟแรง สุดฮิต อารมณ์ดี และเป็นที่ไฝ่ฝันของนักสร้างเกมทั่วประเทศอีกด้วย ผมล่ะโคตร ของโคตรรร.. ของโคตรรรรร.. จะเป็นปลื้มที่ได้เข้ามาฝึกงานที่นี่เลย >//<การส่งโปรไฟล์สมัครขอเข้ามาฝึกงานทางอินเทอร์เน็ตก็ว่าตื่นเต้นแล้ว ตอนมาฝึกงานจริงๆนี่ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่.. จะเป็นยังไงน้อ.. จำได้ว่าตอนที่พี่ฝ่ายบุคคลโทรมายืนยันรับผมเข้าฝึกงานที่นี่ได้ ผมล่ะโคตรดีใจเลยครับสำหรับการเดินทางในตัวเมืองใหญ่ในช่วงเวลาเช้า (สายละเถอะ = =") ที่คนกรูเข้ามาทำงานแบบนี้ ก็เล่นเอาเพลียเหมือนกันครับ ถึงจะย้ายมาอยู่หอพักใกล้ๆแต่มันไม่เหมือนช่วงเรียนมหาลัยฯที่ออกจากหอปุ๊บ ก็ถึงมหาลัยปั๊บเลยจริงๆ .. จากที่ผมกวาดสายตามองดูโดยรอบ มองเห็นผู้คนในชุดทำงานเยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งที่ยืนต่อแถวซื้อหมูปิ้งเอย รอพี่วินเอย รอรถไฟฟ้าเอย แถมรถไฟฟ้าแต่ละเที่ยวก็อัดแน่นไปด้วยพนักงานร่วมชาติแบบเต็มขบวนอีกด้วย..โหหหห.. ดุเดือดยิ่งกว่าออกรบ !!!แต่ตอนนี้.. มึงควรโฟกัสว่ามึงจะไปทันมั้ยถึงจะถูกไอ้ดรี๊มมม.. แว๊กกก~ ยกล้อบินไปเลยพี่วิ้นนนนนนนนนน~ T^T//..“สะ..สวัสดีครับ ผะ..ผม” ผมพูดด้วยเสียงหอบแฮกๆ หลังวิ่งหน้าตั้งสุดพลังจากจุดลงจอดมอไซย์หน้าตึกมายังโต๊ะประชาสัมพันธ์แบบทันเวลางานฉิวเฉียด >//<“โอยๆ.. จะตายหน้าโต๊ะพี่มั้ยเนี่ยะ พักหายใจก่อนๆ” พี่ที่ประชาสัมพันธ์พูดด้วยท่าทางยิ้มแย้ม“ผมเป็นเด็ก..ที่จะมาฝึกงานที่นี่ครับ” แอบเขินกับอาการหอบของตัวเองอยู่เหมือนกัน T^T“น้อง ดนัย ใช่มั้ยจ๊ะ?” พี่ประชาสัมพันธ์เริ่มถาม“ใช่ครับ ผม ดนัย วรเวชะกุล ครับ”“โอเค.. งั้นขอบัตรนักศึกษาหน่อยจ่ะ”“นี่ครับ” ผมยื่นบัตรประจำตัวนักศึกษาให้พี่เค้าไป เห็นพี่เค้าเอาไปเช็คอะไรหน้าจอคอมฯสักอย่าง พร้อมกับจิ้มอีกจึ๊กสองจึ๊กบนแป้นพิมพ์ จากนั้นก็ควานหาอะไรอีกหน่อย“อ่ะ...นี่จ่ะ บัตรประจำตัวของน้องดนัย ใช้สำหรับฝึกงานแผนกโปรดักชั่นที่นี่นะ เอาไว้ตี๊ดฉึ่ง ตี๊ดตี๊ดตะลิ๊ดติ๊ดฉึ่ง ตรงประตูเข้างานออกงานจ่ะ ฮ่าๆๆๆ” พี่ประชาสัมพันธ์ตอบด้วยท่าทางอารมณ์ดี คิดว่าอีกนิดพี่แกคงลุกขึ้นเต้นแล้วล่ะ แฮ่..^^”“ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณครับพี่ เรียกผมว่าดรีมเฉยๆก็ได้ครับ ว่าแต่..พี่ชื่ออะไรเหรอครับ?”“พี่ชื่อลี่ แต่พอดีพี่เป็นคนที่สวยที่สุดของที่นี่ จะเรียกพี่ว่าคิมเบอรี่ ก็ได้จ่ะ ว่าแต่น้องดรีม ชื่อน่ารักนะเนี่ยะ..ก็เหมาะกับคนหน้าตาน่ารักแบบหนูล่ะเนอะ” พี่ประชาสัมพันธ์ตอบด้วยท่าทางเป็นมิตรว่าแต่.. ผมเนี่ยะนะน่ารัก~ = =?รู้สึกแปลกๆแฮะ ขอเป็นหล่อแทนได้มั้ยอ่ะพี่ T^T//แต่จะว่าไป ผมว่าพี่คิมเบอรี่ต่างหากล่ะครับที่ดูน่ารักดี ถึงจะดูมีอายุแล้ว แต่ตัวเล็กๆ มีใบหน้าที่เป็นมิตร บวกกับผมยาวตัดหน้าม้าในชุดสีชมพูสดใส ก็ทำให้พี่เค้าดูเป็นสาวร่าเริงในวัย 30 ต้นๆเลยทีเดียวครับ ^^“ขอบคุณครับ” ผมยิ้มตอบไปแบบเขินๆ“เอาล่ะ.. เดินเข้าไปข้างใน เลี้ยวซ้ายตรงโน้น แผนกโปรดักชั่นของหนูอยู่ซ้ายมือในสุดเลยจ่ะ ตี๊ดบัตรแล้วเข้าไปได้เลยนะจ๊ะ” พี่คิมเบอรี่พูดด้วยท่าทางยิ้มแย้มอีกครั้ง“ขอบคุณครับพี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมขอฝากตัวด้วยนะคร้าบ..” ผมพูดพร้อมบรรจงยกมือไหว้ ก่อนตี๊ดบัตรเปิดประตูเดินเข้าไป“จ้าาาาาาาาา~”..ผมเดินเข้ามาตามทางลักษณะคล้ายซอยเล็กๆที่พี่คิมเบอรี่บอก ทั้งซ้ายและขวามีการแบ่งพื้นที่การใช้งานอย่างเป็นสัดเป็นส่วน แต่ละโซนแต่ละแผนกตกแต่งแบบสไตล์ลอฟท์ มีการจัดวางโต๊ะทำงานเข้ากับสภาพอาคารเป็นอย่างดี คอมพิวเตอร์คงเป็นสิ่งจำเป็นที่นี่เพราะมีประจำทุกโต๊ะเลยครับ มองอีกมุมก็คล้ายร้านเกมพิกลแฮะ แต่ก็ออกจะหรูเกินไปหน่อยล่ะนะ ฮ่าๆๆๆ.. ^^”เสียงโทรศัพท์ดังคลออยู่ตลอดเวลาพร้อมกับเสียงพูดคุยกันอย่างจอแจ แม้ว่าแต่ละแผนกจะมีพาทิชั่นกั้นอยู่ แต่ผู้คนก็ตะโกนพูดคุยกันข้ามฝั่งไปมาอย่างเป็นเรื่องปกติเลยทีเดียว จะเรียกว่าวุ่นวายสู้การจราจรในกรุงเทพฯก็ได้ล่ะนะแบบนี้ว่าแต่..พอมองเข้าไปบางแผนกก็เห็นพี่ๆบางคนทำท่าทางแปลกๆอยู่ที่โต๊ะของตัวเองด้วยครับ เอ่อ..รำไทเก็กอยู่เหรอวะ? หรือ โยคะ? พอละสายตาหันหลับมามองทางเดินก็มีพี่พนักงานสองสามคนเดินสวนผมไปในคราวเดียวกัน บ้างก็หอบข้าวของ บ้างก็ถือเอกสาร.. ผมโค้งหัวให้พี่ๆเค้าเพื่อเป็นการทักทายตลอดทาง“แผนกคอมฯเกม.. โมบายเกม.. แอนิเมชั่น........อ้าาา..แผนกโปรดักชั่น!” ผมเดินอ่านป้ายหน้าแผนกต่างๆ จนมาอยู่หน้าแผนกที่ผมตามหาก่อนจะเดินเลี้ยวเข้าไปยังส่วนของแผนกโปรดักชั่นที่หัวมุมท้ายสุดทางเดิน...ผลักกกกก !!?!!..โอ้ยยยย.. ตายห่าาา.. นี่ผมพึ่งเดินชนใครไปใช่มั้ยเนี่ยะะะ..!! มาฝึกงานก็สาย แถมยังจะเซ่อซ่าเดินชนพี่พนักงานเค้าอี๊กกก~ จะซวยทั้งวันเลยเหรอตัวกูเนี่ยะ T^T//“ขะ ขอโทษครับ” ผมกล่าวขอโทษรัวเร็วพลางก้มหน้ายกมือไหว้งกๆไปด้วย“ว่าไงเจ้าเด็กฝึกงานใหม่” เสียงคนที่ผมพึ่งเดินชนไปเมื่อกี้พูดขึ้น“หะ…เอ๊ะ.. อะเดะ.. เฮ้ยยย~?” ผมเงยหน้ามองเจ้าของเสียงที่คุ้นหูทันที“อะไรของมึง” ไอ้ก็อตพูดขึ้น“เชี่ยยย~” โคตรจะเซอไพรท์เลยครับ ก็ตอนนี้ผมยืนประจันหน้ากับไอ้ก็อต แถมมันยังยืนทำตัวสูง จมูกโด่งข้ามหัวผมอยู่เนี่ยะ *0*//“ฮ่าๆๆๆ.. ใจเย็น..” มึงยังมาหัวเราะอี๊กกก!!“นี่มึง... เดี๋ยว.. มึงก็มาฝึกงานที่นี่เหมือนกันเหรอ?” หน้าเหว๋อแบบเก็บอาการไม่อยู่แล้วกูเนี่ยะ“ถูกต้องแล้วคร้าบ..ฮ่าๆๆๆ”“เอ้า..? แล้วมึงจะปิดกูเพื่อออ..? บอกกูแต่แรกก็ได้มั้ง?” อยากจะถีบมันเข้าให้สักที“ฮ่าๆๆ.. กูก็แค่..อยากอำมึงเล่นเท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรหรอก” มันตอบแถมยักไหล่ไปด้วย“กูว่าไม่ใช่ละ ขอเรื่องจริง!” แบบนี้แม่งผิดปกติสุดๆ เพราะทุกทีผมกับมันไม่เคยปิดบังเรื่องอะไรกันเลยสักครั้งเดียวน่ะสิครับ“เอ่อออ..” ไอ้ก็อตยึกยัก “จริงๆ..กูก็กะจะบอกมึงนะ คือว่า..น้องเนเน่เค้าอยากกลับมาคบกับกูว่ะ แต่กูไม่ได้ชอบน้องเค้าแล้วไง” มันพูด“หาาาา~? ไหนมึงบอกว่าเลิกกันไปนานแล้วไงวะ แต่เดี๋ยว..แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องนี้ตรงไหนวะ?”“ก็เลิกไปนานแล้วนั่นแหละ แต่อยู่ๆน้องเค้าก็อยากกลับมาคบกับกู กูก็ไม่เข้าใจว่ะ แล้วกูก็เห็นน้องเค้ามาคุยกับมึงอ่ะ มาถามมึงเรื่องที่ฝึกงานกูอีก กูเลยคิดว่า..มันน่าจะดีกว่าถ้ากูไม่บอกเรื่องที่ฝึกงานของกูกับมึงไปด้วยน่ะ แหะๆ โทษทีว่ะ” มันพูดผสมหัวเราะแบบแห้งๆ“นี่มึงกำลังคิดว่ากูเก็บความลับให้มึงไม่ได้งั้นดิ?” ใช่เส้.. คราวหลังกูจะมีความลับกับมึงบ้าง มึงคอยดู้ววว์ แต่ก็จริงของมันครับช่วงก่อนปิดเทอมที่ผ่านมา ผมเจอน้องเนเน่อยู่บ่อยครั้ง แล้วน้องเค้าก็คอยมาถามถึงไอ้ก็อตมันแทบจะทุกครั้งที่เจอผมเลยเช่นกัน.. แต่.. แล้วไงวะ?“ไม่ใช่อย่างงั้น.. มึงมันปฏิเสธคนไม่เก่ง ใจดีไง กูว่ามึงต้องใจอ่อนยอมบอกน้องเค้าเข้าสักวัน แบบนั้นกูได้ซวยยาววว~ไปอีกอ่ะ” มันอธิบาย“เออๆ.. กูจะคิดว่าเป็นคำชมแล้วกัน” ถึงตอนนี้จะพอเข้าใจเหตุผลมันขึ้นมาบ้างก็เถอะ แต่น้องเนเน่เค้าดีกับผมมากเหมือนกันนี่นา คิดๆดูแล้วถ้าผมรู้ว่าไอ้ก็อตฝึกงานที่ไหน..ผมคงใจอ่อนบอกน้องเค้าไปจริงๆนั่นแหละ.. T^T//“แต่มึงก็นะ โผล่มาแบบนี้เล่นเอาซะกูตกใจหมด”“ตกใจหรือว่าดีใจคร้าบบบ..” มันพูดพร้อมยักคิ้วสองสามจึ๊ก“ดีใจสิคร้าบบบ.. อย่างน้อยสองหัวก็ดีกว่าหัวเดียวล่ะวะ” ผมตอบมันกลับไปพร้อมยักไหล่“ฮ่าๆๆๆ~ กูก็ว่าอย่างงั้นแหละ”“ว่าแต่.. ทำไมไม่มีใครอยู่เลยวะ?” ผมถามไอ้ก็อต มองเลยตัวมันเข้าไปข้างในแผนกโปรดักชั่น แต่ตอนนี้ไร้ซึ่งผู้คนในนั้น“พี่เค้าไปประชุมกันว่ะ เห็นพี่ที่โต๊ะประชาสัมพันธ์เค้าบอกกูอย่างงั้นนะ นี่กูก็มานั่งรอได้สักพักละ กะว่าจะเดินออกไปดูมึงหน่อย เห็นมึงไม่มาส๊าก..กะที”“โทษทีว่ะ วันนี้กูสาย..” รู้สึกผิดจริงๆเลยครับ ฮืออออ.. T^Tผมกวาดตามองไปรอบๆ เห็นโมเดลเกมเกาหลี ญี่ปุ่น วางอยู่บนโต๊ะ โปสเตอร์เกมใหม่ที่พึ่งออก กองหนังสือนิตยสาร เอกสารหลายอย่างแน่นจนล้นทะลักลงมากองกับพื้น นี่ไม่นับแก้วกาแฟจำนวนมากที่วางอย่างไม่เป็นระเบียบอีกด้วยนะ..เอ่อ.. หรือว่าผมควรเริ่มจากการเก็บของพวกนี้ให้พี่เค้าดีมั้ย = =?“พี่เค้าบอกว่ารอมึงมาครบแล้ว ก็จะให้เข้าไปแนะนำตัวที่ห้องประชุมใหญ่พร้อมกันน่ะ” ไอ้ก็อตบอกก่อนผมจะหันหน้ากลับมามองมันอีกครั้งไม่ทันขนาดคำ พี่คิมเบอรี่ที่ผมพึ่งทำความรู้จักไปเมื่อกี้ ก็เดินเข้ามาพร้อมส่งเสียงเรียกแทบจะในทันทีที่ไอ้ก็อตพูดจบประโยค“น้องก็อตสุดหล่อของพี่ แล้วก็น้อง..ดรีม ตามพี่มาทางนี้จ่ะ เดี๋ยวพี่จะพาไปแนะนำตัวให้พี่ๆคนอื่นๆได้รู้จักกันนะ..” พี่คิมเบอรี่กวักมือเรียกเราทั้งสองคน..“แช่มชื่นใจ เด็กฝึกงานเซตใหม่ หล่อใสทั้งคู่เลยนะเนี่ยะ” พี่คิมเบอรี่พูดด้วยเสียงอารมณ์ดี พลางเดินนำหน้าผมไปพร้อมกับไอ้ก็อตจากภาพที่ผมเห็นตอนเดินตามหลังต้อยๆอยู่นี่น่าจะเรียกว่าพี่คิมเบอรี่กำลังเดินควงแขนไอ้ก็อตมันถึงจะถูกครับ ฮ่าๆๆๆ.. ในขณะที่พี่คิมเบอรี่ดูจะแฮปปี้ แต่ไอ้ก็อตนี่สิ..ทำไมมึงยิ้มแห้งๆปนความงงๆอย่างงั้นล่ะวะ โอ้ยยย..ผมล่ะอดขำไม่ได้จริงๆ >//<ผมเดินตามพี่คิมเบอรี่ และ ไอ้ก็อตไปยังห้องประชุมฝั่งตรงข้ามแผนกโปรดักชั่น ทันทีที่บานประตูเปิดอ้าออก ก็เผยให้เห็นภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ เก้าอี้ทุกตัวถูกจับจองไปด้วยพี่ๆพนักงานเต็มทุกที่นั่งแล้ว มีโต๊ะทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าทำจากปูนโดยด้านบนเป็นกระจกใสตั้งอยู่ใจกลางของห้อง บนโต๊ะมีภาพโปสเตอร์วางกระจายเต็มไปหมด มีโมเดลตัวการ์ตูนแปลกๆที่ไม่คุ้นตาวางอยู่สี่ห้าตัว บางคนก็คุยกันอย่างออกรสจนแทบไม่สนใจสมาชิกใหม่ที่เดินเข้ามา บางคนก็หันมามองพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็นมิตร .. ผมส่งยิ้มให้กับผู้คนในห้องนี้อย่างเคอะเขินพลางก้าวตามหลังไอ้ก็อตเข้าไปติดๆ..“อะ อะ อ้าววว.. พี่ๆจ๊ะ.. นี่น้องฝึกงานกรุ๊ปใหม่มา 2 คนจ่ะ.. จะเข้ามาฝึกงานที่นี่ 2 เดือน ฝากพี่ๆดูแลกันหน่อยนะ” พี่คิมเบอรี่เปิดเรื่องให้ จากนั้นพี่ๆพนักงานก็เริ่มหันมามองทางผมกับไอ้ก็อตที่ตอนนี้ยืนเรียงหน้ากระดานกันอยู่เรียบร้อยแล้วเสียงพูดคุยที่จอแจเริ่มเบาลง พร้อมกับมือของพี่คิมเบอรี่ที่ผายมาทางพวกผมเช่นกัน“สุดหล่อของพี่.. แนะนำตัวหน่อยเร้วว..” เธอยิ้มให้ไอ้ก็อตเป็นเชิงให้เริ่มแนะนำตัวก่อน..“สวัสดีครับ ผม ก็อต , การุต วิริยะสวัสดิ์ จะมาฝึกงานแผนกโปรดักชั่นครับ” ทันทีที่สิ้นเสียงพูดแนะนำตัวของไอ้เพื่อนตัวสูง ก็เกิดเสียงหือฮาจากบรรดาพี่ๆพนักงานสาวๆสวนขึ้นมาเลยล่ะครับ *0*//“หูยยย~ หล่ออ่ะแก๊~”“ชื่อน้องก็อตเหรอเนี่ยะ~” “มีแฟนละยังจ้าาา~”“เดี๋ยวพี่ช่วยสอนงานให้เอาม๊าา~”“ข้างโต๊ะพี่มีที่ว่างนะ~” เสียงพี่พนักงานสาวคนนึงพูดขึ้นมา“เห็นผู้ละทิ้งเพื่อนเลยนะเมิ้งงง~” เสียงพี่พนักงานสาวอีกคนสวนขึ้นแทบจะในทันทีและแล้วทุกคนในห้องประชุมก็ฮาครืนนน.. กับการต่อปากต่อคำของเพื่อนร่วมที่ทำงาน แถมตอนนี้ดูเหมือนจะมีหัวข้อสนทนาใหม่คือ ‘ศึกแย่งชิงเพื่อเป็นพี่เลี้ยงไอ้ก็อต’ ไปซะแล้วล่ะครับ.. นับว่าการแนะนำตัวของไอ้ก็อต ได้สร้างความเฮฮาให้กับห้องประชุมไม่น้อยเลยทีเดียว ^^“แหม่ๆ พวกเธอ~ ยังมีอีกคนนะ เอ้า..แนะนำตัวหน่อยเร้ววว..” พี่คิมเบอรี่หันหน้ามาทางผมเป็นเชิงให้เริ่มพูดแนะนำตัวได้ ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่ชินกับการถูกคนมองเยอะๆเลยจริงๆ T^T//“เอ่อ.. สวัสดีครับ ผม ดนัย วรเวชะกุล ชื่อเล่นชื่อ ดรีม ครับ” ผมพูดไปพลางกวาดสายตามองไปรอบๆห้องประชุม พยายามไม่ประหม่า หายใจเข้า หายใจออกช้าๆ ก็คนมันตื่นเต้นเวลาเจอคนเยอะๆนี่หว่า~ >//<“เฮ้ย.. แม่งน่ารักว่ะ”“ตัวบางสัสอ่ะ”“เดี๋ยวคนนี้กูเทคเอง~”“มึงไม่ต้อง กูเทคเอง~”เอ่อ.. รู้สึกจะได้ยินเสียงหึ่งๆขึ้นมาบ้างเหมือนกันแฮะ..แต่ทำไมเป็นเสียงโทนต่ำๆล่ะวะ ไม่เหมือนตอนช่วงไอ้ก็อตมันแนะนำตัวเลยสักนิด.. = =“..“เอ่อ..ผม จะเข้ามาฝึกงาน.. ผะ.. แผนก.. .. .. เหี้ยยยยยยยยยยะ!!!!”  ..... เหมือนตัวเองถูกถีบออกจากหน้าต่างบนยอดตึกสัก 100 ชั้น .. แว๊กกกกกกกกก~ นี่กูเผลออุทาน ‘เหี้ย!’ เสียงดังกลางห้องประชุมขนาด 30 ตารางเมตรเหรอวะเนี่ยะะะ.. ม้ายยย.. อยากจะทึ้งหัวตัวเอง นี่กูทำอะไรลงป้ายยยยยย~ !!?!!แต่เดี๋ยว.. เดี๋ยวก่อน.. สายตาผมสะดุดเข้าให้กับคนๆนึงเข้าอย่างจัง มันทำเอาใจผมหล่นวูบได้ในเสี้ยววินาที ตกใจยิ่งกว่าที่รู้ว่าไอ้ก็อตมันฝึกงานที่เดียวกับผมซะอีก ใบหน้าที่แม้จะแปลกตาไปบ้างเพราะทรงผมไม่เหมือนเดิม แต่สันจมูกคมกับตาสีน้ำตาลรวมกับโครงหน้าที่โคตรจะคุ้นเคย แม่งทำให้ผมจำมันได้ในทันทีที่มองเห็น !!อะไรกันวะเนี่ยะะะ...!!?!!ไอ้คนที่ผมคิดว่า.. ไม่มีวัน.. ไม่มีวันที่จะได้เจอกันอีกทำไมมันถึงมานั่งที่หัวโต๊ะในห้องประชุมตรงนี้ได้ ทำไมมันถึงมองมาที่ผมตอนนี้..ไอ้คนที่ทะเลาะกับผมเมื่อ 3 ปีก่อน ไอ้คนที่ผมเคยนับถือด้วยความจริงใจ แต่แม่งก็หายหน้าหายตาไปไม่ติดต่อกันอีกเลย ไอ้คนที่โทรไปแล้วก็ไม่ยอมรับ ไอ้คนที่ส่งข้อความไปแล้วไม่แม้แต่จะตอบกลับ ไอ้คนที่บล็อกเฟสบุ๊คผม ไอ้คนที่ทำเหมือนผมไปทำความผิดร้ายแรง ไอ้คนที่สร้างกำแพงทำให้ผมหงุดหงิดในใจตลอดมา..ไอ้เหี้ยยย~!!!มึงมาอยู่ตรงนี้ได้ไงห๊าาาาาาา *[]*// !!!!!!!!!ไอ้พี่ควอตซ์ !!!!!