ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    เล่มที่ 4 บทที่ 112 การเดินหมากกระดานที่สองเริ่มขึ้น

            คนทั้งหมดล้วนมีความคิดเช่นนี้ผู้อาวุโสหานที่ได้รับความนับถือจากผู้คนไม่มีทางรับปากให้ฝ่ายตรงข้ามอ่อนข้อให้ทว่าที่ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกเหนือคาดก็คือ ผู้อาวุโสหานเห็นด้วย!

            “ได้ เจ้าพูดเองนะ เป็นเจ้าเองที่ต้องการอ่อนข้อ เป็นเรื่องที่เจ้าต้องการทำเองมิใช่ตาแก่เช่นข้าบีบบังคับเจ้า! หากหมากกระดานนี้เจ้าพ่ายแพ้เจ้าจะต้องหายสาบสูญไปจากสายตาของตาแก่เช่นข้าทันที!”

            ทุกคนถึงกับตกตะลึง!

            ท่านผู้อาวุโสถึงกับยอมรับการอ่อนข้อนี้เชียวหรือ

            ที่พูดกันไว้ว่ามีเกียรติและศักดิ์ศรีระดับยอดฝีมือขั้นเจ็ดเล่า

            ในใจของหานไท่ฟู่กลับคิดไปอีกทางหนึ่ง เขายินยอมเสียหน้าและทิ้งศักดิ์ศรีแต่ไม่มีทางยอมส่งมอบแมวเทพออกไป เพราะ...

            ความเคร่งเครียดพาดผ่านดวงตาของเขาไปแวบหนึ่ง

            หนุ่มสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่เข้าที จึงค่อยๆแยกย้ายกันไปตามทัพหนุนมาช่วยยามนี้ผู้ที่จะช่วยยับยั้งท่านอาวุโสหานมีเพียงนางเท่านั้นแล้ว...

            ถูกต้อง จะต้องตามนางมาที่นี่ให้เร็วที่สุด!

            มีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่จะรู้ว่าหลังจากนี้จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก!

            สถานการณ์ชั้นบนตึงเครียด ด้านล่างเองก็วุ่นวายไม่แพ้กัน

            “ข่าวใหญ่! ข่าวใหญ่!”

            “ผู้อาวุโสหานพ่ายแพ้แก่นักเดินหมากมือสมัครเล่นคนหนึ่ง!”

            “นักเดินหมากมือสมัครเล่นหรือ”

            “เป็นสตรีนางหนึ่ง ได้ยินว่ายังเป็นเพียงนางกำนัลคนหนึ่ง”

            “ผู้อาวุโสหานมิใช่สอนไท่จื่อเดินหมากล้อมอยู่ในวังหรอกหรือ ไฉนจึงไม่อาจเอาชนะนางกำนัลคนหนึ่งได้เล่าเข้าใจผิดแล้วกระมัง”

            “ไม่ผิดพลาด! ข้าเห็นกับตาตนเอง! ผู้อาวุโสหานพ่ายแพ้ให้แก่นางกำนัลคนหนึ่ง!”

            “ตอนนี้ชั้นบนกำลังเริ่มเดินหมากกระดานที่สองแล้ว!”

            “ไม่พูดกับเจ้าแล้ว ข้าต้องรีบกลับไปดู! กระดานนี้นางกำนัลยังอ่อนข้อให้ผู้อาวุโสหานสองก้าว!”

            “อะไรนะ นางกำนัลอ่อนข้อให้ผู้อาวุโสหานสองก้าวหรือ ข้าไม่ได้ฟังผิดกระมัง”

            “เช่นนั้นยิ่งต้องไปดู!”

            “ข้าไม่เดินหมากแล้ว ข้าจะไปดูด้วย!”

            “ข้าไปด้วย!”

            คนจากชั้นล่างกรูกันขึ้นไปชั้นบนราวกับผึ้งแตกรัง

            ไม่นานนัก ในห้องพิเศษของชั้นสองแออัดไปด้วยผู้คนกระทั่งทางเดินก็เบียดเสียดเสียจนน้ำยังผ่านไปไม่ได้กลุ่มคนเหล่านั้นยืนเบียดกันไปจนถึงเชิงบันได

            เมื่อมีชายหนุ่มเดินนำสตรีในอาภรณ์สีอ่อนเข้ามานั้นภาพที่ปะทะเข้ามาในคลองจักษุก็คือภาพนี้!

            สตรีในอาภรณ์สีอ่อนตกตะลึง “ไฉนคนจึงมากเช่นนี้ หรือพวกเขาล้วนต้องการมาชมการเดินหมากของท่านปู่ข้าหรือ”

            ชายหนุ่มคนนั้นหัวเราะฝาดเฝื่อนเมื่อพยักหน้า “ถูกต้อง! ผู้อาวุโสหานเห็นด้วยที่อีกฝ่ายอ่อนข้อให้สองก้าวทุกคนล้วนรู้สึกประหลาดใจ ดังนั้นจึงพากันขึ้นมาชมการเดินหมาก”

            สตรีในอาภรณ์สีอ่อนนั้นหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

            ชายหนุ่มรีบเดินนำหน้าพร้อมกับตะโกนไปด้วย “ทุกคนหลีกทาง! ให้ศิษย์พี่หญิงหานเข้าไปก่อน!”

            ทุกคนหลีกทางในสตรีในอาภรณ์สีอ่อน

            “คุณหนูหานมาแล้ว!”

            “รีบให้คุณหนูหานเข้าไปเร็วเข้า!”

            “คุณหนูหานเป็นหลานสาวแท้ๆ ของผู้อาวุโสหานและเป็นยอดฝีมือในการเดินหมากระดับเจ็ดเช่นกัน ฝีมือการเดินหมากล้ำหน้าอาจารย์แล้ว!”

            “คุณหนูหานยังเป็นบุคคลสำคัญในการดูแลชุมนุมเดินหมาก เรื่องต่างๆในชุมนุมเดินหมากล้วนเป็นนางที่เป็นผู้ตัดสินใจเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาดมากความสามารถคนหนึ่ง!”

            มองออกว่าทุกคนต่างรู้สึกเลื่อมใสและนับถือคุณหนูหานท่านนี้

            หานหลินเยว่เดินผ่านกลุ่มคนเข้าไปในห้องพิเศษนางเห็นมู่ชิงเซียวในปราดเดียว

            มู่ชิงเซียวนั้นนางรู้จักเพราะชื่อเสียงอันเลื่องชื่อว่าเป็นจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่!

            ทว่าสตรีที่อยู่ข้างกายเขาเป็นผู้ใดกันเล่า

            เมื่อพิจารณาสตรีที่นั่งอยู่ตรงข้ามท่านปู่ของตนอย่างละเอียดดวงตาสงบนิ่งของนางถึงกับลอบตกตะลึง

            สตรีนางนี้มีบุคลิกและท่าทางดียิ่ง!

            รูปลักษณ์ภายนอกดูเหมือนเรียบเรื่อยเกียจคร้านทว่ากลับแฝงไปด้วยความสง่างามและสูงศักดิ์

            ชั่วขณะที่กลอกดวงตาไปมา นางเก็บงำสายตาของตน

            แม้จะเป็นสตรีเหมือนกัน นางยังคงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชม

            หานไท่ฟู่เห็นหลานสาวของตนจึงรีบกวักมือเรียกนาง “เยว่เอ๋อร์เจ้ามาได้จังหวะพอดีมาดูว่าปู่จะจัดการเด็กเมื่อวานซืนที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้อย่างไร!”

            หานหลินเยว่คิดจะห้ามปราม “ท่านปู่ท่านมิใช่นัดท่านอาวุโสเว่ยดื่มน้ำชาหรือเจ้าคะ เหตุใดท่านจึงยังเดินหมากอยู่ที่นี่อีกหากไปสายท่านผู้อาวุโสเว่ยจะต้องกล่าวโทษท่าน!”

            ชัดเจนเหลือเกินว่าคำพูดเหล่านี้ของนางเป็นการหาทางลงให้กับท่านผู้อาวุโสหาน

            ท่านเป็นถึงรองหัวหน้าชุมนุมเดินหมาก เป็นยอดฝีมือระดับเจ็ดมาเดินหมากกับนางกำนัลคนหนึ่งก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสมอยู่แล้วตอนนี้ท่านยังยินยอมให้อีกฝ่ายอ่อนข้อให้สองก้าว ท่านละอายหรือไม่

            ทว่าท่านผู้อาวุโสหานกลับดื้อดึง ไม่ยอมรับรู้ความปรารถนาดีของหลานสาวเขาสะบัดหน้า เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าจำผิดแล้วกระมัง ข้าไม่ได้นัดหมายผู้อาวุโสเว่ยนี่นา!”

            พูดแล้วก็หันไปพูดกับเฟิ่งเฉี่ยน “สาวน้อยกระดานนี้ตาแก่เช่นข้าเดินก่อนก็แล้วกัน!”

            เขาหยิบหมากดำขึ้นมาสองตัววางลงบนกระดานหมาก หนึ่งในนั้นวางลงบนตำแหน่งเทียนหยวน อย่างที่คาดเอาไว้!

            “หากเจ้าพ่ายแพ้ในกระดานนี้ เชิญเจ้าไสหัวไปจากชุมนุมเดินหมากทันทีต่อไปห้ามมาถามเบาะแสแมวเทพกับข้าอีก!”

            “แมวเทพหรือ” หานหลินเยว่ขมวดคิ้วแน่นราวกับตกอยู่ในภวังค์ความคิด

            ชายหนุ่มรีบอธิบาย “ศิษย์พี่หญิงหานท่านรีบเกลี้ยกล่อมผู้อาวุโสหานเถิด! จะเดินหมากกระดานนี้ไม่ได้!”

            ใครเลยคิดว่าหานหลินเยว่จะส่ายหน้า พูดขณะทอดถอนใจ “จำเป็นต้องเดินหมากกระดานนี้และจะต้องชนะให้ได้ด้วย!”

            นางแจ่มแจ้งแก่ใจในที่สุดเหตุใดท่านปู่จึงต้องมาเดินหมากกับนางกำนัลคนหนึ่งจนถึงขั้นยอมรับการอ่อนข้อให้...

            ชายหนุ่มคาดไม่ถึง เหตุใดศิษย์พี่หญิงหานจึงได้พูดเช่นนี้

            ล้วนเสียสติไปแล้วกระมัง

            หมากกระดานที่สองเริ่มขึ้น

            หมากดำพุ่งชน!

            หมากขาวเสริม!

            หมากดำรุก!

            หมากขาวอุด!

            หมากดำรุก!

            หมากขาวหลบ!

            ...

            เพราะหมากดำเป็นฝ่ายได้เปรียบหมากขาวจึงอยู่ในตำแหน่งตั้งรับเพียงอย่างเดียวผนวกกับผู้อาวุโสหานวางหมากในตำแหน่งเทียนหยวนจึงควบคุมหมากกระดานนี้ได้ดีหมากขาวถูกตีกระหนาบตลอดเวลา แทบจะไม่มีแรงตอบโต้

            เดิมทีหานหลินเยว่เป็นกังวลว่าท่านปู่จะพ่ายแพ้ทว่าหลังจากได้สังเกตการณ์การประลองหมากของคนทั้งสองไปสิบกว่าก้าวนางจึงวางใจลงได้เสียทีดูท่าแล้วเรื่องที่นางกังวลใจเป็นเรื่องไม่จำเป็น กระดานที่แล้วท่านปู่พ่ายแพ้เหตุผลเกินครึ่งมาจากการที่เขาประเมินคู่ต่อสู้ต่ำไป อีกทั้งท่านปู่ยังอ่อนข้อให้สองก้าวหากไม่ตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำสิเป็นเรื่องแปลก

            ผู้ที่คิดเหมือนนางยังมีมู่ชิงเซียวยามนี้เห็นสถานการณ์ของหมากขาวใกล้จะถึงทางตัน เขาได้แต่ทอดถอนใจหมากกระดานนี้ท่านผู้อาวุโสหานไม่เพียงแต่ได้เปรียบที่ได้เดินหมากก่อนสองก้าวจึงเดินหมากได้อย่างที่ตั้งใจไว้ แทบจะเป็นไปได้ไม่ได้ที่เฉียนเฉี่ยนคิดจะเอาชนะ! แต่ที่เขาประหลาดใจก็คือ เห็นแววตาของเฉียนเฉี่ยนกลับสงบนิ่งและมั่นใจมิได้ตกเป็นรองเพราะสถานการณ์ที่ถูกบีบบังคับในทางตรงข้ามนางรู้สึกมั่นอกมั่นใจว่าควบคุมทุกอย่างเอาไว้ได้

            หรือนางจะยังมีหมัดเด็ดอะไรเก็บเอาไว้

            เขามองกระดานหมากนี้ด้วยความสงสัยต่อไป

            คนที่ล้อมรอบดูการเดินหมากกระดานนี้ต่างรู้สึกผิดหวัง

            “ความได้เปรียบเสียเปรียบชัดเจนเช่นนี้ นี่หมดหวังแล้วใช่หรือไม่!”

            “คิดว่าจะมีอะไรดีๆ ให้ดูเสียอีก...”

            “สถานการณ์เพลี่ยงพล้ำเช่นนี้ ไม่มีอะไรน่าดูท่านผู้อาวุโสหานชนะแน่นอนแล้ว"

            “ช้าก่อน ดูเหมือนจะมีตรงไหนไม่ถูกต้อง”

            ครานี้ สถานการณ์ของหมากกระดานนี้พลันมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหมากขาวกลับเป็นฝ่ายเปิดช่องโหว่ให้โจมตี ถือเป็นการข่มขู่เล็กๆ ต่อหมากดำ

            หานไท่ฟู่แค่นหัวเราะเสียงเย็นด้วยท่าทีไม่เห็นอยู่ในสายตาเขาวางหมากดำแปะลงไปตัวหนึ่ง ทำลายอันตรายตรงหน้า!

            ไม่เพียงเท่านี้ หมากขาวที่เขาเพิ่งวางลงไปนั้นถูกล้อมทันทีกลายเป็นหมากที่เดินต่อไม่ได้!

            บังเกิดเสียงอื้ออึงขึ้นทันที

            “นี่มันอะไรกัน เหตุใดจึงเดินก้าวนี้”

            “หมากกระดานนี้เดินได้แย่มาก!

            “เป็นความเข้าใจผิดกระมัง”

            “นี่คือความสามารถที่แท้จริงก็เอาชนะผู้อาวุโสหานได้ข้าไม่กล้าเชื่อเลยเชียว!”

            “เมื่อสักครู่เป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้นกระมัง จะต้องเป็นผู้อาวุโสหานที่ประมาทศัตรูจึงพ่ายแพ้!

            เฟิ่งเฉี่ยนไม่ลนลาน นางวางหมากลงบนกระดานอีกหนึ่งตัว

            หานไท่ฟู่ฉวยโอกาสโจมตีต่อและรุกฆาตหมากขาวชั่วพริบตาเดียวกินหมากขาวลงไปถึงห้าตัว!

            “แม่นาง เวลานี้รู้ถึงความเก่งกาจของตาแก่เช่นข้าแล้วหรือไม่ กระดานที่แล้วตาแก่เช่นข้าไม่ได้ตั้งใจเดินหมากดังนั้นจึงพ่ายแพ้แก่เจ้า เจ้าอย่าได้คิดเชียวว่าทักษะการเดินหมากของเจ้าจะเยี่ยมยอดจริงๆนั่นล้วนเป็นเพียงความคิดเพ้อเจ้อ! บอกเจ้าไว้ก่อนนั่นเป็นเพราะตาแก่เช่นข้าไม่จริงจัง หากข้าจริงจังขึ้นมาแล้วกระทั่งตัวข้ายังรู้สึกหวาดกลัว!” เขาหัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ] ที่คุณอ่าน