บทที่ 22 เขาร้อนแรงจนแทบคุมไม่อยู่
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉือฮวนตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของสืออวี่ไป๋ เมื่อมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาใกล้ ๆ เธอก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย
ดูเหมือนพวกเขาจะทำทุกอย่างแล้วเมื่อคืนนี้ แต่กลับไม่ได้ไปถึงขั้นสุดท้าย
ใน่สำคัญ ฉือฮวนเห็นเขาอดทนจนเส้นเืสีเขียวปูดบนหน้าผาก แต่กลับลูบไหล่เธอแล้วหยุดลง
ฉือฮวนเขินจนแก้มเปลี่ยนเป็สีแดง พร้อมเกลี้ยกล่อมข้างหูเขา "อวี่ไป๋ ฉันใกล้เสร็จแล้ว"
แต่ความร้อนแรงในดวงตาสืออวี่ไป๋กลับเย็นลงทีละน้อย
สืออวี่ไป๋วางผ้าเช็ดตัวบนร่างเธอ ก่อนอุ้มเข้าไปในห้องแล้วห่มผ้าให้ พร้อมพูดอย่างจริงจังว่า "ฮวนฮวน ยังไม่ใช่เวลา"
หัวใจของฉือฮวนรู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผา เธอดึงแขนเสื้อเขาอย่างน่าสงสาร
“คุณคิดจะรอจนถึงเมื่อไร?”
สืออวี่ไป๋ที่กำลังจะจากไป สบเข้ากับดวงตาเปียกชื้นของเธอ เขาลูบคิ้วอย่างช่วยไม่ได้ "รอจนกว่าเราจะรักกัน"
“ใครบอกว่าฉัน...”
การโต้กลับของฉือฮวนถูกสืออวี่ไป๋หยุดไว้ด้วยนิ้วเดียว
เขามองเธอ “ผมบอกได้ชัดเจน ตอนนี้คุณรู้สึกตื้นตันและซาบซึ้ง แต่สิ่งเดียวที่ขาดไปคือความรัก”
“ฮวนฮวน ถ้าคุณชอบใครสักคนจริง ๆ แววตาของคุณไม่โกหกหรอก”
ฉือฮวนตกตะลึง
ไม่ทันคิดว่าดวงตาของสืออวี่ไป๋จะร้ายกาจ ถึงกับสามารถมองทะลุได้อย่างรวดเร็วว่าความรู้สึกส่วนใหญ่ของเธอในตอนนี้คือความซาบซึ้งและตื้นตันใจ
แต่ไม่มีความรู้สึกชอบ?
ฉือฮวนเองก็ไม่คิดว่าสิ่งที่เธอรู้สึกอยู่คือความชอบ
เธอเม้มริมฝีปาก และคิดจะเอาคืน
“คืนนี้ผมจะอยู่กับคุณ”
สืออวี่ไป๋พูดจบก็ขยับตัวยกผ้าห่มขึ้น ใต้ผ้าห่มคือร่างเปลือยเปล่าของเธอ นิ้วเท้าของฉือฮวนขดด้วยความเขินอาย และเธอก็เผลอหลบโดยไม่รู้ตัว
สืออวี่ไป๋ยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ดูสิ นี่ไม่ใช่ท่าทางของคนชอบกัน”
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเตรียมจะออกไป แต่ชายเสื้อถูกคว้าไว้ มองลงไปก็เห็นปลายนิ้วเรียวของฉือฮวน
“ใครบอกว่าฉันไม่ชอบคุณ”
ฉือฮวนเม้มปากด้วยความไม่มั่นใจ แม้ว่ากลัวที่จะอยู่ตามลำพังกับสืออวี่ไป๋ในสภาพนี้ แต่ก็ยังพูดอย่างหนักแน่น
“ถ้าไม่เชื่อทำไมไม่ลองล่ะ?”
สืออวี่ไป๋มองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดผ้าห่มแล้วนอนลงต่อหน้าดวงตาเบิกกว้างของเธอ
สิ่งนี้ทำให้ฉือฮวนขนลุกทั่วร่าง พวกเขานอนร่วมเตียงเดียวกัน แม้ว่าจะยังมีระยะห่างระหว่างกัน แต่เธอก็ยังััถึงการมีอยู่ของชายหนุ่มได้อย่างชัดเจน
ร่างกายของเธอแข็งทื่อเหมือนท่อนซุง ไม่กล้าขยับตัว
ทันใดนั้นแขนข้างหนึ่งก็เหยียดออกและวางบนเอวของเธอ กล้ามเนื้อที่เธอัักระชับขึ้นในทันใด เธอกำหนดลมหายใจอย่างระมัดระวัง
“ตื่นเต้นเหรอ?”
เสียงเ็าของสืออวี่ไป๋ดังขึ้น
ดูเหมือนเขาจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลย เขาเร่าร้อนมากจนแทบจะคุมไม่อยู่ขณะที่อยู่ในห้องน้ำ แต่ตอนนี้เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉือฮวนอดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ
“ใครบอกว่าฉันตื่นเต้น”
หญิงสาวพลิกตัวกลับมากะทันหัน แม้ว่าขนตาที่สั่นไหวของเธอจะทรยศต่ออารมณ์ แต่เธอก็กอดเขาอย่างกล้าหาญ
เอวของเขาไม่หนามากและมีกล้ามเนื้อแน่น แตกต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง
ฉือฮวนหลับตาลง พยายามควบคุมการหายใจและการเต้นของหัวใจ “ฉันเหนื่อย นอนได้แล้ว”
“…อืม”
ลมหายใจที่กระชั้นและสม่ำเสมอค่อย ๆ ปะปนกัน จึงยากจะบอกได้ว่าเป็ของใคร ฉือฮวนนับเลขต่อไปและตกอยู่ในความฝันโดยไม่รู้ตัว...
ภายใต้แสงสลัว สืออวี่ไป๋ลืมตาขึ้น มองใบหน้าเล็ก ๆ ของผู้เป็ภรรยาที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วกดเธอพิงซบกับไหล่ของเขา
ความรู้สึกมั่นคงที่อธิบายไม่ได้ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาจากหัวใจของเขา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย
……
หลังจากที่ฉือฮวนตื่นขึ้น แก้มก็เปลี่ยนเป็สีแดงทันที ยามนึกถึงจูบอันเร่าร้อนของพวกเขาในห้องน้ำ แล้วก็นึกถึงการปฏิบัติต่อกันอย่างจริงใจเมื่อคืนนี้
แต่ไม่นานเธอก็ะโลงจากเตียงเพราะนึกถึงชุดที่เธอทิ้งไว้ข้างนอก
ทันทีที่เธอะโลงจากเตียง สืออวี่ไป๋ก็ตื่นขึ้น เมื่อลืมตา สิ่งที่เขาเห็นคือเธอรีบสวมเสื้อผ้า
แววตาของสืออวี่ไป๋ลึกซึ้งขึ้นทันที
เมื่อรู้สึกถึงการจ้องมองที่เร่าร้อน ฉือฮวนก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาสองคู่ประสานกัน คล้ายกับมีไฟแผดเผาแก้มเธอยิ่งทวีความร้อนผ่าวขึ้น
"ตื่นแล้วเหรอ?"
ฉือฮวนสวมเสื้อผ้า เธอสับสนมากจนไม่รู้ว่าจะมองที่ไหนดี
เพราะสิ่งที่เห็นคือกล้ามเนื้อที่แข็งแรงบนร่างกายของสืออวี่ไป๋
“ใส่เสื้อผ้ากลับด้านแล้ว”
สืออวี่ไป๋เตือนเบา ๆ จากนั้นหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมา พลางจ้องมองเธออย่างลึกซึ้งขณะติดกระดุมด้วยมือข้างเดียว
ฉือฮวนก้มลงมอง เห็นเสื้อยืดกลับด้านจนลวดลายไปอยู่ด้านหลังแทน
เธอหน้าแดง รีบวิ่งออกจากห้องไปยังห้องอาบน้ำแล้วปิดประตูโดยไม่แม้แต่จะมองชายหนุ่ม เมื่อเงยหน้าขึ้น ภาพหญิงสาวสวยที่มีใบหน้าสีชมพูก็สะท้อนบนกระจก
เธอกัดริมฝีปาก ทันใดนั้นก็ตระหนักถึง 'ความร้ายกาจ' ของสืออวี่ไป๋ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์อ่อนโยน
สิ่งนี้แตกต่างจากที่เธอจินตนาการถึงสืออวี่ไป๋อย่างสิ้นเชิง
หลังจากซักผ้าและเปลี่ยนเสื้อผ้า สืออวี่ไป๋ก็แต่งตัวและเตรียมอาหารเช้าในครัวเสร็จแล้ว
เยี่ยนเยี่ยนยังคงหลับอยู่ เมื่อเขาออกมาจากห้องเด็ก ฉือฮวนก็พูดว่า "ฉันจะไปเอาเสื้อผ้ากลับมาก่อน คุณจะอยู่กับสือเยี่ยนที่บ้านก็ได้"
“ไม่ ผมจะไปด้วย”
สืออวี่ไป๋พูดอย่างใจเย็น "กินข้าวเช้าก่อนไปสิ"
อาหารเช้าที่เขาทำนั้นเรียบง่ายมาก มีหมั่นโถวแผ่นอบแห้ง ไข่ดาวสีทอง และโจ๊กข้าวฟ่างบนเตาที่กำลังจะเดือด
"ไม่ต้องรีบนะ"
“ไม่ได้ ของพวกนั้นมีมูลค่ามาก เราจะเสียมันไปไม่ได้”
ฉือฮวนอารมณ์เสียไม่น้อย "เป็ความผิดของฉันเอง ฉันควรจะรอเอามันกลับมาเมื่อวานนี้ ดูความโง่ของฉันสิ"
เธอพูดพร้อมกับเอามือเคาะหัวตัวเอง
ทันใดนั้นมือของเธอก็ถูกฝ่ามือใหญ่จับไว้แน่น และบริเวณที่โดนพลันััได้ถึงความอบอุ่น "อย่าดูถูกและอย่าทำร้ายตัวเอง"
สืออวี่ไป๋มองเธอ "ไม่ว่าเสื้อผ้าเ่าั้จะมีมูลค่าแค่ไหนก็ไม่มีค่าเท่าชีวิตคนหรอก"
ฉือฮวนเข้าใจสิ่งที่เขาหมายถึง แก้มเธอจึงเริ่มรู้สึกร้อนก่อนจะทันรู้ตัว
ด้วยการกดไหล่อย่างแรง เธอจึงถูกบังคับให้นั่งบนเก้าอี้ "กินก่อน แล้วผมจะไปกับคุณหลังจากกินเสร็จแล้ว"
“แล้วก็แวะไปยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจอิสระด้วยเลย”
ประโยคนี้ทำให้ดวงตาของฉือฮวนเป็ประกายขึ้นทันที
"จริงนะ?"
"อืม"
“โอเค ฉันจะกินเดี๋ยวนี้”
……
เมื่อเปรียบเทียบกับภาพความกลมเกลียวกันระหว่างฉือฮวนและสืออวี่ไป๋แล้ว เฉิงจื่อเฉียนโชคร้ายกว่ามาก หลังจากผ่านค่ำคืนแห่งการตำหนิและอบรมมาได้ เื่ที่เขาใส่ร้ายฉือฮวนและสืออวี่ไป๋ไม่เพียงถูกแจ้งไปยังหมู่บ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงที่ทำงานของเขาด้วย
เมื่อเขาออกมาจากสำนักงานเทศกิจจึงรู้สึกหดหู่อย่างหนัก
ชายหนุ่มคิดเื่นี้ทั้งคืนและยังคงไม่เข้าใจ เห็นได้ชัดว่าฉือฮวนออกไปพร้อมรถสามล้อที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้า แต่มันกลับกลายเป็สามล้อบรรทุกถ่านได้อย่างไร
คิดดูอย่างไรก็นึกได้แค่ฉือฮวนเปลี่ยนแปลงสิ่งของกลางคันเท่านั้น
และไม่รู้ว่าเป็ไปได้อย่างไร แต่เขามักจะรู้สึกเหมือนกับว่าฉือฮวนมองทะลุตัวเขา ราวกับว่าสามารถทำนายทุกแผนการของเขาได้
เป็ไปได้อย่างไร? แผนการของเขาถูกเปิดเผยงั้นเหรอ?
เมื่อกลับถึงบ้าน แม่เฉิงผู้เป็มารดาก็มองเขาอย่างกังวล "ขอแม่ดูหน่อยสิ จื่อเฉียน ลูกโอเคไหม?"
เฉิงจื่อเฉียนพูดด้วยความโกรธว่า "ผมไม่เป็ไร!"
“เกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่ว่าลูกแจ้งความสืออวี่ไป๋เหรอ แล้วทำไมไม่สำเร็จ กลายเป็ลูกถูกจับไปแทน”
แม่เฉิงถามอย่างกังวลใจ
เธอไม่น่าถามเลย พอถามแล้วเฉิงจื่อเฉียนกลับยิ่งโมโหกว่าเดิมเสียอีก