บทที่ 9 เชือกป่านขาดผึง
ผู้เฒ่าลู่พาเจียงหนานเข้าไปในบ้าน ผนังภายในปะด้วยด้วยหนังสือพิมพ์แล้วทาสีดำ ไม่มีเครื่องเรือนอะไร มีเพียงโต๊ะและเก้าอี้แบบโบราณและเตียงเตาเท่านั้น
นี่คือบ้านของคุณปู่
ทางด้านขวาของบ้านเป็ห้องนอนเดิมของลู่ฮ่าว
ซ้ายมือเป็ห้องครัว
เจียงหนานเดินดูรอบ ๆ มีหนังสือมากมายวางอยู่บนโต๊ะในห้อง เธอเหลือบมอง พบว่าเป็หนังสือเรียนวิชาต่าง ๆ สมัยประถมและมัธยมต้น ยังมีตำราการแพทย์ทุกชนิดกองอยู่ด้วย
บ้านอิฐดินหลังนี้ ถ้าจัดเก็บให้ระเบียบเรียบร้อยก็พออยู่ได้แล้ว
หน้าหนาวจะอบอุ่น ส่วนหน้าร้อนจะเย็นสบาย
เพียงแต่กลัวว่าพวกเขาจะไม่อยู่ไม่ถึงฤดูหนาวก็ต้องจากไปเสียก่อน
ทว่าผู้เฒ่าลู่ยังคงรู้สึกว่าการให้สะใภ้คนใหม่อาศัยอยู่ในบ้านแบบนี้ แลดูจะไม่ค่อยเป็ธรรมสักเท่าใรนัก
“หนานหน่าน บ้านหลังนี้ทรุดโทรมเกินไป พวกเธออายุยังน้อย อยู่ไม่ได้หรอก”
“อยู่ได้ค่ะ”
เจียงหนานมองไปทางลู่ฮ่าว “เราย้ายมาที่นี่ดีไหม?”
ชายหนุ่มใช้ั์ตาเฉียบคมล้ำลึกมองเธอ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ตอบว่า “อยากย้ายก็ย้ายสิ”
แม่หนูคนนี้ ไม่แน่ว่าอาจอยู่ได้สองวันก็ทนไม่ไหวจนต้องจากไป
ก่อนหน้านี้ที่ลู่ฮ่าวยอมกลับบ้านเกิด นอกเหนือจากการพักฟื้นจากอาการาเ็ที่แขนแล้ว เขายังวางแผนที่จะรับผู้เฒ่าลู่ไปอยู่ในเมืองอีกด้วย
ทว่าบังเอิญเจอเหตุการณ์ไฟไหม้กลางทางเสียก่อน เขาเลยต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล
ทันทีที่กลับมาหมู่บ้าน เขากลับโดนผู้เฒ่าลู่วุ่นกับการส่งตัวเข้าห้องหอ
พอลู่ฮ่าวตกลงจะย้ายเข้ามา ชายชราก็รีบถลึงตามองเขา “เ้าหนู ย้ายเย้ยอะไรกัน? ไปอยู่กับพ่อแม่ของแกนู่น”
เขาไม่สามารถอยู่กับหลานชายได้ตลอดชีวิต เขาหวังจะสร้างโอกาสสานสัมพันธ์ระหว่างหลานชายกับลูกชายไร้ประโยชน์ของตน หวังว่าลู่ฮ่าวจะหลอมรวมเข้ากับครอบครัวนั้นได้
วันข้างหน้า หากเขาตายไปแล้ว อย่างน้อยลู่ฮ่าวก็ยังมีญาติมิตรอยู่เคียงข้าง
ลู่ฮ่าวกลับยืนกรานว่า “คุณปู่ครับ ถ้ายัยหมูน้อยนี่อยากจะย้ายก็ให้ย้ายเถอะ ผมก็อยากอยู่บ้านตัวเองด้วย”
“บ้านตัวเองบ้านคนอื่นอะไรกัน? แก... แกมันคนทึ่ม”
ผู้เฒ่าลู่มองลู่ฮ่าวอย่างโมโหฮึดฮัด ใช้นิ้วชี้ไปที่หน้า ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
ชายชราได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ จึงไอโขลกออกมาอย่างรุนแรง
เจียงหนานหันกลับมาเห็นชายชรางอตัว มือยกปิดปากไอโขลกก็เลยรีบไปช่วยพยุงเขาไว้
“คุณปู่ไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ?”
เจียงหนานจำได้ว่าในชีวิตก่อนหน้า เธอได้ยินจากลู่ฮ่าวว่าผู้เฒ่าลู่เสียชีวิตด้วยโรคปอด
ชายชราปกปิดอาการป่วย จัดหาภรรยาให้ลู่ฮ่าว สุดท้ายกลับได้รับผลกระทบทางอารมณ์จนเสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน
พูดได้ว่าการตายของผู้เฒ่าลู่คือความเ็ปในชีวิตของลู่ฮ่าว
ผู้เฒ่าลู่เสนอให้เขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่กลับลาลับโลกในตอนที่ควรจะมีความสุขยินดีกับเขา
เจียงหนานตั้งใจแน่วแน่ที่จะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังเก่า เธอไม่เพียงแต่ต้องโน้มน้าวลู่ฮ่าวให้รักษาอาการาเ็แก่ผู้เฒ่าลู่ แต่เธอจะต้องเปลี่ยนชะตาชีวิตในชาติก่อนด้วย เธออยากจะให้ผู้เฒ่าลู่มีชีวิตอยู่ต่อไป อย่างน้อยอีกสักสองสามปีก็ยังดี
ขณะที่เจียงหนานช่วยประคองชายชรา เธอก็ถือโอกาสนั้นจับชีพจรดู
ผู้สูงอายุจะมีภาวะถุงลมโป่งพองหากป่วยเป็โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอย่างรุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็อาจเกิดอันตรายถึงขั้นหัวใจหยุดเต้น
ชาติที่แล้ว ชายชราถูกกระตุ้นเร้าในตอนที่ลู่ฮ่าวไม่ได้อยู่ข้างกาย สุดท้ายกลายเป็โศกนาฏกรรมในที่สุด
ผู้เฒ่าลู่โบกปัดด้วยท่าทีอ่อนระโหยโรยแรง “ไม่เป็ไร”
เห็นชายชราสีหน้าไม่ค่อยดี ลู่ฮ่าวก็ร้อนใจ “ระยะนี้คุณปู่ไออยู่ตลอด ผมจะพาคุณปู่ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอง”
ผู้เฒ่าลู่ปฏิเสธ “ไม่ต้อง ฉันไม่เป็ไร”
“คุณปู่ ถ้าอย่างนั้นหนูช่วยพยุงเข้าไปพักในห้องนะคะ”
เจียงหนานพยุงชายชราไปส่งถึงเตียงเตา “คุณปู่นอนหลับพักผ่อนสักครู่ พวกเราจะทำความสะอาดบ้านเองค่ะ แล้วเราค่อยย้ายมาที่นี่”
เจียงหนานเดินออกมา วางแผนจะทำความสะอาดก่อน จากนั้นค่อยไปขนของจากอีกบ้านมาที่นี่
ทว่าลู่ฮ่าวกลับะโเรียกเธอไว้แล้วเอ่ยด้วยเสียงต่ำสีหน้าเคร่งขรึม “ยัยหมู ฟังฉันนะ ฉันจะพาคุณปู่เข้าไปในเมือง ถ้า้าจากไปตอนนี้ ฉันจะให้ค่าเดินทางกับเธอ เธออยากไปที่ไหนก็ไปได้เลย”
จู่ ๆ ในบ้านดันมีผู้หญิงเพิ่มมาคนหนึ่ง เขาคงรู้สึกอึดอัดพิกล
กระนั้นเจียงหนานฟังแล้วก็ได้แต่ทำหน้าประหลาดใจ มารงมาเรียกเธอว่ายัยหมูได้ไงกัน?
ตอนนี้ไม่มีเวลามากังวลเื่คำเรียกแล้ว เธอมองเขาอย่างจริงจังเหมือนกัน “ไว้คุณเข้าเมืองแล้วพาฉันไปด้วยได้เมื่อไร ถึงตอนนั้นเราค่อยแยกย้ายกันตามทางของตัวเองก็พอ แต่ใน่นี้ ฉันยังต้องอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณ”
“ฉันบอกแล้วไง ฉันจะไม่อยู่อย่างไร้ประโยชน์”
เจียงหนานเหลือบมองรอบด้าน ย้ายตัวเข้าใกล้เขาท่าทางมีลับลมคมในแล้วเอ่ยเสียงต่ำออกมา “บอกตามตรง ฉันเป็หมอ มีวิธีลับในการรักษาแผลไฟไหม้ด้วยนะ”
ลู่ฮ่าวเหลือบตา ั์ตาคมเข้มปรายลงมามองคนพูด แววตาราวกับกำลังมองดูคนเบาปัญญาก็ไม่ปาน
เจียงหนานอธิบายว่า “ในหมู่บ้านของเรามีชายแซ่เนี่ยการศึกษาสูงคนหนึ่ง เขาเป็แพทย์แผนจีนโบราณ ฉันเรียนวิชาแพทย์กับเขาั้แ่ยังเด็ก ได้เรียนรู้อะไรมากมาย เขากุมตำรับรักษาโรคที่สลับซับซ้อนและยากแก่การรักษาหลายอย่าง แต่แค่ปกติชอบเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ยอมปรากฏออกมาให้เห็นก็เท่านั้น ถ้าคุณไม่เชื่อ พรุ่งนี้ฉันพาคุณไปดูก็ได้นะ”
เจียงหนานเอ่ยด้วยใบหน้าที่แย้มบานเป็กระด้ง แต่กลับโดนลู่ฮ่าวขัดจังหวะกะทันหัน “หมูน้อย เธออาจจะไม่รู้ ฉันเองก็เป็หมอเหมือนกัน”
เจียงหนานตอบกลับ “ฉันรู้หรอกน่า แต่คุณเป็หมอศัลยกรรมกระดูก เชี่ยวชาญเฉพาะด้านผ่าตัดนี่”
เธอฉวยโอกาสทำหน้าที่คิดวิเคราะห์ “แผลบนหน้าของคุณจะชักช้าไม่ได้แล้วนะ พอแผลตกสะเก็ดแล้วจะไม่ทันการเอา อนาคตหากคุณทำศัลยกรรมความงาม หรือปลูกถ่ายิัก็จะไม่ฟื้นคืนสู่สภาพเดิมโดยสมบูรณ์ ได้แค่ใช้ผงยาเรียกเนื้อ*[1] ฟื้นฟูผิวที่ไหม้เกรียมขึ้นมาใหม่”
ลู่ฮ่าวหมดความอดทน ไม่อยากสนทนาหัวข้อนี้ต่ออีก
“ฉันรับปากเธอได้แค่ว่า เราจะแสดงละครต่อหน้าคุณปู่ไปก่อน รอฉันกลับเมืองแล้ว เราจะแยกทางใครทางมัน”
เอ่ยจบ เขาวางแผนจะไปเก็บเครื่องมือการเกษตรที่โรงเก็บของ
หมู่นี้คุณปู่สุขภาพไม่ค่อยดีนัก ทนรับต่อการกระตุ้นเร้าไม่ได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงให้ยัยหมูน้อยอยู่ต่อ
เจียงหนานขวางหน้าเขาไว้ “คุณพูดซะดูเบาเลยนะ สภาพคุณเป็แบบนี้ยังจะกลับเข้าเมืองได้อีกหรือ? ที่ฉันสังเกตดู มือขวาของคุณก็มีปัญหาเหมือนกันนี่”
ลู่ฮ่าว “!!!”
เธอเหลือบมองมือขวาของเขา พูดต่อเสียงแ่เบา “คุณเป็ศัลยแพทย์กระดูก แต่มือข้างนี้ของคุณ เมื่อคืนวานแค่หยิบเอาผ้าก๊อซมาให้ฉันยังสั่นเลย หลังจากนี้จะยังผ่าตัดได้ไหวได้อย่างไร?”
ลู่ฮ่าวเม้มริมฝีปากแน่น มือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวสั่นเทาเล็กน้อย
“ฉันพูดแทงใจดำคุณหรือ?”
เวลานี้เจียงหนานกลับรู้สึกปวดร้าวใจเสียยิ่งกว่าเขา
แต่เธอจำต้องกระตุ้นเขาแบบนี้
ทำให้เขาตระหนักว่าสถานการณ์มันแย่แค่ไหนซะบ้าง
“ลูกผู้ชายเวลาเจอกับปัญหาต้องเผชิญหน้า ฉันบอกแล้วไงว่า ถึงเราจะสายอาชีพเดียวกันก็จริง แต่คุณเป็แพทย์แผนตะวันตก ฉันเป็แพทย์แผนจีน คุณถนัดด้านการผ่าตัดมากกว่า ดูตอนนี้สิ คุณหมดหนทางแล้ว เมื่อกี้ฉันเห็นแผลบนหน้าคุณแล้ว แผลไฟไหม้ลึกเกินไป วันหน้าแผลเป็จะไม่สม่ำเสมอ ไม่น่ามอง ผลของการปลูกถ่ายิัก็คงไม่ค่อยดี ถ้าไม่อยากอยู่กับใบหน้าแบบนี้ไปตลอดชีวิตก็เชื่อแพทย์แผนจีนสักครั้งเถอะ ไหนจะมือของคุณอีก คุณต้องฟื้นฟูให้ถูกวิธีถึงจะหายดีเป็ปลิดทิ้ง”
เมื่อลู่ฮ่าวได้ฟังคำพูดของเธอ คลื่นในดวงตาพลันผันผวนอย่างรุนแรง
เขาเริ่มพินิจมองสาวอ้วนคนนี้ใหม่อีกครั้ง
เจียงหนานยังคงแสดงทัศนคติที่เป็มืออาชีพผ่านน้ำเสียงจริงจังออกมา “งั้นพูดถึงใบหน้ากันก่อน ถ้าอาศัย่ที่แผลยังไม่ตกสะเก็ด ใช้ผงยาเรียกเนื้อเร่งการเกิดเนื้อใหม่ หลังจากสองสามอาทิตย์าแก็จะหายสนิท ปกติจะไม่หลงเหลือรอยแผลเป็ในอนาคต ต่อให้มีก็จะตื้นมาก ไม่ส่งผลกระทบต่อรูปลักษณ์แน่ ๆ”
เธอพูดด้วยความจริงใจ แววตาลู่ฮ่าวมีความมึนงงไปแวบหนึ่ง
เขาเกือบคิดว่าเธอมีกึ๋นแล้วจริง ๆ
แต่ลู่ฮ่าวมีหลักการอย่างมาก ครั้นได้ฟังเธอพูดถึงยาเรียกเนื้ออะไรนั่น เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลย ทำแค่มองเธอด้วยสายตาแปลกประหลาดใจไปอย่างนั้น ในที่สุดเขาก็เอ่ยถามน้ำเสียงผะแ่ “เธอรู้วิชาแพทย์ด้วยหรือ? ทำไมไม่รักษาตัวเองก่อนล่ะ?”
เขาถามต่อ “เธอป่วยเป็อะไรหรือเปล่า? หน้าใหญ่เท่าจานแบบนี้ แสดงว่าอ้วนผิดปกติ”
เจียงหนานกลอกตา “...”
หน้าใหญ่เท่าจานกับผีน่ะสิ!
ลิ้นอสรพิษจริง ๆ สายตาก็เป็พิษเหมือนกัน
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามไม่คิดเล็กคิดน้อยกับวาจาปากร้ายของเขา เธอพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คนมีความสามารถมองออกทั้งนั้นแหละ”
เธอตอบตามความจริง “ฉันไม่ได้ป่วย แต่ถูกใครบางคนทำร้ายต่างหาก”
“บอกตรง ๆ เมื่อก่อนฉันสวยมากนะ วันนี้คุณก็เห็นแล้ว น้องสาวของฉันหน้าตาไม่ได้สะสวยเท่าไร เธออิจฉาฉัน เลยแอบเอายาปรับฮอร์โมนใส่แก้วน้ำของฉันทุกวัน นานวันเข้า ก็กลายสภาพเป็แบบนี้ แม้แต่พ่อแท้ ๆ ยังไม่รู้จักด้วยซ้ำ”
ชาติก่อน หลังจากรู้ว่าเจียงเหมยผู้เป็น้องสาวอยู่เื้ั ความคิดแรกคือคิดว่าเจียงเหมยอิจฉารูปโฉมของเธอ เลยจงใจทำร้ายเธอ
ทว่าพอมาคิดดูแล้ว เกรงว่าคงไม่ง่ายดายขนาดนั้น
การกระทำของเจียงเหมยน่าจะเป็เพราะคำชี้แนะให้ทำของเจียงต้าิบิดาสารเลวนั่นมากกว่า
จุดประสงค์ของพวกเขาคือการซ่อนใบหน้าอันแท้จริงของเธอ
เพราะเธอกับพวกเขาไม่ได้มีความคล้ายคลึงกันเลยแม้แต่น้อย
ลู่ฮ่าวหลับตาลง จัดเก็บเครื่องมือการเกษตรที่ไม่เป็ระเบียบ คิดว่าตนไม่ต้องไปสนใจเจียงหนาน เธอก็แค่พูดเื่ไร้สาระ
ในมือเจียงหนานถือไม้กวาด คิดจะกวาดพื้นตามหลังลู่ฮ่าว พยายามโน้มน้าวใจเขาอย่างไม่ลดละ “คุณกลายเป็แบบนี้แล้ว แทนที่จะรอจนเป็รอยแผลเป็ ทำไมไม่ลองผงยาเรียกเนื้อเล่า เผื่อได้ผลชะงัดนะ?”
ลู่ฮ่าวฟังเสียงพูดจ้อไม่หยุดของหญิงสาวจนปวดเศียรเวียนเกล้า เขาเหลียวหน้าไปจ้องมองเธอด้วยสายตาคมกริบดุจดั่งคมมีด “ถ้ายังวุ่นว่ายไม่เลิก ฉันจะส่งเธอกลับบ้านเดิม”
เจียงหนานสะดุ้งใจนต้องหุบปากฉับในทันที
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังจัดของ หญิงวัยกลางคนผู้สวมเสื้อผ้าเรียบง่าย ฝ้ากระแต่งแต้มเต็มใบหน้า จูงมือเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งก็ชะโงกหัวด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ที่หน้าประตูรั้ว
*[1] ยาเรียกเนื้อ มีสรรพคุณช่วยสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่มักจะใช้ในกรณีแผลสด แผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก