ดวงตาเขาเป็นประกาย“ของสิ่งนี้เรียกว่าอะไร? วิเศษ!วิเศษเหลือเกิน!”
เย่ชิงชิงมองสบตากับนางซูเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็รู้ว่าการค้าครั้งนี้สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้วจึงเอ่ยทันทีว่า “ขนสัตว์ทางเหนือเป็นของธรรมดาและราคาถูกมากพวกท่านขนส่งมาไกลเช่นนี้คงมิใช่ง่ายดายนัก ทว่าหากเห็นแก่สิ่งนี้แล้วพอจะลดราคาลงอีกได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“ได้ ได้! ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเจ้ามีของแบบนี้มากแค่ไหน?” ชายหนวดเคราครึ้มยิ้มและถามเขานำขบวนสินค้ามาหลายปีแล้ว ทุกครั้งก็จะนำใบชา ผลไม้แห้ง ผ้าไหม และสินค้าอื่นๆที่ทางเหนือไม่มีกลับไป พ่อค้าขบวนอื่นๆ ก็เช่นกัน!
หากเขาสามารถนำของที่คนอื่นไม่มีกลับไปได้เขาก็จะรวยเละ! ระหว่างการเดินทางเขาได้เปิดหูเปิดตามามากแต่ก็ยังไม่เคยได้ลิ้มลองเนื้อเช่นนี้มาก่อน แสดงว่ามันมิได้มีอยู่ทั่วไป
นางซูเชิญเขาเข้ามาในบ้านชี้ไปที่ลานบ้านให้เขาดูห้างร้านไท่หรานที่วางขายสินค้าอยู่หลายเมืองนั้นมิได้อยู่ในเส้นทางที่ชายหนวดเคราครึ้มเดินทางไปมาไม่น่าแปลกใจที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
เมื่อทั้งสองฝ่ายต้องการทำการค้าขายหลังจากต่อรองราคาก็เป็นอันตกลงกันสุดท้ายก็ขายเสื้อคลุมขนแกะดำนั้นให้นางซูในราคาหนึ่งตำลึงเงินเพื่อแสดงไมตรีที่ดีทั้งยังแถมเสื้อคลุมสีขาวให้เย่ชิงชิงอีกตัวด้วย
แม้เสื้อคลุมจะมีคุณภาพและสัมผัสไม่ดีเท่าไรแต่ในหมู่บ้านเถียนซินเล็กๆ เช่นนี้ ก็ยังดึงดูดสายตาอิจฉาของหลายคนนอกเสียจากบ้านผู้มีอันจะกินและพรานล่าสัตว์ชาวนาทั่วไปคงมีไม่กี่คนที่สวมเสื้อคลุมขนสัตว์ได้ทันทีที่นางซูจ่ายเงินซื้อถึงสองตัว ก็แสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งอย่างแท้จริง!
ไม่เพียงแต่ครอบครัวของพวกเขาเท่านั้นที่น่าประหลาดใจคือคนสกุลเย่กลับซื้อของให้เย่ฝูหรงมากมายอีกทั้งยังซื้อผ้าหายากมาด้วยชาวบ้านอดไม่ได้ที่จะซุบซิบสงสัยว่าพวกเขาไปเอาเงินมาจากไหนมากมาย...
สถานที่แห่งนี้มีพื้นที่และผู้คนอยู่เพียงน้อยนิดเรื่องราวใดที่ใหญ่โตสักหน่อยก็มิอาจปิดบังได้ ทันใดนั้นเรื่องราวที่คนสกุลเย่เก็บตัวเงียบและร่ำรวยขึ้นมากะทันหันก็เริ่มแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน
ย่าเฒ่าสกุลเย่ก็เริ่มสวมเสื้อผ้าแพรไหมแล้ว!เย่จื้อเหอยังสอบขุนนางไม่กลับมาเลย ก็ไม่เห็นพวกเขาทำมาหากินอะไรแถมผลผลิตในไร่นาก็ไม่พอกินอยู่แล้ว ทำไมจู่ๆถึงร่ำรวยขึ้นมาโดยไม่มีเค้าลางเช่นนี้?
กลุ่มคนอยากรู้อยากเห็นในหมู่บ้านที่ชอบซุบซิบนินทาอดไม่ได้ที่จะพูดคุยกันบ้างก็อ้างว่าเห็นรถม้าหรูหราไปที่บ้านสกุลเย่บ้างก็ว่าคุณหนูที่เคยได้รับการช่วยเหลือจากเย่ฝูหรงนั้นสนิทสนมกับนางเป็นอย่างดี...ต่างคนต่างก็พูดกันไปต่างๆ นานา
เย่ชิงชิงไม่สนใจเรื่องราวเหล่านี้เลยแม้แต่น้อยสิ่งที่ทำให้นางมีความสุขคือ นางได้เลือกชุดขวดแก้วผลึกมาชุดหนึ่งมีทั้งหมดสิบสองใบ แต่ละใบมีขนาดและรูปทรงที่เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนจัดวางเข้าคู่กันอย่างลงตัว
ชุดขวดแก้วผลึกชุดนี้มีพื้นผิวเป็นสีครามเมื่อเคาะเบาๆ ที่ผิวขวดอันเรียบลื่น ก็จะส่งเสียงดังกังวานใสจับใจ
นี่คือแก้วแบบดั้งเดิมหรือ?เทคโนโลยีนี้มีอยู่แล้วหรือนี่? แม้จะคล้ายเครื่องกระเบื้องไปบ้างแต่สำหรับเย่ชิงชิงแล้วก็ไม่ถือว่าน่าประหลาดใจ
น้ำกุหลาบของนางกำลังจะไม่มีที่เก็บเพราะในมิติพุ่มกุหลาบได้ขยายใหญ่ขึ้นมากในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเมื่อมองดูกุหลาบสีสดใสที่บานสะพรั่งโดยมิได้ร่วงโรยอัดแน่นเต็มกิ่งก้านจนแทบมองไม่เห็นใบ นางก็อดยินดีมิได้
เช่นเดียวกับผลไม้เหล่านั้นพวกมันล้วนอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด รอคอยการเก็บเกี่ยวผลไม้จำนวนมากถูกนำไปทำแยมและเหล้าผลไม้ เหลือเพียงกุหลาบเหล่านี้ซึ่งนอกจากจะใช้ปรุงน้ำกุหลาบใช้เองและมอบให้ท่านแม่แล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อื่นใดอีก
แม้ว่าจะนำดอกตูมไปตากแห้งชงชาดื่มก็ยังไม่ทันความเร็วในการเติบโตของพวกมัน
ปล่อยให้กุหลาบเหล่านั้นบานสะพรั่งอย่างเดียวดายในมิติก็ดูจะเป็นการสูญเปล่าเย่ชิงชิงจึงคิดว่าจะทำน้ำกุหลาบให้มากขึ้น แล้วแบ่งปันให้ผู้อื่นดีหรือไม่?
น้ำกุหลาบเป็นของดีมีสรรพคุณบำรุงความงามและบำรุงผิวพรรณ แน่นอนว่ามิใช่ของที่สามารถให้เปล่านอกจากนี้ขวดแก้วผลึกก็มิได้ราคาถูกและมีจำนวนจำกัดนางจึงต้องสวมบทบาทเป็นพ่อค้าหน้าเลือดสักครั้งขายในราคาสูงเพื่อกระตุ้นความต้องการของลูกค้า
เท่าที่นางทราบสตรีสูงศักดิ์ในตระกูลผู้ดีมักมีเงินทองมากมาย แต่โดยปกติจะเก็บตัวอยู่ในบ้านมิมีที่ให้ใช้จ่ายเงินทองมากมายนักเช่นนั้นให้นางช่วยจัดการใช้เงินของพวกนางเสียหน่อยดีหรือไม่?
เย่ชิงชิงอาศัยเวลาขณะที่นางซูงีบหลับแอบเข้าไปในมิติเพื่อปรุงน้ำกุหลาบ หลังจากปรุงมาหลายครั้ง นางก็มีขั้นตอนของตนเองใช้เวลาครึ่งบ่ายไปกับเรื่องนี้ ในที่สุดก็ปรุงได้เต็มสิบสองขวด
“เสียดายที่มิใช่ขวดใส มิเช่นนั้นสีสันคงงดงามน่าดู~” เย่ชิงชิงพึมพำกับตนเอง
เมื่อจัดเก็บข้าวของเสร็จแล้วออกมาข้างนอกนางซูที่มิเห็นนางตลอดบ่ายก็กำลังออกตามหาพอดี
ในฤดูนี้กุหลาบในสวนที่เรือนได้ร่วงโรยไปนานแล้วเย่ชิงชิงย่อมไม่สามารถนำขวดแก้วผลึกของตนออกมาได้โดยง่ายมิเช่นนั้นต้องก่อให้เกิดความสงสัยเป็นแน่
หากต้องการขายของเหล่านี้ให้กับเหล่าหญิงสูงศักดิ์การใช้เผยฉางสี่เป็นตัวกลางก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดการแนะนำขายผ่านนางคงจะง่ายดายนัก
เพียงแต่คำเตือนของฮูหยินรองเผยยังดังก้องอยู่ในหูเย่ชิงชิงมิอยากหน้าด้านไปหาเรื่องใส่ตัว อีกทั้งฉางสี่ก็เป็นคนซื่อหากนางพลั้งปากบอกความลับของนางไป เรื่องนี้คงเป็นปัญหาใหญ่เพราะอาจมีคนมาขอซื้อสินค้าและสูตรการทำจากนาง ซึ่งทำไปคงได้ไม่คุ้มเสีย
ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการรักษาความลับของมิติเย่ชิงชิงจึงเลือกเผยรุ่นจือเป็นทางเลือกถัดมาแต่นางไม่สะดวกที่จะไปหาเขาเพียงลำพัง จึงเขียนจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง
‘น้ำค้างหอมหวานที่เก็บจากภูเขาลึกผ่าน ‘วิชาการกลั่น’กลายเป็นน้ำค้างกุหลาบ…’
เย่ชิงชิงเขียนขึ้นมาแบบส่งเดชแต่ดูแล้วก็ใกล้เคียงกับความจริงดี น้ำค้างจากภูเขาลึกล้วนเป็นแก่นแท้ของฟ้าดิน... ส่วนวิชาการกลั่นที่นางพอจะรู้บ้างนั้นหากมีคนถามขึ้นมา นางก็พอจะตอบได้ ขอแค่ให้ผู้คนสับสนก็พอ!