1
จากพนักงานร้านสะดวกมาอยู่ในยุค 1976
บัว หญิงสาววัย 30 เป็ผู้จัดการร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากมายในประเทศไทย เธอทำงานในร้านสะดวกใจกลางกรุงเทพมาั้แ่อายุ อายุ 20 ปี เรียนจบชั้นมัธยมปลายก็ไม่ได้เรียนต่อ
ครอบครัวของเธอประสบกับภาวะล้มละลาย บ้าน ที่ดิน เงินทองที่เคยมีล้วนถูกขายใช้หนีจนหมด ครอบครัวต้องออกมาห้องเช่าอยู่ พ่อแม่ตัดสินใจเอาเงินก้อนสุดท้ายที่มีอยู่เปิดร้านขายอาหารตามสั่งเล็ก ๆ ในซอยหอพักที่เช่าอยู่
เธอช่วยพ่อและแม่ขายอาหารตามสั่งอยู่ปีกว่า ๆ พ่อแม่ก็ประสบอุบัติเหตุโดนรถชนเสียชีวิตทั้งคู่ ชีวิตของเธอเคว้งอยู่พักหนึ่ง มันทั้งโดดเดี่ยวและอ้างว้างที่ไม่เหลือใครแล้ว
เธอสมัครงานตามที่ต่างๆมากมาย สุดท้ายเห็นร้านสะดวกซื้อชื่อดังประกาศรับสมัครพนักงาน ซึ่งเป็ร้านที่อยู่หน้าปากซอยทางเข้ามาหอพักเธอพอดี บัวเลยตัดสินใจไปสมัครงานและทำงานที่ร้านสะดวกซื้อมาตลอด
นับเป็เวลาเกือบเก้าปีที่เธอทำงานที่ร้านสะดวกซื้อ ชีวิตของบัวมีไม่อะไรมาก ทำงานแล้วก็ติ่งศิลปินที่เธอชื่นชอบ จะเรียกว่าดาราศิลปินคือความสุขเดียวในชีวิตที่แสนโดดเดี่ยวของเธอ
เธอชอบดูซีรีส์เป็อย่างมาก ชอบหวีดพระเอกในซีรีส์ นักร้องเคป๊อป ไม่ว่าจะเป็ฝั่งแดนกิมจิหรือศิลปินแดนั ความสุขของบัวก็คือได้ติดตามเป็แฟนคลับ ตั้งตัวเป็มัมหมีของศิลปินที่เธอชื่นชอบ
ส่วนเื่ความรัก เื่แฟนบอกเลยว่าโสดมาจนอายุ 30 ไม่เคยมีแฟนเลยสักคน ชีวิตเธอมีแต่งาน เวลาที่ไม่ทำงานก็คือเอาเวลาไปหวีดผู้ชายในมือถือ เงินเก็บอันน้อยนิดที่ได้จากการทำงานก็เอาไว้ซื้อบัตรคอนเสิร์ตที่นั่งบนดอย แค่ได้มองเห็นศิลปินที่ชอบไกล ๆ ก็ดีใจ กรี๊ดจนคอแตกแล้ว
งานแฟนมีตเธอก็ไม่พลาด ขอแค่่ที่กดบัตรเธอมีเงินแล้วก็กดบัตรได้ทัน เธอไม่พลาดอย่างแน่นอน การเป็ติ่งคุณจะมีเงินอย่างเดียวไม่ได้ คุณต้องมีแต้มบุญด้วย คำนี้บัวรู้ซึ้งดี
มีอยู่หลายครั้งที่มีเงิน แต่กดบัตรที่ตัวเอง้าไม่ได้ จะจ้างเขากดก็กลัวจะโดนโกง ซื้อต่อก็อัพราคากันแพงลิบลิ่ว บัวเลยตั้งปณิธานกับตัวเองว่า กดเองดีที่สุดแล้ว
ชีวิตของบัวก็มีแค่ทำงาน เก็บเงิน เปย์ผู้ชายที่เขารวยมาก ๆ อยู่แล้ว ติ่งวน ๆ ไป ทำงานเสร็จกลับมานอนไถทวิตเตอร์ส่องผู้ชาย เข้าเว่ยป๋อ ต้องขอบคุณความติ่งทำให้เธอดิ้นรนเรียนภาษาจีนและภาษาเกาหลี เมื่อก่อนเธอเรียนโรงเรียนนานาชาติ ก่อนที่ครอบครัวจะล้มละลายพ่อแม่มีฐานะพอที่จะส่งเธอเรียนโรงเรียนนานาชาติ ภาษาจีนเบื้องต้นเธอเองก็ได้เรียนมาจึงทำให้มีพื้นฐาน
จนในที่สุดเธอก็อ่านภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว ส่วนภาษาเกาหลีก็พออ่านออกเขียนได้แต่ไม่ถนัดเท่าภาษาจีน งานอดิเรกอีกอย่างหนึ่งก็คือการรับแปลนิยายจีนให้สำนักพิมพ์ เป็งานที่เอาไว้หารายได้พิเศษ เพราะลำพังแค่เงินเดือนพนักงานร้านสะดวกชื้อไม่พอใช้จ่ายอย่างแน่นอน
“เซเว่นอีเลนเว่นสวัสดีค่ะ วัดอุณหภูมิ ล้างเจลแอลกอฮอล์ด้วยนะคะ” ประโยคที่พูดจนติดปากยามที่ประตูของร้านสะดวกซื้อส่งเสียงร้องเตือนเมื่อมีลูกค้าเข้ามา
“ทั้งหมด 214 บาท ลูกค้ามีออร์เมมเบอร์ไหมคะ” รูปประโยคที่พูดกับลูกค้าก็มีอยู่ไม่กี่ประโยคหรอก นอกจากคิดเงินที่เคาน์เตอร์ ก็มีตรวจนับสต็อกสินค้า จัดเติมสินค้า ทำงานร้านสะดวกซื้อเธอเข้างานเป็กะ มีทั้งหมดสามกะ คือเช้า บ่ายแล้วก็ดึก
วันนี้บัวออกงานกะดึก ก็คือเข้างานสี่ทุ่ม ออกกะหกโมงเช้า เธอมายืนหาวเพราะรู้สึกง่วงนอนหน้าร้านสะดวกซื้อ จากนั้นก็ดูดกาแฟที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อนั้นแหละ
วันนี้เธอมีภารกิจที่สำคัญเป็อย่างมาก เธอแวะซื้อโจ๊กหน้าปากซอยแล้วเดินกลับไปที่ห้องพัก หอพักเธออยู่ไกลจากที่ทำงานราว ๆ 800 เมตร เธอเดินจนชินแล้ว
กลับมาถึงห้องก็รีบอาบน้ำ แต่งตัว กินโจ๊กที่ซื้อมา จากนั้นรีบออกจากห้องไปที่ร้านอินเตอร์เน็ตทันที ใช่แล้ววันนี้เป็วันกดบัตรคอนเสิร์ตของศิลปินเกาหลีที่เธอชื่นชอบ
บอกเลยว่าวันนี้อีบัวต้องไม่นก ไม่อย่างนั้นกลับไปนอนร้องไห้อย่างแน่นอน ่โรคระบาดที่ผ่านมาทำให้คอนเสิร์ตและงานแฟนมีตหลายงานถูกยกเลิกไปทั้งหมด เงินเก็บของเธอก็พอจะมีเหลืออยู่บ้าง งานนี้อีบัวต้องไม่นก
บัตรยอดดอยก็เอา ขอให้ได้ขอให้โดน ผัวไม่มีก็ไม่เป็ไร แต่จะนกบัตรแฟนมีตไม่ได้เด็ดขาด โอมมม..เพี้ยงงงงง....
ขอแต้มบุญ แต้มกุศลจงมาสติอยู่ที่ตัวกู ขอให้ได้ ขอให้โดน
ร้านอินเทอร์เน็ตร้านประจำที่เธอชอบมาใช้บริการ เธอเดินเข้าไปในร้านอย่างคุ้นเคย จ่ายเงินแล้วก็มานั่งประจำเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องที่เธอใช้ประจำ
ใช้เวลาท่องโลกอินเทอร์เน็ต เล่นทวิตเตอร์รอ ตอนนี้ใกล้เวลา 10 โมงแล้ว เธอเปิดเว็บที่ใช้จองบัตรแฟนมีต จากนั้นกดปุ่ม F5 รั่ว ๆ
เธอตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่กดบัตรแฟนมีตหรือกดบัตรคอนเสิร์ต ต้องได้ ๆ ในใจของเธอมันบอกกับเธอแบบนั้น ตอนนี้จิตใจของเธอโหยหาแฟนมีตเป็อย่างมาก
ด้วยความชำนาญและความเร็วของอินเทอร์เน็ตทำให้เธอได้บัตรแฟนมีตราคาถูกสุดมา เธอร้องกรี๊ดออกมาด้วยความดีใจ ทุกคนในร้านหันมามองเธอ เ้าของร้านที่เคยชินกับภาพนี้แล้วได้แต่ส่ายหน้า
“เบาหน่อยลูกค้าใหมดแล้ว”
“ขอโทษทีค่ะ ฉันดีใจไปหน่อย ฉันไม่นกแล้ว คิก ๆ ๆ” เธอบอกกับเ้าของร้าน ใบหน้าขอเธอยิ้มแย้มด้วยความดีใจ ในที่สุดเธอก็ได้บัตรแฟนมีตที่เธอ้ามา
เธอออกจากร้านอินเทอร์เน็ตด้วยความเบิกบานใจ ก่อนจะอ้าปากหาว เพราะความง่วงที่ออกจากกะดึกมา บัวเดินมารอข้ามถนนไปอีกฝากหนึ่งที่ตรงทางม้าลายที่เธอข้ามเป็ประจำ
เมื่อสัญญาณไฟทางเดินเขียว เธอก็เดินข้ามไปปกติ แต่แล้วอยู่ ๆ ร่างกายของเธอก็เหมือนมีอะไรมากระแทกอย่างหนัก ความเ็ปแล่นเข้ามา เจ็บจนรู้สึกชา จากนั้นสติการรับรู้ของเธอก็หมดลงในทันที
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นตา บัวพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้น ก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ ที่นี่มันที่ไหนวะ นี้คือประโยคในความคิดของเธอ
ชีวิตหลังความตายหรือเปล่า ? แต่มองดูรอบ ๆ แล้วมันไม่น่าจะใช่นรกหรือ์ มันคือห้องนอน แล้วเธอก็นั่งอยู่บนเตียงนอน
เสียงพูดคุยกันดังขึ้นที่หน้าห้อง เป็บทสนทนาภาษาจีน... บัวรีบสำรวจร่างกายของตัวเอง เธอจำได้ว่าตัวเองกำลังเดินข้ามถนนตรงทางม้าลาย แล้วก็โดนรถชน...
แกร๊ก...
“เหมยลี่ ลูกฟื้นแล้ว เป็ยังไงบ้างลูก” เธอมองผู้หญิงแปลกหน้าเรียกชื่อของใครก็ไม่รู้ จากความทรงจำเธอไม่มีรู้จักผู้หญิงคนนี้ ที่สำคัญเธอคิดว่าหูของเธอไม่ได้ฝาดไปอย่างแน่นอน ผู้หญิงคนนี้กำลังพูดภาษาจีน
“ที่นี่ที่ไหน ?” เธอเอ่ยถามออกไปเป็ภาษาเดียวกัน สมองของบัวกำลังขบคิดความเป็ไปได้ ก่อนจะจับที่ใบหน้าของตัวเอง มองผิวพรรณและรูปร่างของตัวเองอีกครั้ง
“เหมยลี่ลูก นี่บ้านของเราไง ลูกตกน้ำไปจำได้ไหม ?” หรือว่าเธอตายแล้วมาอยู่ในร่างของคนอื่นเหมือนนิยายที่เธอเคยอ่าน เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องอีกครั้ง
“กระจก”
“เหมยลี่ลูกเป็อะไรไป” คุณเป็แม่อย่างหยางอวี้ฟ่านใกับท่าทีของลูกสาว
“ขอโทษฉันจำอะไรไม่ได้” บัวเอ่ยออกไป ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไร แต่ร่างที่เธออยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ร่างของเธออย่างแน่นอน เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ไม่ใช่แบบที่เธอชอบ ข้าวของในห้องก็ดูไม่คุ้นตา
“โธ่ เหมยลี่ลูกแม่” หยางอวี้ฟ่านได้แต่เดินเข้าไปลูบหัวของลูกสาว แล้วร้องไห้ออกมา
“ลูกจำแม่ได้ไหม เหมยลี่” เธอเอ่ยถามลูกสาวอีกครั้ง เมื่อพบว่าอีกฝ่ายนั้นส่ายหัวมองเธอด้วยแววตาว่างเปล่า หยางอวี้ฟ่านคิดว่าลูกสาวของตัวเองอาจจะความจำเลอะเลือน
“เทียนเหมยลี่ คือชื่อของลูก แม่ชื่อหยางอวี้ฟ่าน” หยางอวี้ฟ่านบอกกับลูกสาวของตัวเอง เธอคิดว่าอาจจะเพราะเพิ่งฟื้นลูกสาวของเธอจึงจำอะไรไม่ได้
“แล้วที่นี่คือที่ไหน ปีอะไร ?” บัวเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัย จะว่าไปชื่อเทียนเหมยลี่ ก็คุ้น ๆ มีแม่ชื่อหยางอวี้ฟ่าน คุ้น ๆเนอะแต่บัวนึกไม่ออก
“หยานเทียน เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง”
“...” !!! หยานเทียน เซินเจิ้น คุณพระ อีบัวเอามือกุมอก แบบใมาก
“เดือนสาม ปี 1976 ลูกจำได้ไหม ลูกนอนหมดสติไปสามวันเต็ม ๆ เพราะตกลงไปในแม่น้ำ”
“....” !!! ปี 1976 เซินเจิ้น แสดงว่าที่นี้คือประเทศจีนในยุค 70 โอ้วว..งานเข้าแล้วอีบัว
“ลูกนอนพักอีกสักหน่อยเถอะ แม่จะไปทำอะไรมาให้ลูกกิน เสร็จแล้วจะได้กินยา” บางทีหากลูกสาวได้พักอีกหน่อย ได้กินข้าว กินยา ความทรงจำอาจจะกลับมาก็ได้
แต่เดี๋ยวก่อนนะ เทียนเหมยลี่ เมืองหยานเทียน เซินเจิ้น ไม่ใช่..ใช่ไหม ? ไม่ใช่แบบที่เธอกำลังคิดใช่ไหม ? ใครก็ได้บอกอีบัวคนนี้ทีว่ามันไม่ใช่...ก็ว่าทำไมชื่อมันคุ้น ๆ นี้มันชื่อนางเอกในเื่ เซินเจิ้นนี้มีรัก นิยายที่เธอรับงานมาแต่ยังแปลไม่เสร็จ แปลไปได้ครึ่งเล่มก็ไม่มีกะจิตกะใจจะแปลต่อ
เพราะอะไรนะเหรอ ? เพราะเนื้อหาในนิยายมันน้ำเน่ามาก น้ำเน่าเกินไป นางเอกเก่งทุกอย่าง เป็ลูกรักนักเขียน ฐานะทางบ้านก็ดี จิตใจดีมีเมตตาจนเกินไป แต่เสียอย่างเดียวรักพระเอกไม่ลืมหูลืมตา เข้าทำนองรักเธอคนเดียวไม่เหลียวมองใคร รักปักใจเพียงแค่คน ๆ เดียว นางเอกแอบรักพระเอกมาั้แ่เด็ก ๆ
ส่วนพระเอกเื่นี้ก็เหอะ ๆ ... เลว นิยามสั้น ๆ แค่นี้เลย หัวจะปวด...
เพราะนางเอกจะได้แต่งงานกับพระเอก แต่แต่งงานได้ไม่นานพระเอกก็สอบเกาเข่าได้ไปเรียนที่ปักกิ่ง ทิ้งให้นางเอกใช้ชีวิตที่กำลังตั้งครรภ์เพียงลำพัง นางเอกก็ไม่กล้าเอ่ยปากบอกว่าตัวเองท้อง ตามฉบับนิยายน้ำเน่าโดยแท้ จนเธอคลอดลูกชายออกมา พระเอกกลับมาขอหย่า บอกว่าลูกในท้องเป็ลูกชู้ ดูความเลวของมัน!!
สุดท้ายนางเอกก็ยอมเซ็นใบหย่าให้เพราะรักพระเอกมาก ทั้ง ๆ ที่ในใจเ็ปแทบตาย เข้าทำนองยอมปล่อยไปเพราะรัก
นางเอกก็เลี้ยงลูกชายมาเพียงลำพัง เป็หม้ายสามีหย่า โชคดีที่นางเอกเป็ลูกรักนักเขียน มีมิติ มีความสามารถ เธอใช้ชีวิตเลี้ยงดูแลลูกที่เกิดจากคนที่เธอรัก เปิดร้านขายยาสมุนไพรใหญ่ที่สุดในเซินเจิ้น
เวลาผ่านไปห้าปี พระเอกกลับมาง้อขอคืนดี เพิ่งจะสำนึกผิดและรู้ตัวว่าไม่มีใครดีเท่านางเอกอีกแล้ว
นางเอกคนที่แสนดีก็เห็นแก่ลูก แล้วในใจเธอก็ยังไม่เคยลืมชายคนที่เธอรัก พอโดนง้อขอคืนดีนานวันเข้าก็ใจอ่อน บัวอ่านเนื้อเื่นิยายคร่าว ๆ ก่อนจะแปลแล้ว เธอเปิดข้ามไปหลายหน้าเลยทีเดียว
เหตุการณ์ในตอนนี้ก็คงจะเป็ตอนที่นางเอกพลัดตกน้ำ เพราะลูกพี่ลูกน้องเป็คนผลักเหตุเพราะอิจฉาที่จะได้หมั้นหมายกับคนชายคนหนึ่ง ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้หมั้นหมายกัน เพราะนางเอกมีใจให้พระเอก
เพราะชะตาชีวิตยังไม่ถึงฆาต นางเอกได้พรจากท่านเทพ ได้มิติที่มีทรัพยากรทุกอย่าง ได้ตำราสมุนไพรและความรู้ด้านการแพทย์โบราณมา นับว่าเป็ลูกรักของนักเขียนจริง ๆ
มิติ? บัวรีบเอามือไปััที่ใบหูด้านขวา เธอจำได้ว่ามิติของนางเอกอยู่ตรงนั้น
พรึ่บ...
ตื้ออ..ดื่ออออ...
เชี่ยยยยย...บัวถึงกับร้องออกมาในใจ เธอมองไปรอบ ๆ ตัว แล้วพบว่ามิติที่แสนเทพของนางเอกที่เธอวาดฝัน เหลือเพียงร้านสะดวกซื้อที่เธอทำงานอยู่เท่านั้น
ไหนละมิติที่มีทรัพยากรทุกอย่างที่นิยายได้บรรยากาศเอาไว้ เธอเป็คนแปลมันออกมาเธอจำได้ดี มีูเา ทุ่งข้าว มีบ้านไม้ มีลำธาร มีน้ำตก มีต้นผลไม้มากมาย มีสวนสมุนไพร ป่าอุดมสมบรูณ์ แร่ทองในธารน้ำ ไหนจะไข่มุกอีก พลอยสีเงิน...
ไม่มี!! ไม่มีสักอย่างเดียว!!
มีแต่ร้านสะดวกซื้อ หนึ่งร้านถ้วน!! ชีวิตมึงช่างอาภัพอับโชคได้อีกนะบัว ขนาดได้มาเป็ถึงนางเอกของเื่ แต่ก็หาได้เป็ลูกรักของนักเขียน เศร้าใจจริง ๆ ...
ตื้ออ..ดื่ออออ...
บัวยกมือมากุมขมับ เสียงร้องที่เธอคุ้นเคย ยามที่มีลูกค้าเข้ามาในร้านสะดวกซื้อ เสียงนี้ดังขึ้นเพื่อเตือนสติของเธอ เธอไม่ได้ฝันไป เธอทะลุมิติมาเป็นางเอกในเื่ปลายยุค 70 เซินเจิ้นนี้มีรัก มิติแสนเทพที่คนเขียนประทานให้นางเอกลูกรักเหลือเพียงแค่ร้านสะดวกซื้อ
แต้มบุญมึงหมดแล้วจริง ๆ อีบัว กดบัตรได้แต่ก็นกแฟนมีตศิลปินที่ชอบ ตอนนี้มาอยู่ในร่างของ เทียนเหมยลี่ นางเอกในนิยายน้ำเน่า พอเป็อีบัวก็ไม่เป็ลูกรักของนักเขียนอีกต่อไป
ฉันไม่ใช่นางเอก บัวไม่คิดจะทำตัวเป็แม่พระเหมือนนางเอกคนเดิม และความทรงจำของเธอและเทียนเหมยลี่ไม่ได้เชื่อมโยงกัน
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ บัวไม่มีความทรงจำของเทียนเหมยลี่เลย ที่พอจะรู้ก็มีเพียงแค่เนื้อเื่ในนิยายที่เธอยังแปลเท่านั้น
เอาละ...นับจากนี้เธอคือ เทียนเหมยลี่...ชีวิตต่อจากนี้จะเอายังไงก็ค่อยว่ากัน ตอนนี้ขอพักก่อน รู้สึกง่วงมาก ๆ เหมยลี่คนนี้ขอนอนสักงีบก่อน แล้วค่อยมาคิดว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อดี