ต้วนชิงหมิงหลับตาลงครู่หนึ่งสัมผัสได้ถึงมือนางที่สั่นไปหมด เมื่อนางลืมตาขึ้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “ก็ได้ ข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนา!”
ข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนาจากนั้นจะคอยมองดูเจ้าตั้งท้องครั้งแล้วครั้งเล่า และเห็นลูกเจ้าตายไปทีละคน...ทีละคน!
อีกฝ่ายพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย “ต้วนชิงหมิง ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะคิดดีต่อข้า! ”
นางหยิบผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือขึ้นมาบรรจงเช็ดตรงปากที่เลอะเศษขนมบนใบหน้าต้วนอวี้หรานจากนั้นใช้น้ำเสียงที่แปลกพูดขึ้นช้าๆ “ดูจากสภาพของเจ้าตอนนี้ข้าคิดดีหรือไม่ดีต่อเจ้า ยังจะปฏิเสธอยู่อีกหรือ?”
“ครั้งหน้า ตอนที่เจ้าโกรธแล้วคิดจะขังตัวเองอยู่ในห้องให้เตรียมอาหารไว้ในห้องเสียก่อน จะได้ไม่ต้องกินขนมที่แข็งเช่นนี้อีก!”
พูดจบก็หันหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใดกลับไปตรงไปที่ห้องหนังสือของต้วนเจิ้ง
ต้วนอวี้หรานข้าจะต้องให้เจ้าได้สมปรารถนา!
…...
ในห้องหนังสือของต้วนเจิ้งเห็นไป๋หย่วนฮ่าวนั่งอยู่ตรงข้าม
สีหน้าไม่สบอารมณ์ของต้วนเจิ้งกำลังจ้องมองไปยังใบหน้าที่สลดของเด็กหนุ่ม นานเท่าไรก็สุดรู้ทว่าจนน้ำชาที่ร้อนกลับเย็นชืดอยู่ตรงหน้า
องครักษ์ในจวนต้วนได้สืบหาความจริงจนพบว่า เด็กหนุ่มเบื้องหน้ากำลังคิดใส่ร้ายหลิวยวนคาดไม่ถึงว่าตัวเขากลับตกเป็นจำเลยเสียเอง!
แต่ไหนแต่ไรมาต้วนเจิ้งเกลียดคนเลวและผู้ที่ทำเรื่องชั่วร้ายที่สุด ทว่าตอนนี้วิธีการที่ไป๋หย่วนฮ่าวใช้กลับทำให้เขาเริ่มรังเกียจหลานชายคนที่เขาให้ความสำคัญ หมายมั่นปั้นมือเป็นที่สุด!
เขาจ้องมองอีกฝ่ายอย่างนิ่งเฉยและพูดอย่างห่างเหิน “เรื่องของอวี้หรานกับชิงหมิงคุณชายไป๋วางแผนจะจัดการอย่างไร?”
นี่เป็นเรื่องที่ทำให้ต้วนเจิ้งลำบากใจเป็นอย่างมาก...ต้วนชิงหมิงกับไป๋หย่วนฮ่าวมีสัญญาหมั้นหมายระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายแต่กลับพบต้วนอวี้หรานอยู่กับเขา ไม่เพียงอยู่กันสองต่อสองยามวิกาลทั้งเสื้อผ้ายังยับยู่ยี่ไม่เหลือชิ้นดี!ทว่าบุตรสาวทั้งสองคนล้วนเป็นคนที่สำคัญของต้วนเจิ้งทั้งคู่ ครั้งนี้เขาจึงคิดหาทางออกให้เด็กหนุ่มเบื้องหน้าไม่ได้!
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปที่ต้วนเจิ้งชั่วอึดใจหนึ่งจึงพูดขึ้นอย่างละอายใจเป็นที่สุด “เรื่องนี้หลานถูกคนใส่ร้าย...หลานไม่ทราบเลยว่าเหตุใดน้องอวี้หรานถึงมาอยู่ในห้องได้!”
อีกฝ่ายย่นหัวคิ้วน้อยๆมองด้วยเด็กหนุ่มด้วยความสงสัย พูดซ้ำคำที่เขาพูด “น้องอวี้หราน?”
เขาเรียกต้วนอวี้หรานว่า ‘น้องอวี้หราน’ พวกเขาทั้งสองไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไร?สนิทกันจนเรียกแทนกันว่า ‘พี่ชาย’ และ ‘น้องสาว’ เลยหรือ?
“เรียนท่านลุง อวี้หรานเป็นคนเฉลียวฉลาดและไร้เดียงสา เมื่อน้องสาวเห็นหลานก็เรียก‘พี่ชายไป๋’ อย่างนั้น ‘พี่ชายไป๋’อย่างนี้หลานไม่อาจทำให้นางเสียใจจึงเรียกกันว่าพี่ชายและพี่สาวขอครับ!”
ต้วนเจิ้งได้ฟังก็ส่ายหัวไปมาความประทับใจของเขาต่อไป๋หย่วนฮ่าวกลับย่ำแย่ขึ้นไปอีก
จะยกต้วนชิงหมิงให้แต่งกับคนแบบนี้เขาจะวางใจได้อย่างไร?
อีกทั้งต้วนอวี้หรานที่เป็นน้องสาวของคู่หมั้นหมายและเขาที่จะเป็นพี่เขยของนาง... ทว่าแล้วจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไรตอนนี้เขารู้สึกวุ่นวายไปหมด ไม่อาจเยือกเย็นหนักแน่นดังขุนเขาได้เช่นเดิม!
แน่นอนว่างานแต่งของต้วนชิงหมิงและไป๋หย่วนฮ่าวถือเป็นโมฆะไปแล้วยังโชคดีที่เรื่องนี้ยังไม่ได้มีคนนอกรู้ถ้าคนข้างนอกเรือนรู้เรื่องนี้จะต้องหัวเราะเยาะจนฟันร่วงเป็นแน่!
ทว่าต้วนเจิ้งไม่รู้ว่าบุตรสาวคนโตคิดอย่างไรกับเรื่องนี้!เพราะมันเกี่ยวพันไปถึงความสุขทั้งชีวิตของลูกสาว...ถ้านางยังดึงดันที่จะแต่งกับเด็กหนุ่ม เรื่องนี้ก็คงจะยากจะจัดการ!
เฮ้อ!พูดได้ว่าเรื่องหยุมหยิมในภายในช่างแตกต่างกับเรื่องที่ต้วนเจิ้งต้องออกรบออกศึกอย่างมาก เขาค่อยๆหมดแรงที่จะจัดการ แม้ใจจะอยากทำเพียงไร!
ต้วนเจิ้งมองไป๋หย่วนฮ่าวอย่างเลือดเย็น...เจ้าเด็กนี้มาสร้างเรื่องสร้างปัญหาให้เขาโดยแท้ ถ้ารู้ว่าจะเป็นเช่นนี้เขาไม่ควรรับปากให้เด็กนี้มาอยู่ในจวนแต่แรก
เด็กหนุ่มเหมือนอ่านสถานการณ์ออก...เขารู้ว่าต้วนเจิ้งมีอคติกับเขาแล้ว เรื่องอคติเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่เขากลัวว่าถ้าต้วนเจิ้งกลับคำพูดไม่ให้ต้วนชิงหมิงแต่งงานกับเขาอย่างนั้นจะได้ไม่คุ้มเสีย!
ฉะนั้นไป๋หย่วนฮ่าวจึงลุกขึ้นมาประสานสองมือต่อหน้าต้วนเจิ้ง พูดอย่างจริงจังและจริงใจอย่างมาก “ท่านลุง เรื่องเกิดขึ้นไปแล้วชื่อเสียงของน้องอวี้หรานเสื่อมเสียเพราะหลานหย่วนฮ่าวจะกลับไปรายงานท่านพ่อท่านแม่ที่หนิงหย่วน โดยรับน้องอวี้หรานเป็นอนุก่อนแล้วรอจนถึงหลานกับชิงหมิงสมรสกัน ค่อยจัดงานแต่งพร้อมกันทีเดียว!ไม่ทราบว่าท่าน... ลุง มีความคิดเห็นว่าอย่างไรครับ?”
ฟังที่ไป๋หย่วนฮ่าวพูดต้วนเจิ้งโกรธจนลมออกหูในทันใด
อะไรนะ! จะเอาอวี้หรานเป็นอนุ? และยังคิดจะเอาต้วนชิงหมิงอีก?เจ้าไป๋หย่วนฮ่าวคิดว่าตัวเองมีดีมาจากไหนกัน! ถือดีจะเอาบุตรสาวทั้งสองคนเป็นเมีย?เห็นทีเขาจะต้องสั่งสอนเจ้าเด็กหนุ่มไร้มารยาทคนนี้เสียหน่อยแล้ว!
ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดก็ได้ยินเสียงเถี่ยเฟิงจากประตูด้านนอกอย่างชัดเจน “ท่านแม่ทัพคุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองมาขอพบขอรับ!”
ต้วนเจิ้งถลึงตามองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความเกลียดชังหยุดชะงักระบายลมหายใจเข้าออกเพื่อฝืนระงับความโกรธเกลียดนี้ไว้ “ให้พวกนางเข้ามา!”
ต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้หรานทั้งคู่เดินเข้ามาพร้อมกัน
บุตรสาวคนโตยิ้มเล็กน้อยออกมาและทำความเคารพผู้เป็นบิดาค่อยหันไปทักทายไป๋หย่วนฮ่าวจากนั้นค่อยให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์นำจานลูกพลับที่ล้างสะอาดแล้วสองจานวางหน้าด้านหน้าของคนทั้งคู่!
ต้วนชิงหมิงพูดขึ้นว่า “ท่านพ่อ วันนี้ลูกไปจวนเชวียเพื่อไปเยี่ยมพี่สาวเชวียจึงได้ลูกพลับที่เก็บมาสดใหม่กลับมาด้วยลูกไม่กล้าจะกินเพียงคนเดียว จึงให้คนล้างให้สะอาดและนำมาให้ท่านพ่อได้ลิ้มรสเจ้าค่ะ”
นางพูดไปพลางหยิบลูกพลับที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าต้วนเจิ้งขึ้นมาใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดแล้วเช็ดอีก จากนั้นค่อยๆ ปอกผิวด้านนอกออกอย่างพิถีพิถันแล้วค่อยส่งลูกพลับที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้ายื่นไปให้ต้วนเจิ้ง พูดอย่างรีบร้อน “ท่านพ่อรีบชิมเลย!”
รอยยิ้มของต้วนชิงหมิงช่วยผ่อนคลายความโกรธภายในใจของเขาลงได้ทว่าเพียงคิดถึงเรื่องที่บุตรสาวอีกคนอวดฉลาด เพราะการหักหลังของว่าที่พี่เขยจนทำให้ตัวเองเสื่อมเสียชื่อเสียง ต้วนเจิ้งเสียใจกับเรื่องนี้เป็นที่สุด
เขาได้แต่ฝืนยิ้มกัดลูกพลับเข้าไปในปากหนึ่งคำ “อืม หวานเสียจริง... คุณชายไป๋ลองชิมดูสิ!”
เดิมทีต้วนเจิ้งไม่อยากจะให้เขากินแต่เมื่อเห็นต้วนอวี้หรานเดินเข้ามาด้วยจึงใช้สายตาเคียดแค้นมองไปยังไป๋หย่วนฮ่าว...ต้วนเจิ้งทราบดีว่าลูกสาวคนรองมีใจปฏิพัทธ์ต่อไป๋หย่วนฮ่าว! เขาจึงได้แต่สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆยาวๆ อดกลั้นความโกรธเคืองไว้ภายในใจ ได้แต่เรียกให้ไป๋หย่วนฮ่าวกินลูกพลับ!
ต้วนอวี้หรานยืนอยู่ด้านข้างไม่พูดไม่จาไม่กล้าแม้แต่ขยับเขยื้อน! ทว่าสายตาของไป๋หย่วนฮ่าวยามนี้กลับจ้องมองไปที่ต้วนชิงหมิงตลอดเวลา ตั้งแต่นางเดินเข้ามาจวบจนบัดนี้ นางไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาแม้สักกระผีกเดียวละม้ายเขาเป็นเพียงอากาศทำเอาเขาเศร้าสลดใจ! ในตอนนี้ เมื่อได้ยินต้วนเจิ้งพูดไป๋หย่วนฮ่าวหยิบลูกพลับอย่างไม่มีกะจิตกะใจ เช็ดอย่างลวกๆแล้วเอาเข้าปากกัดไปเต็มแรง!
ได้ยินแต่เสียงดัง “กร๊อบ” ออกมา... เขากัดโดนลูกพลับที่ทั้งขมทั้งฝาดพยายามกลืนลงไปจนพูดอะไรไม่ออก!
เด็กสาวหันหน้าไปมองเด็กหนุ่มพูดอย่างแปลกใจว่า “ทำไมกันคุณชายไป๋รังเกียจลูกพลับที่ชิงหมิงเอามาว่าไม่อร่อยหรือ? แต่ว่าท่านพ่อบอกว่ารสชาติหวานหอมนะ...”
สีหน้าเขาซีดเผือดขึ้นมามองไปยังต้วนชิงหมิงที่ใช้สายตาไร้เดียงสา แต่เหินห่างเป็นที่สุดมองกลับมาพลันสายตาหยุดชะงัก รีบกลืนลูกพลับที่มีเปลือกในปากลงไปอย่างรีบร้อน พูดว่า “ไม่ใช่เช่นนั้น...”
ทางด้านต้วนเจิ้งที่เห็นไป๋หย่วนฮ่าวกินพลับเข้าไปจึงเกิดความแปลกใจไม่น้อย ทำไมลูกพลับที่เขากินช่างหวานหอม แต่พอถึงปากอีกฝ่ายกลับทำท่าคล้ายว่าเป็นรสฝาดขมไปได้?
ต้วนเจิ้งมองไปยังสีหน้าของอีกฝ่ายที่กำลังบูดเบี้ยวกับรสฝาดขมอยู่ช่างมีความสะใจมากมายอะไรขนาดนี้ทว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือเรื่องความสุขทั้งชีวิตของลูกสาวเขาจึงยื่นมือออกไปหยิบจานลูกพลับตรงหน้าไป๋หย่วนฮ่าวมาหนึ่งลูกเช็ดให้สะอาดสะอ้านจึงชิมเข้าไปหนึ่งคำ “ไม่เห็นเป็นอะไรนี่รสหวานออก...”
ไป๋หย่วนฮ่าวผู้นี้จะต้องเป็นคนนิสัยย่ำแย่ดังนั้นฟ้าดินก็ยังจะลงโทษเขาอีก?
เขาครุ่นคิดอยู่ประเดี๋ยวจึงหยิบลูกพลับที่วางตรงหน้าเขาขึ้นมาหนึ่งลูก ยื่นไปให้ไป๋หย่วนฮ่าว “ลูกพลับที่เพิ่งจะเด็ดมาเมื่อครู่ และยังมีลูกสองลูกที่ยังไม่สุกงั้นเจ้าของชิมอันนี้ดู!”
เมื่อเขาได้รับการเอ็นดูจึงเกิดความตกใจรีบยื่นมือออกไปรับครั้งนี้เขารู้แล้วว่าต้องระวังจึงกัดไปคำหนึ่งด้วยความระมัดระวังผลคือฝาดขมยิ่งกว่าลูกที่แล้วเสียอีก!
เขากัดไปหนึ่งคำก็เอามาวางไว้ในมือไม่ขยับ
ตอนนี้ในใจของต้วนเจิ้งไม่สบอารมณ์เสียแล้ว
ไป๋หย่วนฮ่าวผู้นี้กลับมีท่าทางที่ไม่รับน้ำใจให้เห็นทำไมกัน! เห็นว่าจวนต้วนรับแขกไม่ดีหรือมีเจตนากลั่นแกล้งจึงไม่ยอมกินลูกพลับที่เขาหยิบยื่นไปให้?