อาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ฉันรีบวิ่งตามถนนสายเล็ก ๆ ไปยังตลาดนัดที่มีทุกวันอาทิตย์เพื่อซื้อ
ลูกชิ้นปั้นสดที่ร้านประจำ แต่วันนี้ฉันไปสายกว่าทุกวัน เพราะฉันกำลังอ่านนิยายเล่มโปรดเพลิน ๆ อยู่
พอไปถึงหน้าตลาดนัด ฉันก็ยืนหอบแรง ๆ อยู่หลายครั้ง แล้วฉันก็ได้ยินเสียงของแม่ค้าขายลูกชิ้น
ะโมา “ เอ้า! เร็วเข้าทุกคนเหลืออยู่ 10 ลูกสุดท้ายแล้วจ้า ”
เมื่อฉันได้ยิน ฉันก็รีบสตาร์ทฝีเท้าตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่จะมีคนมาชิงซื้อลูกชิ้นไปเสียก่อน แต่ทว่าใน
ขณะที่กำลังห้อตะบึงวิ่งด้วยความเร็วอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงผู้คนมากมายซุบซิบอะไรกันอยู่ แล้วมีผู้หญิงหลาย
คนก็เริ่มกรี๊ดกร๊าดกันจนราวกับฝูงนกอพยพ อีกทั้งยังได้ยินเสียงกดชัตเตอร์ถ่ายรูปมากมายฉันจึงเหลียวไป
มองคนพวกนั้น แต่ 2 เท้าฉันก็ยังไม่ลดความเร็ว พอฉันจะเหลียวกลับมามองทางตรงหน้าก็เบรกตัวเองไม่
อยู่จึงชนกับแผ่นหลังของใครคนหนึ่งเข้าอย่างจังจนหน้าแทบฝังไปกับแผ่นหลังอันกว้างใหญ่นั้น
“ โอ๊ย! เจ็บชะมัด ลูกชิ้นหมดหรือยังเนี่ย ” ฉันพูดไปพลางก้มหน้าเอามือมาลูบคลำจมูกตรวจดูว่ายัง
อยู่ในสภาพดีอยู่หรือเปล่า
“ ดั้งหักรึเปล่าครับ ” คนที่ยืนตรงหน้าพูดขึ้น ฉันจึงเพิ่งนึกได้ว่าวิ่งมาชนเขาจึงเงยหน้าเพื่อขอโทษ
“ เอ่อ...คือ..ขอโทษจริง ๆ ค่ะที่ ฉะ....ฉัน.....” ทันทีที่ฉันเงยหน้ามองเขา ฉันก็ต้องหยุดชะงักจนอ้า
ปากค้างด้วยความตกตะลึง
ร่างผอมสูงโปร่ง เส้นผมสีดำออกน้ำตาลหน่อย ๆ ขับเน้นให้หน้าตาดูอ่อนเยาว์จมูกโด่งเป็สัน ผิว
ของเ้าตัวขาวยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มนั้นกำลังจ้องนางตาไม่กระพริบ
ฉันจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเสียงกรี๊ดพวกนั้นมาจากเขานี่เอง
“ไม่เป็ไรครับ เป็เพราะผมเองด้วย ที่ไม่ดูว่าจะมีใครวิ่งมาทางนี้ ” เขาเอ่ยตอบอย่างสุภาพ มุมปาก
ยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ เอ่อ...ไม่หรอกค่ะ เป็เพราะฉันไม่ได้มองทางน่ะค่ะ ละ...แล้วก็....” ฉันตอบแบบตะกุกตะกัก
“ นี่! มีใครจะเอาลูกชิ้นมั้ย? 10 ลูกสุดท้ายใส่ถุงเสร็จหมดแล้ว จะกลับแล้วนะ ” แม่ค้าตะคอกเสียงดัง
“ หนูค่ะ! ”
“ ผมครับ! ” แล้วเรา 2 คนก็หันขวับมองหน้ากัน
“ คุณเอาไปเลยค่ะ ” ฉันชิงพูดก่อน
“ คุณนั่นแหละ เอาไปเลย ” เขาตอบทันใด
“ ไม่เป็ไรค่ะ คุณเอาไปเลยก็ได้ ” ฉันพูดขึ้นต่อ
“ นี่! ป้าต้องรีบกลับแล้วนะ เอาไปแบ่งกันละกัน เอาเงินมาด้วย! ” ป้าขายลูกชิ้นพูดตัดบทเรา 2 คน
พอฉันได้ยินดังนั้นจึงรีบเปิดกระเป๋าเพื่อควานหาเหรียญ 5 บาท แต่ก่อนที่ฉันจะยื่นออกไปก็เห็น
ผู้ชายคนนั้นยื่นเหรียญ 10 ไปให้ป้าขายลูกชิ้นแล้ว
“ นี่ครับ ขอบคุณครับ ” เขาพูดพลางจ่ายเงินแล้วยื่นมือไปรับถุงลูกชิ้น เมื่อรู้ดังนั้นฉันจึงหันหลังเดิน
กลับมาด้วยความเสียดายเพราะตลาดนัดมีแค่อาทิตย์ละครั้ง กว่าจะได้กินก็ต้องรออีกอาทิตย์หนึ่ง
“ นี่! เดี๋ยวก่อน คุณ ๆ อย่าเพิ่งไปครับ ” เขารีบเดินตามหลังฉันมาแล้วขวางหน้าบังฉันไว้ราวกับ
กำแพงจนฉันเกือบชนอีกรอบเข้าให้
“ มีอะไรเหรอคะ? ” ฉันถามด้วยความสงสัย เขาไม่ตอบแต่ยิ้มแล้วยื่นถุงลูกชิ้นออกมา
“ เอาไปเถอะครับ ผมให้ ”เขาพูดแล้วส่งยิ้มให้
“ เอ่อ....ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวคุณจะไม่ได้กิน ” ฉันตอบด้วยความเกรงใจ ทั้ง ๆ ที่น้ำย่อยเริ่มะโ
โลดเต้นอยู่ในกระเพาะ
“ อะไรเนี่ย....ผมอุตส่าห์ซื้อให้นะ เสียน้ำใจนะครับเนี่ย ” เขาพูดแล้วทำหน้าเศร้า
“ งั้นแบ่งกันคนละครึ่งก็ได้ค่ะ แต่ฉันไม่มีอีกถ้วยมาใส่ซะด้วยสิ ” ฉันตอบพลางมองไปตามแผงขาย
ต่าง ๆ เพื่อดูว่ามีถ้วยหรือเปล่า
“ จะเอาถ้วยอีกทำไมครับ ผมเอาไม้จิ้มมาตั้ง 2 อันแล้วนะ กินด้วยกันนี่แหละ นั่นไง ไปนั่งกินตรงนู้น
กันเถอะครับ ”
เขาพูดแล้วเดินนำไปที่โต๊ะข้างตลาดนัดที่เขาจัดไว้สำหรับนั่งกินอาหาร พอเรานั่งลงกันคนละฝั่ง เขา
ก็แกะถุงน้ำจิ้ม 3 รสเทราดลูกชิ้นปั้นสดที่ยังมีไอร้อนคุกกรุ่นอยู่ แล้วยื่นไม้จิ้มส่งมาให้ฉัน
“ ขอบคุณค่ะ ” ฉันมองหน้าเขาแล้วกล่าวขอบคุณแล้วเขาก็ส่งยิ้มอย่างจริงใจให้จนฉันหน้าร้อนผ่าว
“ กินละนะ.....หงับ ๆ อื้มมมม....อร่อยยยย ” เขาพูดพลางทาหน้าฟินจัด ฉันจึงจิ้มลูกชิ้นอุ่น ๆ ที่นอน
นิ่งแช่น้ำจิ้มอยู่ในถ้วยโฟมส่งเข้าปากบ้าง
“ แน่ะ! ไม่อร่อยเหรอครับ ทำไมกินแบบหน้าตาเฉยจัง ” เขาพูดแล้วมองหน้าฉันอย่างแปลกใจ
“ ทำไมจะไม่อร่อยล่ะ นี่ร้านโปรดของฉันเลยนะคะ ” ฉันเคี้ยวไปพูดไป
“ อ้าวเหรอ อืมมมม.......” เขาตอบแล้วพยักหน้าเอื่อยเฉื่อยหลายที แล้วเขี่ยลูกชิ้นในถ้วยไปมา
“ อ้อ! คุณอายุเท่าไหร่แล้วครับ ” เขาถามพลางส่งลูกชิ้นเข้าปาก
“ ฉันเหรอ อายุ 16 ปีค่ะ ” ฉันตอบแบบงง ๆ แล้วส่งลูกชิ้นอีกลูกเข้าปาก
“ ห๊า! ใช่เหรอครับ ผมก็อายุ 16 ตอนแรกนึกว่าคุณอายุมากกว่าผมซะอีก 555 ” เขาพูดแล้วหัวเราะ
ดังลั่นคนที่อยู่โต๊ะใกล้กันหันมามอง
‘หน็อยแน่ะ! จะหาว่าฉันหน้าแก่เรอะ ’ ฉันคิดในใจมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเขียวปั๊ด
“ เห็นเธอเอาแต่ทาหน้าเครียด ก็เลยนึกว่าแก่กว่าซะอีก ที่แท้ก็เท่ากันนี่เอง ” เขาพูดยิ้ม ๆ แล้ว
ส่ายหัวอย่างโล่งใจ
“ แต่ฉันก็สงสัยเหมือนกันนะคะ ว่าปกติคุณจะเลี้ยงสาว ๆ แบบนี้ตลอดเลยเหรอ ” ฉันถามด้วยความอยากเอาคืน
อีกฝ่ายทำท่านึกอย่างกับว่าเลี้ยงคนอื่นมาเยอะจนจำไม่ได้
“ ส่วนมากผู้หญิงที่เคยเลี้ยงก็จะมีแต่ย่า ยาย แม่ ป้า น้า ผู้หญิงคนอื่นก็มีเธอเป็คนแรกนี่แหละ ”
เขาตอบแล้วจ้องตาฉันอย่างมีความหมายจนหัวใจฉันเต้นแรงแทบะเิจึงรีบเสมองไปทางอื่นจนสะดุด
เข้ากับดวงตาอาฆาตจากผู้หญิงหลายคน ฉันจึงหันขวับมามองถ้วยลูกชิ้นที่เพิ่งรู้ตัวว่ามันไม่เหลือลูกชิ้น
ซักลูกแล้ว
“ เอ่อ...เริ่มมืดแล้วเดี๋ยวฉันกลับก่อนนะคะ ขอบคุณมากค่ะที่เลี้ยงลูกชิ้นฉัน ” ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้ว
หยิบถ้วยลูกชิ้นใส่ถังขยะ แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้ก้าวออกไปเขาก็ยื่นมือมาจับแขนฉันเอาไว้เสียก่อน
“ เดี๋ยว ๆ ๆ เดี๋ยวผมจะไปส่งเธอเอง มืดแล้วเดินกลับคนเดียวมันอันตราย ” เขาพูดแล้วลุกตามฉันมา
“ ไม่เป็ไรค่ะ บ้านฉันอยู่ใกล้ ๆ แค่นี้เอง เดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ” ฉันตอบด้วยความเกรงใจแต่จริง ๆ
แล้ว กลัวพวกผู้หญิงพวกนั้นต่างหากจ้องเหมือนจะกินเืกินเนื้อกันเลยทีเดียว
“แต่ถ้าทางมันใกล้ เมื่อกี๊เธอคงไม่วิ่งจนหัวฟูแบบนั้นหรอกมั้ง? ไม่เป็ไรหรอกไว้ใจผมได้น่า ผมไม่
ทำอะไรหรอกครับ ” พูดอย่างมั่นใจเหลือเกิน แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะปกติแล้วแถว ๆ ทางกลับบ้านฉันตอน
กลางคืนมันชอบมีหมาเห่าเยอะ ไปสองคนจะได้เบี่ยงเบนความสนใจของหมาได้เพราะแค่หมาเห็นหน้าคน
ที่อยู่ข้าง ๆ ฉัน ก็คงหยุดเห่าแล้วพากันทำหน้าออดอ้อนหรือไม่ก็จะได้วิ่งไล่เขาแทน เอ๊ะ! นี่ตกลงจะให้เขา
ไปเป็เหยื่อล่อแทนใช่ไหมเนี่ย เฮอะ ๆ มันคงจะวิ่งไล่ฉันแทนมากกว่าที่เดินอยู่กับคนหน้าหล่ออย่างเขา
“ อืม ก็ได้ ” ฉันตอบแล้วเดินเงียบ ๆ นำเขาไป ระหว่างทางเราก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน เขาก็เดินเรื่อย
เปื่อยสบายใจเฉิบฮัมเพลงไปจนกระทั่งถึงบ้านฉัน
“ โห! นี่คือใกล้เหรอเนี่ยเดินตั้งเกือบ 10 นาที เมื่อกี๊เธอคงรีบโกยอ้าวมากเลยล่ะสิเนี่ย เกือบไม่ทัน
ซื้อแล้วไหมล่ะ ” เขาพูดแบบขำ ๆ จนฉันหน้าแดงด้วยความอาย
“ ออ...ใช่ ขอบคุณมาก ที่มาส่ง กลับบ้านดี ๆ นะ ” ฉันตอบแล้วหันหลังเพื่อเปิดประตูเข้าบ้าน
“ นี่! เดี๋ยว ฝันดีนะ อย่าลืมฝันถึงผมด้วย ” เขาพูดพลางยิ้มอย่างพอใจแล้วโบกมือให้ฉันรัว ๆ ฉันจึง
ค้อนใส่เขาแล้วหันกลับเข้าบ้านไป พอเข้ามาอยู่ในห้องนอนฉันก็นึกขึ้นได้ว่าลืมถามอะไรบางอย่างนั่นก็คือ
.....
.....ชื่อของเขา.....
เช้าวันถัดมา
6:00 น.
ติ๊ด ๆ ๆ ๆ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ฉันจึงเอื้อมมือไปควานหานาฬิกาที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง แต่ฉัน
เผลอไปปัดมันซะก่อนจนมันตกลงพื้นเสียงดังโครม! ฉันจึงลากตัวเองออกจากที่นอนเพื่อไปหยิบนาฬิกามา
ใส่ถ่านที่เพิ่งหลุด จากนั้นฉันก็ลุกไปหวีผมล้างหน้าล้างตาแล้วไปหาแม่ที่ห้องครัว ระหว่างที่ฉันเดินไปฉันก็นึกขึ้นได้ว่าแม่กับพ่อไปเที่ยวต่างจังหวัดกับยายั้แ่เช้าแล้ว ฉันจึงไปเปิดดูในตู้เย็นว่ามีวัตถุดิบทำอาหารเหลืออยู่มากเท่าไหร่จะได้ออกไปซื้อ
“ อืม...ต้องซื้อไข่ไก่ เนื้อหมู แครอท แล้วก็พวกผักมาด้วย ” ระหว่างที่ฉันพูดมือก็รื้อค้นในตู้เย็น
ไปด้วย เมื่อรู้ว่าจะต้องซื้ออะไรบ้างแล้ว ฉันจึงไปหยิบกระเป๋าเงินในห้องนอนแล้วออกจากบ้านเพื่อเดินไป
ตลาดสดที่อยู่ทางหน้าปากซอย
ในตลาดสด
“ วู้! ทางนี้จ้าไข่สด ๆ จากฟาร์มเพิ่งเก็บเมื่อกี๊เองจ้า 1 แผง 90 เองจ้า ทางนี้ ๆ ” เสียงแม่ค้าขายไข่ะโเรียก
ลูกค้าที่เดินสัญจรผ่านไปมา
“ ขอไข่ 1 แผงค่ะ ” ฉันบอกแม่ค้า
“ 1 แผงใช่ไหมจ๊ะ ได้เลยจ้า เดี๋ยวแม่ใส่ถุงให้นะ จะได้ถือง่าย ๆ .....เอ้า เสร็จแล้ว 90 บาทจ้า ” แม่ค้าพูดไปมือ
พลางหยิบไข่ใส่ถุงไป แต่แม่ค้าคงจะตื่นเต้นมากเกินไปจนไข่ไก่ลื่นหลุดออกจากมือของแม่ค้าที่มือพันกันยุ่งเหยิงจากการ
หยิบไข่ใส่ถุง ฉันใจหายวูบแล้วรีบพุ่งมือไปช่วยชีวิตไข่ไก่ที่กำลังร่วงตกลงพื้น
“ ขอบคุณค่ะ ” ฉันหอบหายใจแล้วยื่นเงินให้แม่ค้ารับไปด้วยใจที่ยังเต้นตุ้ม ๆ ต้อม ๆ จากนั้นฉันก็
เดินเลือกซื้อผักอื่น ๆ ในตลาด จนเดินมาถึงทางออกอีกทางของตลาด ฉันก็เห็นว่ามีผู้หญิงหลายคนรุมทำ
อะไรกันอยู่ที่มุมทางออก ด้วยความสงสัยฉันจึงเดินเข้าไปดู
“ เห็ดคร้าบบบ! เห็ดสด ๆ มีทั้งเห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม และอีกสารพัดเห็ดเลยคร้าบ ใกล้จะหมดแล้วนะ
คร้าบบบบ! ” เสียงพ่อค้าขายเห็ดพูดแข่งกับเสียงกรี๊ดของผู้หญิง
“ กรี๊ดดดด!คุณพ่อค้าขา ถ้าซื้อเยอะเนี่ย มีบริการส่งถึงบ้านฟรีด้วยมั้ยคะ กรี๊ดดด ” มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
“ ถ้าแถมกับไลน์ด้วยเนี่ย เดี๋ยวเดี๊ยนจะเหมาหมดเลยคร่า กรี๊ดดด ” และอีกหลายเสียงเสียงปะทุขึ้นมาพ่อค้าขาย
เห็ดยิ้มเจื่อน ๆ ส่วนฉันที่โดนผลักจากฝูงชะนีน้อยใหญ่ทั้งหลายจึงทำให้ฉันกระเด็นไปชนใส่ข้างหลังของคนที่ยืนขายเห็ด
อยู่เขาใแล้วหันหน้ามาทว่าเมื่อฉันเห็นหน้าพ่อค้าฉันก็ตาค้างไปในทันที............เพราะว่าเป็......เขา.......นั่นเอง......
หลังจากที่เราสบตากันชั่วครู่ เขาก็หันไปบอกกับพวกผู้หญิงทั้งหลายว่า “ หมดแล้วคร้าบบบ ขอให้ทุกคนกลับบ้าน
โดยสวัสดิภาพแคล้วคลาดปลอดภัย โชคดีนะคร้าบบบ ” เมื่อเขาพูดดังนั้นแล้วเหล่าฝูงชะนีทั้งหลายก็พากันร้องโอดครวญ
อย่างเสียดายที่ไม่ได้ซื้อเห็ด(พ่อค้า)....!!??
ทุกคนเริ่มทยอยเดินออกไป ฉันจึงเดินไปที่ทางออกของตลาดแต่ในขณะที่ฉันกำลังเดิน ๆ อยู่ถุงใส่วัตถุดิบทำอาหาร
ที่อยู่ในมือข้างหนึ่งของฉันก็ถูกแย่งไป
“ เฮ้ย! ” ด้วยความใ ฉันจึงรีบหันไปจับแขนคนที่ขโมยของออกจากมือฉันอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าเขาจะวิ่ง
หนีทัน แต่พอฉันเห็นหน้าก็ต้องใอีกครั้ง......หมอนี่เป็ขโมยงั้นเรอะ!!!....
“ โอ๊ย! เจ็บนะ ปล่อย ๆ ๆ อะไรเนี่ย ฉันอุตส่าห์มาช่วยถือของแล้วยังมาทำร้ายกันอีก ” เสียงของพ่อค้าหน้าใสคน
เมื่อกี๊ร้องโอดโอย พอฉันได้ยินก็รีบปล่อยแขนเขาอย่างรวดเร็ว
“ อ้าว! ก็....ฉันไม่รู้นี่ มาแบบเงียบ ๆ เองฉันก็นึกว่าขโมยซะอีก...ออ ใช่...เอาของ ๆ ฉันคืนมาด้วยค่ะ ฉันถือเอง
ได้ ” ฉันพูดแล้วยื่นมือออกไป
“ ไม่เป็ไรหรอกน่า ขืนให้เธอถือของหนักกลับบ้านคนเดียวแบบนี้ เดี๋ยวเกิดเป็ลมล้มกลางถนนโดน
รถผ่านมาเหยียบตายกลางทางนี่ เสียดายข้าวของพวกนี้แย่เลย ” เขาพูดแล้วทำหน้าอย่างกับว่าฉันจะเป็แบบนั้นจริง ๆ
“ สรุปคือห่วงข้าวของพวกนี้ว่างั้น? ” ฉันคิดในใจ
“ เอาเถอะ เดี๋ยวฉันช่วยเธอถือเอง ” เขาพูดเองเออเองแล้วเดินนำฉันไปอย่างหน้าตาเฉย เมื่อเป็แบบนั้นฉันจึง
เดินตามหลังเขาไปโดยมีสายตาอำมหิตหลายดวงทิ่มแทงหลังจนแทบพรุนทั้งตัว
“ ถึงแล้ว ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยยกของมาให้ ” ฉันพูดแล้วหันหลังเดินกลับเข้าบ้าน เขาก็ใรีบดึงแขนฉันอย่าง
รวดเร็วจนของในมือแทบหลุด
“ เธอชื่ออะไรเหรอ? ” เขาถามแล้วสบตากับฉัน จนฉันต้องรีบมองไปทางอื่น
“ ชิ....ชิล...ลี่...ชิลลี่ ค่ะ ” ฉันตอบแบบอ้าอึ้ง
“ อ๋อ....เหรอ...ชิลลี่ที่แปลว่าพริกเหรอ? ” เขาถามแล้วทำหน้านึก ฉันส่ายหน้าเป็เชิงบอกว่าไม่ใช่
“ แล้วนาย...” ก่อนที่ฉันจะพูดจบ เขาก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน
“ส่วนฉันชื่อว่า ไลฟ์ ลืมบอกไปเลย....อ้าวถึงเวลาแล้วอ่ะ.....ถ้างั้นฉันไปก่อนนะ...บ๊ายบายยยย ” เขาพูดแล้วรีบวิ่ง
ไปพลางโบกมือให้ฉันจนลับสายตา ฉันยังค้างอยู่กับที่
“ ชื่อไลฟ์นี่เอง.... ” ฉันพึมพากับตัวเองแล้วเดินเข้าบ้านไปโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังจับตาดูอยู่......
เช้าวันถัดมา
หลังจากที่ฉันทำอาหารกินข้าวล้างจานเสร็จเรียบร้อยก็ว่าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย แต่หลังจากที่ฉันล็อคประตู
บ้านเรียบร้อยแล้วพอหันหลังมาฉันก็ต้องใจนสะดุ้ง เพราะมีผู้หญิงมากหน้าหลายตามาล้อมรอบฉันไว้ราวกับ
ฝูงหมาป่าล้อมลูกแกะ แต่ก่อนที่ฉันจะได้ทันถามอะไรก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาก่อน
“ พวกเราก็แค่จะมาบอกว่าเธอน่ะอย่าไปเรียกร้องความสนใจจากไลฟ์เลย เธอน่ะหน้าตาธรรมด๊าธรรมดา เขาจะ
มาสนใจเธอได้ไง บางทีเขาอาจจะแค่สงสารเธอที่ไม่มีใครเหลียวแลมากกว่า เธอน่ะอย่าหวังมากไปหน่อยเลย ” หล่อนพูด
แล้วทุกคนก็พยักหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง
“ ใช่ ๆ เธอน่ะอย่าหลงตัวเองเลย แหม๊...ช่างไม่ดูหนังหน้าตัวเองเลย ” เสียงแหลมปรี๊ดดังขึ้นมาอย่างหมั่นไส้และ
อีกหลายเสียงกระหึ่มกันพร้อมกับโยนข้าวของขยะต่าง ๆ ปาใส่จนฉัน หูอื้อ สมองชา ตาลาย จนตัวแทบกำลังจะะเิ
“ ว๊ากกกก! ถอยไป ๆ อย่ามายุ่งกับชิลลี่นะ!!! ” เดี๋ยว! นี่ไม่ใช่เสียงฉันนะ แต่เป็เสียงของเ้าตัวต้นเหตุนั่นเอง
ไลฟ์วิ่งมาแล้วมายืนบังฉันไว้กันพวกชะนีทั้งหลายมารุมกระทืบ
“ อะไรน่ะไลฟ์! ทำไมต้องปกป้องผู้หญิงพรรค์นี้ด้วย สวยก็ไม่สวย หน้าตาก็งั้น ๆ สารรูปก็เชย ๆ อีกแถมยัง....”
“ เพราะเขาคือคนที่ฉันรัก!!! ” พอไลฟ์พูดจบทุกสิ่งทุกอย่างก็เงียบสงัดราวกับป่าช้า ผู้หญิงทุกคนรวมทั้งฉันต่างก็
อ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน
“ เพราะฉะนั้น! อย่ามายุ่งกับชิลลี่นะ ไป ๆ ๆ ชิ่ว ๆ ออกไป ๆ ! ” ไลฟ์ะโแล้วสะบัดมือเหมือนสะบัดผ้าไล่ฝูง
ชะนีทั้งหลายไปจนหมด
“ นี่! เธอเป็อะไรหรือเปล่า! เฮ้อ ดีนะที่ฉันมาหาเธอพอดี ไม่งั้นเธอคงโดนพวกนั้นรุมตื้บเละแน่ ” ไลฟ์พูดพลาง
หยิบเศษขยะออกจากตัวฉันจนหมด
“ ไลฟ์...นายอย่ามายุ่งกับฉันเลยนะ.....อยู่ห่าง ๆ จากฉันไว้ดีกว่า ” เพราะฉันไม่คู่ควรกับนาย....
ประโยคหลังคือสิ่งที่ฉันไม่ได้พูดออกไป
“ นี่...เธอจะไปคิดมากกับคำพูดของพวกนั้นทำไมเล่า เพราะว่า ฉันรักเธอจริง ๆ นะ ” ไลฟ์พูดแล้วยิ้มให้ฉันอย่างจริงใจ
“ แต่ฉันไม่ได้ชอบนายนะ ” จริง ๆ แล้วฉันก็ไม่ได้อยากพูดแบบนี้เลย
“ เธอไม่ชอบฉันก็ไม่เป็ไร แต่ให้เธอรู้ก็พอแล้วว่าฉันชอบเธอ อ๊า! หมดเวลาพอดีเดี๋ยวไปส่งเห็ดไม่ทัน ถ้างั้นฉันไป
ก่อนน้า แล้วเจอกันใหม่วันพรุ่งนี้ บ๊ายบายยยย... ” ไลฟ์พูดแล้ววิ่งไปจนลับสายตา ส่วนฉันน่ะเหรอ นิ่งเป็ไก่ตาแตกเลย
เพราะเพิ่งเคยเห็นมนุษย์ประเภทนี้ ทำไมเขาช่างหน้าด้าน (!?!) เหลือเกิน.......
ผ่านไปหลายชั่วโมง ฉันก็ยังอึ้งอยู่ที่เดิมจนรู้สึกแสบผิวจากแดดที่ส่องลงมาเต็ม ๆ ตัว เมื่อจิตฉันเริ่มกลับเข้าร่างฉัน
จึงไม่คิดที่จะออกไปเดินเล่นแล้วเพราะกลัวโดนพวกนั้นมารอดักกลางทาง ฉันจึงเลี้ยวกลับเข้าบ้านแล้วไปนั่งอ่านนิยายใน
ห้องนอนแทน........
เช้าวันต่อมา
หลังจากที่ฉันกินข้าวเช้าเสร็จแล้ว ก็ได้ยินเสียงรถกระบะอันคุ้นเคยส่งเสียงดังมาแต่ไกล ฉันจึงรีบวิ่งไปเปิดประตู
เพื่อรอรับพ่อกับแม่ที่เพิ่งกลับมาจากการไปเที่ยว
“ แม่กลับมาแล้วจ้า! เป็ไงบ้างลูกอยู่คนเดียวเหงามั้ย? ” แม่ถามฉันแล้วเข้ามาสวมกอดฉันเบา ๆ
“ สวัสดีคร้าบคุณแม่! จะเหงาได้ไงล่ะครับ มีผมคอยมาดูแลทุกวัน ” นั่นไงมาอีกแล้ว ไลฟ์เดินมาอย่างอารมณ์
ดีแล้วพูดแทนฉัน
“ หมอนี่ใคร?? ” แม่ฉันถามแล้วมองหน้าเขาแบบใเล็กน้อย ฉันก็ได้แต่ทำหน้าเซ็ง
“ เอ้า! ก็ลูกเขยในอะ....!! ” ก่อนที่ไลฟ์จะพูดบางอย่างออกไป ฉันต้องรีบเอามือไปอุดปากเขา ก่อนที่แม่ฉันจะ
เข้าใจผิด
“ อ๋อ! คึ...คือ..ไลฟ์เขาเป็เพื่อนหนูค่ะ...ละ...แล้วเมื่อวานไลฟ์ก็....ซื้อไข่ลูกเขยให้หนูกินด้วยน่ะค่ะ ” ฉันรีบพูด
แก้ตัวอย่างกระสับกระส่าย
“ เหรอ? ” แม่มองฉันกับไลฟ์ด้วยแววตาคมราวกับจะแทงทะลุเข้าหัวใจ และในระหว่างความเงียบ พ่อฉันก็ทำ
กระเป๋าเสื้อผ้าตกพื้นอยู่อีกฟากของรถดังตุ้บ! ฉันสะดุ้งอย่างลืมตัว
“ สวัสดีครับคุณพ่อ เดี๋ยวผมช่วยยกนะครับ ” ไลฟ์พูดแล้วรีบวิ่งไปหาพ่อฉัน เพื่อช่วยยกกระเป๋า
“ อ้าว ขอบใจมาก พ่อหนุ่มชื่ออะไรรึ? ” พ่อฉันถามอย่างอารมณ์ดี
“ ชื่อไลฟ์ครับ กระเป๋านี้เอาไปไว้ในบ้านเลยนะครับ ” ไลฟ์ตอบแล้วยิ้มให้พ่อฉัน จากนั้นก็ช่วยยกกระเป๋าเข้าไปใน
บ้าน ระหว่างที่เดินสวนฉันเขาก็ส่งยิ้มมาให้ฉัน แล้วฉันก็ส่งหน้าเซ็งไปให้เขาแทน
“ เออนี่! ไลฟ์มากินข้าวด้วยกันก่อนมั้ย? จะได้ตอบแทนที่ช่วยขนของ ” อย่ามโนไปนะทุกท่าน
นั่นเสียงแม่ของดิฉันต่างหาก
“ ว้าว! จริงเหรอครับ ถ้างะ....” ไลฟ์พูดแล้วยิ้มแฉ่ง แต่ฉันก็รีบพูดขัดไปเสียก่อน
“ อ้าว! ถึงเวลาไลฟ์ต้องไปแล้วไม่ใช่หรอ เดี๋ยวไปส่งเห็ดไม่ทันนะ ” ฉันพูดแล้วทำมือบอกเวลา
“ อ๋อ.....ไม่ต้องห่วงหรอก วันนี้ยังไม่มีลูกค้าสั่งมา เพราะงั้นฉันขอกินข้าวที่บ้านเธอก่อนนะ เพราะตอนนี้บ้านฉันคง
กินกันเสร็จหมดแล้วล่ะ ” ไลฟ์พูดแล้วทำท่าว่าไม่ต้องเป็ห่วง แต่ฉันนี่สิใบ้รับประทานเลย
“ อืม งั้นไลฟ์ก็กินข้าวที่นี่ดีกว่า....ชิลลี่ไปทำอาหารสิ ” นั่น!...นี่ฉันต้องทำอาหารให้เ้านี่กินหรอเนี่ย
“ เดี๋ยวผมไปช่วยชิลลี่นะครับ ” ไลฟ์พูดแล้วเดินตามฉันมา ฉันกำลังจะพูดว่าไม่เป็ไร แต่ไลฟ์รีบผลักฉันกระเด็น
เข้าไปในครัวก่อนจนฉันหน้าเกือบทุ่มลงบนเตาแก๊ส
“ โอ๊ย! เจ็บนะถ้าเตาแก๊สเปิดอยู่ หน้าฉันเละจะว่ายังไง! ” ฉันหันไปแว้ดใส่ไลฟ์
“ โธ่! มันคงไม่เละไปกว่านี้แล้วล่ะ ” ไลฟ์พูดให้ฉันแบบกลั้นหัวเราะ
“ อะไรนะ!! ” ฉันถลึงตามองไลฟ์อย่างเดือด ๆ
“ บ้า! ล้อเล่นน่ะ เธอน่ะน่ารักอยู่แล้วจะกลัวอะไร แล้วเธอจะทำอะไรให้ฉันกินล่ะเนี่ย ” ไลฟ์พูดแล้วเดินไปเปิดตู้
เย็นในขณะที่ฉันหยุดกึกตัวแข็งไปแล้ว
“ อ้า...รู้ล่ะ...ทำต้มจืดก็ได้ง่ายดี....เดี๋ยวฉันทำเอง เธอไปทอดไข่เจียวละกัน ” หลังจากที่พ่อครัวคิดเมนูได้แล้วจึง
หันมาสั่งลูกน้องเพื่อให้ลงมือปฏิบัติได้ (ไม่ใช่ละ)
หลังจากที่เราทำอาหารกันเสร็จแล้ว ก็ยกไปเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารที่พ่อแม่นั่งเล่นโทรศัพท์รอ จากนั้นก็
นั่งกินข้าวกัน
“ โห...หอมจัง...นี่ลูกทำต้มจืดหน้าตาดีแบบนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย ” แม่ฉันมองต้มจืดแล้วทำหน้าตาทึ่ง
“ เปล่าหรอกแม่ ไลฟ์เป็คนทำ ” ฉันตอบแบบน้อยใจนิด ๆ
“ แต่ไข่เจียวของชิลลี่อร่อยเหมือนกันนะครับ ” ไลฟ์ตักไข่เจียวใส่ปากแล้วทำหน้าเหมือนอร่อยมาก
ฉันยิ้มแห้ง ๆ แล้วลองตักต้มจืดเข้าปาก.........โอ้พระเ้าเหา! มันอร่อยมาก! พอฉันกินก็ต้องตกตะลึง
ว่าผู้ชายบ้า ๆ บอ ๆ แบบเขาทำอาหารเป็ด้วยหรือนี่! พอไลฟ์มองหน้าฉันก็หัวเราะขึ้นมาอย่างพึงพอใจ
จนฉันต้องหันขวับไปถลึงตาใส่เขา แล้วทำหน้าตาเหมือนฝืนกินลงไป (แต่ฉันดันตักกินเยอะที่สุดเลย)
หลังจากที่เราทุกคนกินเสร็จเรียบร้อยฉันกับไลฟ์ก็มาช่วยกันล้างจาน ระหว่างที่กำลังล้างจานไลฟ์ก็ถามขึ้น
“ ฉันทำกับข้าวอร่อยล่ะสิ เมื่อกี๊เธอกินซะจนฉันคิดว่าจะยกถ้วยซดไปแล้ว ” ไลฟ์ถามแบบอมยิ้ม
“ บ้า! ใครเขาจะยกถ้วยซด ไม่เห็นจะอร่อยเลย ฉันก็กินไปงั้น ๆ แหละ ” ฉันรีบตอบ
“ จริงอ่ะ นี่อุตส่าห์ตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะเนี่ย ไม่อร่อยจริง ๆ เหรอ? ” ไลฟ์พูดแล้วทำหน้าเศร้า
“ เอ่อ...มันก็อร่อยดีนะ ” ฉันพูดเสียงแ่
“ ว้าว! จริงเหรอ งั้นเดี๋ยวต่อไปฉันมาทำให้กินทุกวันเลยดีมะ? ” ไลฟ์พูดอย่างดีใจ
“ เฮ้ย! ไม่ต้องเลย ไม่เป็ไรหรอกฉันทำเองได้...ออ...ล้างจานเสร็จนายก็ไปได้แล้ว ” ฉันรีบตอบเพราะถ้าเขามา
ทำให้กินทุกวันมีหวังฉันคงปวดหัว (ใจ) ตายแน่
“ โธ่....ไล่กันแบบนี้เลยเรอะ แต่ไม่เป็ไรหรอก หึ ๆ งั้นวันนี้ฉันไปก่อนน้า ” พอไลฟ์พูดจบก็ไปลาพ่อแม่ฉันแล้วหัน
มามองฉันพร้อมกับขยิบตาให้อย่างน่ารักแล้ววิ่งไป......จะขยิบตาทำแป๊ะอะไร!.....ฉันคิดในใจอย่างดุเดือดเพื่อกลบเกลื่อน
ความเขิน....
วันต่อมา
ขณะที่ฉันกำลังจะเข้ามาในครัว ก็มีหน้าคนโผล่มาอย่างรวดเร็วที่ข้างประตู จนฉันสะดุ้งใล้มหงายหลังลงไปกอง
กับพื้น แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะอันคุ้นเคยดังลั่นอย่างสนุกสนาน
“ ว๊ากกก! อะฮ่า ๆ ๆ นี่เธอใจนล้มเลยเรอะ ขอโทษที ๆ ” ไลฟ์หัวเราะไปไม่หยุดแล้วยื่นมือส่งมาให้ แต่ฉันไม่
รับมือเขา แล้วรีบลุกขึ้นยืนถามเขาทันที
“ นี่นายเข้ามาบ้านฉันได้ยังไงน่ะ? ” ฉันถามอย่างสงสัย
“ อ้าว! ก็เดินเข้ามาจากประตูบ้านเธอน่ะสิ เออนี่....ฉันเอาเห็ดมาฝากด้วยนะ มีทั้งเห็ดนางฟ้า
เห็ดนางรม เห็ดหูหนู เห็ดเข็มทอง เห็ด....”
“ นายจะเอาเห็ดมาทำไมเยอะแยะเนี่ย ฉันไม่มีเงินนะ ”ฉันรีบพูดก่อนที่เขาจะพูดยืดยาวไปมากกว่านี้
“ ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าจะขาย เนี่ยทั้งหมดนี้ฉันเอาให้เธอฟรี ๆ เลยนะ เดี๋ยวฉันจะมาทำแกงเห็ดรวมให้กินนี่ไง เธอมา
ช่วยฉันทำเลยดีกว่า ” ไลฟ์พูดจบก็เดินยิ้มเข้าครัวไป ขณะที่ฉันยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม
“ อะไรกันเนี่ย?! ” ฉันคิดในใจ
หลังจากที่เรากินแล้วเก็บล้างกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไลฟ์ก็ไปอีกเช่นเคย ส่วนฉันก็นั่งอ่านนิยายอยู่ในห้องนอน แต่
เื่ที่อ่านไม่เข้าหัวเลยสักนิด ฉันจึงคิดว่าจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย แต่ขณะที่ฉันกำลังใส่รองเท้าผ้าใบอยู่นั้น ก็ต้องรีบ
ชักเท้าออกมาจากรองเท้าทันทีด้วยความใ
“ โอ๊ย! เข็มหมุด! โห....เกือบเท้าพรุนแล้วมั้ยล่ะ ใครเอามาใส่กันเนี่ย ” ฉันบ่นไปแล้วเทเข็มหมุดออกจากรองเท้า
พอเทหมดถึงได้รู้ว่ามันมีจานวนมหาศาลเลยทีเดียว.......ฉันได้แต่งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แล้วเอาเข็มหมุดทั้งหลายไปเก็บไว้ที่บ้านเผื่อได้ใช้ (???)ฉันเปลี่ยนมาใส่แตะแทนแล้วไปเปิดประตู แต่มือดันติดกับ
ประตูเสียนี่! ฉันจึงไปดูใกล้ ๆ จึงเห็นว่ามันคือหมากฝรั่งที่เคี้ยวแล้ว.........พ่อแม่ฉันคงไม่เคี้ยวแล้วเอามาฝากแปะไว้ตรงนี้
หรอกมั้ง? แต่จะเป็ใครกันล่ะ?.....ไลฟ์เหรอ? ไม่น่าจะใช่นะ...........ฉันได้แต่ครุ่นคิด..........
........................................................
เดี๋ยวนี้ทุก ๆ วัน ไลฟ์จะมาทำอาหารและกินข้าวหรือมาช่วยพ่อฉันทำงานที่บ้าน และทุก ๆ วันฉันก็จะโดนแกล้ง
ตลอด เช่น มีจดหมายเล็ก ๆ มาด่าบ้าง โดนตัดสายคีบแตะ โดนเสื้อย้อมสีบ้าง ตอนเดินเล่นก็เจอน้ำจากที่ไหนไม่รู้สาดใส่
บ้าง ฯ สารพัดจนฉันหงุดหงิดไปหมด จนถึงตอนนี้ฉันที่กำลังนั่งอ่านนิยายเพลิน ๆ อยู่ในสวนสาธารณะ แต่จู่ ๆ มันก็ถูก
แย่งไปจากมือ
“ เฮ้ย! นี่เอาคืนมานะ! ” ฉันอุทานอย่างใ แล้วเอื้อมมือไปหยิบหนังสือคืน แต่คนที่แย่งก็โยนไปให้พวกที่อยู่ข้างหลัง
...........พวกนี้นี่เอง!!!..........
“ นี่พวกเธอเป็ตัวการทั้งหมดใช่มั้ย? ” ฉันถามเสียงเรียบแล้วมองหน้าไปแต่ละคนด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ ใช่ แล้วเพราะอะไรเธอน่าจะรู้ดี อีหน้าด้าน! คิดว่าตัวเองดีเลิศนักหรือไง คิดจะมาตอมดอกไม้
ทั้งที่ตัวเองเป็แค่แมลงวันตอมขี้ ช่างไม่เจียมตัวเองซะเลย คิดว่าตัวเองเป็ผีเสื้อหรือไง ใช่ไหมพวกเรา ” ทุกคน
พากันตอบอย่างพร้อมเพรียง
“ พูดอย่างกับตัวเองดี แต่ฉันก็ยังดีกว่าพวกเธอที่มี นอ ละกัน ” ฉันคิดในใจ
“ อี๋! ...แล้วนี่มันนิยายบ้าบออะไรกันเนี่ย...ดูสิ...น้ำเน่าชัด ๆ คิดว่าเธอเป็นางเอกนิยายรึไง ฝันหวานไปหน่อย
แล้ว ”
หล่อนไม่พูดเปล่ามือก็จับ ๆ หนังสือด้วยสายตารังเกียจ แต่แล้วฉันก็ได้ยินเสียงดัง....แควก!...นิยายถูกแบ่งครึ่ง
ทันที
“ เฮ้ย! อย่าฉีกนะ นั่นมันของฉัน! ” นิยายเล่มนี้เป็เล่มโปรดที่ฉันเก็บเงินซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเลย
นะ!
“ อ๋อ!...ฉีกไม่ได้ใช่มะ งั้น.... ” หล่อนเดินไปที่ริมสระน้ำจากนั้น.....ตูม!......นิยายฉันลอยละลิ่วแล้วตกลงที่กลางสระ
น้ำจากนั้นก็ค่อย ๆ จมลงสู่น้ำทีละนิด ฉันได้แต่ยืนอึ้งจนเข่าแทบทรุด
“ อุ๊ย! โทษทีนะ พอดีมือฉันมีแรงไปหน่อย ถ้าเธออยากได้คืนก็ไปเก็บเอาเองละกันนะ แต่ถ้าเธอว่ายน้ำไม่เป็
เนี่ย...เดี๋ยวพวกเราจะช่วยเธอเอง ” หล่อนพูดยิ้ม ๆ ด้วยสายตาอาฆาตแล้วหันไปส่งสายตากับทุกคน จากนั้นพวกเขาก็
เข้ามาล้อมฉันไว้จนไร้ทางหนีแล้วค่อย ๆ เดินเข้ามาผลักฉันทีละคนแรง ๆ จนฉันเหยียบที่ริมขอบสระน้ำ
“ เอาสิ! ลงไปเลย ไปเก็บหนังสือบ้า ๆ ของเธอเลย ” หล่อนพูดแล้วเดินเข้ามาหาฉันเรื่อย ๆ แล้วยื่นมือเพื่อจะผลักฉัน
กรี๊ดดดด!.....ตูมมมม!......ทุกคนใมาก เพราะคนที่ไปเก็บนิยายไม่ใช่ฉัน แต่เป็หัวหน้าของหมู่พวกนั้น
แทน!!! เพราะก่อนที่มือหล่อนจะแตะถึงตัว ฉันก็รีบจับมือหล่อนแล้วเหวี่ยงลงน้ำอย่างรวดเร็ว
“ หึ ๆ ๆ นี่คือโทษฐานที่หล่อนบังอาจมาฉีกนิยายฉันแล้วโยนลงน้า! ” ฉันคิดในใจแล้วยิ้มเยาะ
“ หน็อย!...อีขี้หมา!....นี่แกกล้ามาทำร้ายว่าที่เ้าสาวของไลฟ์เหรอ!!! ” มีเสียงแหลม ๆ เสียงหนึ่ง
ร้องมาแต่ฉันก็ทาหน้าเฉยเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ แล้วก็มีหลายคนออกมาช่วยกันผลั่กฉัน
“ อีหน้าด้านอย่างแกต้องเจอตีนของชั้น! ” ชะนีตัวนั้นพูดแผดเสียงแล้วถีบขาใส่ฉันอย่างแรง
แต่ฉันก็ไหวตัวทัน รีบดึงขาหล่อนลงไปเก็บนิยายตามหัวหน้าฝูงชะนี....กรี๊ดดด!....ตูมมมม!
“ อีหน้าด้าน! อีไม้กระดาน! อีตอแหล! อีตุ่นปากเป็ด! อีเห็ดต้มยา! อีกะละมังตูดดาปิ๊ดปี๋!...กรี๊ดดดด ”
ก่อนที่เ้านกกระยางตัวใหม่จะร้องเพลงต่อ ฉันก็รีบลากคอหล่อนลงไปดำน้ำดูปลาทันที......ตูมมมมม!
แล้วคนอื่น ๆ ก็เริ่มลังเล แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากสระน้ำข้างหลังฉัน
“ อีปลาหมึก! แกลงมาเลยนะ! ” หัวหน้าฝูงชะนีะโอย่างเคียดแค้นอยู่ข้างหลัง แต่แล้วฉันก็รู้สึกเหมือนถูกดึง
เสื้อจากข้างหลังจนฉันเซจะหงายหลังลงสระ แต่เสี้ยววินาทีก่อนที่ฉันกาลังคิดว่า
จมแน่! เพราะข้าพเ้าว่ายน้ำไม่เป็!
ฉันก็รู้สึกเหมือนโดนกระชากไปอีกทางจนหัวหมุนติ้ว พอรู้ตัวอีกทีก็เห็นว่าฉันกำลังอยู่ในอ้อมแขนของใครคนหนึ่ง
อยู่
“ ไอ้บ้าไลฟ์ทำไมเพิ่งมาตอนนี้เนี่ย! ฉันจะโดนกระทืบตายอยู่แล้ว ” ฉันคิดในใจอย่างหงุดหงิด
“ นี่ จะจ้องนานทำไม? ฉันรู้น่าว่าฉันหล่อ แต่เธอจ้องแบบนี้ฉันก็เขินเป็นะ ” ไลฟ์พูดแล้วทำหน้าเขิน ฉันจึงรีบ
ผละออกจากอ้อมแขนของไลฟ์ทันที
“ บ้า! คิดเข้าข้างตัวเองเกินไปหน่อยแล้ว ” ฉันพูดเอ็ด แล้วเพิ่งนึกได้ว่ามีพวกนั้นยืนหน้าสลอนกันอยู่
“ นี่! พวกเธอทาอะไรชิลลี่น่ะ ฉันบอกไปแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับเธอ! ” ไลฟ์ขึ้นเสียงอย่างโมโหจนทุกคนใแต่มัน
ก็ได้ผลเกินคาดเพราะ ทุกคนหายแว้บไปทันทีอย่างน่าอัศจรรย์ รวมถึงพวกที่ดำน้ำอยู่ด้วย
“ เธอเป็อะไรรึเปล่าพวกเขาทาเธอาเ็ตรงไหนมั้ย? ” ไลฟ์พูดอย่างเป็ห่วงแล้วเดินสำรวจรอบตัวฉัน
“ พอแล้ว เธอไม่ต้องมายุ่งกับฉันหรอก ” ฉันพูดเสียงเรียบ
“ ทำไมล่ะ ก็ฉันชอบเธอนี่นา ” ไลฟ์พูดแล้วยิ้มอย่างจริงใจเช่นเดิม
“ แต่ฉันคงไม่เหมาะกับนายหรอก เพราะฉะนั้นนายไปหาคนที่เหมาะสมกับนายเถอะ อีกอย่างนายทำให้ฉันเดือด
ร้อนตลอดเลยด้วย ” พอฉันพูดจบ ฉันก็รีบเดินผละออกมาจากไลฟ์ทันที เพราะรู้ว่าเขาคงต้องยื้อฉันไว้ต่อแน่.....
แต่ทำไม.....ฉันถึงรู้สึกปวดหัวใจจัง.......
1 อาทิตย์ต่อมา
เดี๋ยวนี้ทุกวันที่ฉันตื่นขึ้นมาทำอาหารก็ไม่เห็นเ้าตัวจุ้นนั่นอีกเลย ทั้งที่ฉันควรจะดีใจที่ไม่มีใครมากวนใจแต่ทำไม
ฉันถึงต้องคอยชะเง้อมองที่หน้าประตูบ้านอยู่หลายครั้ง ฉันก็ไม่เข้าใจ
“ อืม...่นี้แม่ไม่เห็นไลฟ์เลย....ไลฟ์ไปไหนแล้วล่ะ? ” แม่ฉันถามระหว่างที่กำลังกินข้าวอยู่
“ เอ่อ....ไม่รู้เหมือนกันค่ะ....สงสัยมีงานหนักมั้งคะ ” ฉันตอบแม่แล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ
พอหลังจากที่เก็บโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ไปหยิบนิยายที่ห้องเดินไปอ่านไปโดยที่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหนดี
แต่ระหว่างทางที่ฉันเดินอ่านไปเรื่อย ๆ ฉันก็เดินชนกับใครคนหนึ่งเข้า
“ โอ๊ย! ขอโทษค่ะ....อะ...อ้าวไลฟ์นี่เอง ” ฉันถามอย่างตื่นเต้น
“ เอ่อ....แฮะ ๆ หวัดดี สบายดีมั้ย? ” เขาพูดแบบตื่นตระหนก
“ อืม......แล้วทำไมเดี๋ยวนี้นาย.......เอ่อ....ไม่ไปที่บ้านฉันเลยล่ะ ” ฉันถามไลฟ์
“ อ๋อ....คือ....ก็....โอ๊ะ! ถึงเวลาแล้ว ฉันไปก่อนนะ ” ไลฟ์พูดจบก็รีบวิ่งไปทันที แล้วทิ้งให้ฉันยืนบื้ออยู่ที่เดิม
“ ไลฟ์บ้า! อะไรกันเนี่ย! อุตส่าห์พูดดี ๆ ด้วย แล้วยังจะมาเมินกันอีก ” ฉันโมโหมากแล้วเดินกลับบ้านทันที พอมา
ถึงห้องฉันก็โดดใส่เตียงแล้วหยิบตุ๊กตามาเพื่อเป็ตัวแทนไลฟ์จากนั้นก็ต่อยมันอยู่หลายที
แล้วฉันก็เขวี้ยงมันใส่หัวเตียงอย่างแรง.....พอหนำใจแล้ว ฉันก็แผ่ร่างนอนบนเตียงพลางครุ่นคิด
“ แล้วทำไมฉันต้องโมโหด้วยเนี่ย! ทั้ง ที่ฉันอยากให้มันเป็แบบนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วจะมาโมโหทำไม? ” ฉันคิดในใจ
“ หรือว่า......ฉันชอบไลฟ์.....ไม่หรอก......เพราะถ้าฉันชอบไลฟ์ ฉันก็จะโดนพวกนั้นมารังควานชีวิตอีกน่ะสิ ” ฉันคิด
อย่างหวาดเกรงแล้วส่ายหน้า
“ แต่ว่า......มันเกี่ยวกันเหรอ......ถ้าฉันชอบเขาก็ไม่น่าจะต้องไปสนใจยัยพวกนั้นเลยนี่นา ” ฉันคิดอย่างสงสัย
“ แต่....ฉันชอบไลฟ์จริงเหรอ....อืม.....ไม่หรอกมั้ง? ” ฉันคิดไปคิดมาจนผล็อยหลับไป........
วันอาทิตย์
ฉันมาที่ตลาดนัด ที่ ๆ เป็จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง มาซื้อลูกชิ้นที่ร้านเดิมและคอยมองหาคนอยู่ข้าง ๆ ร้านขายลูก
ชิ้น รอจนเกือบค่ำก็ยังไม่เห็นคนที่รอมาสักที พอสักพักก็เห็นหลายร้านเริ่มเก็บข้าวของกลับบ้านกันแล้ว
“ เฮ้อ....สงสัยวันนี้เขาคงไม่มาแล้วล่ะมั้ง ” ฉันเริ่มถอดใจแล้วหันกลับไปที่ทางออกของตลาดนัด
แต่แล้วฉันก็พลันได้ยินเสียงกรี๊ดอันคุ้นเคยดังมาแต่ไกล ฉันจึงหันกลับมา.......ไลฟ์มาแล้ว!..........
ฉันมองหน้าไลฟ์อย่างดีใจ แต่เมื่อไลฟ์เห็นฉันกลับหันหลังขวับเดินไปในทันที
“ เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป รอฉันด้วย! ” ฉันวิ่งตามหลังไลฟ์ แล้วดึงแขนเขาจนหันกลับมา
“ มีอะไร? ” ไลฟ์ถามสั้น ๆ แล้วจ้องหน้าฉันด้วยสายตานิ่งเฉย
“ เอ่อ...คือ...ฉันซื้อลูกชิ้นมาให้นายน่ะ.......ตอบแทนที่.....ตอนนั้นนายเลี้ยงฉันไง ” ฉันตอบอ้อมแอ้ม
“ ถ้าเป็อย่างนั้น ฉันไม่เอาหรอก ” ไลฟ์พูดจบแล้วหันหลังเดินไปทันที
“ ฉันชอบนาย!!! ” ฉันะโออกไปดังลั่น จนทุกคนมองมาที่ฉันเป็ตาเดียวรวมถึงผู้หญิงพวกนั้นด้วย ส่วนไลฟ์ก็
หยุดกึกอยู่ที่เดิม
“ แต่ฉันทำให้เธอเดือดร้อนตลอดเลยนะ ” ไลฟ์พูดทั้งที่ยังหันหลัง
“ เอ่อ.....เปล่าหรอก.......จริง ๆ แล้ว นายคอยช่วยฉันตลอดเวลา.....” ฉันตอบแล้วก้มหน้า
“ แต่เธอไม่เหมาะกับฉันนี่นา ” ไลฟ์พูดต่อ
“ ไม่เหมาะตรงไหน......เอ่อ.....จริงด้วยสิ.....เอ๊ย! แล้วมันจะทำไมล่ะ!! ” ฉันโพล่งออกไป สักพักไลฟ์ก็หันหลังมา
มองหน้าฉันด้วยสีหน้านิ่ง ๆ จนฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนใจจนต้องก้มหน้าหลบตา จนเหมือนเวลาผ่านไปหลายนาที แต่แล้ว
ฉันก็โดนกระชากเข้าไปสู่อ้อมกอดของคนตรงหน้าทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ เย่! ต้องแบบนี้สิ ถึงจะเป็คนที่ฉันรัก ” ไลฟ์พูดที่ข้างหูฉันอย่างดีใจ จนฉันหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
“ นี่นายแกล้งฉันเหรอ! ปล่อยเลยนะ ” ฉันรีบดิ้นอุตลุดเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมแขนนั้น
“ ไม่ปล่อยหรอก เพราะเดี๋ยวเธอก็จะหนีไปอีก ” ไลฟ์พูดอย่างงอน ๆ
“ ฉันไม่หนีหรอกน่า......แต่ตอนนี้ปล่อยก่อนเถอะนะ ฉันอายคนอื่น ” ฉันกระซิบเสียงแ่
“ ก็ได้ ๆ สัญญาแล้วนะ ” ไลฟ์ปล่อยฉันแล้วชูนิ้วก้อยขึ้นมา ฉันมองหน้าไลฟ์แล้วเมินไปทางอื่น
“ สัญญาสิ ไม่งั้นเดี๋ยวฉันกอดซะเลย ” ไลฟ์พูดแล้วทำหน้าเ้าเล่ห์ จนฉันรีบชูนิ้วก้อยไปเกี่ยวนิ้วเขาทันที
“ สัญญาก็ได้ ” ฉันพูดแล้วทำหน้าบึ้ง
“ สัญญาให้มันจริงจังหน่อยสิ แล้วก็ไม่ต้องทำหน้าเหมือนโดนบังคับด้วย ” ไลฟ์พูดอย่างงอน ๆ
“ สัญญาแล้ว ๆ จริง ๆ นะ ” ฉันพูดแล้วยิ้มอย่างจริงใจ
“ ต้องแบบนี้สิ ต่อไปนี้ ฉันจะปกป้องดูแลเธอเอง ” ไลฟ์พูดแล้วส่งยิ้มอย่างจริงใจให้กับฉัน แล้วฉันก็ยิ้มตอบ
“ นี่! อย่ามาจู๋จี๋กันกับไลฟ์นะ ครั้งที่แล้วยังไม่เข็ดหรือไง อยากโดนอีกใช่มั้ย! ” หัวหน้าชะนีเ้าเก่าะโออกมา
พร้อมกับพรรคพวกที่พร้อมใจกันจ้องหน้าฉันด้วยสายตาทิ่มแทง ไลฟ์จึงเดินออกมาบังฉัน แต่ก่อนที่ไลฟ์จะพูดอะไรฉันก็
หยุดเขาไว้แล้วเดินมายืนบังหน้าเขาแทน
“ ก็มาสิ! ”
-THE END -