“คุณ จะกลับไหมหรือจะยืนแจกยิ้ม?” คนหล่อหันกลับมาเผื่อยิ้มหวานให้เธอยังไม่เห็นอีก......
“กลับครับคุณเมีย” เควินรับสมอ้างของยายช้อยคนแรกเลยนะนี่ที่เขาเรียกเมียพร้อมก้าวขึ้นรถเมื่อวางของเรียบร้อยผู้โดยสารพร้อมคนขับพร้อม
“จะไปไหนอีกครับ คุณ....” เควิน ยังพูดไม่จบสาวน้อยของเขาก็ส่งค้อนมาให้
“ไม่ไปแล้วค่ะกลับบ้าน”
เมื่อมาถึงบ้าน ทำไมบ้านเงียบ
“ยายจ๋า ๆ”ไม่มีเสียงตอบมลจิราสังหรณ์ในใจรีบวิ่งเข้าไปพบยายนอนคว่ำหน้าที่หน้าทีวี
“ยายจ๋ายายเป็อะไร”ว่าแล้วเข้าไปกอดและพลิกตัวยายเืไหลออกมาที่ศรีษระของยายเห็นแค่นั้นมลจิราก็ปล่อยโฮออกมาแต่ยังพอมีสติจึงเอามือกดแผลเอาไว้ด้วย
“ช่วยด้วย เควิน” เควินที่เพิ่งลงจากรถพร้อมหอบของลงมาจากรถถึงกับใกับภาพที่เห็นรีบมาสำรวจก็ไม่เจอร่องรอยแขนขาหักมีแต่แผลแตกที่หน้าผากสงสัยจะกระแทกกับโต๊ะเมื่อสำรวจเรียบร้อยก็อุ้มยายละอองแก้วขึ้นมาพร้อมทั้งพูดออกไป
“ม่อน คุณต้องตั้งสติเราต้องพายายไปโรงพยาบาล” กล่าวจบเขารีบจ้ำอ้าวไปที่รถ
“ฉันขอหยิบเอกสารของยายแล้วจะรีบตามไป” กล่าวจบรีบไปหยิบเอกสารและรีบตามไปที่รถตลอดทางมลจิรานั่งร้องไห้และกอดยายไปตลอดทางจนกระทั่งถึงโรงพยาบาลส่งยายเข้าห้องฉุกเฉิน มลจิรานั่งร้องไห้เงียบ ๆ น้ำตาไหลเป็สายตาแดงแก้มแดงจมูกแดงจนแทบจะเป็ลม
เควินนั่งมองด้วยสายตาห่วงใยเขาสงสารทั้งยาย-หลานทำอะไรไม่ได้ ได้แต่รอและโอบบ่าคนที่นั่งร้องไห้จนตัวโยนสองชั่วโมงผ่านไปทีมแพทย์เปิดประตูออกมา
“คุณยายของคุณ ล้มลงกระแทกหัวแตกต้องเย็บสิบเข็มตอนนี้เราเย็บแผลให้เรียบร้อยแล้วหลังจากที่ตรวจหาสาเหตุสรุปได้ว่าเส้นเืหัวใจตีบเราต้องทำบอลลูนจะขอให้ญาติเซนต์ยินยอมและรับทราบค่าใช้จ่ายนะครับ”หมอรุ่นใหญกล่าวหลังจากออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“ครับ ต้องเซนต์ตรงไหนบ้าง” เควินพยักหน้าและเซนต์รับเป็ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายจนเรียบร้อยมลจิราจึงกล่าวขอบคุณเควิน
“ขอบคุณนะคะส่วนเื่ค่าใช้จ่ายคงไม่ต้องรบกวนคุณฉันพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง”เงินเก็บเธอมีไม่เยอะหรอกแต่คิดไปถึงสมบัติติดตัวชิ้นเดียวที่ติดตัวเธอมาในวันที่ยายเจอเธอนอนในตะกร้าใต้ต้นไม้หลังจากเดินกลับมาจากส่งขนมั้แ่วันนั้นเธอจึงอยู่กับยายมาตลอด
หลังจากผ่านมาอีกสองชั่วโมงแพทย์ได้แจ้งว่ายายละอองแก้วพ้นขีดอันตรายพร้อมย้ายไปพักห้องพักฟื้นเควินก็จัดการให้พักห้องพิเศษระหว่างรอยายฟื้นเควินจึงชวนมลจิราไปเก็บเสื้อผ้าสำหรับนอนเฝ้ายาย
เมื่อกลับมาถึงบ้านเควินจึงประคองมลจิราเข้ามาในห้องเมื่อเห็นความโศกเศร้าในแววตาและความเหนื่อยล้าของคนตัวเล็กเขาอยากให้เธอได้นอนพักผ่อนก่อนกลับไปโรงพยาบาลอีกรอบ
“คุณนอนพักก่อนนะผมจะเก็บเสื้อผ้าให้ระหว่างที่คุณพัก” มลจิรากำลังเครียดเื่ค่าใช้จ่ายถึงแม้ทางโรงพยาบาลยังไม่ได้แจ้งค่าใช้จ่ายแต่คงแพงมากคิดวนไปวนมาจนเผลอหลับจนเควินเก็บของที่ซื้อมาจากตลาดและเก็บเสื้อผ้าเสร็จจึงเข้ามาดูคนตัวเล็กเมื่อเห็นเธอหลับทั้งมีเสียงสะอื้นออกมาเป็ระยะ รวมเห็นทั้งคราบน้ำตาบนแก้มใสเขาค่อยๆ เช็ดออกและจูบซับคราบน้ำตาออกและทอดตัวลงนอนข้างมลจิราบนเตียงที่แคบแสนแคบแต่ทำไมเขากลับรู้สึกว่ามันกว้าง
เขาเบียดลงไปและยกแขนโอบกอดมลจิราไว้แนบอกพร้อมทั้งสอดแขนอีกข้างให้เธอหนุนแทนหมอนจนหลับตามเธอไป
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้มลจิรารู้สึกตัวตื่นขยับแต่รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกอดรัดที่เอวบางเมื่อลองก้มดูจึงเห็นว่ามันเป็แขนจึงเงยหน้าขึ้นดูก็เจอว่าเควินที่ตื่นรออยู่แล้วทำสายตาแวววาวใส่แต่ไม่ยอมคลายอ้อมแขน
“ทำไมคุณมานนอนที่นี่” บอกออกไปพร้อมทั้งพยายามฝืนตัวออกมา
“อ้าวก็เมื่อคืนคุณให้ผมนนอนที่ห้องคุณผมก็ต้องนอนที่นี่นะสิถามได้ ลืมเหรอไม่น่าเครียดจนลืม”พูดไปแต่มือก็ยังกระชับร่างบางแน่นขึ้น
“คุณปล่อยเถอะ ไปโรงพยาบาลกัน” มลจิรามองบนเฮ้อเหนื่อยจะเถียง
หลังจากนั้นก็ลุกขึ้นล้างหน้าและตรวจดูความเรียบร้อยของกระเป๋าที่เควินจัดให้และเดินเข้าไปในห้องของยายละอองแก้วเมื่อเข้าไปในห้องมลจิราเดินไปหยิบกล่องไม้สักโบราณไขกุญแจแล้วหยิบสมบัติชิ้นเดียวที่ติดตัวเธอมาใส่ห้อยคอไว้และเดินมาหาเควินเพื่อที่จะเดินทางไปโรงพยาบาลระหว่างทางมาโรงพยาบาลเควินได้จอดแวะร้านขายข้าวต้มและชวนมลจิรามาทานข้าวก่อนไปโรงพยาบาลทั้งคู่นั่งทานไปสักครู่ก็ได้ยินเสียงทักขึ้นมา
“ม่อน”
“อ้าวพี่นเรศมาทานข้าวเหรอคะม่อนลืมโทรไปลากับพี่เลยพอดียายล้มแล้วต้องผ่าตัดนอนโรงพยาบาลหลายคืนเลย”
“แล้วอาการเป็ไงบ้างเดียวพี่ไปเยี่ยมนะเื่งานไม่ต้องห่วงร้านไม่ค่อยยุ่ง่นี้พี่กับวลีทำกันทัน”นเรศกล่าวแต่สายตาชำเลืองมองฝรั่งตัวโตที่นั่งทานข้าวคู่กัน
“วันนี้คงไม่ต้องครับเพราะยายเพิ่งออกจากห้องผ่าตัดกว่าจะฟื้นคงพรุ่งนี้”เควินกล่าวแต่ยังมองด้วยสายตาระแวง
“อ้าวหนูม่อน มากินข้าวกับผัวเหรอลูกแหมข้าวใหม่ปลามันน่ารักจริง” ยายช้อยที่ออกมาซื้อข้าวต้มเอ่ยทักเสียงเดียวสะดุ้งถึงสามคน เมื่อทักสร็จยายช้อยเดินออกจากร้านไป
“ไม่ใช่ // คับ // หา” เสียงอุทานดังพร้อมกันแต่คนที่ใสุดคงเป็นเรศหยุดงานวันเดียวสถานะของมลจิราเปลี่ยนจากโสดมาเป็มีสามีอะไรจะน่าประหลาดใจเท่านี้หรือที่ยายป่วยเพราะเหตุนี้ไม่ ๆ ห้ามมโนต้องถามให้รู้เื่เมื่อหันไปสบตากับมลจิราเขารู้แล้วว่าคงไมได้คำตอบจึงเลือกที่จะเงียบ
“งั้นพี่กลับก่อนนะพรุ่งนี้ถ้าว่างพี่ค่อยแวะไปเยี่ยมยายนะ”
“ขอบคุณคะ ม่อนไปก่อนนะคะ”เมื่อกล่าวจบลุกไปจ่ายเงินแล้วขึ้นรถไปโรงพยาบาลจนมาถึงโรงพยาบาลยายยังคงหลับเหมือนที่เควินบอกมลจิราจึงจัดของและนั่งพักจนเควินตามเข้ามา
“คุณไม่ต้องห่วงเื่ค่าใช้จ่ายนะผมจะจัดการให้แค่รอให้ยายฟื้นและกลับไปพักฟื้นที่บ้านกัน”