หญิงสาวมองสิ่งที่เห็นตรงหน้าอย่างพอใจ เธอใช้เวลาทั้งวันกับการทำความสะอาดบ้าน บ้านหลังนี้สร้างด้วยไม้ หลังคามุงด้วยหญ้าซึ่งบ้านในสมัยนี้ก็มุงด้วยหญ้าด้วยกันทั้งนั้น แต่อาจจะมีบางหลังที่แม้จะมุงหลังคาด้วยหญ้าแต่ก็เริ่มมีสร้างด้วยดินกันบ้างแล้ว เซี่ยซูมี่เคยดูสารคดีที่นำจอมปลวกมาทำเป็ปูน สงสัยว่าเธอต้องลองทำดูเสียแล้ว บ้านหลังนี้แม้ว่าจะแข็งแรงแต่หน้าหนาวมาเธอไม่อยากจะนึกสภาพเลยให้ตายสิ
เมื่อจัดการกับความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ก็สำรวจภายในห้องนอน เธอพบที่นอนเก่าๆอยู่อันหนึ่ง ซึ่งมีแคร่ไม้สำหรับทำเป็เตียง แต่สิ่งที่สังเกตได้อีกอย่างคือมันยังใหม่อยู่ หากเดาไม่ผิดเขาน่าจะทำมันขึ้นมาใหม่ให้เหมาะสำหรับสองคน ถือว่าชายหน้าหนวดคนนั้นมีความเตรียมพร้อมพอสมควร แต่เธอคงทำใจนอนที่นอนเก่าแบบนั้นไม่ได้แน่นอน เมื่อคิดได้เช่นนั้นเซี่ยซูมี่เริ่มตั้งจิตคิดถึงห้องนอนของตัวเอง ปรากฏว่าเหมือนเธอจะเข้าไปััข้าวของในนั้นได้ สิ่งแรกที่เธอเรียกออกมาคือผ้าม่านสีขาวสะอาดตา จากนั้นก็นำที่นอนออกมา โชคดีที่เธอเป็คนชอบสีคุมโทนไม่ฉูดฉาด ที่นอนคงจะเอาออกมาไม่ได้ หากถูกจับได้สิ่งของที่มีทั้งหมดได้จบกันแน่ เธอไม่จะยอมเสี่ยงเป็อันขาด
“ผ้าม่าน ผ้าห่ม หมอน” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น หลังจากที่ลืมตาข้าวของที่เธอเรียกก็ออกมากองอยู่ตรงหน้า สร้างความประหลาดใจกับเธอเป็อย่างมาก ใกล้จะมืดแล้วเธอมีเวลาไม่มาก วันนี้ทั้งวันยังไม่ได้กินอะไรเลยด้วยซ้ำ เป็เพราะมัวแต่ทำความสะอาดบ้าน
หลังจากที่จัดห้องนอนให้ดูน่านอนมากยิ่งขึ้นแล้ว มีหมอนและผ้าห่มเพิ่มเข้ามา หมอนเพียงสองใบไม่น่าจะเป็ที่สงสัยสักเท่าไหร่หรอกมั้ง เซี่ยซูมี่เดินมายังห้องครัวก็พบกับอาหารหลากหลายที่ถูกเตรียมเอาไว้ เธอเริ่มจัดการอุ่นอาหาร แม้ว่าจะเป็เศรษฐินีพันล้านมาก่อน แต่กว่าที่เธอจะไปถึงจุดนั้นก็คือขอทานจนๆคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นการก่อไฟจึงไม่ใช่เื่ยากสำหรับเธอเลยสักนิด
เซี่ยซูมี่เมื่ออิ่มท้องแล้วก็จัดการกับตัวเอง เพราะเริ่มได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ออกมา โชคดีที่มีห้องอาบน้ำและน้ำยังเต็มตุ่มอยู่เลย ผู้ชายคนนี้ก็เป็คนเอาใจใส่เหมือนกันนะเนี่ย เซี่ยซูมีชื่นชมสามีในนามของตัวเอง เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ติดตัวมาแล้ว เธอจึงได้เวลาสำรวจสินสอดที่ทางเ้าบ่าวมอบให้ แต่เมื่อนับจำนวนเงินแล้วมันมีถึง 5 ตำลึงเงิน นี่มันไม่ใช่จำนวนเงินน้อย ๆอย่างแน่นอน ผู้ชายคนนี้ไปเอาเงินมากมายพวกนี้มาจากไหนกันนะ
เซี่ยซูมี่รอสามีจนแล้วจนรอดก็รู้สึกง่วงนอน จึงเผลอหลับไปก่อน แม้จะรู้สึกกลัวอยู่บ้าง เพราะบ้านหลังนี้อยู่ห่างจากบ้านของผู้คนมากพอสมควร อีกทั้งยังมีเสียงของสัตว์ต่าง ๆที่ส่งเสียงร้องมากมาย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างได้พ่ายแพ้ให้กับความเหนื่อยล้าของร่างกาย อีกทั้งร่างนี้ยังได้รับพิษจึงทำให้เธอเหนื่อยอ่อนและหมดสติไปในที่สุด
ทางด้านของซ่งเวยหลงเดิมทีตั้งใจว่าจะไม่กลับบ้าน แต่เป็เพราะเป็ห่วงหญิงสาวร่างบาง ไม่รู้ว่าป่านนี้จะร้องไห้กลับบ้านเดิมไปแล้วหรือยัง หากเป็เช่นนั้นตนก็จะไม่รั้งนางเอาไว้ แต่ก็อยากจะกลับไปให้เห็นกับตา เมื่อกลับมาถึงบ้านเป็ต้องแปลกใจ เพราะหญิงสาวไม่ยอมปิดประตูบ้าน เขาจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปภายในห้องนอนของตนเอง
สิ่งที่ทำให้ซ่งเวยหลงแปลกใจคือหญิงสาวนอนแน่นิ่งไม่รู้สึกตัวแม้กระทั่งว่าเขาได้เผลอเตะขาของนาง เป็เพราะความมืดทำให้ชายหนุ่มมองไม่เห็น และไม่คิดว่านางจะลงมานอนข้างล่างเตียง แทนที่จะนอนบนเตียง ชายหนุ่มจุดตะเกียงเพื่อเพิ่มแสงสว่าง จากนั้นก็เห็นร่างของหญิงสาวชัดเจนขึ้น
“แม่นางเซี่ย แม่นางได้ยินข้าหรือไม่” ซ่งเวยหลงเรียกชื่อหญิงสาว เขา้าปลุกให้นางลุกขึ้นไปนอนที่เตียง เพราะตอนนี้ดึกมากแล้วอากาศเริ่มเย็นลงมาก
แต่สิ่งที่ชายหนุ่มได้กลับมาคือความเงียบ อีกทั้งเนื้อตัวของนางยังร้อนราวกับไฟ ซ่งเวยหลงรู้สึกแปลกใจ เพราะเมื่อเช้านางยังดี ๆอยู่เลย ในเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็ภรรยาของตนแล้ว สามีอุ้มภรรยาขึ้นไปนอนบนเตียงคงไม่ผิดอะไร เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็ไม่ลังเลที่จะเข้าไปช้อนร่างบางขึ้นมา จากนั้นก็วางลงที่เตียงอย่างแ่เบา และเช็ดตัวเพื่อลดไข้ให้เธอทั้งคืน
ทางด้านเซี่ยซูมี่รู้สึกตัวในเช้าของอีกวัน เธอรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เปลือกตาเองก็หนักพอๆกับร่างกาย ที่แทบจะขยับไปไหนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เธอได้แต่นอนนิ่งๆและถอนหายใจเบาๆ
“รู้สึกตัวแล้วหรือ เ้าเป็อย่างไรบ้าง” ซ่งเวยหลงเข้ามาด้านในสังเกตเห็นเปลือกตาของหญิงสาวขยับ จึงคิดว่านางน่าจะรู้สึกตัวแล้ว เมื่อเช็ดตัวให้หญิงสาวเขาจึงรู้ว่านางไม่ได้อัปลักษณ์เหมือนครั้งแรกที่เจอ เพียงแค่เนื้อตัวในตอนแรกสกปรกเท่านั้น
“อือ น้ำ ขอน้ำหน่อย” เซี่ยซูมี่เผลอพูดสำเนียงของตัวเอง สติเธอยังกลับมาไม่ครบถ้วนเท่าไหร่ แม้จะฟังดูแปลกๆหูไปบ้าง แต่ซ่งเวยหลงก็ป้อนน้ำให้กับหญิงสาว
“ค่อย ๆกิน” ซ่งเวยหลงกระซิบเสียงแ่เบา เพราะคล้ายว่าตอนนี้หญิงสาวกำลังถูกพิษไข้เล่นงาน
หนุ่มสาวสองคนดูแลกันเป็เวลา 3 วัน 3 คืนกว่าที่พิษไข้ของเซี่ยซูมี่จะดีขึ้น เพราะกว่าที่จะหาทางขับพิษออกมาได้ ซ่งเวยหลงต้องไปตามหมอในเมืองมารักษา ข่าวที่ว่าเซี่ยซูมี่ล้มป่วยดังไปถึงหูของบ้านเซี่ย แต่ไร้วี่แววว่าคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็พ่อแม่จะมาเยี่ยมเยียนลูกสาว ทำให้ซ่งเวยหลงรู้สึกเห็นใจหญิงสาวจับใจ หากเป็เช่นนั้นเขาก็จะอาสาดูแลนางต่อจากคนใจร้ายพวกนั้นเอง เพราะถึงอย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาของตนแล้ว
“ข้าดีขึ้นแล้วล่ะเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ส่ายหน้าปฏิเสธที่จะให้สามีในนามป้อนข้าว เพราะที่ผ่านมาเขารับหน้าที่นั้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็ป้อนข้าว ป้อนยา รวมไปถึงเช็ดตัว
“อืม” ซ่งเวยหลงยื่นถ้วยข้าวต้มไปให้หญิงสาว จากนั้นเขาก็ไปที่ในครัวเพื่อที่จะไปเอายาต้มมาให้เธอกิน
“ข้านอนไปนานเท่าไหร่หรือเ้าคะ” เซียซูมี่เอ่ยถามขึ้น เพราะตามความรู้สึกของเธอคือตนได้นอนหลับใหลไปเป็เวลานานมากเช่นกัน และได้เห็นภาพต่างๆมากมายจากเ้าของร่างเดิม
“ 3 วัน เ้านอนไม่ได้สติอยู่ 3 วัน 3 คืนเต็มๆ” ซ่งเว่ยหลงพูดขึ้น
“ขอบใจท่านมากที่ช่วยข้าเอาไว้” เซี่ยซูมี่ซาบซึ้งในน้ำใจ หากเขาไม่ช่วยเธอเอาไว้ป่านนี้เธอก็คงได้ตายเป็รอบที่สองอย่างแน่นอน
“ร่างกายของเ้าถูกพิษ พอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเ้าได้รับพิษได้เช่นไร” ซ่งเวยหลงถามขึ้น เพราะท่านหมอเป็คนบอกเขาเองว่าภรรยาเขาถูกพิษ แต่ไม่มากเท่าไหร่ หากมากกว่านี้ก็อาจจะไม่รอด
“ไม่ทราบเ้าค่ะ แล้วก็ไม่อยากจะทราบด้วย” เซี่ยซูมี่หันหน้าหนี เธอไม่อยากพูดถึงอดีตที่แสนเ็ปนั่นอีก
“ตามใจเ้าเถิด กินยานี้ก็คงจะดีขึ้น ข้าจะเข้าไปในเมืองขายของเสียหน่อย” ซ่งเวยหลงพูดขึ้น เขาต้องเข้าไปซื้อของในเมือง เพราะข้าวสารใกล้จะหมดลงแล้ว
“ข้าไปด้วยได้หรือไม่” เซี่ยซูมี่อยากจะไปซื้อเสื้อผ้า เพราะเธอไม่มีเสื้อผ้าใส่ ที่มีอยู่ก็ไม่ได้เรียกว่าเสื้อผ้าด้วยซ้ำ เพราะมันมีแต่รอยปะอยู่เต็มไปหมด
“เ้ายังไม่หายดีจะไปได้อย่างไร ้าสิ่งใดก็บอกข้ามาเถิดจะได้ซื้อมาให้” ซ่งเวยหลงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มีเมียเหมือนมีลูกเห็นทีจะเป็เื่จริง
“ถ้าเช่นนั้นก็ไม่เป็ไรเ้าค่ะ เอาไว้ข้าหายดีก่อนก็แล้วกัน” เซี่ยซูมีพูดขึ้น จะบอกเขาได้อย่างไรกันว่าอยากได้เสื้อผ้าใหม่ เธออยากจะไปเลือกด้วยตัวเอง ไม่คิดที่จะซื้อผ้ามาตัดเช่นหญิงในอดีต เพราะตัวเองตัดเย็บไม่เป็
“ตามใจเ้าก็แล้วกัน ข้าไปไม่นานจะรีบกลับมา” ซ่งเวยหลงพูดจบก็เดินไปที่หลังบ้านเพื่อเอาสัตว์ที่ล่าได้เมื่อ 4 วันก่อนไปขาย เซี่ยซูมี่ลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปส่งสามี แต่แล้วก็ต้องแปลกใจกับสิ่งที่เขาจะเอาไปขาย กวางตัวเป็ๆอย่างนั้นหรือ แล้วเขาจับกวางตัวเป็ๆได้อย่างไรกัน แม้ว่าขามันจะเจ็บแต่ก็ถือได้ว่ามันสมบูรณ์เป็อย่างมาก ชายหนุ่มผู้นี้เห็นทีว่าเธอจะประมาทไม่ได้เสียแล้ว
หลังจากที่นอนป่วยมาเป็เวลาหลายวัน เมื่อรู้สึกดีขึ้นเซี่ยซูมี่ก็เดินไปยังห้องอาบน้ำ จากนั้นก็อาบน้ำชำระร่างกาย รวมไปถึงสระผมให้กับตัวเองด้วย เ้าของร่างเดิมมีผมที่ยาวและหนามาก แต่ขาดการบำรุง อาจจะเป็เพราะร่างกายกินอาหารไม่เพียงพอ จึงทำให้ผมขาดแห้งไม่มีน้ำหนัก มีของดีอยู่ในมิติเสียอย่างไม่เห็นจะต้องเป็กังวลกับสิ่งใด
เมื่อจัดการกับตัวเองเรียบร้อย เธอก็ทนใส่เสื้อผ้าตัวเก่าไปก่อน จากนั้นก็ซักเสื้อผ้าที่ตัวเองถอดทิ้งไว้เมื่อคืนวันก่อนที่จะล้มป่วย แต่ปรากฏว่าเสื้อผ้าเธอไม่อยู่แล้ว มันกลับถูกพับเก็บไว้อย่างเป็ระเบียงในตู้เสื้อผ้าหลังเล็กนั่น ซึ่งมีเสื้อผ้าของชายหนุ่มรวมอยู่ด้วย ตกลงว่าเขาจะเอาอย่างไรกันแน่
ผ่านไปหลายชั่วยามเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินมาทางกระท่อมหลังนี้ เซี่ยซูมี่ไม่รู้ว่าเป็เสียงฝีเท้าของใคร ในใจได้แต่ภาวนาว่าให้เป็ซ่งเวยหลง หากจะว่าไปแล้วคนที่เธอพึ่งพาได้จริง ๆในตอนนี้ก็คงจะมีเพียงชายหนุ่มคนเดียวเท่านั้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เซี่ยซูมี่มองหาอาวุธเพื่อป้องกันตัวเอง เธอยังไม่กล้าที่จะเปิดประตู เพราะหากเปิดไปแล้วไม่ใช้สามีในนามเธอจะทำเช่นไรดี
“นั่นใคร” ในที่สุดเธอก็เปล่งเสียงออกไปถาม
“ข้าเอง” เสียงของชายปริศนาเอ่ยขึ้น
“เ้าชื่ออะไร บอกชื่อแซ่ของเ้ามา แล้วมาที่ที่นี่มีเื่อะไร” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น
“ข้าแซ่ซ่ง นามว่า ซ่งเวยหลง เป็สามีของเ้า ทีนี้จะเปิดประตูได้หรือยังเล่า” ซ่งเวยหลงถอนหายใจ นี่นางเพี้ยนไปแล้วหรือถึงจำเสียงของสามีตนเองไม่ได้
“เป็ท่านเองหรือ เข้ามาก่อนสิเ้าคะ” เซี่ยซูมี่ยิ้มหวานให้สามีแก้เก้อ จากนั้นก็เปิดประตูกว้างเชิญเขาเข้ามาภายในบ้าน
“เ้าหิวหรือไม่ ข้าซื้อหมั่นโถวมาให้” ซ่งเวยหลงคิดเป็ห่วงคนป่วย จึงรีบเดินทางมาอย่างไม่ได้หยุดพักเลยสักนิด
“ไม่หิวเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ปฏิเสธ เพราะเธอพึ่งจะกินข้าวต้มที่เขาทำให้ไปเมื่อ่เย็นนี้เอง
“เ้าอาบน้ำ สระผมด้วยงั้นหรือ ?” ซ่งเวยหลงถามเสียงเย็น
“เ้าค่ะ รู้สึกดีขึ้นมากเลยเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่พยักหน้ารับคำ เพราะเธอเพิ่งจะอาบน้ำมามาจริงๆ
“ไม่รู้เลยหรือว่าคนป่วยเขาห้ามอาบน้ำ หากไข้ขึ้นมาอีกจะทำเช่นไร” ซ่งเวยหลงอดที่จะบ่นหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้ นี่เขามีเมียหรือมีลูกกันแน่
“ก็ข้าหายแล้วนี่เ้าคะ ท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอก”
“ข้าไม่ได้ห่วงเ้า” ซ่งเวยหลงพูดขึ้น จากนั้นก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้เซี่ยซูมี่ยืนเหม่ออยู่ในห้อง เกิดมายังไม่เคยถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อไยเช่นนี้มาก่อนเลย มีแต่ปฏิเสธคนอื่นเพราะไม่อยากเสียเวลาคบใคร เวรกรรมช่างตามทันจริง ๆ ขนาดข้ามภพข้ามชาติมาถึงนี่ยังตามมาทันเธออยู่อีกหรือนี่
พี่เค้าไม่ได้เ็นห่วงก็แค่ดูแล 3 วัน 3 คืน ไม่ได้หลับไม่ได้นอน รีบกลับจากในเมืองซื้อของกินมาฝากแค่นั้นเอ๊งงงงงงง