ต่อให้นางต้องเลือกใหม่อีกสักกี่ร้อยครั้ง บุรุษที่นางจะเลือกก็ยังคงเป็ลี่หยางเพราะนางรักและสงสารลี่หยางมาก ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาแต่งงานกันแล้วด้วยนางจะตอบเป็อื่นก็ไม่ได้ เฟยฉีกำลังคิดอะไรไปเรื่อยอยู่นั้นจู่ๆลี่หยางก็เอ่ยกับนางว่า
“ เ้ากลับตัวกลับใจตอนนี้ยังทันนะ” น้ำเสียงขู่เข็นเช่นนี้อีกแล้วครานี้นางผิดจริง เห็นสีหน้าลี่หยางไม่ค่อยดีนักเฟยฉียิ้มแห้งแล้วค่อยๆถอยห่างเขาไป
“ หม่อมฉันว่าเราไม่ต้องพูดถึงเื่นี้เถอะเพคะหม่อมฉันรู้สึกง่วงนอนแล้วเพคะ ”
เฟยฉีแสร้งทำเป็ว่าตัวเองง่วงนอนเอามากๆไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าลี่หยางเสียด้วยซ้ำเห็นทีท่าเสแสร้งของนางลี่หยางก็ยิ่งโกรธ นางช่างกล้าที่นัดมาเจอกับชายอื่นเช่นนี้บัดเดี๋ยวนี้นางกลับกล้าเล่นละครต่อหน้าเขา ลี่หยางกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างชั่วร้ายก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นพาดบ่าแล้วเดินไป เฟยฉีไม่ทันได้ตั้งตัวถึงกับทำตัวไม่ถูกกำหมัดแน่นทุบไปที่แผ่นหลังกว้างลี่หยางไม่หยุด
“ นี่ !!! ปล่อยหม่อมฉันลงเดี๋ยวนี้นะเพคะ !!! อย่าทำอะไรหม่อมฉันเลยนะ !!! ” เฟยฉีะโให้ตายยังไงลี่หยางก็ไม่สนใจมือหนาตีไปที่ตูดเฟยฉีเหมือนเป็การสั่งสอน
“ นี่ !!! เมื่อครู่องค์ชายให้โอกาสหม่อมฉันกลับตัวกลับใจแล้วไม่ใช่เหรอ?! หม่อมฉันขอโทษ ~ อย่าทำอะไรหม่อมฉันเลยนะ~ ปล่อยหม่อมฉันลงเถิดเพคะ ”
“ข้าไม่เห็นจะจำได้เลยว่าข้าพูดอะไรกับคนเ้าเล่ห์อย่างเ้าบ้าง ”
ได้ยินคำพูดนั้นจากปากของลี่หยาง เฟยฉีก็ยิ่งเดือดนางด่าลี่หยางไฟแลบไม่สนว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร
“ไอ้คนหน้าด้าน !!!ไอ้คนหน้าไม่อาย !!!ไอ้โรคจิต ไอ้คนหยาบคาย !!! ปล่อยหม่อมฉันลงเดี๋ยวนี้ !!! ”
ด่าจบเฟยฉีถึงรู้ตัวว่าตัวเองได้ทำผิดมหันต์ ครานี้นางไม่รอดแน่ๆเลยบรรยากาศรอบๆตัวเงียบสงัดน่าแปลกใจ ครู่ต่อมาลี่หยางพานางมาที่ตำหนักเล็กพักผ่อนในวังหลวงภายในห้องดูสง่าเรียบร้อยสมกับตำหนักในวัง ลี่หยางผลักเฟยฉีนอนลงไปที่เตียงไม้นางถึงกับหน้านิ่ว เตียงที่ยุคโบราณไม่เหมือนยุคที่นางจากมาเลยสักนิดแข็งอย่างกับหิน
เฟยฉีรู้ตัวอีกทีลี่หยางก็ได้จัดการปลดเสื้อผ้าอาภร์ณของตัวเองทิ้งหมดแล้วเผยให้เห็นรูปร่างแกร่งที่ใครเห็นต่างก็ต้องเืกำเดาไหลใบหน้าเฟยฉีในตอนนี้แดงเหมือนลูกตำลึง มือเล็กรีบเลื่อนขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้ทันที
“ นี่ องค์ชายเสียสติไปแล้วเหรอเพคะ ?!!! ใส่เสื้อผ้าบัดเดี๋ยวนี้เลยนะ !!! ”
ลี่หยางไม่พูดไม่จาอะไรมือหนาจับท้ายทอยนางไว้ก่อนจะโน้มตัวลงไปบดขยี้ริมฝีปากบางของนางเฟยฉีใมากตาเบิกกว้างมองลี่หยางไม่กระพริบตา มือไม้ทุบไปที่ไหล่กว้างไม่หยุดลี่หยางรำคาญเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจ จูบเฟยฉีอย่างหนักหน่วง
นางพยายามปิดปากแน่นไม่ยอมให้เขาได้รุกล้ำควานหาความหวานในโพรงปากของตนริมฝีปากร้อนของลี่หยางเลื่อนต่ำััผิวขาวเนียนดุจหิมะของนางอย่างกับคนเสียสติการกระทำเช่นนี้ของลี่หยางทำให้เฟยฉีกลัวตัวสั่นไปหมดทว่าครู่นั้นหยาดน้ำใสก็เอ่อล้นดวงตาของนาง เฟยฉีทนไม่ได้อีกต่อไปหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลผ่านหางตาดั่งสายน้ำลี่หยางรับรู้ได้ถึงหยดน้ำตาที่หยดลงบนมือลี่หยางก็รีบผละออกจากตัวของเฟยฉีด้วยความใ เขาไม่คิดว่านางจะเสียใจมากเช่นนี้ลี่หยางลุกขึ้นก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงประตูแล้วเอ่ยบอกเฟยฉีว่า
“เ้าพักผ่อนเถิด ข้าจะไปบอกให้บ่าวเตรียมรถม้าไปส่งเ้าที่ตำหนักหลัว ”
เอ่ยจบลี่หยางก็เดินออกจากตำหนักไป เฟยฉีนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอยู่อย่างงั้น ทำไมนางถึงได้รู้สึกเช่นนี้นางรักเขามิใช่หรอหรือ เฟยฉีลุกขึ้นนั่งปาดน้ำตาที่อาบแก้มทิ้ง จัดการเสื้อผ้าอาภร์ณให้เข้าที่ถึงได้รู้ว่าลี่หยางได้ออกไปแล้วเฟยฉีเดินตามหาเขาก็ไม่เจอ เห็นสาวใช้เดินผ่านมาพอดีนางจึงเอ่ยถาม
“องค์ชายอยู่ไหนหรือ ? ”
“ พระชายาเพคะองค์ชายกับเหล่าขุนนางเสด็จออกจากวังพร้อมกลับฮ่องเต้แล้วเพคะ องค์ชายบอกให้หม่อมฉันพาพระชายากลับไปที่ตำหนักหลัวเพคะ”
จู่ๆในหัวเฟยฉีฉุกคิดถึงเื่ลู่โจวหรานขึ้นมาอย่าบอกนะว่าพวกเขาไปตามหาลู่โจวหรานน่ะ เฟยฉีเบิกตากว้างไม่อยากจะเชื่อนางรีบวิ่งออกไปตามหาลี่หยางทันที เฟยฉียืนกวาดตามองดูอยู่ครู่นึงทว่าบังเอิญเห็นเหล่ากองกำลังทหารเดินออกมาจากประตูใหญ่ข้างๆวังหลวงเฟยฉีแอบตามเหล่าทหารไปอย่างเงียบๆ
‘ เื่นี้ต้องเกี่ยวกับลู่โจวหรานแน่ๆ เซ้นส์ฉันไม่เคยพลาดอยู่แล้ว ’
เหล่าทหารตามรถม้าไป เฟยฉีเดินตามหลังไปอย่างเงียบๆจะตามติดอย่างใกล้ชิดก็ไม่ได้ เดินตามไปได้เพียงสามลี้เฟยฉีก็รู้สึกเหนื่อยเหงื่อผุดไหลร่างกายเปียกโชก นางหยุดพักหายใจหอบข้างๆต้นไม้ใหญ่ทว่าครู่นั้นลี่จูปรากฎตัวพอดี ช่างโชคดีเสียจริง
“ เฟยฉีเ้ามีอารมณ์มาเดินเล่นในป่าด้วยหรือ ? ” ลี่จูเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ไร้เดียงสาเหมือนไม่รู้เื่อะไรด้วยเลย
“เ้ามาได้ทันเวลาพอดีเลยนะลี่จู ช่วยพาข้าตามเหล่าทหารนั้นไปทีเื่นี้สำคัญมากเลยนะ ”
ลี่จูตอบตกลงที่จะช่วยทันที เฟยฉีไม่คิดว่าลี่จูจะตอบตกลงง่ายแบบนี้ลี่จูคาบใบไผ่ไว้ในปากก่อนจะขยายแผ่นหลังให้กว้างกว่าปกติแล้วบินมาตรงหน้าเฟยฉีก่อนจะจับแขนนางให้ลุกปีนขึ้นมาบนหลังของตนลี่จู่ค่อยๆพาเฟยฉีบินตามเหล่าทหารนั้นไป
“เ้ากลับไปลดความอ้วนเลยนะเฟยฉี เ้าหนักเหมือนหมูตัวนึงเลย ”
“เ้าเงียบปากไปเลยนะลี่จู ระวังข้าจะถลอกหนังเ้าออกให้หมดเลย ”
ลี่จูพาเฟยฉีบินตามเหล่าทหารมาได้สักพักก็เห็นพวกเขาลดความเร็วลงลี่จูเห็นเช่นนั้นก็ปล่อยเฟยฉีลงสู่พื้น
“ข้าขอบใจเ้ามากนะลี่จู วันนี้เ้าเป็เด็กดีมากเลย ”
“แน่นอนอยู่แล้ว นอกจากข้าจะเป็เด็กดีแล้วข้ายังเป็เ้าหมีแพนด้าที่น่ารักด้วยนะ ”
“ ใช่ๆเ้าพูดถูกแล้ว ” เฟยฉีพยักหน้าส่งๆก่อนจะมองตามเหล่าทหารที่อยู่ตรงหน้า
นางซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้เพื่อดูสถานการณ์อย่างระมัดระวังลี่หยางสวมชุดเกราะเดินลงมาจากรถม้าด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ไม่ได้มีแค่เขาแต่มีฮ่องเต้และแม่ทัพป๋อเหวินที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้ด้วยพวกเขาเหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่เฟยฉีไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าตนกำลังอยู่บนเขาไท่เฉิงในตำนาน
ภาพที่อยู่ตรงหน้าเหมือนอยู่บน์ไม่มีผิด หมอกหนาเต็มไปหมดทั้งสี่ทิศมีหมอกจางๆปกคลุมผืนป่าที่อยู่เบื้องหน้า อยู่ไกลออกไปเห็นหุบเขาใหญ่ตระหง่านไม่อยากจะเชื่อว่าทิวทัศจะสวยเพียงนี้ นางรู้มาว่ามันอันตรายนักไม่ใช่เหรอช่างน่ากลัวเสียจริง
สีหน้าลี่หยางและป๋อเหวินไม่ค่อยดีนักพึ่งจะต่อปากต่อคำกันไปยกๆทว่าตอนนี้กลับต้องออกมาร่วมมือกันปราบโจรป๋อเหวินหันไปรายงานสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าให้ฝ่าาทราบว่า
“ ทูลฝ่าาภูมิเขาไท่เฉิงเดินทางค่อนข้างลำบากจากที่นี่ขึ้นไปบนยอดเขาก็ยากเช่นกันเราต้องเดินทางผ่านเขากั๋วหลายสิบลี้กระหม่อมคิดว่าฝ่าาควรรอฟังข่าวอยู่ที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”
ลี่หยางที่ยืนอยู่ข้างๆป๋อเหวินก็พูดเฉกเช่นเดียวกันกับป๋อเหวินถึงจะไม่อยากพูดตามก็เถอะ แต่ความปลอดภัยของฮ่องเต้ต้องมาก่อน
“ กระหม่อมเห็นด้วยกับท่านแม่ทัพป๋อเหวินพ่ะย่ะค่ะพระองค์รออยู่ที่นี้เถิด กระหม่อมจะกลับมาพร้อมกับข่าวดีพ่ะย่ะค่ะ ”
ฮ่องเต้พยักหน้าเข้าใจทำตามคำแนะนำของทั้งสองฝ่าาออกคำสั่งให้เหล่าทหารจำนวนนึงคอยตามลี่หยางและแม่ทัพป๋อเหวินไปแล้วฝ่าาก็เสด็จกลับไปที่วังหลวง, ลี่หยางอยากจะเจอเฟยฉีก่อนออกเดินทางเขาไม่อาจรู้ได้ว่าครานี้เขาจะรอดกลับมาหรือไม่ลี่หยางไม่รู้ว่าเฟยฉีนางอยู่ไม่ไกลจากตน
“ ไปไปกันเถอะ ” เฟยฉีตบตูดลี่จูให้ตามนางมาเฟยฉีไม่รู้ว่าลี่จูมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก
นางเอาแต่จ้องตามหลังลี่หยางไปเพราะกลัวจะพลาดเป้าเฟยฉีเดินตามหลังพวกเขาไปอย่างช้าๆ
“ ลี่จู ~ ไหนเ้าลองบอกข้ามาสิ เขาไท่เฉิงอันตรายมากไหม ?ข้าได้ยินเื่นี้มามากเหมือนกันนะตลอดการเดินทางมาที่นี่ข้าก็ไม่เห็นว่าจะอันตรายเลย ”
เฟยฉีทั้งเดินทั้งชวนลี่จูคุยไปด้วยโดยที่ไม่หันมามองหน้าลี่จูเลยสักนิดเดียวเท้าเล็กยังคงเดินไปข้างหน้าไม่หยุด
“ เ้านั่นแหละไม่เจออันตรายอย่าพึ่งดีใจ ยังอยากเจอันตรายกับตัวเองอีกหรือข้าอยู่กับเ้านานๆไม่ได้กรอกนะ ”
“เ้าพึ่งพูดว่าอะไรนะ ? ข้าได้ยินไม่ชัด” ลี่จูรู้ตัวว่าพึ่งพูดอะไรไปก็รีบส่ายหน้าปฎิเสธทันที
“ ไม่มีข้าแค่บอกว่าไม่เจออันตรายก็ดีแล้ว ”
“เ้าก็ห่วงคนอื่นเป็ด้วยเหรอ ? ” เฟยฉีฉีกยิ้มเบิกบานราวกับดอกไม้ ลี่จูได้แต่เดินตามหลังเธออย่างเงียบๆ
เดินไปได้สักพักเฟยฉีก็รู้สึกเหนื่อยอีกแล้วสายตามองตามลี่หยางกับแม่ทัพป๋อเหวินไป พวกเขาไม่รู้จักเหนื่อยกันบ้างเลยเหรอเฟยฉีนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใช้มือพัดๆคลายความร้อน
“พวกเขาไม่รู้จักเหนื่อยกันหรือยังไง ? เดินไม่หยุดอยู่ได้ ” เฟยฉีพึมพำกับตัวเองเบาๆทว่าครู่นั้นนางก็หันไปมองลี่จู เห็นสีหน้าลี่จูไม่ค่อยดีนักก็อดเป็ห่วงไม่ได้
“ นี่ ~ เ้าเป็อะไร ?เหนื่อยมากเหรอ ? ”
“ ไม่ๆข้าไม่เป็อะไร ” ลี่จูส่ายหน้าไปมาแล้วชี้นิ้วไปข้างหน้าแล้วบอกกับนางว่า
“ถ้าเ้ายังไม่ตามไปจะตามพวกเขาไม่ทันนะ ” เฟยฉีใรีบวิ่งตามพวกเขาไปทันที
ลี่จูเดินตามนางไปอย่างเงียบๆ เดินทางกว่าหนึ่งชั่วยามก็เดินทางเข้ามาถึงป่าที่อากาศเย็นสดชื่นเฟยฉีกำลังเดินอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงบางอย่างอยู่ในพุ่มไม้เท้าเล็กหยุดเดินทันทีแล้วค่อยๆถอยห่างพุ่มไม้นั้นสายตาจ้องไปที่พุ่มไม้นั้นไม่ละสายตา ในใจเริ่มหวาดผวาร่างกายสั่นระริกไปหมดมีงูสีแดงขนาดใหญ่เหมือนในหนังไม่มีผิดเลื้อยออกมาจากพุ่มไม้นั้น
เฟยฉีตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ลี่จูเองก็กลัวงูมาั้แ่เกิดแล้วทั้งสองมองหน้ากันไม่รู้จะทำยังไงต่อก่อนที่ทั้งสองจะแหกปากร้องดังสนั่นทั่วทั้งผืนป่า
“ใครก็ได้ช่วยด้วยยยยยยยยยยยยย ~ ” เฟยฉีและลี่จูรีบวิ่งตรงไปหาลี่หยางกับแม่ทัพป๋อเหวินทันที
ได้ยินเสียงร้องของเฟยฉี ลี่หยางกับแม่ทัพป๋อเหวินก็รีบวิ่งไปดูเฟยฉีวิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังลี่หยาง ส่วนลี่จูหลบอยู่ข้างหลังเฟยฉี เกือบได้ถวายตัวในป่านี้แล้ว