ตอนที่ 10 กลยุทธ์ที่เหนือชั้นที่สุดคือการโจมตีจิตใจเพื่อให้นางเอกยอมศิโรราบ
ต้องยอมรับว่า
ในฐานะนางเอกที่คู่ควรกับผู้ครองชะตาฟ้าลิขิต
ซูชิงเกอมีรูปลักษณ์ที่งดงามไร้ที่ติ
ใบหน้าของนางคมชัดงดงามประณีต
ดวงตาฉ่ำหวานดุจสายน้ำ คิ้วบางโค้งงามดุจเส้นหมอกไกล
เรือนผมสีดำขลับพลิ้วไหว ใบหน้าสะอาดใสดุจผลึกงาม แวววาวชวนให้จับตามอง
อาภรณ์ขาวพลิ้วไหวรอบกาย เสริมให้นางดูสูงส่งเหนือโลกธรรมดาสามัญ
ราวกับเทพธิดาจากแดนเก้าชั้นฟ้า ที่บังเอิญพลัดหลงมายังแดนมนุษย์
ทว่าใบหน้าของเทพธิดาในตอนนี้กลับเผยให้เห็นแววกังวลใจ
หลังจากที่ขอเข้าพบเขามาถึงสามวันเต็ม ในที่สุดนางก็ได้รับการเรียกตัวให้เข้าพบจากกู้ฉางเกอ นี่ทำให้นางยิ่งไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของเขา
ที่ผ่านมา บรรดาบุรุษที่นางเคยพบต่างล้วนชื่นชมและเทิดทูนนางเหมือนเช่นเย่เฉิน
ประหนึ่งว่านางเป็เทพธิดาที่อยู่สูงส่ง ที่สามารถชื่นชมจากระยะไกล แต่มิอาจเอื้อมถึงได้
การที่ถูกเมินเฉยดังเช่นที่กู้ฉางเกอทำต่อนางเช่นนี้ นางไม่เคยพบเจอมาก่อน
ดังนั้นซูชิงเกอจึงยังคงรู้สึกกังวลอยู่บ้าง เกรงว่าตนจะถูกปฏิเสธตัดไมตรี
แต่ถึงกระนั้น สิ่งนี้ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของนางได้
ตลอดสามวันที่ผ่านมา นางได้หารือกับอีกิญญาหนึ่งในร่าง และตัดสินใจแน่วแน่ถึงแผนการที่จะใช้เพื่อพลิกสถานการณ์ที่เป็อยู่
“มิทราบว่าเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ชิงเกอมีเื่อันใด้าพบข้าหรือ”
ภายในเรือนพัก กู้ฉางเกอนั่งขัดสมาธิอยู่บนบัลลังก์เบื้องบน ลืมตาขึ้นพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
สายตาแฝงแววลึกล้ำเ็า
ราวกับเทพเ้าผู้มองลงมาจากเบื้องบน
เขาย่อมรู้เจตนาของซูชิงเกอดี
แต่ยังไม่คิดจะเปิดเผยออกมา
หาก้าให้นางยอมศิโรราบในยามนี้
ท่าทีของเขาจะอ่อนโยนเกินไปมิได้
ค่าชะตา์ที่อยู่บนตัวของซูชิงเกอ ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับสถานะของนางในฐานะนางเอกทั้งสิ้น
แล้วถ้านางเอกอย่างนางยอมสยบต่อตัวร้ายอย่างเขาขึ้นมาเล่า
เช่นนี้จะเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง
กู้ฉางเกอเองก็อดสงสัยมิได้
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับเย่เฉินแล้ว เขาล่วงรู้จุดอ่อนของซูชิงเกอ การจะทำให้นางยอมศิโรราบก็ย่อมง่ายดายกว่านัก
“ที่ชิงเกอมาขอพบในครั้งนี้ แท้จริงแล้วก็เพื่อมาขออภัยต่อคุณชายกู้เกี่ยวกับเื่เมื่อสามวันก่อน”
ซูชิงเกอกล่าวพลางมองไปยังกู้ฉางเกอ
อันที่จริง นางอยากกล่าวขออภัยเขามานานแล้ว แต่กู้ฉางเกอกลับมิเคยเปิดโอกาสให้นางเข้าพบ
“โอ้ เช่นนั้นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ทำผิดอันใดเล่า”
กู้ฉางเกอยังคงรักษาสีหน้าเรียบนิ่ง พลางย้อนถาม
“เื่ของเย่เฉิน แท้จริงแล้วล้วนเกิดจากข้า แต่ข้ามิได้เอ่ยถึงเื่นี้กับคุณชายกู้เลยแม้แต่น้อย เื่นี้เป็ชิงเกอที่ผิดเอง…”
ต้องยอมรับว่าซูชิงเกอนั้นฉลาด คำอธิบายของนางนั้นเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความอ่อนน้อม ตรงไปตรงมา ไร้ซึ่งท่าทีตระหนี่ใจ
หลายเื่ย่อมมิอาจปิดบังกู้ฉางเกอ การแสดงออกอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาย่อมเป็ทางเลือกที่ดีกว่า
แล้วนางยังถือโอกาสเล่าถึงเื่ราวระหว่างตนเองและเย่เฉิน
พร้อมกับบอกถึงความนับถือลึกซึ้งที่เย่เฉินมีต่อนางโดยไม่ปิดบัง
เมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลระดับกู้ฉางเกอ สิ่งเดียวที่นางทำได้คือการเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างอย่างจริงใจ
“แม่นางผู้นี้ ช่างน่าสนใจเสียจริง”
ขณะนั้นกู้ฉางเกอก็อดเผยสีหน้าที่แฝงความสนใจออกมามิได้
พูดกันตามตรงแล้วแม้แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจมิน้อย
บางทีแม้แต่ตัวเย่เฉินเองก็คงคาดไม่ถึงว่าซูชิงเกอจะบอกเล่าทุกอย่างออกมาเช่นนี้
แม่นางที่ฉลาดหลักแหลมเช่นนี้ สมแล้วที่มีฐานะเป็นางเอก
นิสัยเช่นนี้ ช่างต่างจากพวกหญิงงามที่เป็เพียงเครื่องประดับอย่างสิ้นเชิง
รู้จักการเลือกหนทางที่ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงภัยอันตราย
ใน่ที่สำนักเผชิญปัญหานางก็รู้ดีว่าต้องทำอย่างไร และไม่มีทางจะทำเื่โง่เขลาออกมา
สำหรับสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนแล้ว กู้ฉางเกอเปรียบเสมือนหลักพึ่งพิงที่มั่นคงที่สุด
เมื่อเทียบกับเย่เฉินแล้ว นางย่อมมิอาจทำให้กู้ฉางเกอขุ่นเคือง
นี่สินะคือคำกล่าวที่ว่า สถานการณ์มีอำนาจเหนือผู้คน
ในขณะนั้น กู้ฉางเกอก็อดมิได้ที่จะรู้สึกชื่นชมนางอยู่บ้าง
เป็การชื่นชมอย่างแท้จริง โดยมิใช่เพราะหลงใหลในตัวนางแต่อย่างใด
“ติ๊ง! อุปนิสัยของซูชิงเกอเกิดการเปลี่ยนแปลง เย่เฉินสูญเสียค่าวาสนาไป 40 แต้ม ท่านได้รับค่าชะตา์เพิ่มขึ้น 200 แต้ม”
ในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
กู้ฉางเกอหรี่ตามองด้วยความสนใจ
ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตของผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ครองชะตาฟ้าลิขิต ก็สามารถทำให้เขาสูญเสียค่าวาสนา และได้รับค่าชะตา์มาเพิ่มได้
หากเป็เช่นนี้ เื่ทั้งหมดก็ดูง่ายขึ้นมาก
“เ้าเล่าเื่ทั้งหมดนี้ให้ข้าฟังด้วยเหตุผลใดกัน หรือคิดว่าข้าสนใจในตัวเ้างั้นหรือ”
“หรือหวังให้ข้าถือโอกาสนี้ปล่อยตัวเย่เฉินไปอย่างนั้นหรือ”
คำพูดของกู้ฉางเกอไร้ซึ่งความปรานี แฝงความเ็าและรอยยิ้มเย้ยหยันอยู่ในที
แม้ว่าซูชิงเกอจะคาดการณ์ถึงคำพูดเหล่านี้ไว้บ้างแล้ว
แต่คำพูดนี้ถึงกับทำเอาใบหน้านางซีดเผือดลงเล็กน้อย ก่อนจะรีบกล่าวอธิบายทันทีว่า “หาเป็เช่นนี้ไม่ ชิงเกอรู้ตัวดีว่าเป็เพียงหญิงธรรมดา มิอาจต้องตาต้องใจคุณชายกู้ เื่ทั้งหมดนี้ก็เพียงเพื่อแสดงความจริงใจ หวังว่าท่านจะให้อภัยกับเื่ราวในวันนั้น”
“สำหรับเื่ของเย่เฉินนั้น ชิงเกอมิอาจเปลี่ยนแปลงได้ คุณชายกู้คิดมากเกินไปแล้ว”
“โอ้ เย่เฉินหลงใหลในตัวเ้าถึงเพียงนี้ ยอมแม้กระทั่งแตกหักกับสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนเพื่อเ้า ท่าทีเช่นนี้ของเ้า สมกับความรักที่เขามีให้แล้วหรือ”
กู้ฉางเกอเผยสีหน้าแฝงแววเ้าเล่ห์ออกมา
คำพูดนี้ทำให้ซูชิงเกอแสดงสีหน้าเ็ปออกมาเล็กน้อย
“เพื่อสำนักของข้า เพื่อทุกสิ่งที่บิดาทุ่มเทสร้างมา เื่อื่นใดล้วนไม่สำคัญอีกต่อไป”
ซูชิงเกอกล่าวด้วยแววตาเศร้าหม่น
กู้ฉางเกอยังคงรักษาท่าทีเ็าไม่เอ่ยสิ่งใด
แต่ในใจกลับแอบหัวเราะเยาะ
การโจมตีจิตใจเป็กลยุทธ์ที่ล้ำเลิศเสียจริง
แผนนี้ช่างแยบยลนัก
“คุณชายกู้ ข้ายังมีอีกเื่หนึ่งที่อยากกล่าวกับท่าน ความจริงแล้วร่างกายของข้าคือร่างเหมันต์จันทรา เื่นี้นอกจากตัวข้าแล้ว ก็มิมีผู้ใดล่วงรู้”
เมื่อนางเห็นสีหน้าของกู้ฉางเกอ จึงเอ่ยออกมาอีกครั้ง
นางได้เปิดเผยความลับนี้ออกมาเพื่อแสดงถึงความจริงใจ
ร่างเหมันต์จันทรางั้นหรือ
นี่มันร่างที่เป็กระถางบ่มเพาะชั้นยอดมิใช่หรือ
ในความทรงจำของกู้ฉางเกอย่อมมีบันทึกเกี่ยวกับร่างลักษณะนี้
เพียงแค่คาดไม่ถึงว่าซูชิงเกอจะเป็ฝ่ายบอกกล่าวเื่นี้ออกมาเอง
จึงทำให้เขารู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
แต่ไม่นานนัก กู้ฉางเกอก็พอจะเข้าใจความหมายที่นาง้าจะสื่อ
นี่ถือเป็จุดอ่อนของซูชิงเกอ การที่นางยอมเปิดเผยจุดอ่อนนี้แก่เขา ก็นับว่าเป็การแสดงความจริงใจต่อคำขอโทษเมื่อครู่
นี่มิใช่ก้าวแรกแห่งการยอมสยบของนางหรอกหรือ
“ติ๊ง! ซูชิงเกอเริ่มเผยใจยอมศิโรราบ เย่เฉินสูญเสียค่าวาสนา 40 แต้ม ท่านได้รับค่าชะตา์เพิ่มขึ้น 200 แต้ม”
ในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
แม้แต่กู้ฉางเกอเองก็คาดไม่ถึง
ว่าการทำให้ซูชิงเกอแสดงท่าทีอ่อนน้อมยอมศิโรราบเช่นนี้จะสำเร็จได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเป็เช่นนี้ ค่าวาสนาของเย่เฉินก็คงลดลงจนเหลือเพียง 300 กว่าแต้มแล้ว