มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 101 สองสะคราญยอมแพ้

            นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ และหยางเสี่ยวเอ๋อร์ เมื่อออกมายังด้านนอกก็แปลกใจที่เห็นผู้คนมากมายกำลังมองมาที่พวกตน และได้ยินเสียงหลายคนพากันจ้องมองไปที่จอแสดงผล จึงพอจะคะเนได้ว่าผู้คนเหล่านี้คงทราบว่ามีคนเข้าทดสอบหอนิรทุกข์พยายมจึงต่างพากันมาชม แต่ไม่นึกว่าจะมากมายปานนี้ และมองตามผู้คนไปยังจอแสดงผลของหอชั้นที่สองถึงกับมีจุดสีเหลืองถึงเจ็ดจุด นงคราญสุรางค์สวรรค์นั้นทราบว่าจุดสีเหลืองนั้นคือผู้เข้าทดสอบ จึงอธิบายแก่หยางเสี่ยวเอ๋อร์

     

            "พี่เสี่ยวเอ๋อร์ จุดสีเหลืองนั่นคือผู้เข้าทดสอบหอนิรทุกข์พยายม แต่มิทราบเป็นผู้ใดบ้างข้าจะลองไปถามผู้คนแถวนี้ดูว่าเป็นผู้ใดบ้างในเจ็ดคนนี้ที่มาทดสอบหอนิรทุกข์ มิทราบจะมีเขาผู้นั้นด้วยรึไม่"

     

            สตรีทั้งสองนี้ ทั้งนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ และหยางเสี่ยวเอ๋อร์ ต่างได้ทำความรู้จักกันจนสนิทสนมแล้วตอนที่เข้าไปทดสอบหอนิรทุกข์พยายมด้วยกัน นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ นั้นอายุอ่อนกว่าหยางเสี่ยวเอ๋อร์สามเดือน จึงเรียกหยางเสี่ยวเอ๋อร์ว่าพี่  สตรีทั้งสองนี้เมื่อเข้าไปทดสอบหอนิรทุกข์พยายมต่างร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันจึงสามารถทดสอบผ่านหอแต่ละชั้นไปอย่างรวดเร็วจนถึงหอชั้นที่หก

     

            แต่ทั้งสองเพียงทดสอบเพียงรอบนอกเท่านั้นมิได้บ้าบิ่นเช่นกังหลงถึงกับไปตอแยสัตว์อสูรระดับสามในชั้นที่หนึ่ง และบุกตะลุยวึ่งหน้ามิได้ซุกซ่อนและอำพรางตนเช่นสตรีทั้งสอง ทั้งนงคราญสุรางค์สวรรค์ เหมี่ยวเซี๊ยะ และหยางเสี่ยวเอ๋อร์ช่วยกันกำจัดสัตว์อสูรระดับหนึ่งในหอชั้นที่หนึ่ง เมื่อผ่านไปหอชั้นที่สองทั้งสองก็อำพรางร่องรอยและพลังปราณช่วยกันต้านพลังกดดันและปราณความร้อน จนสามารถก้าวผ่านไปสู่หอแต่ละชั้นได้

     

            ทั้งสองก็ได้พบเจอหยางเช็งซีในหอชั้นที่สาม ที่กำลังฝืนทนพลังกดดันและปราณความร้อน แต่หยางเช็งซีเหลือพลังปราณอันน้อยนิดถึงทั้งสองจะช่วยแต่ก็มิอาจนำพาไปสู่หอชั้นที่สี่ได้ หยางเสี่ยวเอ๋อร์จึงบอกให้หยางเช็งซีออกไป ทดสอบได้ถึงเพียงนี้ก็เก่งกล้ามากแล้วหากฝืนต่อไปอาจได้รับอันตรายที่มิอาจคาดฝัน ส่วนทั้งสองได้ร่วมมือกัน ซุกซ่อนพลังอำพรางตนจากสัตว์อสูรระดับต่าง ๆ และต้านทานแรงกดดันต่าง ๆ จนสามารถขึ้นไปถึงหอชั้นที่หก ซึ่งมีพลังกดดันถึงหกเท่าของชั้นที่หนึ่ง พบเจอกับปราณความร้อนที่รุนแรงของทะเลศิลาหนืดจนมิอาจทนทานได้ทั้งสองจึงขอยอมแพ้ออกไปด้านนอกหอในทันที นงคราญสุรางค์สวรรค์ เหมี่ยวเซี๊ยะจึงกล่าวถามขึ้น

     

            "ท่านทั้งหลาย เจ็ดคนนั้นมิทราบเป็นผู้กล้าจากที่ใดบ้างที่เข้าทดสอบหอนิรทุกข์พยายม "

     

            เมื่อได้ยิ้นเสียงอันไพเราะเปี่ยมด้วยพลังอำนาจอันสูงส่ง ผู้คนต่างหันมามองอย่างเซื่องซึม และกล่าวตอบเหมือนคนละเมอ

     

            "ก่อนหน้านี้เป็นเพียงคนคนเดียว คือบุรุษหนุ่มที่ชื่อกังหลงฉายาเทพบุตรอัสนี แต่มีทราบเหตุใดตอนนี้กลับมืผู้คนเพิ่มขึ้นมาอีกหกคนกลายเป็นเจ็ดคน"

     

            "ตอนที่เทพบุตรอัสนี้เข้าไปทดสอบยังใจกลางของหอชั้นที่หนึ่งครานั้นก็มีคนเพิ่มมาสามคนเช่นกันกลายเป็นสี่คนแล้วหายไปหรือคนเหล่านั้นจะเป็นผู้ช่วยของเทพบุตรอัสนี แต่คราวนี้กลับเพิ่มขึ้นเป็นเจ็ดคน ข้าก็มิทราบว่าอีกหกคนนั้นได้เข้าไปตอนไหน"

     

            "โอ๊ะ ..เขาเข้าไปทดสอบยังใจกลางของหอชั้นที่หนึ่ง  ที่นั่นต่างเต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับสองที่เทียบเท่าผุู้ฝึกยุทธระดับปราณราชันย์ระดับสี่ขึ้นไปมากมายจนมิอาจประมาณได้"

     

            เมื่อได้ยินว่าเป็นสัตว์อสูรระดับสองที่เทียบเท่าผุู้ฝึกยุทธระดับปราณราชันย์ระดับสี่ขึ้นไปทั้งสิ้น ผู้คนที่ได้ยินต่างแตกตื่นจนหวาดหวั่น นั่นมันสัตว์อสูรระดับสองที่เทียบเท่าผุู้ฝึกยุทธระดับปราณราชันย์ระดับสี่ขึ้นไปเชียวนะ

     

            "โอสวรรค์..มิน่าเขาถึงได้หนีอย่างรวดเร็ว  แต่เขากลับเข่นฆ่าสัตว์อสูรในช่วงกลางถึงสี่ร้อยแปดสิบตัว หรือทั้งสี่ร้อยแปดสิบตัวที่เขากำจัดต่างเป็นสัตว์อสูรระดับสองที่เทียบเท่าผุู้ฝึกยุทธระดับปราณราชันย์ระดับสี่ขึ้นไปทั้งสิ้น...ไม่น่าจะเป็นไปได้.."

     

            "หรือแม่นางตรวจสอบระดับของสัตว์อสูรเหล่านั้นผิดพลาดไป  !!"

     

              ทั้งนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ และหยางเสี่ยวเอ๋อร์ต่างก็ตระหนกต่อสิ่งที่ทราบ เพราะทั้งสองนั้นตอนทดสอบหอชั้นที่หนึ่งต่างร่วมมือกันกำจัดสัตว์อสูรเพียงรอบนอกและและอาศัยการหลบหลีกอำพรางพลังปราณเนื่องจากมิต้องการไปพบเจอสัตว์อสูรระดับสูง และช่วยกันต้านทานฝ่าพลังกดดันและปราณความร้อนจวบจนไปถึงหอชั้นที่หก


            แต่พอมาถึงหอนิรทุกข์ชั้นที่หกก็สุดที่ทั้งสองจะทนทานกับพลังกดดันและปราณความร้อนที่มีระดับสูงถึงหกเท่าของหอชั้นที่หนึ่ง และยังมาพบเจอกับทะเลลาวาที่มีปราณความร้อนที่รุนแรงจนมิอาจทนทานได้ ทั้งสองก้าวเดินไปได้ไกลเพียงสิบก้าวก็ทำให้พลังปราณแทบหมดสิ้น จึงต้องยอมแพ้และขอออกจากการทดสอบในหอนิรทุกข์พยายมชั้นนี้


            แต่กังหลงนั้นกลับเผชิญหน้าและบุกฝ่าตะลุยเข้าไปเข่นฆ่าสัตว์อสูรถึงใจกลางของหอชั้นที่หนึ่งซึ่งพวกตนได้ส่งปราณสำรวจแล้วกลับพบเจอสัตว์อสูรระดับสูงมากมาย ที่มีพลังปราณเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธระดับปราณราชันย์ระดับสี่ขึ้นไปทั้งสิ้น 

     

            "เขาทำได้อย่างไรเพียงลำพังคนเดียว ? แล้วจุดสีเหลืองที่เพิ่มมานั้นเป็นผู้ใดกัน ? พี่เสี่ยวเอ๋อร์คิดว่าแปลกรึไม่ !!"

     

            นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะกล่าวกับหยางเสี่ยวเอ๋อร์

     

            "น้องเหมี่ยวเซี๊ยะ คงลืมไปแล้วกระมัง คราก่อนคนผู้นี้ได้ปกปิดระดับพลังปราณ เขาแสดงให้เห็นแค่ระดับระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุด และค่ำคืนก่อนหน้าที่จะเข้าทดสอบหอนิรทุกข์พยายม เขาได้สังหารผู้ฝึกยุทธระดับปราณราขั้นระดับแปดขั้นสุด และแสดงปราณยุทธระดับปราณราชันย์ออกมา"

     

            "อืมใช่..คงมีเรื่องอื่นอีกมายมายที่เรามิอาจคาดคิดได้สำหรับเขา ...งั้นเรามารอดูละกันว่าเขาจะฝ่าหอนิรทุกข์พยายมไปได้ถึงระดับใด"

     

            ฝ่ายกังหลงหลังจากพิจารณาดูแล้วว่าหอนิรทุกข์พยายมคงเป็นยอดคนสมัยก่อนสร้างมา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ทดสอบและฝึกปรือด้านต่าง ๆ หลังจากที่เข่นฆ่าเหล่าสัตว์อสูรไปมากมาย เก็บผลึกแก่นอสูรได้มหาศาล แต่มิมีทีท่าว่าสัตว์อสูรในชั้นที่สองจะหมดไป เหมือนสัตว์อสูรยิ่งตายยิ่งเกิดใหม่มาทดแทนมิรู้จบ กังหลงจึงใช้โอกาสนี้ฝึกปรือวิชาท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอย ลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติ ท่าจักระธาตุสายฟ้า อัสนีคำรณ และท่าจักระธาตุอัคคี อัคคีโลกันต์ ให้มีความชำนาญยิ่งขึ้นไป

     

            บัดนี้ท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยสามารถสร้างร่างเงาได้ถึงหกร่าง แม้จะสามารถคงอยู่ ต่อสู้และเคลื่อนไหวไปมาดุจร่างจริงได้นานเพียงสิบสองลมหายใจหรือประมาณห้านาที  สำหรับสิบสองลมหายใจนี้อาจมองดูว่าไม่นานนัก แต่หากแม้นรวมร่างจริงเข้าด้วยแล้ว มีคนเจ็ดคนที่มีระดับปราณเท่ากันเข้าจู่โจมพร้อมกัน อย่าว่าสิบสองลมหายใจเลย เพียงแค่หนึ่งลมหายใจก็ยากที่จะต้านทานรับได้แล้ว กังหลงหวนคิดว่าท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยของตนตอนนี้ แม้ตนสามารถฝึกปรือสำเร็จในระดับกลาง แต่ด้วยความสำเร็จเพียงนี้ด้วยความความคล่องแคล่วว่องไวและความลี้ลับพิศดารของท่าร่าง ขณะเคลื่อนไหวจนเหล่าสัตว์อสูรมิอาจแตะต้องสัมผัสตนได้ หากตนฝึกปรือจนสำเร็จระดับสูงมิทราบจะเลิศล้ำเพียงใด

     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258