ลลิตาเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาครั้งนี้เธอพบว่าตัวเองถูกพามาสถานที่แห่งใหม่หญิงสาวถูกเชือกพันธนาการไว้กับเก้าอี้อย่างแ่าอยู่ท่ามกลางสถานที่เหมือนโกดังขนาดใหญ่ มีเพียงแสงไฟดวงเล็กๆดวงเดียวให้ความสว่าง ไม่มีแสงภายนอกใดๆ เล็ดลอดผ่านเข้ามา เป็ไปได้ว่าตอนนี้อาจจะเป็่กลางคืน
ในโกดังยังมีชายฉกรรจ์ประมาณสี่คนยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกลพวกนั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวหรือแตกตื่นแต่อย่างใดเพราะตอนนี้หญิงสาวหมดเรี่ยวแรงทั้งร่างกายและจิตใจแม้กระทั่งเรี่ยวแรงที่จะคิดหาทางเอาตัวรอด
หลังจากเริ่มจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ภาพความทรงจำต่างๆ ทำให้หัวใจของเธอถูกบดละเอียดจากคนที่เธอรักและไว้ใจที่สุดรู้สึกหนาวเหน็บเหลือเกิน ชีวิตของเธอมาถึงจุดที่ไม่มีอะไรเหลือแล้วจริงๆอนาคตของเธอได้มาถึงทางตัน ...คงถึงเวลาแล้วสินะ การตัดสินใจพยายามปลดโซ่ตรวนชีวิตครั้งนี้ของเธอ...ได้นำพาสู่จุดจบและความล้มเหลวไม่เป็ท่าดวงตาอิดโรยจ้องมองไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยไร้จุดหมายจิตใจของเธอกำลังด้านชาจนไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปรู้สึกเหมือนว่าจิติญญาของเธอกำลังเริ่มสลายหายไปอย่างช้าๆ
เสียงฝีเท้าหนักพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอค่อยๆ เยื้องย่างเข้ามาหา ดวงตาที่กำลังเหม่อลอยหันไปมองต้นเสียงตรงหน้าเ้าของร่างอวบอ้วนคุ้นเคย พร้อมกับรอยยิ้มน่าสะอิดสะเอียนไม่ต่างกันกับเมื่อสามปีก่อน...เขาคือคนที่ผูกโซ่ตรวนนั้นให้เธอ
“นังตัวแสบ!ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ หึๆ” ชายพุงพลุ้ยเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวมือหนาอวบจับคางเรียวให้เงยขึ้นไม่เบามือนัก แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆจากเธอ มีเพียงแววตาอันว่างเปล่าชายคนนั้นเป็ต้องคิ้วขมวดมุ่นกับท่าทีจากร่างบางที่ไม่เป็ไปตามคาด หึ!แบบนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน อยากรู้จริงๆ ว่าจะทนได้ถึงไหน
“ฉันทำลายหลักฐานทิ้งทั้งหมดแล้วเหลือแต่แก! อยากสั่งเสียอะไรก่อนตายไหม หืม?” ริมฝีปากหนายิ้มเหยียดสาแก่ใจดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองเหยื่อตรงหน้า
“หยุดพูดมาก...ฆ่าฉันซะ”แม้น้ำเสียงของหญิงสาวจะแ่เบาแหบแห้ง แต่กลับหนักแน่นในความหมายเธอพร้อมจบชีวิตแล้ว
“ฮ่าๆ ถูกใจจริงๆ!คิดไปคิดมา ฉันว่า ขอสนุกกับแกก่อนฆ่าดีกว่า เรามาสานต่อวันนั้นให้จบเถอะ”ใบหน้ากลมเหยียดยิ้มจนเหนียงปรากฏชัดเจน พร้อมกับเลียริมฝีปากราวกับคนโรคจิตมืออ้วนป้อมเอื้อมขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อของเธอออกจนเกือบหมดเผยให้เห็นเนินอกอวบเบียดเสียดที่ไร้บราห่อหุ้ม พร้อมกับยอดบัวงามสีสดทั้งสองรอยจ้ำสีกุหลาบปรากฎชัดทั่วร่าง ภาพตรงหน้าทำให้ชายโรคจิตดวงตาลุกวาวอย่างตื่นเต้น
“ว้าว ของยังดีเหมือนเดิม”พูดจบใบหน้าอวบก้มลงไล้เลียอกเต่งตึงทั้งสองอย่างมูมมามทันทีความหวาดกลัวที่ปะปนกับความรู้สึกขยะแขยงกลับมาโจมตีลลิตาอีกครั้ง
ภาพเมื่อสามปีก่อนฉายชัดขึ้นมาในหัวอีกแล้วหญิงสาวกัดฟันกรอด สองมือกำหมัดแน่นพยายามดิ้นหนีแต่พันธนาการกลับแ่าเหลือเกิน เธอหมดสิ้นหนทางสู้แล้วจริงๆชีวิตของเธอต้องจบลงแบบนี้ใช่ไหม?น้ำตาแห่งความอัปยศอดสูไหลรินออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้น
“เป็บุญตาจริงๆพึ่งเคยเห็นแกร้องไห้ หมดฤทธิ์แล้วสินะ ยัยหมาขี้แพ้! ฮ่าๆ”การได้ทำลายศักดิ์ศรีเหยื่อที่ไร้ทางสู้ตรงหน้า ทำให้เขารู้สึกฮึกเหิมยิ่งนัก
ใบหน้าอวบเลื่อนขึ้นมาซุกไซ้ซอกคอเรียวโดยที่มือทั้งสองเลื่อนลงไปถอดป้อมปราการท่อนล่างของหญิงสาวออกจนตอนนี้เธอแทบจะเปลือยเปล่า รอยยิ้มเ้าเล่ห์จ้องมองเนินนางไม่วางตานิ้วอวบไปัักลีบดอกไม้อย่างรุนแรง ไร้ซึ่งความทะนุถนอมใดๆแล้วก็ได้พบว่ามีร่องรอยน้ำเชื้อแห่งความกำหนัดจากคนก่อนหน้านี้ยังหลงเหลืออยู่
“โอ้วนี่เหรอที่ตาแก่บัญชาบอกว่าแกพึ่งแสดงหนังสดไป แกนี่มันร่านได้ใจจริงๆแบบนี้สิยิ่งชอบ!” รัฐมนตรีแสยะยิ้มพร้อมกับมองน้ำสีขาวขุ่นไหลยืดออกมาไม่ขาดสาย
“ฉันขอร้องล่ะ...ฆ่าฉันเถอะ”เสียงพูดอันแ่เบา ดวงหน้างามยังคงเปียกชื้นไปด้วยน้ำตา หมดเรี่ยวแรงที่จะขัดขืน เธอยอมตายไปเลยยังดีกว่าการมีชีวิตอยู่เพื่อมาเผชิญกับความอัปยศแบบนี้
“ก็บอกแล้วไง ขอสักยกก่อนฉันสนองตามที่ขอแน่ เื่นี้ไม่ต้องห่วง” หลังจากย่ำยีกลีบดอกไม้จนพึงพอใจร่างอวบยืนขึ้นเต็มความสูง พร้อมกับปลดซิบกางเกงลง ท่อนเอ็นลำเล็กปรากฏขึ้นตรงหน้ายังไม่แข็งตัวเต็มที่ มืออวบกอบกุมอวัยวะนั้นของตัวเองพร้อมลูบขึ้นลงช่วยให้ตื่นตัวยิ่งขึ้น
ก่อนจะเกิดอะไรขึ้นไปมากกว่านี้พลันมีเสียงของประตูถูกพังเข้ามาอย่างรุนแรงตามมาด้วยกลุ่มตำรวจหลายสิบนายพร้อมชุดกันะุและอาวุธปืนครบมือทุกคนเข้ามาล้อมอย่างรวดเร็ว
“พวกคุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว!ถ้าไม่อยากรับโทษหนัก วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้!” หลังจบคำพูดของตำรวจลูกน้องของรัฐมนตรีนิ่งเงียบไปสักพักพลางมองหน้ากัน สถานการณ์ตรงหน้ารับมือได้ยากอีกทั้งพวกมันถูกฝึกให้มาเพื่อข่มขู่ แต่ไม่ได้ฝึกให้เสียสละชีวิตเพื่อนายด้วยความกลัวตายลูกน้องจึงวางอาวุธลงอย่างจำนน
รัฐมนตรีเห็นเหตุการณ์ดังนั้นใบหน้าที่เคยฉายแววเ้าเล่ห์กลับกลายเป็ตื่นกลัว ดวงตาสั่นไหวมองซ้ายขวาพยายามหาทางเอาตัวรอด
“พะพวกแกมีสิทธิ์อะไรมาจับกุมฉัน! นะ ไหนล่ะหลักฐาน!”
“พวกเรามีหลักฐานแ่าพอครับเรียนเชิญท่านไปให้ปากคำแต่โดยดีด้วยครับ”คำตอบของตำรวจทำให้ร่างท้วมหันกลับไปมองเหยื่อสาวด้วยดวงตาอาฆาตมาดร้าย
“อีชั่ว! เพราะมึงใช่ไหม!”สถานการณ์ได้บีบบังคับจนเขาได้ขาดสติไปเสียแล้ว ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างโกรธแค้นมืออวบกำหมัดแน่น ไม่ยอมจบง่ายๆ แบบนี้หรอก!
“เหอะ!...ไหนๆก็จะถูกจับแล้ว กูขอฆ่ามึงให้มันจบไปซะ!”มืออวบหยิบปืนพกจากกระเป๋ากางเกงแล้วเล็งปลายกระบอกปืนจ่อไปยังศีรษะของหญิงสาว
ภาพตรงหน้าไม่ได้ทำให้ลลิตาหวาดกลัวแม้แต่น้อยแต่กลับให้ความรู้สึกสงบอย่างแปลกประหลาด เธอหลับตาลงรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในห้องที่ว่างเปล่าคนเดียวรับรู้ถึงจิตใจที่นิ่งเงียบและเบาหวิว
นึกถึงภาพชีวิตที่ผ่านมาไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์เธอยังเข้มแข็งต่อสู้ชะตาชีวิตจนผ่านมันมาได้รู้สึกขอบคุณและภาคภูมิใจตัวเองเหลือเกิน แต่เพราะอะไรกัน?ทั้งที่เขาทำร้ายเธอขนาดนั้น ทำไมภาพความทรงจำ่ที่มีความสุขทุกครั้งนั้นจะมีเจซอยู่ข้างกายเสมอ
เจซ...คนที่คอยให้กำลังใจสร้างเสียงหัวเราะที่สำคัญคือเป็คนผลักดันให้เธอกล้าที่จะแก้ไขและเผชิญหน้ากับปมในอดีตในขณะเดียวกันก็ยังพร้อมที่กางแขนปกป้อง มอบความอบอุ่นที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนในห้วงตลอดชีวิตที่ผ่านมา แม้จะรู้จักกันได้ไม่นาน เขากลับทำให้เธอกล้าที่ก้าวออกมาจากโลกใบเล็กๆอันหม่นหมองใบเดิมนี้ได้
ลลิตาไม่รู้หรอกว่าเขาทำร้ายเธอแบบนั้นไปเพราะอะไรแม้ว่าต่อจากนี้จะไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้วอยากให้เขาได้รับรู้เหลือเกินว่า...เธอรักและให้อภัยเขาเสมอดวงหน้างามเปื้อนไปด้วยน้ำตา ยิ้มออกมาแ่เบา...
ก่อนที่มืออวบจะได้เหนี่ยวไกปืนกลับมีลมพัดผ่านใบหน้าอ้วนกลมนั้นอย่างรวดเร็ว รัฐมนตรีมึนงงไปชั่วขณะรู้สึกตัวอีกทีคือ มืออวบถูกเท้าปริศนาเตะจนปืนกระเด็นหลุดมือไปเสียแล้ว!และการเคลื่อนไหวอันคล่องแคล่วรวดเร็วโดยที่ศัตรูยังไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ตอนนี้ร่างอวบถูกกดลงกับพื้น มือถูกจับไพล่หลังตามมาด้วยเสียงกระซิบข้างหูเป็ภาษาอังกฤษ น้ำเสียงอันแ่เบาเรียบนิ่งแต่กลับพาให้รู้สึกถึงความหนาวเหน็บน่าขนลุก
“อย่าแตะต้องเมียกูอีก...ไอ้สวะ!”เจซยิ้มเย็นะเื ดวงตาสีฟ้าปรากฎประกายเพลิงแห่งโทสะมือแกร่งบีบข้อมืออวบแน่นอย่างโกรธแค้นพยายามระงับอารมณ์ไม่ให้ลงมือฆ่าไอ้หมูตอนตรงหน้านี้ก่อนที่จะตัดใจปล่อยมันให้ตำรวจจัดการต่อ
ร่างกำยำลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปหาร่างบางตรงหน้าด้วยฝีเท้าหนักแน่นดวงตาที่เคยมีเปลวเพลิงลุกโชนค่อยๆ อ่อนแสงลง เหตุการณ์ที่ไม่เป็ไปตามคาดทำให้หญิงสาวลืมตาขึ้นมาก็พบกับใบหน้าชายหนุ่มอันแสนคุ้นเคย
ร่างกำยำนั่งลงคุกเข่าตรงหน้าคนรักมือแกร่งค่อยๆ แก้มัดเชือกอย่างเบามือ พร้อมกับติดกระดุมเสื้อสวมอาภรณ์ให้อย่างอ่อนโยน มือหนาเอื้อมขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้อย่างแ่เบาเขาส่งยิ้มอันอบอุ่นให้เธอ
“ทุกอย่างมันจบแล้วที่รักคุณปลอดภัยแล้ว”
“ฮึก! ฮือ! เจซ!”ลลิตาโผกอดร่างกำยำตรงหน้าทันที ไออุ่นจากกายแกร่งทำให้เธอร้องไห้ไม่หยุด เขาจริงๆใช่ไหม? นี่เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? มือแกร่งลูบหลังปลอบประโลมให้อย่างแ่เบาร่างบางยังคงสั่นเทาหวาดกลัว
เหตุการณ์เมื่อครู่นี้เป็อะไรที่หนักหนาเกินจะรับไหวจริงๆสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง แม้ว่าจะเป็คนเข้มแข็งขนาดไหนก็ตามหรือบางทีแม้แต่ผู้ชายอกสามศอกเองก็อาจจะเสียสติได้เช่นกัน
“ผมขอโทษที่ทำให้คุณกลัวที่รัก ผมขอโทษ...” เขาพร่ำบอกขอโทษไม่หยุดเมื่อชายหนุ่มนึกไปถึงภาพจากกล้องวงจรปิดที่เธอถูกไอ้รัฐมนตรีคนนั้นย่ำยีทำให้น้ำตาแห่งลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่รู้สึกใจสลายเมื่อได้เห็นความหวาดกลัวของเธอเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งจากฝีมือของคนอื่นและโดยเฉพาะ...จากตัวของเขาเอง
คำขอโทษและน้ำตาจากชายผู้เป็คนรักยิ่งทำให้ลลิตาร้องไห้หนักขึ้นไปอีก หญิงสาวสวมกอดเขาแน่นยิ่งกว่าเดิม
“เจซ อย่าทิ้งฉันไปนะ”
“ผมสัญญา ที่รัก”