บทที่ 8 ศัตรูหัวใจมาเยือน
เซี่ยอวิ้นหนิงพูดด้วยท่าทางเคร่งขรึม “คนที่ประกาศตัวแต่งงาน ถึงจะสามารถยื่นเื่ขออยู่ที่นี่ต่อได้ ส่วนคนโสด ต้องไปอยู่ห้องเล็กรูหนูในตึกสามชั้นข้างหลังนู่น”
“ถ้าอย่างนั้น ในหอพักของคุณยังมีอะไรที่ต้องย้ายออกมาอีกไหม?”
เซี่ยอวิ้นหนิงเอ่ย “มีหนังสือประมาณหนึ่ง กับของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ”
“งั้นพวกเรากินข้าวเย็นกันก่อนสักหน่อยแล้วค่อยไปขนของเถอะ ถือซะว่าเป็การย่อยไปในตัว”
“ได้สิ”
เมื่อมีอาหารเย็นตกลงท้อง เซี่ยอวิ้นหนิงและลู่จิ่วอันร่วมกันออกเดินทางยามค่ำคืนไปยังหอพักที่ชายหนุ่มเคยอยู่มาก่อนหน้านี้
แต่ก่อนเซี่ยอวิ้นหนิงโสด ห้องที่เขาอยู่จึงเป็ห้องเตียงคู่ในหอพัก
เมื่อพวกเขาทั้งสองมาถึง จางฉือ เพื่อนร่วมห้องของเซี่ยอวิ้นหนิงกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู เขาก็ใลนลานปิดหนังสือเก็บไว้
“เซี่ย… เซี่ยอวิ้นหนิง….” จางฉือมีสีหน้าฉายความใเด่นชัด ริมฝีปากเอ่ยพะงาบ ๆ “ฉันนึกว่าคืนนี้นายจะไม่กลับมานอนเสียอีก”
ดูเหมือนว่าเซี่ยอวิ้นหนิงจะไม่ได้สังเกตเห็นท่าทางตื่นตระหนกของจางฉือ เขาอธิบายว่า “ฉันกลับมาเก็บของ”
จางฉือเดินมองตรงไปยังประตู กวาดสายตามองก่อนเอ่ยถาม “นายมาคนเดียวเหรอ?”
“คนรักของฉันยืนรออยู่หน้าประตู”
จางฉือสงสัยมาก เป็นางฟ้านาง์มาจากไหน ถึงเด็ดดอกฟ้าแบบเซี่ยอวิ้นหนิงมาเชยชมได้?
ลู่จิ่วอันยืนอยู่หน้าประตู รออย่างมีมารยาท พยายามไม่ข้ามเส้นเข้าไป
ตอนเดินมาเซี่ยอวิ้นหนิงพูดให้เธอฟังว่า เขามีเพื่อนร่วมห้องหนึ่งคน ถ้าหากหุนหันบุกเข้าไปแล้วเห็นอะไรที่มันไม่ควรเห็น ก็ไม่ค่อยจะเหมาะสมสักเท่าไหร่
“ให้หล่อนเข้ามาได้ไหม?” เซี่ยอวิ้นหนิงขอความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมห้อง
จางฉือตอบอย่างร่าเริง “ได้อยู่แล้ว”
เซี่ยอวิ้นหนิงหมุนตัวกลับ พูดกับลู่จิ่วอันที่ยืนรออยู่หน้าประตู “จิ่วอัน จางฉือบอกว่าให้คุณเข้ามาได้”
ลู่จิ่วอันเดินเข้ามาอย่างสุภาพยังห้องพักของสามีตนและจางฉือ
ตรงกลางของห้องเหมือนดั่งมีเชือกที่มองไม่เห็นขึงอยู่อย่างไรอย่างนั้น เป็เชือกที่แบ่งกั้นอาณาเขตของแต่ละคนไว้ชัดเจน
ฝั่งของเซี่ยอวิ้นหนิง ของทั้งหมดถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบ เหมือนถูกวัดขนาดไว้ว่าต้องจัดวางที่ไหนอย่างไร
แต่ว่า ฝั่งของจางฉือนั้นเละเทะไม่เป็ท่า เสื้อผ้า ถุงเท้าที่แสนจะสกปรก หนังสือ รองเท้า ถูกวางทิ้งสะเปะสะปะไปหมด
“จิ่วอัน นี่คือเพื่อนร่วมห้องของผม ชื่อจางฉือ”
จางฉือเหมือนไม่รู้ว่าการจัดวางสิ่งของของตนเองมีปัญหาตรงไหน เขาลอบสังเกตลู่จิ่วอัน หน้าตาสะสวยใช้ได้ แต่ดำและผอมไปหน่อย บุคลิกก็ไม่แย่ ปัดเศษดูแล้ว ก็เหมาะสมกับเซี่ยอวิ้นหนิง แต่เหมาะสมแบบฝืน ๆ หน่อยน่ะนะ
“จางฉือ นี่คือภรรยาฉัน ลู่จิ่วอัน”
ลู่จิ่วอันกำลูกอมกระต่ายขาวไว้ในมือสองก้อน ก่อนยื่นให้จางฉือ เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว
“สวัสดีค่ะจางฉือ นี่เป็ลูกอมจากงานแต่งฉันกับเซี่ยอวิ้นหนิงค่ะ”
จางฉือรับลูกอมมาจากมือลู่จิ่วอัน พร้อมแกะเข้าปากกินทันที
“ขอบคุณมาก”
จางฉือทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาเปิดตู้ออกคุ้ยหาบางอย่างอยู่นานสองนาน สุดท้ายจึงหยิบผ้าม้วนหนึ่งออกมาจากตู้ก่อนยื่นให้ลู่จิ่วอัน
“จริงสิ นี่คือของขวัญวันแต่งงานที่ฉันจะให้พวกนาย”
ลู่จิ่วอันมองผ้าแห้งกรอบสีฟ้าลายดอกไม้ขาวในมือจางฉืออย่างใ ก่อนเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “นี่เป็ผ้าที่ครอบครัวคุณส่งมาให้หรือเปล่าคะ? ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกนะ”
“ชายฉกรรจ์แบบฉันเก็บผ้าผืนนี้ไว้ก็ไม่รู้จะเอามาทำอะไร เธอรับไปเถอะ!” จางฉือพูดอย่างรวดเร็ว “ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันก็ต้องทนอยู่กับรูมเมตที่ชอบย้ำคิดย้ำทำต่อ ต้องขอบคุณ คุณมาก ๆ เลยนะที่ทำให้ฉันหลุดพ้นออกมาได้!”
เซี่ยอวิ้นหนิงตากระตุก เขาก็แค่ชินกับการเก็บของให้เป็ระเบียบจนเป็นิสัยแค่นั้นเอง
แต่ดูเหมือนหลายคนจะไม่ชอบ ‘นิสัย’ นี้ของเขาสักเท่าไหร่
ลู่จิ่วอันวาดยิ้มสวย “โอ๊ะ งั้นก็พอดีเลย ต่อไปนี้ฉันก็ไม่ต้องทำงานบ้านแล้ว”
จางฉือนิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เมื่อเข้าใจความหมายที่เธอจะสื่อก็หัวเราะเสียงดังออกมา
เซี่ยอวิ้นหนิงจัดเก็บของตนด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
ของของเขาจะว่าเยอะก็เยอะ จะว่าน้อยก็น้อยเหมือนกัน
ลำพังเซี่ยอวิ้นหนิงกับลู่จิ่วอันสองคนเก็บกันเองไม่หมดหรอก เพื่อที่จะส่งเทพเ้าเซี่ยอวิ้นหนิงกลับบ้านเป็ครั้งสุดท้าย จางฉือจึงยื่นมือเข้ามาช่วยอย่างเต็มใจและรวดเร็ว
คนสามคนเรียงแถวเดินมายังสวนดอกไม้ล่างตึก หญิงสาวสวมชุดเดรสสีขาวรั้งตัวเซี่ยอวิ้นหนิงไว้อย่างไม่อาย
“สหายเซี่ยอวิ้นหนิง ได้ยินมาว่าที่นายกลับไปเยี่ยมญาติครั้งนี้คือไปแต่งงานอย่างนั้นเหรอ?”
ลู่จิ่วอันมองท่าทางไม่สบายใจและอยู่ไม่สุขของหญิงสาว ยังมีอะไรที่ไม่เข้าใจอยู่อีกล่ะนังศัตรูหัวใจ!
“ใช่”
ตอนที่เซี่ยอวิ้นหนิงมองเห็นหญิงสาวคนนี้แล้วนั้น ก็ระงับอารมณ์พร้อมถอยหลังไปหนึ่งก้าว ห่างจากตัวเธอไปไกล
“นี่คือคนรักของผม ลู่จิ่วอัน”
จู่ ๆ ลู่จิ่วอันก็ถูกสามีเอ่ยถึงโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าเธอไม่ได้ถือโทษโกรธอะไร ทั้งยังใจกว้างหยิบลูกอมที่ได้มาจากงานแต่งยื่นให้ศัตรูหัวใจไปหนึ่งก้อน
“สหาย กินเสียสิ นั่นลูกอมจากงานแต่งเราสองคนเอง”
หญิงสาวมองลู่จิ่วอันที่ยืนอยู่ตรงหน้า ท่าทางอ่อนหวานที่เคยมีแปรเปลี่ยนไปในฉับพลัน
น้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจไหลลงอาบแก้ม
“คนอย่างแกมันมีดีตรงไหนกัน?”
ดำก็ดำ! ผอมจนแห้ง! มือก็มีตุ่มพองอีก!
ได้ยินมาว่า เรียนประถมก็ไม่จบนี่….
ผู้หญิงแบบนี้น่ะนะ เอาอะไรมาเหมาะกับเซี่ยอวิ้นหนิงกัน?
“อาจเป็เพราะว่าฉันและเซี่ยอวิ้นหนิงมีวาสนาต่อกันล่ะมั้งคะ”
กิริยาท่าทางที่มีต่อศัตรูหัวใจ ลู่จิ่วอันจะไม่อ่อนข้อให้เด็ดขาด
ลูกชายเธอยังไม่เกิดมาเลยนี่นา!
ประโยชน์จากเซี่ยอวิ้นหนิงยังมีมากนัก!
หลังจากที่เธอคลอดลูกชายแล้ว หากเซี่ยอวิ้นหนิงจะแกล้งตายเพื่อการค้นคว้าวิจัยบ้า ๆ บอ ๆ หรือจะหนีไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น เธอก็จะไม่สนใจไยดีอะไรทั้งนั้น
เื่พวกนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับลู่จิ่วอันเลยสักกะแดงเดียว
แต่ตอนนี้ ถ้าเซี่ยอวิ้นหนิงกล้าที่จะอ้อร้อผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าเธอ ก็ลองดูสิ!
“แก…”
หญิงสาวกระทืบเท้าด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ วิ่งเร็วหนีหายไปดั่งบินเสียแล้ว…
หายไปในยามค่ำคืน กระโปรงพลิ้วไสว ผมสยายปลิวไปดั่งกำลังเต้นระบำ
ลู่จิ่วอันรู้สึกปวดใจแทนเซี่ยอวิ้นหนิงแปลก ๆ ถ้าหากเธอไม่ได้ตามมาด้วย สามีผู้ซื่อบื้อของเธอก็คงไม่รู้ว่าจะจัดการกับคนพวกนั้นยังไงดี แถมยังมีข่าวซุบซิบมากมายที่เขาจะได้ยินอีก
นี่มันไม่ถูกต้อง!
ลู่จิ่วอันคิดในใจ หล่อนจะไปปวดใจแทนเซี่ยอวิ้นหนิงทำไมกัน?
ถ้าเขาไม่ได้แกล้งตาย เธอกับลูกชายยังจะต้องทนทุกข์มากแค่ไหนกันนะ?
จางฉือกังวลว่าลู่จิ่วอันจะโกรธเซี่ยอวิ้นหนิงเพราะเื่นี้ จึงปลอบประโลมเธอมาตลอดทาง
“ลู่จิ่วอัน ผู้หญิงคนนั้นคือหลานสาวของผู้จัดการฟาร์ม นายเซี่ยกับหล่อนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย มีเพียงหล่อนที่รักเขาข้างเดียวมาตลอด”
ลู่จิ่วอันอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อ “กลัวว่าเซี่ยอวิ้นหนิงจะได้อยู่กับคุณต่อขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“พูดบ้าอะไร ไม่ใช่สักหน่อย!”
จางฉือหดคอ เอาเื่ระดับชาติมาล้อเล่นได้ยังไงกัน!
ถึงมันจะจริงก็เถอะ!
เขาก็จะไม่ยอมรับอยู่ดี!
เมื่อทั้งคู่มาถึงที่พัก หลังจางฉือวางของเสร็จ เขาก็วิ่งปราดเดียวหายตัวไปอีกแล้ว
เซี่ยอวิ้นหนิงและลู่จิ่วอันนำสิ่งของที่ขนมาจากหอพักของเขามาจัดเก็บทีละชิ้นให้เป็ระเบียบ
เมื่อจัดเก็บสิ่งของทั้งหมดเรียบร้อย ทั้งสองจึงได้เวลาล้างหน้าแปรงฟันกลับเข้าห้องนอนไป
ลู่จิ่วอันเปิดผ้าห่มออก สายตาพลันเหลือบไปเห็นดอกหงเหมยสีแดงฉานที่บานสะพรั่ง
เซี่ยอวิ้นหนิงก็มองเห็นร่องรอยที่หญิงสาวทิ้งไว้ั้แ่เมื่อคืนโดยอัตโนมัติ
แต่งงานกันมาได้หนึ่งสัปดาห์ ก่อนหน้านี้ทั้งสองร่วมเตียงหลับนอนกันมา ลู่จิ่วอันก็ปฏิเสธมาตลอด
จากการที่เซี่ยอวิ้นหนิงถูกอบรมสั่งสอนมา หล่อหลอมให้เขาเป็คนที่ไม่เอารัดเอาเปรียบฝ่ายหญิง
ถ้าหากไม่ใช่เพราะเขามีเื่ต้องกลับศูนย์อนุรักษ์ป่าไม้คืนก่อน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็คงไม่ได้พัฒนามาถึงขั้นนี้
ความเป็จริงแล้วนั้น ชาติก่อนลู่จิ่วอันก็เคยมีอะไรกับเซี่ยอวิ้นหนิงไปแล้วหนึ่งครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเสกลูกชายเข้าท้องเธอด้วยการทำเพียงครั้งเดียวได้อย่างไร?
แต่ว่า… ลู่จิ่วอันรู้สึกตัวได้ก่อนจะลูบหน้าท้องแบนราบของตน ถ้าหากอิงจากการดำเนินชีวิตตามชาติก่อนทุกขั้นตอนแล้วนั้น ตอนนี้หล่อนต้องท้องลูกของเซี่ยอวิ้นหนิงแล้ว
ไม่ใช่สิ ถ้าหากเป็เพราะตัวฉันเองที่กลับชาติมาเกิด ปีกผีเสื้อคงกระพือพัดลูกหนีไปจากเธอแล้วใช่ไหม?
หรือว่า… จะหว่านเมล็ดต่ออีกสักหน่อยเพื่อกันพลาดดี