
(7 วันต่อมา)
.....จากหุบเขาฮั่วซานลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราวๆ 300 - 400 ลี้ (150 - 200 กม.)ก็จะเป็แถบเหอหนาน ที่นี่จะเจอหมู่บ้านเล็กๆ นาข้าว แม่น้ำสายย่อย และโรงเตี๊ยมริมทางเป็พักๆ แต่เนื่องจากทางเดินมีเส้นเดียว กว่าจะมาถึงที่นี่ เลี่ยหยางและเยว่หลิงก็เจอกลุ่มโจรถึง 3 ครั้ง
"เห่อ! ถึงสักที!!" เดินไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แต่ข้าเบื่อพวกโจร ทำไมเยอะยังงี้เนอะหลิงหลิง"
"บ้านเมืองเสื่อมถอย กังฉินครองเมือง ผู้คนยากจน"
"อย่างน้อยก็โชคดีว่าตลอดทางที่มาอากาศเย็นสบายและไม่มีฝน..." เลี่ยหยางบ่นเหมือนคนแก่
เยว่หลิงยังทำหน้าตาเ็าเช่นเดิม เข้าเดินอยู่ข้างๆเลี่ยหยางมาตลอด แต่เมื่อมาถึงเหอหนาน เขาชื่นชมธรรมชาติชนบทที่นี่
เลี่ยหยางเห็นเยว่หลินมองเขาเลยมองด้วย โดยเขามองไปที่ริมน้ำฝั่งหมู่บ้าน เห็นสะพานไม้เก่าเชื่อมสองฝั่งเข้าหากัน เด็กๆ วิ่งเล่นหัวเราะ พลางใช้ไม้ไผ่สั้นๆ แหย่ลงในน้ำ หญิงชาวบ้านหาบตะกร้าออกมาตักน้ำหรือล้างผัก ขณะที่ชายหนุ่มบางคนกำลังหาบฟืนกลับบ้านหลังนา
มองทอดไกลออกไปอีกหน่อยพวกเขาเห็นโรงเตี๊ยมเล็กๆ ตั้งอยู่ใต้ต้นหลิวต้นใหญ่น่าจะอายุเกิน 100 ปี
เยว่หลิงและเลี่ยหยางจึงเดินตรงมาที่โรงเตี๊ยม ด้านหน้ามีป้ายไม้เก่าๆห้อยเอียงเล็กน้อยเขียนตัวอักษรด้วยพู่กัน “เค๋อไหลจวี" ที่แปลว่าที่พักของผู้มาเยือน ประตูไม้ที่ขึ้นคราบเก่าเล็กน้อยเมื่อถูกเลื่อนเปิดออกก็มีเสียงเอี๊ยดเบาๆ พอประตูเปิดก็มีกลิ่นสุราเก่าและกลิ่นบะหมี่น้ำซุปกระดูกหมูโชยเต็มร้าน มีพ่อค้าเร่ นักเดินทาง และชาวบ้านแวะเวียนเข้ามา บ้างดื่มสุราพูดคุยเสียงดัง บ้างนั่งสงบจิบชาเงียบๆ
พนักงานหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ รีบก้าวออกมาต้อนรับ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มจริงใจ แม้เสื้อผ้าที่สวมจะไม่ใหม่ แต่สะอาดสะอ้านและเป็ระเบียบ เขาก้มโค้งคารวะเล็กน้อยแล้วเอ่ยด้วยเสียงสุภาพ
“คุณชายทั้งสองเดินทางเหน็ดเหนื่อย เชิญด้านในขอรับ โรงเตี๊ยมของพวกเรามีทั้งชาร้อน สุราดี และบะหมี่น้ำซุปที่เพิ่งเคี่ยวสดๆ วันนี้”
พนักงานพาเข้าไปที่โต๊ะตัวหนึ่ง พอเลี่ยหยางและเยว่หลิงนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ แววตาพนักงานจับจ้องทั้งคู่ด้วยความนอบน้อม แต่ก็แฝงความอยากรู้อยู่ลึกๆ เพราะชุดขาวสะอาดของเยว่หลิงและกระบี่ที่ทั้งสองพกมาด้วยนั้นบ่งบอกได้ชัดว่าไม่ใช่เพียงนักเดินทางธรรมดา เมื่อสั่งอาหารเสร็จแล้วก่อนเดินจากไปพนักงานก็อดที่จะถามไม่ได้
"เอ่อ....คุณชายทั้งสองคงเป็ผู้มีวิทยายุทธ ถือว่าพวกท่านโชคดีแล้ว เดี๋ยวนี้โจรชุกชุมมาก"
"แล้วทางการไม่ส่งเ้าหน้าที่มาปราบโจรบ้างเลยเหรอ?" เลี่ยหยางถาม
หนักงานร้านมองซ้ายขวาแล้วเข้ามากระซิบเบาๆด้วยความระวัง
"ถ้าไม่มีเงินให้ มือปราบก็ไม่มานะนายท่าน..."
"พวกมือปราบที่นี่ วันๆคุ้มกันแต่นายอำเภอและพวกเศรษฐีเท่านั้น ชาวบ้านอย่างเราไม่มาเหลียวแลเลย.."
คนอายุยืน พอพูดถึงก็มาเลย คณะมือปราบเปิดประตูดังปัง ทุกคนในร้านก้มหน้าก้มตาไม่อยากมีเื่
"เถ้าแก่ บะหมี่กับสุรา 5 ที่!"
เถ้าแก่รีบพยักหน้าเขาะโสั่งพ่อครัว แล้วรีบเดินแบบนอบน้อมมาหากลุ่มมือปราบ ในมือมีถุงเงินถือมาด้วย มือปราบรับถุงเงินนั่นแล้วเทออกมานับ
"นี่ไม่ครบตามจำนวนของเดือนนี้นี่!" มือปราบพูดเสียงดัง
เถ้าแก่เหงื่อตก "อ...เอ่อ.....่นี้แขกน้อย เพราะมีพวกโจมซุ่มในป่า ลูกค้าหลายคนเลยเลือกเดินทางอ้อมไปที่อื่นขอรับ"
ตูม โต๊ะถูกพลิกค่ำทันที มือปราบทั้งหมดลุกขึ้นยืน และไม่ต้องพูดมาก 10 บาทารุมกระทืบเถ้าแก่ ทุกคนในร้านก้มหน้าอย่างหวาดกลัว ไม่มีใครช่วยเหลือเลย ตอนแรกเลี่ยหยางจะลุกไปช่วยแต่เยว่หลิงมองตาเหมือนสั่งให้อยู่นิ่ง เขาเลยนั่งนิ่ง
แล้วลูกชายและลูกสาวเถ้าแก่ก็ววิ่งออกมาเข้ากอดพ่อของเธอ ๆ เป็สาวแรกรุ่นหน้าตาน่ารักพอใช้ได้ตามหญิงชาวบ้านทั่วไป
"นายท่านได้โปรด อย่าทำพ่อข้า!"
หัวหน้ามือปราบเห็นสาวๆอดใจไม่ได้ "ข้าเป็คนมีเมตตา งั้นเ้าก็ต้องให้ลูกสาวเ้ามาขัดดอกพวกเราคืนนี้ตกลงไหม?"
ลูกสาวฟังแล้วก็ใ เธอหันหน้ามองบิดาด้วยความหวัง แต่แล้วสิ่งที่ะเืใจก็เกิดขึ้น
"ด....ได้...ขอรับ" เถ้าแก่พูด คำพูดนี้ะเืใจผู้เป็ลูกสาวมาก
พอพ่อไฟเขียว พวกมือปราบก็ถลกเสื้อหญิงสาวจนเห็นเนินอก และลากเธอกับพื้นเพื่อจะพาออกไปเสพสม พวกมันหัวเราะเสียงดัง เธอร้องไห้ใบหน้าหมดอาลัยตายอยาก แขกในร้านรู้สึกหดหู่มากๆ
โอ๊ย! จอกชาปาใส่หัวแรงๆจนเืออก แต่ไม่ได้ปาใส่มือปราบ มันปาใส่หัวเถ้าแก่
ผู้ปาก็ไม่ใช่ใคร ไป๋เยว่หลิงนั่นเอง
"เ้าทอดทิ้งลูก"
ลูกชายเถ้าแก่ชี้หน้าเยว่หลิง ะโด่าเสียงดัง "แล้วจะให้ทำยังไงวะ! ที่นี่เขาก็ให้ลูกสาวขัดดอกกันแบบนี้ทั้งนั้น!"
เยว่หลิงลุกขึ้นแววตายังเ็า เขาเดินไปไปหาเถ้าแก่
"นางไม่ใช่ลูกเ้าหรือ?"
เถ้าแก่ก้มหน้าเงียบ น้ำตาไหล ลูกชายจึงก้มลงไปปลอบโยนพ่อ
หัวหน้ามือปราบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขาจึงให้ลูกน้องจับหญิงสาวไว้ ส่วนตัวเขาเดินมาหาเยว่หลิงพร้อมดาบใหญ่ที่เอว ใบหน้าของเขาใกล้เยว่หลิงมาก
"โอ้! หน้าสวยมากนะเนี่ย สวยกว่านังนั่นอีก เ้าจะสนใจเื่คนอื่นทำไม?" มันเอานิ้วกลางแตะคางเยว่หลิง
"ไปกับพวกข้าไหม ข้าชอบอะไรตื่นเต้นแปลกใหม่พอดี ผิวขาวเนียนจนไม่น่าเชื่อ... มาไหม? ข้ามีเงินให้..." มันเริ่มแทะโลมเยว่หลิง แต่เยว่หลิงยังหน้าตาเ็าอยู่เช่นเดิม
โครม! เลี่ยหยางใช้กำปั้นทุบโต๊ะจนหักครึ่ง แววตาเขาโกรธอย่างชัดเจน แต่เยว่หลิงยกมือข้างหนึ่งห้ามเขาไว้
มันเอาลิ้นมาเลียที่หูเยว่หลิง "มาสิข้าจะให้ความอบอุ่นเ้าเอง..." กลิ่นน้ำลายเหม็นสาปมาก
"เ้าคงถูกพ่อแม่ทอดทิ้งเหมือนกันใช่ไหม?"
ฉั่วะ!! ลิ้นขาดตกลงกับพื้น เืสดๆพุ่งเต็มปาก หัวหน้ามือปราบดิ้นพล่าน
"อย่าพูดถึงนาง!" แววตาเยว่หลิงเปลี่ยนไปเป็โกรธ
ที่น่าแปลกคือเยว่หลิงไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝันด้วยซ้ำ เขาทำได้ยังไง?
ลูกน้อง 4 คนชักดาบพุ่งเข้ามาทันที
ตุบ ๆ ๆ ๆ เลี่ยหยางะโถีบทีละคนจนล้มลงกับพื้น
มือปราบเห็นท่าไม่สู้ดี รีบวิ่งหนีไปพวกลูกน้องจึงวิ่งตามไป
ลูกสาวเ้าของร้านนั่งลงกับพื้น เธออับอายที่มีคนมากมายเห็นเรือนร่าง และเสียใจมากที่พ่อเธอขายเธอ
เลี่ยหยางเอาผ้าคลุมแถวนั้นไปคลุมร่างกายหญิงสาว
ส่วนเยว่หลิงเดินไปที่เถ้าแก่ เขาเตะปากเถ้าแก่ แรงเตะนั้นแรงมาก เถ้าแก่กระเด็นไปติดผนังมีเืออกที่มุมปาก
เขาโยนทองก้อนหนึ่งใส่เถ้าแก่
"ค่าที่พักคืนนี้และทุกอย่าง" แล้วเยว่หลิงก็มองมาทางพนักงาน เขาไม่กล้ามีเื่เลยพาขึ้นชั้น 2 ไปห้องพักด้วยความกลัว
ไม่ทันไร ดั่งวิชาราชสีห์คำราม ปราณเสียงที่เปล่งออกมาทำโรงเตี๊ยมสั่นราวแผ่นดินไหว กระดิ่งสั่น โต๊ะสั่น ประตูสั่น เสายังสั่น หลังคา ฯลฯ ต้นเสียงดังนั้นก็มาจากห้องพักชั้นสอง คือไป๋เยว่หลิงนั่นเอง
"เอาบะหมี่ 2 ชาม!"
ทุกคนใสั่นกลัวมาก นี่ไม่ใช่จอมยุทธธรรมดาๆแล้ว เถ้าแก่รีบเก็บเงินให้ลูกชายพยุ่งกลับเข้าด้านหลัง มองพนักงานให้รีบมานำบะหมี่ยกขึ้นไปชั้นสอง ส่วนลูกสาวเถ้าแก่ก็เดินตามบิดาและพี่ชายเข้าหลังร้าน
เลี่ยหยางมองขึ้นไปที่ชั้นสอง "คราวนี้เ้าหลิงหลิงมันโกรธจริงๆ"
เมื่อบะหมี่เสร็จแล้วพนักงานจะยกขึ้นไปแต่เลี่ยหยางมาขอยกขึ้นไปเอง พอเปิดประตู เห็นเยว่หลิงนั่งนิ่งบนโต๊ะ แต่แววตาเขาไม่เ็าเหมือนปกติ ดวงตานั่นมันมีความโกรธความเกลียดความเศร้าปะปนอยู่
เลี่ยหยางวางบะหมี่ลงที่โต๊ะ เขาไม่พูดอะไรแต่เอามือวางไหล่เยว่หลิง ๆ เอียงคอลงซบมือนั้น อารมณ์จึงค่อยๆทุเลาลง
.....พลบค่ำได้ไม่นาน ชาวบ้านมากมายถือคบเพลิงมารวมตัวกับที่โรงเตี๊ยม มีทั้งชายหญิง, เด็กวัยรุ่น และคนแก่ บางคนถือเคียวเกี่ยวข้าว บางคนถือคราด ยายแก่หลังค่อมคนหนึ่งนามถือกิ่งต้นหลิวแห้งลากมา เพราะถือไม่ค่อยไหว
ก๊อกๆ เถ้าแก่มาเคาะประตูเรียกเยว่หลิงและเลี่ยหยาง
"นายท่านขอรับ ได้โปรดลงมาคุยกับชาวบ้านที่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมด้วยขอรับ"
เยว่หลิงเปิดประตูไป ทำเอาเถ้าแก่ใกลัว ส่วนลูกชายกลัวแต่มองหน้าเยว่หลิงไม่กระพริบตาเขามายืนกางแขนปกป้องบิดาเขาไว้ ส่วนลูกสาวไม่เห็น
เยว่หลิงไม่สนใจเขาเดินลงบันได และเปิดประตูออกไป ในขณะที่เลี่ยหยางะโลงมาจากหน้าต่างชั้นสองด้วยหน้าตายิ้มแย้ม
เยว่หลิงเห็นชาวบ้านมากมาย และ...เห็นกลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งที่ปล้อนเขาระหว่างทางด้วย พวกนั้นเห็นเยว่หลิงมองก็ก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว
"ขอท่านจอมยุทธช่วยพวกเราด้วยเถิด" ผู้เฒ่าคนหนึ่งที่ยืนด้านหน้าพูด
"นายอำเภอ และเ้าหน้าที่รังแกพวกเรามาหลายปี ทั้งขูดรีดภาษี ทั้งจับเด็กไปขายเป็ทาส จับหญิงสาวไปรุมโทรมข่มขืน..."
เยว่หลิงพูดเสียงไม่ดังมาก เขาพูดช้าๆ "พวกท่านจะร่วมสู้กับข้าด้วยไหม?"
ประโยคเดียวแต่ทำทุกคนอึ้ง ความกล้าหาญใดๆหายไป หลบสายตากันหมด หัวหด อาจเพราะชาวบ้านถูกกดขี่ข่มเหงมานาน
เลี่ยหยางมองด้วยสายตาดูแคลน เหอะ! อยากมีการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่กล้าที่จะทำอะไรเพราะกลัวตัวเองจะโดน แล้วโยนมาให้คนอื่นทำแทน โคตรเห็นแก่ตัวว่ะ
เยว่หลิงมองเห็นอาการแล้วเขาหันหลังเดินกลับขึ้นห้องทันที โดยเลี่ยหยางก่อนเดินตามเยว่หลิง เขาะโใส่ชาวบ้านเสียงดังว่า....
"โลกนี้ไม่มีความยุติธรรมสำหรับคนอ่อนแอ!"
.
.
.
.
.
(ท้ายตอน)
ในขณะที่เยว่หลิงนอนหนุนตักอยู่นั้นเลี่ยงหยางอดสงสัยไม่ได้จึงก้มหน้าถาม
"หลิงหลิงเ้าใช้อะไรตัดลิ้นมัน?"
เยว่หลิงไม่ตอบเขาพลิกคว่ำหน้าลงซุกในหว่างขาเลี่ยหยาง เห็นผมสีดำยาวสลวยด้านหลัง เลี่ยหยางอดใจเอามือไปััไม่ได้ ผมนี้ช่างเหนียวนุ่มสวยเหลือเกิน
เอ๊ะ! เขาสะอึก มือสั่น "อ....อย่าบอกนะว่าเ้าใช้....."
เยว่หลิงยิ้มอย่างมีเลศนัย