ตงหลิวฟานเทียนกลับมาถึงบ้านแล้ว เหล่าเด็กๆิญญาน้อยน่ารักทั้งสองก็รีบเอาเสื้อผ้าที่พ่อของตนนั้นซื้อให้ไปเก็บที่ห้องของตัวเอง ทว่าทั้งสองยังรู้สึกสนุกไม่พอ ก็เลยเล่นแต่งชุดกันต่อในห้องนอนของพวกตน
ตงหลิวฟานเทียนได้แต่ยิ้มออกมาจากการแสดงออกของเหล่าิญญาน้อยลูกสาวบุญธรรมทั้งสองของเขา
เขาหลังจากที่มองดูทั้งสองสักพักหนึ่งก็คิดถึงลูกสาวอีกคนของเขา เยี่ยเยี่ย เขาจำได้ว่าเธอนั้นป่วยเป็หวัดอยู่ เขาจึงตัดสินใจไปดูเยี่ยเยี่ยที่กำลังป่วยอยู่
และเพราะเยี่ยหยินนั้นไม่ยอมให้ตนใช้ปรานในการรักษาเขานั้นจึงทำได้แต่ดูแลอย่างเงียบๆเท่านั้น เยี่ยหยินในตอนนี้ออกไปจ่ายตลาดและฝากให้เขาดูแลเยี่ยเยี่ยแทนนาง
เยี่ยเยี่ยที่เห็นเขาจึงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งทว่ามันก็ยังมีความสดใสอยู่ในนั้น
“พี่…ชาย เยี่ยเยี่ยอยากกินน้ำส้มจัง…เลย”
ด้วยความที่ตงหลิวฟานเทียนนั้นเป็คนที่ใจดีกับเด็กมากเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับความน่ารักและน่าสงสารของเยี่ยเยี่ย เขาจึงตกลงที่จะคั้นน้ำส้มให้กับเธอได้ดื่มเพื่อแก้อาการคอแห้ง
“ได้สิ เดี๋ยวจะรีบไปคั้นให้เดี๋ยวนี้แหละ รอก่อนนะ เยี่ยเยี่ย”
เขาหลังจากพูดจบจึงมาดูส้มที่เขาพอจะมีอยู่ภายในรอยแยกมิติที่เขาใช้ไว้ในการเก็บของ
และซึ่งแน่นอนเขานั้นเป็ถึงสุดยอดจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
เขาไม่มีส้มธรรมดาเลยมีเพียงแต่ส้มสีทองที่เขาได้มันมาจากต้นส้มที่อยู่บนหุบเขาเซียนเก้าวิถีซึ่งมันเป็ส้มที่มีพลังปราณฟ้าดินอยู่เยอะมากๆ และหากให้เด็กคนๆนึงกินเข้าไปทั้งอย่างนั้นละก็ ได้ตัวแตกตายกันพอดี
ตงหลิวฟานเทียน จึงใช้แค่น้ำส้มที่ผ่านการสะกัดด้วยปราณของเขาเพียงหยดเดียวผสมลงกับน้ำที่เขาได้ไปเก็บมาจากแดนศักดิ์สิทธ์ของเหล่าัใต้ทะเล
เขานำมาผสมกันก่อนที่จะเพิ่มน้ำแร่จากเขาเหลียงซานเมื่อสามพันปีก่อน และเติมด้วยน้ำแข็งยูนิตจากร้านสะดวกซื้อชื่อดังแถวบ้าน
หลังทำเสร็จเขาก็นำไปให้เยี่ยเยี่ยดื่มอาการของเยี่ยเยี่ยนั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ขอบคุณค่ะ! พี่ชาย”
น้ำเสียงที่พูดออกมาดูสดใสและไม่มีความแห้งแล้ว มันกลายเป็เสียงที่น่ารักเหมือนที่มันควรจะเป็
เขายิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว
เขาที่ยิ้มออกมาแล้วก็ได้คิดอะไรบางอย่างขึ้นมา หน้าตาของเขาที่ดูมีความสุขก็เริ่มที่จะปนไปด้วยความทุกข์ขึ้นมา เยี่ยเยี่ยสังเกตุเห็นเลยได้ถามออกมาด้วยความเป็ห่วง
“พี่ชายเป็อะไรหรอ? ใครทำให้พี่ชายเศร้าเยี่ยเยี่ยจะไปจัดการเ้าพวกนิสัยไม่ดีเอง!”
ตงหลิวฟานเทียนหลังจากที่ได้เห็นการแสดงออกถึงความเป็ห่วงของเยี่ยเยี่ยก็ได้หัวเราะออกมาเบาๆอย่างมีความสุข ความทุกข์ของเขานั้นสลายหายไปแทบจะในทันทีด้วยความน่ารักและสดใสของเธอ
“ขอบใจนะเยี่ยเยี่ย ที่เป็ห่วงพี่ชายคนนี้แต่ไม่เป็ไรแล้ว พี่ชายมีเยี่ยเยี่ยคอยปกป้องนี่เนอะ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนลูบหัวของเยี่ยเยี่ยและก็คิดว่าชั่งเหมือนกันจริงๆ เด็กคนนี้กับเด็กคนนั้นที่เขาเลี้ยงดูเมื่อพันปีก่อนที่เขาจะเข้านอนหลับสามพันปีจากความเบื่อหน่ายต่อโลก
และในตอนนั้นเอง อยู่ดีๆก็มีเสียงอะไรบางอย่างออกมาจากมุมมืดเยี่ยเยี่ยและตงหลิวฟานเทียนได้มองไปที่มุมมืดหลังเสาพร้อมๆกันและได้เห็นลูกไฟสีแดงสองลูกมองมาทางพวกเขาอย่างน่าสะพรึงกลัว
เยี่ยเยี่ยได้กรี้ดร้องออกมาด้วยความกลัวต่อสิ่งที่เธอเห็น สิ่งที่อยู่ในมุมมืดก็ได้อ้าปากออกพร้อมร้องออกมาด้วยเสียงที่น่าเกรงขาม….
“วี๊ดๆๆ~”
ร่างกายตัวจริงของสิ่งมีชีวิตนั้นก็คือ “ต้าเนียว”
ตงหลิวฟานเทียนได้ทิ้งให้นกอ้วนของเขาอยู่ในห้องกับวิญญานน้อยสองตน
ต้าเนียวถึงจะเป็เพียงสัตว์ก็จริงแต่มันก็รู้ตัวดีว่ามันกลัวสิ่งได ใช่ต้าเนียวนั้นกลัวผี…ซึ่งเื่นี้ฟานเทียนนั้นลืมไปเลย
และการที่เขาทิ้งต้าเนียวไว้กับิญญาถึงสองตนทำให้ตาเนียวนั้นโกธรเป็อย่างมากและยังจะโดนจับให้ลองชุดต่างๆอีก
ตงหลิวฟานเทียนััได้ว่าเ้านกอ้วนที่น่ารักของเขากำลัง “งอล” เขาอยู่เขานั้นทำตัวไม่ถูกเพราะทั้งชีวิตนี้ไม่เคยโดนสัตว์ของตัวเองงอนใส่มาก่อนเขาเลยถามว่าต้องทำยังไงถึงจะหายโกธร
“ข้าต้องทำอย่างไร เ้าถึงจะหายโกธรข้าต้าเนียว”
ต้าเนียวใช้ปีกเล็กๆของตัวเองชี้ไปยังแก้วของเยี่ยเยี่ย ตงหลิวฟานเทียนจึงรู้ว่าสิ่งที่ต้าเนียว้าคือน้ำส้มทองคำคั้นสดที่แสนน่าอร่อยและมีประกายระยิบระยับออกมา
เขาจึงไม่รอช้าทำให้กับนกอ้วนสุดแสนน่ารักของเขา เขาสังเกตุเห็นว่าต้าเนียว
นั้นมีพลังปรานระดับนึงแล้วจึงใส่ให้จากหนึ่งหยดเป็สองหยด
ต้าเนียวหลังจากได้ดื่มน้ำส้มคั้นตราเ้ายุทธภพเข้าไป ตัวของมันก็เรืองแสงออกมาก่อนที่ร่างกายของมันจะะเิออร่า มันได้ทะลุระดับเพียงเพราะดื่มน้ำส้มสีทองตราเ้ายุทธภพเข้าไป! ของดีต้องเน้นย้ำ