“ที่นี่คือบ้านเดิมของผมเอง” ซ่งจื่อหยวนพาหลินซูลี่เดินมาหยุดหน้าบ้านหลังเล็กหลังหนึ่ง “คุณแน่ใจนะว่าคุณยังไม่อยากกลับบ้านของคุณตอนนี้”
“จะรีบกลับไปทำไมล่ะคะ ยังไงก็ไม่มีใครรอฉันอยู่แล้วนี่” หลินซูลี่ยิ้มให้แฟนหนุ่ม “ฉันอยากไปรับคุณแม่ของคุณด้วย ฉันอยากให้คุณแม่อยู่ร่วมงานหมั้นของเรา”
“หมั้น! จริงหรือซูลี่ เราจะหมั้นกันจริงๆ หรือ” ซ่งจื่อหยวนถามอย่างดีใจ “คุณไม่ได้หลอกให้ผมดีใจเล่นใช่ไหมครับ”
“ใครจะเอาเื่อย่างนี้มาพูดเล่นกันล่ะคะ ฉันอยากให้เราหมั้นกันไว้ก่อน เพราะฉันไม่มั่นใจว่าพอฉันกลับไปอยู่บ้านหลังนั้นแล้ว แม่เลี้ยงกับน้องสาวของฉันจะวางแผนร้ายอะไรกับฉันอีก”
“ถ้างั้นเราก็แต่งงานกันเลยก็ได้นี่ คุณจะได้ไม่ต้องกลับไป”
“ฉันยังต้องกลับไปหาของสำคัญของคุณพ่อฉันก่อนค่ะ ชีวิตที่แล้วคุณพ่อทิ้งกล่องสมบัติไว้ให้ฉันกล่องหนึ่ง ตอนนั้นก่อนที่ฉันจะย้ายออกจากบ้าน แม่เลี้ยงเป็คนโยนกล่องใบนั้นมาให้ฉัน ซึ่งฉันก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้กล่องใบนั้นมันอยู่ที่ไหน และฉันยังสังหรณ์ใจว่าการที่ฉันได้กลับมาเริ่มต้นใหม่ในครั้งนี้ คงไม่ใช่แค่การแก้ไขอดีตของตัวเอง แต่มันยังมีเื่อื่นที่กำลังรอการเปิดเผยอยู่”
“มันจะไม่เป็อันตรายกับคุณใช่ไหม” ซ่งจื่อหยวนกอดเธอไว้แน่น “ผมไม่อยากให้คุณกลับไปอยู่สถานที่อันตรายอย่างนั้นเลย”
“ฉันสัญญาว่าฉันจะดูแลตัวเองให้ดี และถ้าหากดูแล้วว่ามันจะไม่ปลอดภัย ฉันก็จะรีบออกมาจากบ้านหลังนั้นทันทีเลยค่ะ” หลินซูลี่จุ๊บเขาเบาๆ “คุณอย่าลืมว่าฉันยังเข้าไปหลบในมิติได้อยู่นะคะ หายห่วงบ้างหรือยังคะ”
“ยังครับ” ซ่งจื่อหยวนก้มลงไปจูบเธอต่ออีกนาน ซึ่งหลินซูลี่ก็ตามใจเขา เพราะวิธีนี้เป็การแสดงความรักที่เธอให้เขาได้มากที่สุดแล้ว หากจะเกินเลยกว่านี้ก็ต้องรอให้เขาและเธอแต่งงานกันก่อน
“นี่เขาปล่อยให้แกกลับมาได้แล้วหรือ” แม่ฟางถามลูกสาวอย่างไม่สนใจ “ห้องนอนของแกน่ะ ฉันยกให้อาเจียงไปแล้วนะ”
“แล้วหนูจะไปนอนที่ไหนล่ะคะแม่” ฟางซินเยว่ถามขึ้นอย่างไม่พอใจ “แม่คงไม่ได้คิดจะให้หนูไปนอนในห้องเก็บของใช่ไหมคะ”
“ไม่ได้แค่คิด แต่ฉันจะให้แกไปนอนในห้องเก็บของนั่นจริงๆ อย่ามาทำเป็เื่มากไปหน่อยเลยน่า ฉันยังมีที่ให้แกซุกหัวนอนก็ดีเท่าไหร่แล้ว อีกอย่างนะแกไม่ได้อยู่บ้านตั้งหลายปี จะให้ฉันปล่อยห้องนอนของแกไว้ให้เปล่าประโยชน์ไปทำไม ตอนแกอยู่ที่ชนบทก็คงจะไม่ได้สุขสบายเท่าไหร่หรอกมั้ง”
“หนูก็เป็ลูกของแม่เหมือนกันนะ ทำไมแม่ถึงได้ลำเอียงอย่างนี้ล่ะ ห้องเก็บของนั่นมันใช้นอนได้ที่ไหน ของเก่าที่ไม่ได้ใช้แม่ก็เอาไปเก็บไว้ในห้องนั้นจนหมด แล้วห้องนั้นก็อยู่ติดกับห้องครัวอีก พอเวลาทำกับข้าวที ควันก็ลอยเข้าไปอยู่ในห้องนั้น”
“แกนอนไม่ได้แล้วจะให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ของฉันเข้าไปนอนหรือยังไง ตอนนี้อาเจียงกำลังจะแต่งงานแล้ว ถ้าพวกเขาไม่ย้ายไปอยู่ที่ห้องของแก แล้วพวกเขาจะไปนอนที่ไหนกันล่ะ พอพวกเขาแต่งงานกัน พวกเขาก็จะมีหลานชายมาให้ฉันได้ชื่นใจ ฉันไม่ยอมให้หลานชายของฉันต้องมานอนสูดควันไฟนั่นทั้งวันหรอกนะ”
“อาเจียงยังไม่ทันได้แต่งงานด้วยซ้ำ แม่ก็คิดไปถึงเื่หลานชายแล้ว แม่กลัวว่าหลานชายที่ยังไม่ได้เกิดมาจะสูดควันไฟ แล้วทำไมแม่ไม่เป็ห่วงหนูบ้างล่ะคะ หนูก็ไม่อยากนอนสูดควันไฟทั้งวันเหมือนกันนะ” ฟางซินเยว่ร้องไห้ออกมาอย่างน้อยใจ เธอรู้ว่าแม่ไม่เคยรักเธอเท่ากับพี่ชายและน้องชาย แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าแม่จะลำเอียงมากขนาดนี้
“จะร้องไห้ทำไม แกเสียสละเพื่อน้องชายของแกบ้างไม่ได้หรือ อีกอย่างนะแกก็จะได้นอนที่ห้องนั้นไม่นานหรอก”
“ทำไมคะแม่” ฟางซินเยว่ถามขึ้น แต่น้ำตาเธอก็ยังไม่หยุดไหล
“ฉันจะให้แกแต่งงานกับลูกชายเพื่อนฉันน่ะสิ เขาจะให้สินสอดตั้งห้าร้อยเหรียญเลยนะ”
“ไม่ค่ะหนูไม่แต่ง หนูจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย หนูจะเรียนสูงๆ และหนูก็จะเลือกคู่ครองของหนูเอง” ฟางซินเยว่ยื่นคำขาด “แม่ไม่ต้องมาบังคับหนู เพราะถ้าแม่บังคับ หนูก็จะไม่ให้เงินค่าจัดงานแต่งของอาเจียง แล้วแม่ก็อย่าลืมด้วยว่าทุกวันนี้เงินเดือนละสิบเหรียญก็เป็หนูที่ส่งมาให้แม่ ถ้าแม่ไม่เชื่อ หนูก็จะออกไปอยู่ข้างนอก และหนูก็จะไม่ให้เงินจำนวนนั้นกับแม่อีก”
“นี่แกกล้าขู่ฉันหรือ” แม่เจียงทำท่าว่าจะเข้ามาทำร้ายลูกสาว แต่เธอก็ต้องหยุดเพราะลูกชายคนโตเดินเข้าบ้านมาก่อนพอดี “อาิ แกรีบมาดูน้องสาวสารเลวของแกเดี๋ยวนี้เลย มันเพิ่งกลับมาก็คิดที่จะเนรคุณกับแม่แล้ว แม่แค่อยากหาครอบครัวสามีดีๆ ให้มัน แต่มันก็ไม่ยอมรับ แถมมันยังขู่ว่าจะเลิกส่งเงินค่าใช้จ่ายมาให้แม่อีกด้วย แกมาจัดการน้องสาวตัวดีของแกให้แม่ที”
ฟางิเป็พี่ชายคนโตของฟางซินเยว่ เมื่อก่อนเขาถือได้ว่าเป็ลูกชายที่พ่อกับแม่รักมากที่สุด พ่อกับแม่ตั้งใจหาเ้าสาวให้เขาอย่างดี แต่เขาเลือกที่จะแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารัก ซึ่งท่านก็ตามใจ แต่หลังจากแต่งงานกันมาหลายปี ภรรยาของเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะท้องเลย ทำให้ความรักทั้งหมดที่พ่อกับแม่เคยมีให้ ถูกถ่ายโอนไปหาฟางเจียงน้องชายคนเล็กของเขาแทน
ฟางิและภรรยาถูกปฏิบัติอย่างลำเอียงมาแล้วหลายปี ทำให้เขาเข้าใจความรู้สึกของฟางซินเยว่แล้วว่าเมื่อก่อนน้องสาวก็คงจะทุกข์ใจมากเหมือนกับเขาในเวลานี้
“มีเื่อะไรหรือซินเยว่ แล้วนี่เธอกลับมาั้แ่เมื่อไหร่”
ฟางซินเยว่แปลกใจที่พี่ชายไม่ได้ต่อว่าเธอ แถมเขายังถามเหตุผลกับเธอก่อนด้วย “ฉันกลับมาถึงได้สักพักแล้วค่ะ แต่พี่ใหญ่คะ ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะขัดคำสั่งของแม่หรอกนะคะ ฉันแค่อยากหาคู่ครองของฉันเอง ฉันอยากแต่งงานกับคนที่ฉันรักและเขาก็รักฉัน”
“แล้วมันกินได้ไหมไอ้ความรักเนี่ย แกดูอย่างพี่ใหญ่ของแกสิ เหอะ! แต่งงานกับคนที่รัก แล้วเป็ยังไง จนป่านนี้ก็ยังมีหลานออกมาให้ฉันอุ้มไม่ได้สักคน” แม่จางพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
ฉั่วปิงปิงเดินก้มหน้ากลับห้องนอนของตัวเองไป ฟางิมองตามภรรยาอย่างสงสาร แต่เขาพูดอะไรกับแม่มากไม่ได้ คงได้แต่กลับไปปลอบใจภรรยาภายหลังแล้ว
“พูดนิดพูดหน่อยก็ทำท่าจะร้องไห้ ฉันล่ะรำคาญพวกแกจริงๆ ไปเลย! ไปให้พ้นหน้าฉัน” แม่ฟางชี้หน้าฟางซินเยว่ “ไม่มีที่อื่นให้แกนอนอีกแล้ว ถ้าไม่อยากอยู่ก็ไสหัวออกจากบ้านฉันไป”
“เื่แต่งงานน่ะฉันไม่คิดมากหรอกค่ะพี่ใหญ่ ถึงแม่อยากจะบังคับแม่ก็บังคับฉันไม่ได้หรอก แต่ที่ฉันน้อยใจคือเื่ที่แม่จะให้ฉันไปนอนในห้องเก็บของนั่นต่างหาก พี่ก็รู้ว่าห้องนั้นมันใช้นอนได้ที่ไหน ข้าวของวางอยู่เต็มไปหมด พอหน้าฝนหลังคาก็รั่ว หน้าหนาวยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผนังทั้งสี่ด้านมีแต่รูเต็มไปหมด ไหนจะตอนที่ทำกับข้าวก็จะมีแต่กลิ่นควันอีก” ฟางซินเยว่บอกกับพี่ชายหลังจากที่เห็นแม่เดินเข้าบ้านไปแล้ว
“เธอไปนอนในห้องกับพี่สะใภ้ก็ได้ พี่ใหญ่จะเข้าไปนอนในห้องเก็บของเอง” ฟางิบอกกับน้องสาว “พี่ขอโทษนะที่เมื่อก่อนไม่ได้ปกป้องเธอให้ดี”
“เกิดเื่อะไรขึ้นกับพี่ใหญ่กันแน่คะ” ฟางซินเยว่ถามอย่างสงสัย เพราะก่อนที่เธอจะถูกส่งไปอยู่ที่ชนบท พี่ใหญ่ยังเป็ลูกรักอันดับหนึ่งของครอบครัวอยู่เลยไม่ใช่หรือ
“เธอก็ได้ยินแล้วนี่” ฟางิตบไหล่น้องสาว “ไปทำความสะอาดห้องเก็บของช่วยพี่ใหญ่ก่อนเถอะ แล้วเธอก็ไปนอนกับพี่สะใภ้ พี่เป็ผู้ชายนอนที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น”
ความจริงแล้วฟางิก็ไม่ใช่คนเลวร้าย เมื่อก่อนเขาก็ดูแลและช่วยเหลือน้องสาวอยู่หลายอย่าง เพียงแต่เขาเป็คนที่เชื่อฟังคำสั่งของพ่อกับแม่และไม่เคยขัดใจท่านเลยสักครั้ง เวลาที่เขาเห็นน้องสาวถูกพ่อกับแม่ทำโทษ เขาไม่กล้าที่จะเข้าไปห้าม เขาทำได้แค่แอบเอายามาทาให้น้องสาวเงียบๆ ทีหลังเท่านั้น
ฟางซินเยว่ถอนหายใจ “ไม่เป็ไรหรอกค่ะพี่ใหญ่ เดี๋ยวฉันนอนในห้องเก็บของเอง อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ฉันจะต้องสอบให้ผ่าน หลังจากนั้นฉันก็จะย้ายเข้าไปพักที่หอพักของมหาวิทยาลัยค่ะ อีกอย่างนะคะ ฉันกับพี่สะใภ้ก็เพิ่งได้เจอกันวันแรก พี่อย่าทำให้พี่สะใภ้ลำบากใจเลยค่ะ”
“แต่ว่าห้องนั้น...”
“ฉันนอนได้ค่ะ แต่ว่าพี่ใหญ่...” ฟางซินเยว่จ้องหน้าพี่ชาย “พี่ไม่อยากย้ายออกไปอยู่ข้างนอกบ้างหรือคะ ถ้าพี่อยากจะย้ายก็รีบย้ายออกไปก่อนที่อาเจียงจะแต่งงานเถอะค่ะ ถ้าถึงตอนนั้นพี่ก็จะไม่มีโอกาสแล้ว เพราะคนที่รักแต่หน้าตาอย่างพ่อก็คงไม่ยอม เขาอาจกลัวคนจะมองว่าลูกชายคนโตกับลูกสะใภ้คนเล็กไม่ถูกกัน ทำให้ลูกชายคนโตต้องย้ายออก พ่อน่ะกลัวคนอื่นจะนินทาที่สุด ยังมีแม่อีกคน แม่ก็คงไม่ยอมปล่อยให้พี่ย้ายออกไปง่ายๆ หรอกค่ะ เพราะถ้าแฟนอาเจียงเกิดท้องขึ้นมา แม่อาจจะให้พี่ส่งเงินเข้ากองกลางมากกว่าเดิมอีกด้วยนะคะ”
“เื่ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นน่ะพี่ก็เคยคิด แต่เงินเก็บของพี่กับพี่สะใภ้มีไม่มาก พวกเราก็เลยยังทำอะไรไม่ได้”
“ถ้าเป็บ้านหลังเล็กๆ ที่อยู่ชานเมืองออกไปหน่อยก็ไม่น่าจะมีปัญหานะคะ ฉันให้เงินพี่ใหญ่ยืมก่อนได้” ฟางซินเยว่เสนอ เพราะตลอดหลายปีที่เธอไปอยู่ที่ชนบท เธอจะได้รับเงินค่าจ้างจากแม่เลี้ยงของหลินซูลี่เดือนละยี่สิบเหรียญ สิบเหรียญเธอส่งกลับบ้าน ส่วนอีกสิบเหรียญเธอจะเก็บไว้เอง แต่นอกจากนี้เธอยังได้รับเงินค่าจ้างรายเดือนและเงินก้อนจากหลินเว่ยฉิงอยู่เป็ระยะ ซึ่งเป็ค่าตอบแทนที่เธอคอยสกัดจดหมายของเฉินเฮ่าจงกับหลินซูลี่ ทำให้ฟางซินเยว่มีเงินเก็บอยู่ไม่น้อยเลย
“เธอไปเอาเงินมาจากไหนมากมาย เธอไม่ได้ทำเื่ไม่ดีอะไรมาใช่ไหม” ฟางิถามน้องสาว
“มันไม่ใช่เงินผิดกฎหมายอะไรหรอกค่ะพี่ใหญ่ เป็แค่ค่าตอบแทนการทำงานของฉันเท่านั้น แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้ทำงานพวกนั้นแล้วล่ะ” ฟางซินเยว่ตัดบท “ถ้ามีเวลาพี่ใหญ่ก็ไปดูบ้านไว้เถอะนะคะ พี่กับพี่สะใภ้จะได้รีบย้ายออกไปก่อนที่อาเจียงจะแต่งงาน ส่วนฉันก็จะย้ายเข้าไปอยู่หอพักของมหาวิทยาลัย”
“ดูเธอจะมั่นใจกับการสอบครั้งนี้มากเลยนะ”
“ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ที่คอยช่วยเหลือฉันน่ะค่ะ” ฟางซินเยว่ยิ้มเมื่อนึกถึงเพื่อนอีกสามคน