ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่619 หุบเขาบรรพชน

        เหมือนว่าน้ำเสียงที่อี้เฉินกล่าวพูดออกมา เขาจะไม่ได้ล้อเล่นเสียด้วย เซียนหลาน นางกำหมัดแน่นในทันใด ‘ไม่คิดอี้เฉินผู้นี้ ช่างเป็นตัวซวยเสีย จริงๆ ถูกผู้ยิ่งใหญ่หมายตาเช่นนี้ ก็ไม่ต่างอะไร จากการถูกคุมขัง เลยไม่ใช่หรอกหรือ’
 


        ทว่านางก็ไม่ได้แปลกใจเหตุใด ผู้ยิ่งใหญ่ถึงส่งตัวแทนของนิกายใหญ่ ลงมาหาผู้มีพรสวรรค์ยังดินแดนเทพ ด้วยสงครามมหาทวีปที่ยิ่งใหญ่ ส่งให้ผู้ยิ่งใหญ่ของดินแดนจักรพรรดิ ต้องตายตกไปถึงสามคน ทำให้เบื้องสูง เริ่มที่จะนั่งไม่ติดอีกต่อไป เมื่อรับรู้ถึงศัตรูที่แท้จริง น่าหวาดเกรงถึงเพียงใด ไม่ช้าความยากลำบาก จะคืบคลานไปถึงพวกเขา เหล่าคนดินแดนจักรพรรดิ ช่วงเวลาแห่งการฝึกฝน ที่แท้จริงได้มาถึงแล้ว ผู้ที่ตามขั้นพลังไม่ทัน จะถูกยุคสมัยกลบฝังกลืนกิน

 


      ก่อนเซียนหลาน นางจะถอนหายใจออกมายาว รู้สึกเสียดายในศักยภาพ ของอี้เฉินไม่น้อย นางไม่ได้กล่าวพูดสิ่งใด ออกมาอีกต่อไป เมื่อรับรู้ถึงความยาก ลำบากที่ชายหนุ่มจะต้องเผชิญแบกรับไว้

 


      อี้เฉินคลี่ยิ้มทอประกายออกมาให้หญิงสาว รับรู้ว่านางต้องรู้ข่าวคราวเบื้องลึก ที่คนทั่วไปไม่รู้แน่ ก่อนพวกเขาจะเดินสืบฝีเท้า ตรงไปยังหุบเขาบรรพชน

 


       ...ไม่นานที่อี้เฉินมาถึง หน้าบริเวณทางเข้าหุบเขาบรรพชน สายฟ้าสีทองเส้นหนึ่ง พุ่งปราดมาหาตัวเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกลุ่มคนราชวงศ์ชิง ที่นำโดยผู้นำราชวงศ์ ชิงตี้เทียน กลอกตาเอ่ยเสียงเนิบช้าออกมา “ข้านึกว่าเจ้าจะไม่มา แล้วเสียอีกหนุ่มน้อย”

 


       ก่อนผู้นำราชวงศ์ซือ จะสืบฝีเท้ามาพร้อมกับกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ เข้ามายืนประจันหน้ากับพวกอี้เฉินด้วยเช่นกัน “เจ้าคงจะเตรียมใจมาพร้อมแล้วสินะ อี้เฉินน้อย เช่นนั้นอย่าได้เสียเวลาเลย”

 


       อี้เฉินประสานมือคำนับ ออกไปให้ชายวัยกลางคน ผู้นำราชวงศ์ทั้งสอง ก่อนจะเลื่อนสายตา ไปมองเหล่าองค์ชาย องค์หญิง ที่มีสีหน้าแววตา ไม่สบอารมณ์เท่าใดนักในยามนี้ โดยเฉพาะองค์ชายใหญ่ชิงไป๋ยี่ กับองค์ชายใหญ่ซือจงเทียน “ขออภัยทุกท่าน ที่ต้องให้พวกท่านเสียเวลาเช่นนี้ ข้ามัวนั่งปิดขั้นพลัง จนหลงลืมวันเวลาไปเสียสนิท”

 


คำพูดนั้นของอี้เฉินทำให้อี้ฟางหรง ป้องปากขำขึ้นมาน้อยๆ เมื่อเห็นสีหน้าแววตา ผู้คนราชวงศ์ทั้งสอง ต่างก็หางคิ้วสั่นกระตุก น้อยๆ

 


       พวกเขาเหล่าราชวงศ์เก่าแก่ต่างก็รอคอย การเป็นผู้ปกครองดินแดนเทพ มาหลายพันปี ตั้งแต่ยุคสมัยจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น ราชวงศ์ชิงก็ไม่เคยมีใครอยู่ในตำแหน่ง ผู้ปกครองดินแดนเทพอีกเลย ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

 


        ทว่ายามนี้พวกเขา ต่างก็หมายมั่นที่จะเป็นผู้ปกครอง ดินแดนเทพอีกครา หากอี้เฉินไม่ได้ตราประทับมังกร มาครอบครอง สิทธิ์นั้นจะตกเป็นของพวกเขาสองราชวงศ์เก่าแก่

 


        ก่อนเสียงแค่น ผู้อาวุโสชราผู้หนึ่ง จะกล่าวพูดออกมา “เจ้าอย่าทำเป็นได้ใจไปหนุ่มน้อย แท่นศิลาบรรพชน ไม่ได้ทดสอบ ง่ายดายขนาดนั้น” ทว่าไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด ทั้งเขาและผู้คนราชวงศ์ ชิง รู้สึกเลือดภายในกายของเขา เต้นเร้าๆ ตอบสนองกับเด็กหนุ่มขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 


       อี้เฉินที่เห็นชายแก่ชราที่อยู่ด้านหลัง เหมือนว่าชายชราผู้นั้น จะเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนไม่น้อย ครั้นอี้เฉินประสานฝ่ามือ คำนับออกไปให้ชายชรา เขาเดินสืบฝีเท้า ไปบริเวณทางขึ้นในทันใด

 


ชายชราที่เห็นอี้เฉิน ไม่มีท่าทีหวาดกลัว แม้แต่น้อย เขาถึงกับยกฝ่ามือ ลูบหนวดเคราขาว กล่าวชมอี้เฉินออกมา “เจ้าเด็กนี่ไม่เลว ไม่เลว”

 


        ทางเดินที่เต็มไปด้วยผู้คนคิดจะเข้ามาแสวงโชค ภายในหุบเขาบรรพชน บริเวณทางขึ้นมีอยู่กันไม่น้อย แถมยังมีมิตรสหาย หลายๆ คนที่อี้เฉินคุ้นตา กลุ่มคนดินแดนจักรพรรดิ ที่มาสอดส่องสถานการณ์ ยังมีอยู่กันไม่น้อย จนในยามนี้สถานที่ แห่งนี้เหมือนกลายเป็นแหล่มรวมตัว ของเหล่าจอมยุทธ์ผู้มีพรสวรรค์ ส่งแรงกดดันของเหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์ ออกมาไม่ขาด โดยเฉพาะเหล่านิกายใหญ่ ดินแดนจักรพรรดิ

 


       ครั้นอี้เฉินปรายตาไปเห็นพวกซีเผิง เหล่าจอมยุทธ์จำศีล เขาพยักหน้าลงเล็กน้อยทักทายพวกเขา ทว่าเมื่อเห็นหลินเฟย มาพร้อมกลุ่มคนทวีปเหมันต์ตงเหลิ่ง อี้เฉินคำนับออกไปหา ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน พร้อมกับสายตาที่จ้องมอง หลินเฟย อย่างไม่วางตาอยู่ครู่หนึ่ง   แล้วจึงสืบฝีเท้าก้าวเดินต่อไป เมื่ออี้เฉินรับรู้ว่า เส้นทางข้างหน้า  ที่เขาต้องก้าวเดินโดยลำพัง ไปพร้อมกับความโดดเดี่ยว ขับให้ดวงตาของเขา มองทอดยาวออกไปไกล ไม่ได้มองช่วงเวลาปัจจุบันอีกต่อไป

 


       แล้วยิ่งเห็น เยว่ชิงเซียน พูดคุย กับชายหนุ่มคนดินแดนจักรพรรดิ อี้เฉินยอมรับในการตัดสินใจของนาง เมื่อพยักหน้า ยกยิ้มทักทาย เยว่ชิงเซียนในกรอบสายตาเสร็จสิ้น เขาเอื้อมฝ่ามือ แตะเข้าบริเวณทางขึ้น ที่มีม่านพลังขวางกั้น ส่งริ้วคลื่นตราประทับเข้าไปในทันใด

 


       เมื่อตราประทับจักรพรรดิ กลางหน้าผากอี้เฉินเปล่งแสง เรืองรอง ม่านพลังก็แหวกเปิดออกเป็นทาง ให้พวกเขาสืบฝีเท้า เดินทางขึ้นไปด้านบนหุบเขาสูง ก่อนผู้คนจะพากันสืบฝีเท้า ขึ้นไปด้านบนสายตาต่างก็จับจ้อง ไปยังบริเวณต้นใบชาแห่งการหยั่งรู้

 


        ทว่าคุณชายหวังเหยียน แห่งนิกายยอดยุทธ์ ที่สืบฝีเท้าไปพร้อมกับแม่นางเยว่ชิงเซียน รับรู้คลื่นอารมณ์ ที่แปรปรวนของหญิงสาวในกรอบสายตาได้ ทำให้ตัวเขาไม่สบอารมณ์ กับรอยยิ้มอี้เฉินเป็นอย่างมาก เมื่อพวกเขาสืบฝีเท้าผ่านอี้เฉินไป รับรู้ได้เลยว่า ทั้งสองต้องมีความสัมพันธ์ ที่ลึกซึ้งเกินกว่าคนรู้จักทั่วไปแน่

 


       ...แต่เพียงเวลาไม่นาน หลายๆ คนต่างก็ประหลาดใจ เหตุใดผู้ที่มีตราประทับจักรพรรดิ ถึงเดินทางขึ้นบันได ได้ล่าช้ากว่าคนอื่นหลายเท่า แม้พวกเขาจะรับรู้ว่า บนหุบเขาแห่งนี้ มีกฎเกณฑ์บางอย่าง ที่กดทับร่างพวกเขาอยู่ก็ตาม

 

ชายหนุ่ม ไต่ถามผู้อาวุโสชราในกลุ่มด้วยความแปลกใจ “หรือว่าการทดสอบของจักรพรรดิ ได้เริ่มขึ้นแล้ว ท่านผู้อาวุโส”

 


       ชายชรามีสีหน้าครุ่นคิด แม้แต่เขาที่อายุขัยยืนยาว ยังไม่รับรู้เรื่องราว ตราประทับจักรพรรดิที่ลึกลับพิศวงนั่น “มันก็อาจจะเป็นไปได้ พวกเรารีบไปให้ถึงต้นใบชาหยั่งรู้เถอะ หากยังล่าช้าเดี๋ยวพวกเรา จะอดของล้ำค่าอย่างใบชาหยั่งรู้เสีย” ครั้นพวกเขาพยักหน้า  ต่างก็เร่งสืบฝีเท้าขึ้นไปด้านบน กันอย่างไม่คิดชีวิต

 


        ด้านอี้ฟางหรง เองก็รู้สึกประหลาดใจ เหตุใดจู่ๆ อี้เฉินหยุดฝีเท้ากะทันหัน เอ่ยเสียงเนิบช้าออกมา “พวกท่านคนตระกูลอี้ ล่วงหน้าไปก่อนเลย ข้าขอหยั่งรู้ กฎเกณฑ์ของสถานที่แห่งนี้หน่อย”

 


         “อืมๆ แล้วอย่านานนักล่ะอี้เฉิน” อี้เฉินพยักหน้าตอบ ก่อนจะสืบฝีเท้าไปยังศาลาที่พักข้างทาง แล้วนั่งปิดขั้นพลัง ไม่ได้สนใจผู้คนที่เดินผ่านเขาแต่อย่างใด

 


          เมื่ออี้เฉิน รับรู้ว่ากฎเกณฑ์ของสถานที่แห่งนี้ แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก เหตุใดมันช่างคลับคล้ายคลับคลา กฎเกณฑ์ของดินแดนเบื้องล่าง ไม่แน่มันอาจจะช่วยเติมเต็ม เมล็ดพันธุ์ภายในกายของเขา ให้ยกระดับขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นได้

 


         หลายคนที่สืบฝีเท้า เห็นเงาชายหนุ่มนั่งพักที่ศาลาริมทาง ในเวลาไม่ถึง ครึ่งชั่วยาม ผู้คนถึงกับ กล่าวพูดเย้ยหยันออกมาเสียงดังลั่น “เดินทางมาไม่นาน ถึงกับมีคนมานั่งพักแล้วเช่นนั้นหรือ” บางคนถึงกับขำหัวเราะออกมาดังก้อง ไม่ได้สนใจคนที่อยู่ภายในศาลาอีกต่อไป

 


        ทว่ามีเพียงหลินเฟย ที่รับรู้ถึงกลิ่นอายของอี้เฉิน ที่ปลดปล่อยออกมา ครั้นนางบอกกล่าวผู้เป็นมารดา นางก็สืบฝีเท้าเข้าไปนั่งเป็นเพื่อนอี้เฉิน  ก่อนน้ำเสียงใสกังวาน หลินเฟยจะเอ่ยพูดขึ้นมา “เหมือนว่าวันนี้เจ้าจะดู เศร้าชอบกล นะอี้เฉิน”

 

 

         อี้เฉินที่หลับตาสนิทกล่าวตอบนางออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม “เจ้าเองก็ควรขึ้นไปยังดินแดนจักรพรรดินะ หลินเฟย ไม่ช้าช่วงเวลาที่ยากลำบาก ของผู้คนดินแดนเทพจะเกิดขึ้น ไม่แน่แม้แต่ผู้ที่จะเป็นราชันสวรรค์ สักคนในภายภาคหน้า ยังยากลำบากเลย”

 


“เจ้าไม่ต้องกล่าวพูดแล้วอี้เฉิน ชีวิตของข้า ข้าเป็นคนตัดสินใจเอง” ก่อนนางจะนั่งหยั่งรู้กฎเกณฑ์ฟ้าดิน เฉกเช่นที่อี้เฉินทำ

 


        อี้เฉินครั้นที่รับฟังคำพูดเจือไว้ด้วยความแน่วแน่ ของหลินเฟย เขาทำได้เพียงส่ายหัวออกมา ทว่าใจลึกๆ เขาก็หวังว่านางจะปลอดภัย มีชีวิตที่มีความสุข ในทุกๆ วัน ใบหน้างามฉาบไปด้วยรอยยิ้ม มันก็เพียงพอสำหรับอี้เฉินแล้ว

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน

หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.57M 5024
จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

นิยาย แฟนตาซี
146K 253
หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
449K 1017
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

นิยาย แฟนตาซี
282K 1440
เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
85K 247
หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.45M 3422
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
791K 1635
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912