วริษฐา...
“อะ อะไรนะ ได้ค่ะได้ จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”
วริษฐา ทองพันชั่ง หรือที่เพื่อนๆ และญาติพี่น้องต่างพากันเรียกสั้นๆ ว่า ‘ฐา’ วางสายจากบุคคลที่โทรศัพท์เข้ามาหาเธอแล้ว แต่สีหน้าท่าทางของเธอยังตื่นตระหนกใ ร้อนรนใจ และเป็กังวลอยู่ไม่จางหาย เธอสอดส่ายสายตามองหาผู้จัดการ ผู้ดูแลบาร์แห่งนี้ และก็เห็นผู้จัดการกำลังต้อนรับลูกค้าชาวต่างชาติ ที่ดูน่าเกรงขามและดูภูมิฐาน อยู่ที่ประตูทางเข้าออก
วริษฐาไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้วในตอนนี้ เพราะใจเธอมันโบยบินไปถึงสถานที่ที่มีคนโทรหาเธอโน้นแล้ว เธอย่างก้าวขาเรียว ก้าวยาวๆ ออกจากห้องแต่งตัว ตรงไปหาผู้จัดการทันที
“ผมยินดีเป็อย่างยิ่งเลยครับที่คุณปาสคาล ให้เกียรติมาเที่ยวที่บาร์ของเราครับ เดี๋ยวเชิญทางนี้เลยครับ”
แต่พอวริษฐาเดินเข้าไปใกล้ อนัทกรณ์ ซึ่งก็คือผู้จัดการของบาร์แห่งนี้ เธอก็ต้องหยุดยืนอยู่ข้างๆ เนื่องจากไม่มีโอกาสที่จะพูดเลย เธอจึงยืนอยู่นิ่งๆ จังหวะที่อนัทกรณ์กล่าวเชื้อเชิญแขก ผู้ซึ่งน่าจะเป็ลูกค้าวีไอพี สายตาของเธอก็เผลอเหลือบมองไปสบประสานสายตา เข้ากับลูกค้าวีไอพีผู้นั้นเข้าอย่างจัง
ดวงตาคมกริบสีฟ้าน้ำทะเลคู่นั้น จ้องมองวริษฐานิ่งแบบไม่หลบ และก็เป็วริษฐาซะเองที่ต้องยิ้มบางๆ ให้พร้อมกับแสร้งหลบสายตาคมกริบสีฟ้าน้ำทะเล เพราะไม่อาจทานทนต่อบางสิ่งบางอย่างที่พุ่งออกจากสายตาคู่นั้น มาช็อตที่ร่างบางของเธอเข้าอย่างจัง
“มีอะไรหรือเปล่าฐา?”
อนัทกรณ์เดินไปส่งลูกค้าวีไอพี ที่โต๊ะที่เขาจองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ก็เดินย้อนกลับมายังที่ที่วริษฐายืนอยู่ พร้อมกับยิงคำถามด้วยความสงสัย เพราะดูจากสีหน้าท่าทางของเธอ เหมือนกำลังร้อนรน กระวนกระวายใจเป็อย่างมาก
“ฐาอยากจะขอลาค่ะ พอดีแม่ฐาโดนทำร้ายอาการสาหัส ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลพึ่งโทรมาบอกเมื่อกี้นี้เอง”
“ได้สิ... ไปดูแม่เถอะ เดี๋ยวทางนี้พี่จะให้แพรวพราวร้องเพลงแทนเอง”
วริษฐาบอกเื่ราว ที่เธอพึ่งรับรู้จากคนของโรงพยาบาลที่โทรมาแจ้ง ให้อนัทกรณ์รับทราบ อนัทกรณ์หยุดนิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ และอนุญาตให้วริษฐาลาตามที่ร้องขอ ก็จะไม่ให้ลาได้ยังไง แม่อยู่ที่โรงพยาบาลทั้งคน อีกอย่างอนัทกรณ์รู้ว่าวิริษฐามีแม่ที่เป็ญาติเพียงคนเดียว
“ขอบคุณค่ะพี่”
วริษฐาเดินห่างออกจากอนัทกรณ์ กลับเข้าไปในห้องแต่งตัวเช่นเดิม เพื่อไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เป็ชุดราตรีสีแดงเพลิงเย้ายวน ที่ใช้สำหรับขึ้นร้องเพลง ไปสวมใส่เสื้อผ้าปกติธรรมดา ในระหว่างที่เธอเดินไปที่ห้องแต่งตัว ก็มีสายตาของลูกค้ามองมาที่เธออย่างไม่วางตา ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมไปถึงดวงตาคมกริบสีฟ้าน้ำทะเลนั้นด้วย
วริษฐารู้ตัวเองดีว่าเธอสวยหวาน รูปร่างเย้ายวน ล่อตาล่อใจหมู่ภมรมากมายให้เข้ามาหมายจะดอมดม และก็มีหลายคนที่เข้ามาเสนอเงินให้เธอ แต่เธอไม่คิดที่จะสนใจ และพยายามปกป้อง ป้องกันตัวเองจนกระทั่งพ้นจากปากเหยี่ยวปากกามาได้จนถึงทุกวันนี้
“ขอโทษนะครับ เ้านายผมอยากจะรู้ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ คุณ ตอนที่คุณพาเ้านายไปที่โต๊ะนั้นคือใคร?”
เอลนีโย่ ผู้ซึ่งเป็ลูกน้องคนสนิทของ ปาสคาล ซูส นิคาซิโอ้ เดินตรงเข้ามาหาอนัทกรณ์ ที่กำลังยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม พอมาถึงตัวอนัทกรณ์ เอลนีโย่ก็เอ่ยถามถึงสิ่งที่ปาสคาล้ารู้ โดยไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา
“เธอชื่อวริษฐา เป็นักร้องของที่นี่ครับ แต่วันนี้เธอไม่ได้ร้องเพลงนะครับ เธอลาพอดีเกิดเื่ที่บ้านนิดหน่อยน่ะครับ”
อนัทกรณ์ไม่แปลกใจหรอก ที่คนของปาสคาลจะมาถามข้อมูลของวริษฐาอย่างนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาเที่ยวที่นี่ พอเห็นวริษฐาก็ต่างพากันสนอกสนใจกันทั้งนั้น และก็มีหลายคนที่เข้ามาถามเช่นนี้เหมือนกัน มากกว่านั้นก็มีแบบที่ยื่นข้อเสนอหลายสิ่งอย่างมาให้โดยผ่านอนัทกรณ์ แต่วริษฐาก็ไม่เคยรับเลยสักครั้ง
“ขอบคุณที่บอกนะครับ”
เอลนี่โย่พยักหน้าพร้อมกับกล่าวขอบคุณ แล้วหันหลังเดินกลับไปยังโต๊ะวีไอพี ซึ่งเป็โต๊ะที่ปาสคาลกำลังนั่งดื่มเครื่องดื่ม ด้วยสีหน้านิ่งเรียบเฉย พอเอลนี่โย่เดินมาถึงโต๊ะวีไอพี เอลนี่โย่ก็ก้มลงบอกกล่าวข้อมูลของวริษฐา ให้ปาสคาลได้รู้ที่ข้างหู
๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐
สวัสดีค่าาาา... ขอฝากเื่นี้ให้อ่านกันนะคะ เื่นี้เป็เื่ดราม่า จะดราม่ามากน้อยขนาดไหน ลองติดตามอ่านกันนะคะ........... ^_^ ^_^ ^_^ ^_^