บรรยากาศภายในห้องส่วนตัวของโรงเตี๊ยมสนธยาในยามค่ำคืนยังคงคึกคักไปด้วยเสียงพูดคุยของผู้มาเยือนจากทั่วสารทิศ แสงโคมไฟกระดาษส่องแสงอ่อนๆ ผ่านช่องหน้าต่างไม้ ทำให้เงาเต้นระบำบนผนังอย่างนุ่มนวล กลิ่นหอมของไม้จันทน์และดอกไผ่ที่จุดไว้ในห้องต่างๆ ลอยมาปนเปกับกลิ่นอาหารจากห้องครัว สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็กันเอง
อาหลางในคราบเสี่ยวเอ้อผู้ถ่อมตน ก้าวเท้าเข้าไปในห้องพักที่แม่นางหลินและศิษย์คนสนิทกำลังพักผ่อนอยู่ ใบหน้าของเขายังคงแสดงออกถึงความนอบน้อมและความเคารพเช่นเคย แต่ภายใต้รอยยิ้มซื่อๆ นั้น ความมั่นใจและการคำนวณที่ลึกซึ้งกำลังดำเนินไป เขารู้ดีว่าคืนนี้จะเป็คืนที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง คืนที่แผนการที่เขาวางไว้นานหลายเดือนจะเริ่มเข้าสู่จุดสำคัญ
ผลจากน้ำค้างมารที่เขาใส่ลงไปในชาเมื่อคืนก่อนยังคงส่งผลต่อแม่นางหลินอย่างต่อเนื่อง นางพยายามปกปิดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกายและจิตใจ แต่สายตาที่เฉียบคมของอาหลางสังเกตเห็นทุกรายละเอียด การหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ การที่นางเผลอมองเขานานกว่าปกติ และที่สำคัญที่สุด ความตึงเครียดในกล้ามเนื้อที่เริ่มคลายตัวลงเมื่อเขาเข้ามาใกล้
เขาวางถาดอาหารว่างและชุดน้ำชาลงบนโต๊ะอย่างแ่เบาและคล่องแคล่ว การเคลื่อนไหวของเขาดูธรรมชาติและไม่รีบร้อน แต่ทุกการกระทำถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ ขณะที่เขากำลังรินน้ำชาหอมกรุ่นลงในถ้วยหยก เสียงของน้ำที่ไหลจากกาลงในถ้วยสร้างจังหวะที่ไพเราะในความเงียบ หูของเขาก็แว่วได้ยินเสียงกระซิบแ่เบาของแม่นางหลินที่กำลังสนทนากับศิษย์คนสนิท
เสียงสนทนานั้นทำให้เขาหยุดการเคลื่อนไหวชั่วครู่ หูที่ฝึกฝนมาอย่างดีจับเสียงได้อย่างชัดเจนแม้จะเป็เพียงการกระซิบ นี่คือโอกาสที่เขารอคอยมานาน โอกาสที่จะได้ข้อมูลสำคัญที่อาจนำไปสู่การเปิดเผยความปรารถนาที่แท้จริงของแม่นางหลิน หรืออาจเป็โอกาสที่จะสร้างสถานการณ์ใหม่ที่เป็ประโยชน์ต่อแผนการของเขา
"ข้าสืบข่าวมาว่า... 'คัมภีร์เมฆาอัคคี' ที่สำนักเราตามหามานาน อาจจะถูกเก็บซ่อนไว้ในบริเวณชายแดนแห่งนี้..." เสียงของนางแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นและแววตาที่เปี่ยมด้วยความปรารถนา
คำพูดนี้ทำให้อาหลางรู้สึกตื่นเต้นในใจ นี่คือข้อมูลที่มีค่ามาก คัมภีร์เมฆาอัคคีเป็ตำราศิลปะการต่อสู้ที่หายากและทรงพลัง หากแม่นางหลินปรารถนาจะได้มันมาก เขาก็สามารถใช้ความปรารถนานี้เป็เครื่องมือในการดึงดูดและควบคุมนางได้ ความคิดต่างๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวของเขา แผนการใหม่ที่จะทำให้นางต้องพึ่งพาเขามากขึ้น
เสียงของนางเปลี่ยนไปจากความเ็าเป็ความกระตือรือร้น ความตื่นเต้นที่ถูกกดขี่ไว้ในใจเป็เวลานานเริ่มปรากฏออกมา นี่อาจเป็โอกาสที่นางรอคอยมานาน การได้มาซึ่งคัมภีร์เมฆาอัคคีจะทำให้สำนักของนางมีพลังและสถานะที่สูงขึ้นอย่างมาก อาหลางเห็นการเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของนาง จากความเ็าที่เคยมีเป็ความหวังและความมุ่งมั่น นี่คือจุดอ่อนที่เขาสามารถใช้ประโยชน์ได้
อาหลางแสร้งทำเป็มือสั่นจนน้ำชาในกาเกือบกระฉอกออกมาเล็กน้อย การแสดงนี้ถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ ไม่มากจนดูเกินจริง แต่พอที่จะดึงดูดความสนใจและสร้างข้ออ้างในการเข้าร่วมบทสนทนา "ขออภัย! ขออภัยขอรับแม่นาง! ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง..." เขารีบก้มหัวขอโทษด้วยท่าทางลนลาน ใบหน้าแสดงออกถึงความใและความผิดที่เหมาจริง
การแสดงของเขาสมบูรณ์แบบ ทุกการเคลื่อนไหว ทุกสีหน้า และทุกน้ำเสียงถูกควบคุมอย่างพิถีพิถัน เขาเรียนรู้ศิลปะการแสดงมาั้แ่เด็ก รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้คนอื่นเชื่อในสิ่งที่เขา้าให้เชื่อ การก้มหัวของเขาดูถ่อมตนและเต็มไปด้วยความเคารพ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เขาสามารถซ่อนรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นที่มุมปากได้
แม่นางหลินตวัดสายตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ความโกรธนั้นไม่ได้รุนแรงเหมือนที่เคยเป็ ผลจากน้ำค้างมารทำให้อารมณ์ของนางไม่คงที่ ความโกรธปนเปกับความรู้สึกอื่นๆ ที่นางเองก็ไม่เข้าใจ "เ้า... ระวังหน่อย! ถ้าเสื้อผ้าข้าเปื้อน เ้าคงรับผิดชอบไม่ไหวแน่!"
น้ำเสียงของนางแม้จะพยายามทำให้ฟังดูเข้มงวด แต่กลับมีความนุ่มนวลแฝงอยู่ที่ไม่เคยมีมาก่อน อาหลางสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน เขารู้ว่าน้ำค้างมารกำลังออกฤทธิ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ความเ็าที่นางสร้างขึ้นมาเป็เกราะป้องกันตัวเองเริ่มละลายลงทีละน้อย
"ขอรับ... ข้าน้อยจะระวัง... คือ... เมื่อครู่ข้าน้อยบังเอิญได้ยินท่านพูดถึงคัมภีร์..." อาหลางแสร้งทำเป็อึกอัก เขาจงใจให้ดูเหมือนว่าเขากำลังลังเลว่าจะพูดหรือไม่ ทำให้ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาจะพูดนั้นสำคัญและน่าสนใจ "คือ... ข้าน้อยเคยเห็นท่านเถ้าแก่ถือม้วนกระดาษเก่าๆ ที่มีลวดลายประหลาดเข้าไปในหอตำราท้ายโรงเตี๊ยม... แต่ท่านสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ใครเข้าไปใกล้..."
คำพูดของเขาถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ เขารู้ว่าการกล่าวถึงม้วนกระดาษเก่าที่มีลวดลายประหลาดจะดึงดูดความสนใจของแม่นางหลิน และการเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับการห้ามไม่ให้ใครเข้าไปใกล้จะทำให้ดูน่าเชื่อถือและน่าสนใจมากขึ้น เขาเห็นแววตาของนางเปลี่ยนไปทันที จากความไม่สบอารมณ์เป็ความสนใจอย่างเข้มข้น
แม่นางหลินหยุดชะงักทันที ความตื่นเต้นที่เธอพยายามปกปิดไว้เริ่มปรากฏออกมาอย่างชัดเจน แววตาของนางเปล่งประกายด้วยความสนใจ ราวกับนักล่าที่เพิ่งพบร่องรอยของเหยื่อที่ตามหามานาน การหายใจของนางเร่งขึ้นเล็กน้อย และเขาสังเกตเห็นว่านางเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นที่เพิ่มขึ้น "เ้าว่าอะไรนะ? หอตำราท้ายโรงเตี๊ยมงั้นหรือ? มันอยู่ที่ไหน!"
เสียงของนางมีความกระตือรือร้นที่ไม่สามารถปกปิดได้ นี่คือสิ่งที่อาหลางรอคอย ความปรารถนาที่แรงกล้าของนางต่อคัมภีร์เมฆาอัคคีจะเป็เครื่องมือที่สำคัญในการนำนางเข้าสู่กับดักที่เขาเตรียมไว้ เขาเห็นว่าศิษย์คนสนิทของนางเริ่มดูกังวล แต่แม่นางหลินกลับไม่ได้ใส่ใจกับความกังวลนั้น ความปรารถนาที่จะได้คัมภีร์ทำให้นางละเลยความระมัดระวังที่ควรมี
"อยู่ที่... ทางทิศตะวันตกขอรับ... แต่ที่นั่นเงียบเหงาและวังเวงมาก... ข้าน้อยกลัว..." อาหลางตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าแสดงออกถึงความกลัวและความไม่สบายใจ
เขาจงใจทำให้ดูเหมือนว่าสถานที่นั้นน่ากลัวและไม่ปลอดภัย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเื่ราว และทำให้แม่นางหลินรู้สึกว่าการไปที่นั่นต้องใช้ความกล้าหาญ ซึ่งจะทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายมากขึ้น ความจริงแล้ว หอตำราท้ายโรงเตี๊ยมเป็เพียงอาคารเก่าที่ใช้เก็บของเก่าและเอกสารที่ไม่ค่อยมีคนใช้ แต่อาหลางได้เตรียมการไว้ที่นั่นแล้ว เขาได้ปรับปรุงห้องหนึ่งให้เป็ "กรงขัง" ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมกับกลไกต่างๆ ที่จะทำให้แม่นางหลินไม่สามารถหลบหนีได้
ศิษย์คนสนิทของแม่นางหลินเอ่ยขึ้น "แม่นาง ข้าคิดว่าเราควรระมัดระวัง อาจเป็กับดักก็ได้" เสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและความระแวดระวัง เธอมองอาหลางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
สัญชาตญาณของศิษย์คนสนิทนั้นแม่นยำ แต่แม่นางหลินกลับไม่ได้ฟัง ความปรารถนาที่จะได้คัมภีร์เมฆาอัคคีทำให้นางตาบอด เธอมองไม่เห็นอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และไม่ได้ใส่ใจกับคำเตือนของศิษย์ นี่คือจุดอ่อนของคนที่มีความปรารถนาแรงกล้า พวกเขามักจะละเลยความระมัดระวังเมื่อเห็นโอกาสที่จะได้สิ่งที่้า
แต่แม่นางหลินกลับมีความมั่นใจในตัวเอง นางเป็นักสู้ที่มีฝีมือสูง และมีประสบการณ์ในการเผชิญกับอันตรายมามาก นางไม่เชื่อว่าจะมีใครในโรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งนี้ที่สามารถเป็ภัยต่อนางได้ ยิ่งไปกว่านั้น ความปรารถนาที่จะได้คัมภีร์เมฆาอัคคีทำให้นางพร้อมที่จะเสี่ยงภัย ความมั่นใจนี้เองที่จะนำไปสู่ความพ่ายแพ้ของนาง เพราะเธอประเมินศัตรูต่ำเกินไป
"ไม่ต้องกลัว! พาข้าไปเดี๋ยวนี้!" นางออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ความตื่นเต้นและความกระตือรือร้นปรากฏชัดเจนในน้ำเสียง
นางลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของนางคล่องแคล่วและมั่นใจ ชุดไหมสีขาวพลิ้วไหวตามการเคลื่อนไหว ทำให้ดูสง่างามและมีพลัง ดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น ราวกับนักล่าที่เพิ่งพบเหยื่อที่ตามหามานาน ศิษย์คนสนิทของนางก็ลุกตามไป แม้จะยังคงมีความกังวลแต่ก็ไม่สามารถขัดขวางการตัดสินใจของนายได้
อาหลางก้มหน้าลงเพื่อซ่อนรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความมั่นใจ แผนการของเขากำลังดำเนินไปตามที่คาดหวัง แม่นางหลินกำลังเดินเข้าสู่กับดักที่เขาวางไว้ด้วยความเต็มใจ ในใจเขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก นี่คือ่เวลาที่เขารอคอยมานานหลายเดือน การที่จะได้พิชิตแม่นางหลินผู้เ็าและเข้าถึงไม่ได้ จะเป็ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
"ขอรับ... ถ้าเช่นนั้น โปรดตามข้าน้อยมาทางประตูลับด้านหลังเถอะขอรับ..." เขานำนางเดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่มืดมิด มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เขาจัดเตรียม 'กรงขัง' ไว้รอคอยนาง