เซียนกวีท่องโลกวรรณกรรม (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 21 : กบในกะลา

    ตอนที่ 21: กบในกะลา


    ซูหลี่เหรินได้สติก็รีบขู่เฉินจิ้นเป่ยทันที


    “ .... ” เฉินจิ้นเป่ยคิ้วขมวดและแอบสบถด่ากับความฉลาดของเ๽้าเด็กนี่


    เขากำลังกังวลเ๹ื่๪๫สำนักศึกษาจวินจี๋จริงๆ แต่เขารู้ว่าต้องปกป้องหลินอี้ให้ได้ นี่ก็เพื่อดึงตัวหลินอี้เข้าร่วมสำนักศึกษาผิงโจว


    หากเขาถอยตอนนี้ หลินอี้ยังจะเข้าร่วมสำนักศึกษาผิงโจวได้อย่างไร ?


    “แล้วยังไง ? ” เฉินจิ้นเป่ยพูดขึ้นมาด้วยท่าทีเยือกเย็น


    “หือ ? ” ซูหลี่เหรินคิ้วขมวด “ในฐานะอาจารย์สำนักศึกษาผิงโจวท่านไม่ใช่แค่ปกป้องคนร้าย แต่ยังทำร้ายข้าเชื่อรึไม่ว่าข้าจะร้องเรียนไปยังสถานศักดิ์สิทธิ์และทำให้สำนักศึกษาผิงโจวต้องพบเจอกับหายนะ? ”


    “ปากคอเราะร้ายเสียจริง
    ! ”เฉินจิ้นเป่ยหัวเราะออกมา เขาแปลกใจกับที่ซูหลี่เหรินฉลาดได้ขนาดนี้ทุกประโยคนั้นแทงใจดำเขาจริง ๆ


    “หลินอี้เป็๲คนร้ายรึ ? ๼๥๱๱๦์ได้รับรองเขาแล้วหากเ๽้าคิดจะฆ่าศิษย์สำนักศึกษาผิงโจว ข้าในฐานะอาจารย์ ข้าจะนิ่งดูดายได้ยังไง ?”


    เฉินจิ้นเป่ยรู้ว่าซูหลี่เหรินน่ะสำคัญต่อสำนักศึกษาจวินจี๋แค่ไหน


    เขาปกป้องหลินอี้ได้ แต่ไม่อาจจะจัดการกับซูหลี่เหรินได้


    “ว่าไงนะ ? หลินอี้เป็๞ศิษย์ของสำนักศึกษาผิงโจวรึ ? ”


    “นะ...นะ...นี่... ”


    “เขาเป็๞นักโทษมิใช่รึ ?ทำไมเขาถึงกลายเป็๞ศิษย์ของสำนักศึกษาผิงโจวได้ในพริบตาเช่นนี้ ?แม้แต่อาจารย์ของสำนักศึกษาก็ยังปกป้องเขาด้วยรึ ? ”


    เสียงกระซิบกระซาบดังระงมไปทั่ว พ่อค้าบางคนถึงกับหน้าซีดเผือดเพราะความกลัว


    ศิษย์ของสำนักศึกษาคืออะไร ?


    ฐานะนี้ไม่ได้ด้อยกว่าพ่อของซูหลี่เหรินเลย ในฐานะพ่อของศิษย์ในสำนักศึกษาแล้วซูหวายจื้อก็คงได้สั่งสอนในสถานศึกษาต่อ....


    เขามีฐานะที่เหมาะกว่าซูฉางหยู่มากนัก


    ยังไงซะซูหวายจื้อก็ได้สร้างผู้มีจิตใจใฝ่วรรณกรรมขึ้นมาได้


    พระเ๯้า
    !


    พ่อค้าหลายคนหน้าซีดเผือดและทรุดลงไปนั่งกับพื้น ในใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
    หลายคนที่ได้สติก็รีบวิ่งไปหาซูหวายจื้อ พวกเขากำลังจะร้องขอความเมตตาออกมา....


    “ไปให้พ้น
     ! ”ซูหวายจื้อชี้นิ้วไปที่หน้าพ่อค้าพวกนั้นและสบถออกมา


    พวกนี้เป็๲คนแบบไหนกัน ? ไร้ค่าสิ้นดี
    !


    พวกนี้แค่สุนัขที่คอยดูถูกคนอื่นมันถือว่าเป็๞การหยาบคายที่จะไปสุภาพกับคนเหล่านี้


    “พี่ซู ข้าไม่เชื่อว่าท่าน... ”


    “ไปให้พ้น
    ! ” ซูหวายจื้อตวาดเสียงแข็งเขาไม่อยากจะทำให้หลินอี้เสียหน้า


    หลินอี้เห็นเหตุการณ์ฝั่งซูหวายจื้อก็รู้สึกโล่งอกพ่อบุญธรรมของเขาน่ะกลัวสายตาของผู้คนจนไม่

    กล้าจะทำอะไร...


    เช่นนี่แหละคือสิ่งที่พ่อเขาควรจะทำ


    ปัญญาชนจะไม่มีความภาคภูมิใจในตัวเองได้อย่างไร ?


    จากนั้นหลินอี้ก็มองไปที่เฉินจิ้นเป่ย และสงสัยว่าสำนักศึกษาผิงโจวจะยิ่งใหญ่เพียงใด


    หากซูหลี่เหรินกลัวเพราะคำพูดไม่กี่คำนี้ งั้นเขาก็จะยอมเข้าร่วมสำนักศึกษาผิงโจว
    จากมุมมองจุดหนึ่งแล้ว เฉินจิ้เป่ยนั้นมีความสามารถอย่างมากมันเป็๞ไปไม่ได้เลยที่เขาจะยอมถอย


    แน่นอนว่าหลินอี้ก็ตระหนักได้ว่าสำนักศึกษาผิงโจวนั้นไม่อาจจะเทียบกับสำนักศึกษาจวินจี๋ของซูหลี่เหรินได้


    “ด้วยการที่มีข้าเข้าร่วมสำนักศึกษาผิงโจว สำนักศึกษาจวินจี๋ก็ไม่มีค่าอะไร...”  หลินอี้ยังมั่นใจอยู่นิด ๆ เขามองไปที่เฉินจิ้นเป่ยและซูหลี่เหรินต่อเขาอยากเห็นว่าเฉินจิ้เป่ยจะจัดการกับเ๹ื่๪๫นี้เช่นใด


    “๼๥๱๱๦์ยอมรับเขารึ ? อาจารย์เฉิน ท่านพูดเช่นนี้ได้รึ ? ”  ซูหลี่เหรินส่ายหน้าและพูดขึ้นมา“ข้าคิดว่าสำนักศึกษาผิงโจวของท่านน่ะย่ำแย่พอแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะแย่กว่าที่ข้าคิดเอาไว้แม้แต่ขยะที่ปลุกจิตใจใฝ่วรรณกรรมขึ้นมาได้ก็ยังปกป้องเช่นนี้ดูเหมือนว่า...ในสำนักศึกษาของท่านจะไม่มีใครที่ใช้การได้เลย
    ! ”


    “กบในกะลา
    ! ”เฉินจิ้นเป่ยหงุดหงิดกับคำพูดของซูหลี่เหริน เขาม้วนแขนเสื้อราวกับกำลังจะไปอัดใคร


    หลินอี้เห็นแบบนั้นก็ต้องอึ้ง


    ไม่ว่าจะเป็๞ที่ศาลาว่าการรึที่นี่...อาจารย์เฉินก็ยังปกป้องเขาอยู่ตลอด


    สำนักศึกษาผิงโจว
    !


    เขายอมรับในตัวอาจารย์เฉิน


    ตอนนั้นเองหลังจากที่ม้วนแขนเสื้อเสร็จ เฉินจิ้นเป่ยก็พูดขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง “หลินอี้
    ! ”


    “ ? ? ? ” หลินอี้สับสน เรียกเขาทำไม ?


    หลินอี้ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “อาจารย์เฉิน ? ”


    อาจารย์เฉินพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง “ซูหลี่เหรินผู้นี้บอกว่าในสำนักศึกษาผิงโจวนั้นไม่มีใครที่ใช้การได้เ๯้าควรจะสู้กับเขา
    ! ”


    “ .... ” หลินอี้ไม่รู้ว่าจะต้องรู้สึกเช่นใด


    “ฮ่าฮ่า
    ! ” ซูหลี่เหรินราวกับได้ยินเ๹ื่๪๫ตลกเขามั่นใจเต็มที่และฮึดฮัดออกมา “แค่หิ่งห้อยคิดจะมาสู้กับพระจันทร์รึ ? ”


    อันที่จริงแล้ว เขาคิดอยู่แล้วว่าเฉินจิ้นเป่ยน่ะจะไม่ทำอะไรเขายังไงซะเขาก็ถือว่าเป็๲หน้าเป็๲ตาของสำนักศึกษาจวินจี๋


    เฉินจิ้นเป่ยอาจจะไม่ได้กลัวเขา แต่ก็ต้องกลัวสำนักศึกษาจวินจี๋


    “หิ่งห้อยรึ ? ” เฉินจิ้นเป่ยเงยหน้าขึ้นพร้อมกับลูบเคราแล้วบอกกับหลินอี้“แสดงให้กบในกะลาเห็นทีว่าดวงจันทร์นั้นเป็๲เช่นใด... ”


    หลินอี้เข้าใจคำพูดของเฉินจิ้นเป่ยในทันที


    เขาก้าวออกมาพร้อมกับปลดปล่อยพลังแห่งความชอบธรรม
    ในพริบตาพลังอันแข็งแกร่งก็ปะทุออกมาจากตัวเขา มันมีเสาแสงสีทองทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า


    ตอนนั้นร่างของหลินอี้อยู่ในเสาแสงสีทองนี้ ราวกับเขาคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของโลกนี้
    สว่างจ้าจนไม่อาจจะมองตรง ๆ ได้
    !


    “ตาข้า
    !  “นี่มันอะไรกัน ? ”


    คนที่มุงอยู่โดยรอบไม่อาจจะลืมตาได้เพราะเสาแสงนี่


    ภายใต้พลังแห่งความชอบธรรม พวกคนชั่วร้ายไม่อาจจะหนีรอดไปไหนได้พวกเขาได้แต่ต้องทรุดลงไปกองกับพื้น พวกเขาราวกับถูก๼๥๱๱๦์ตัดสิน


    โดยเฉพาะซูฉางหยู่ที่นอนอยู่ที่พื้น เขาอยู่ใกล้กับหลินอี้ที่สุดตอนนั้นภายใต้แรงกดดันจากความชอบธรรมแห่งห้าวหลาน เขาถึงกับฉี่ราด


    “ปะ...เป็๲ไปได้อย่างไร ? ” รอยยิ้มที่มั่นใจบนใบหน้าซูหลี่เหรินหายไปในทันทีตัวเขาสั่นเทา


    “หะ...ความชอบธรรมแห่งห้าวหลาน
    ! ”


    “เ๽้ากลับมีความชอบธรรมแห่งห้าวหลานรึ ? ”


    “ไม่...ไม่จริง
    ! ”


    “ในต้าเหยียน มีแค่จักรพรรดิเท่านั้นที่มีความชอบธรรมนี่คือพร๼๥๱๱๦์ที่หาได้ยากในโลกนี้ มันมีความวิเศษในตัวที่เ๽้าไม่อาจจะมีมันได้
    ! ”


    “สถานศักดิ์สิทธิ์...สถานศักดิ์สิทธิ์จะไม่ยอมให้คนทั่วไปมีความชอบธรรมได้ ปลอมมันต้องเป็๞ของปลอมแน่... ”


    “มดเช่นเ๽้าจะได้รับการยอมรับจากความชอบธรรมแห่งห้าวหลาน และผ่านการรับรองจากสถานศักดิ์สิทธิ์ได้เช่นใด? ”


    ความภาคภูมิใจของซูหลี่เหรินพังทลายเป็๞เสี่ยง ๆ เพราะความชอบธรรมที่หลินอี้แสดงออกมา
    เขารู้ดีว่าความชอบธรรมนี้หมายถึงอะไร


    มีหลายคนในโลกที่มีความชอบธรรมอยู่ในตัว แต่มันมีไม่กี่คนที่สามารถนำมันออกมาใช้ได้
    หลินอี้ดึงพลังแห่งความชอบธรรมกลับมา เขารู้สึกได้ว่าตัวเขาเบาโหวง


    เพื่อที่จะแสดงพลังออกมา พลังแห่งวรรณกรรมเขาแทบจะหมดร่าง แต่เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของซูหลี่เหรินหลินอี้ก็รู้สึกว่า...มันคุ้มค่า
    !


    ‘ความชอบธรรมแห่งห้าวหลานใช้เช่นนี้ได้ด้วยรึ ?มีแค่ข้ากับจักรพรรดิต้าเหยียนที่มีมันรึ ? นี่มันของจริงนี่หว่า ! ’ หลินอี้ไม่คิดเลยว่าความชอบธรรมแห่งห้าวหลานนั้นจะศักดิ์สิทธิ์ถึงเพียงนี้มันถือว่าเป็๲ของดี  ของหายากน่ะก็ยิ่งต้องแพง!


    ....


    ในเวลาเดียวกันคณบดีของทั้งสามสำนักศึกษาที่มุ่งหน้ามาที่นี่ ต่างก็รับรู้ได้ถึงพลังอันน่าตกตะลึงนี้


    “ข้ายืนยันตำแหน่งได้แล้ว
    ! ” คณบดีสำนักศึกษาผิงโจวที่นั่งอยู่บนม้าแปดขามองไปทางเมืองต้าซิงตาเขาเป็๞ประกายและพูดขึ้น “ข้าอยู่ห่างแค่ร้อยลี้ ! ”


    ฟู่ม....ร่างของคณบดีสำนักศึกษาผิงโจวได้หายตัวไปจากตัวม้า


    ม้าแปดขาก้าวลงกับพื้น ก่อนที่ขา 8 ข้างของมันจะหายกลับไปเป็๞ม้า
    4 ขาดังเดิมแล้วขาดใจตายไป


    “ตอนนี้ข้าอยู่ห่างแค่
    100 ลี้ ! ”


    “ข้าอยู่ห่างแค่
    100 ลี้ ! ”


    แทบจะพร้อมกันนั้นคณบดีของสำนักศึกษาจวินจี๋และสำนักศึกษาฉิงปิงที่มาจากอีกทางก็ได้แสดงพลังของสุภาพชนระดับ4 ออกมา
    ‘กฎแห่งการประกาศ’


    ร่างของพวกเขาได้หายไปราวกับอากาศ....