ตอนที่ 6 เทพคงได้ยินคำภาวนาของท่านแล้ว
แต่ก่อนที่อัญมณีจะถูกปาหายลับไปก็เกิดช่องว่างของมิติขึ้น
[ตรวจสอบเจอมณีแห่งสายน้ำ จะทำการดูดกลืนและพัฒนาดินแดน]
เสียงในหัวนั้นซินได้ยินเพียงแค่คนเดียวแต่ทุกคนกำลังอึ้งอยู่ที่โดนโยนของสำคัญทิ้งไปต่อหน้าต่อตา
‘ฉันควรบอกพวกเขาหรือเปล่าว่าถูกปราสาทหลังนี้กินไปแล้ว แต่จะโทษเจ๊ผมแดงก็ไม่ได้ด้วย’
จะถามว่าทำไมนะเหรอก็เพราะว่าซินได้ตรวจสอบเธอแล้วถึงแม้ไม่มีข้อมูลอะไรแต่ก็ได้รู้จากสีของมานาที่แสดงออกมาว่าเธอมีธาตุไฟแน่ การที่จะให้คนขี้หงุดหงิดอยู่ในสถานการณ์ที่ตัวเองอึดอัดคงยากหน่อยที่ควบคุม
“ไม่นะมณีแห่งสายน้ำพวกเราสูญสิ้นความหวังแล้ว” เฒ่าต้นไม้ทรุดลงกับพื้นทำท่าทางน่าสงสาร
‘เอ่อแต่ปู่คิดว่าจะใช้ได้ผลกับผู้หญิงที่เอาปู่เป็เบ๊ตอนนอนหรือไง’
“ที่จริงแล้วมณีอันนั้นยังไม่หายไปหรอกครับ ท่านเทพคงได้ยินคำภาวนาของท่านแล้ว” ซินกล่าวขึ้นทำให้ทุกสายตาหันมาจ้องมองเขาทันที
“หยอกเล่นนะ”
"แต่ยังไม่หายไปจริง ๆ นะ"
“เ้าหมายความว่ายังไงเมื่อสักครู่พวกเราก็เห็นกับตาตัวเองว่ามันถูกปาหายออกไปไม่เห็นและสามารถััได้ถึงมันอีกเลย”
“จริงครับที่เราเห็นว่ามันถูกปาออกไปแต่ที่จริงมันแค่ถูกปราสาทหลังนี้เก็บเอาไว้ต่างหาก”
“ถูกเก็บเอาไว้ ปราสาท?”
“เดี๋ยวดิฉันจัดการต่อเองค่ะ ที่จริงปราสาทนี้ไม่ใช่ปราสาทธรรมดาอย่างที่ทุกคนรู้และบางคนก็ัักับมันมาแล้ว” กล่าวถึงตรงนี้เซมมองไปที่เฟเรน่าเล็กน้อย ทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ
“มันเป็ปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยยอดฝีมือโยฮานในตำนานคนนั้นหลงเหลืออยู่”
“โยฮานบุรุษผู้นั้นนะเหรอ” เฟเรน่าใเล็กน้อย
“ใช่ค่ะ โยนฮานได้ถูกยอมรับว่าเป็บุคคลที่ทำให้พระเ้าช่างฝีมือยอมรับได้ ปราสาทที่เขาสร้างย่อมไม่ต่างจากพระราชวงศ์ของเทพหรือแท่นบูชาเทพแต่อย่างใด” เซมกล่าวออกมาด้วยเื่ที่เธอรู้ด้วยสีหน้าภาคภูมิเป็อย่างมาก
“เอ่อ เซมปู่ต้นไม้และพวกเขาไม่เข้าใจที่เธอพูดหรอกนะ” ซินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงค่อย ๆ และ เบา ๆ
แต่เมื่อเธอได้ยินดังนั้นก็หน้าแดงขึ้นมาทันทีแม้หน้าจะแดงแต่ก็ยังแสดงความเรียบเฉยเอาไว้ได้
“โอ้ฉันละนับถือเธอจริง ๆ เลยพี่” เซจังกล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะลั่น
ส่วนเฟเรน่านั้นไม่ได้ทำอะไรแค่เดินเข้าไปตบไหลของเซมเบา
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่ต้อง ๆ ๆ ๆ คิดมากน่า อ๊อก” ก่อนพูดจบนางก็โดนเวทน้ำแข็งยัดปิดปากไปเรียบร้อยแล้ว
ซินก็ต้องเดินไปง้อเซมและคอยปลอบว่าไม่เป็อะไรและไปบอกเกี่ยวกับมณีวารีหรือมณีแห่งสายน้ำกับปู่ให้ปู่เข้าใจ ปู่รู้เื่เขาก็ดีใจบอกว่าจะรับใช้พวกตนเองดี
“ก็เป็ไปตามที่คิดไว้” ซินนั่งอยู่บนเก้าอี้ห้องทำงานของเขามองไปด้านหลังที่เป็วิวทิวทัศน์ ภาพตรงหน้าของเขาเป็วิวที่สวยงามเป็อย่างมากเนื่องจากสามารถมองเห็นพระจันทร์ได้อย่างพอดี ซินนอนทอดมองไปยังท้องฟ้าข้างนอกอย่างโดดเดี่ยวไม่มีใครรู้หรอกเขาโดดเดี่ยวแค่ไหน
กับการที่มาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักแบบนี้ ที่เห็นมันก็แค่ละครบนหนึ่งที่เขาแสดงออกมาว่าตนเองยังปกติอยู่
ถามว่าเขาทำแบบนั้นทำไมเหรอ
ก็เพราะว่า มันเป็หน้าที่ของผู้นำทุกคนนะสิ
“ระบบ”
หน้าต่างระบบเปิดขึ้นตามคำสั่งของซิน ภาพที่เขาเห็นไม่ต่างจากหน้าจอโฮโลแกรมที่เห็นในหนังเทคโนโลยีมากนัก แต่มีฟังชั่นการเปลี่ยนเป็รูปแบบกระดาษโบราณด้วยนะ ระบบสุดยอดการเปลี่ยนฟิวเจอร์สุดเท่
หลังจากที่ซินได้รับมณีแห่งสายน้ำระบบส่วนหนึ่งก็เพิ่งขึ้นมาก็คือระบบประปา ซึ่งการประปานั้นไม่ได้ทำท่อแบบที่ทุกคนคิดแต่เป็การทำสายธาร ลำธาร ไว้ให้แก่ชาวเมืองซึ่ง ซินจัดการคิดไว้แล้วว่าจะให้พวกต้นไม้นรกนั้นไปขุดลำธารเอาไว้สำหรับรองรับน้ำและเพาะปลูก ทำทางน้ำไหลจากตรงยอดของปราสาทที่เป็ที่อยู่ของมณีแห่งสายน้ำ
เขาไม่แน่ใจว่ามณีสายน้ำนั้นมีหมดพลังไหมแต่จากที่ฟังจาก ปู่ต้นไม้รู้สึกว่ามันจะมีพลังไร้ขีดจำกัด ซึ่งมันไร้เหตุผลมาก ๆ แต่ก็สมกับความแฟนตาซีดี
ก๊อก ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่จะมีหญิงสาวในชุดเมดพร้อมกับแว่นตาสุดเซ็กส์ซี่เข้ามา
“ไม่คิดว่าจะมาเวลานี่เลยนะครับ” ซินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแตกต่างจากตอนร่าเริงตอนแรก
“คุณพยายามมากพอแล้วนะคะสำหรับวันนี้นอนเถอะค่ะ” เซมยิ้มให้อย่างอ่อนโยนให้แกซินพร้อมกับเอาผ้าห่มให้เขานอนที่โต๊ะทำงาน เพราะว่าซินไม่ออกจากที่นี่แน่ถ้างานของเขาไม่เสร็จแล้ว มันเป็สิ่งที่เธอรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณ
“ขอบคุณครับ” ซินยิ้มให้ก่อนที่จะทำงานของเขาต่อ
ปล่อยให้เซมเดินออกจากห้องไปทั้งอย่างนั้นเซมเดินออกมาไปไกลจากห้องทำงานมากนักก็เจอเฟเรน่าเดิน
“ทำไมเขาถึงพยายามกับดินแดนที่ตายแล้วแบบนี้ละ”
“สำหรับคนอื่นอาจยอมแพ้ไปแล้วแต่ไม่สำหรับนายท่านของเรา เพราะเขามีสิ่งที่ต้องทำยิ่งใหญ่กว่ามาดินแดนแห่งนี้ ถ้าแค่นี้เขาไม่สามารถผ่านไปได้เขาก็ไม่คู่ควรกับการไปนายของพวกเรา”
“ดูเธอจะคาดหวังเ้าหนูนั้นมากเลยนะ” เฟเรน่ากล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ
“คาดหวังอย่างนั้นเหรอ ไม่ใช่เลย พวกเรารู้อยู่แล้วว่าเขาสามารถทำได้” เซจังที่เดินมาจากไหนไม่รู้กล่าวก่อนที่จะเดินห้าวออกไป
“อย่างนั้นเหรอ” เฟเรน่ากล่าวก่อนที่เดินแยกกลับห้องของตัวเองไป
ยามเช้าขึ้นพระอาทิตย์ส่องเข้ามาในห้องทำงานของซินจนทำให้เขาต้องตื่นขึ้นจากหลับใหล
แต่ที่จริงก็เป็เพราะเมดสาวเซมของเขารูดม่านเปิดให้แสงแดดส่องมาที่หน้าของเขาเพื่อปลุกเขาให้ตื่น
“เช้าแล้วเหรอ”
“เช้าแล้วค่ะ”
“อ่า ทำงานเสร็จพอดีเลยคุณช่วยจัดการเอางานทั้งหมดไปแจกจ่ายให้แก่พวกต้นไม้นรกด้วยล่ะแล้วผมคิดว่าอีกไม่นานเมื่อพวกเขามีมณีแห่งชีวิตแล้วพวกเขาก็สามารถชำระล้างความบริสุทธิ์ดั่งเดิมได้ จนสามารถมีทายาทได้อีกครั้ง”
ซินกล่าวออกมาราวกับเป็เื่ง่าย ๆ แต่เมื่อเซมดูเอกสารและผลงานวิจัยของเขาตลอดทั้งคืนทำให้นางนั้นอึ้งมากเพราะว่าสิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นเป็สิ่งที่ทำให้ประชากรและดินแดนแห่งนี้พัฒนาต่อไปได้อย่างไร้ความกังวล
“ผมไม่้าคำชมหรอกนะ และรีบไปจัดการเื่พวกนี้ให้เรียบร้อยผมจะไปฝึกซ้อมกับพี่สาวผมแดง เพราะว่าผมเริ่มอยากออกไปสำรวจโลกใบนี้แล้วสิ” ซินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ดิฉันคิดว่าโลกใบนี้จะต้องสนุกสำหรับท่านอย่างแน่นอน” เซมกล่าวพร้อมเดินออกจากห้องไป
ซินเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่างอีกครั้งเขามองไปยังหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเหวี่ยงดาบไปมาอยู่ ความเร็วของดาบที่เหวี่ยงนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขานั้นสามารถเห็นได้ตาเปล่าได้
“มองไม่เห็นเหรอเ้าหนู ธรรมดากว่านายจะมองเห็นความเร็วระดับนี้ได้ต้องใช้เวลาอีกหลายปีเชียวละ”
“อย่างนั้นเหรอ” ซินกล่าวพร้อมกับะโออกมาจากหน้าต่างห้องทำงานของเขา
สายตาของเขายังจ้องมองไปยังดาบโดยที่ไม่ขยับไปไหน
“เธอบอกว่าผมไม่สามารถหลบดาบที่เธอฟันได้อย่างนั้นเหรอ”
“ใช่แล้ว” เฟเรน่าพยักหน้ายืนยัน
เขามองไปยังดาบของเธอก่อนที่จะเดินถอยหลังออกมาก่อนที่เฟเรน่าจะฟันเสียอีก
“นายทำอะไรนะ”
“ผมก็แค่หลบดาบยังไงละ”
“แต่ยังไม่มีสัญญาณเริ่มเลยนะ”
“สิ่งที่เธอทำก็แค่ฟันผมนิ ผมไม่จำเป็ต้องรอให้เธอฟันผมตอนที่ผมไม่พร้อมหรอก ถ้าหลบตอนที่ดาบจะฟันโดนไม่ได้สู้หลบก่อนที่ดาบจะฟันลงมาก็สิ้นเื่”
“เหอะคำพูดของผู้ขี้แพ้ชัด ๆ”
“ฮ่า ๆ แต่ก็ได้ผลใช่ไหมล่ะ” ซินยิ้มอย่างผู้ชนะก่อนที่จะเริ่มฝึกซ้อมดาบกับเฟเรน่าต่ออีกหลายชั่วโมงจนกระทั่งเวลาอาหารเช้าทั้งสองคนก็ได้นั่งทานด้วยกันที่สวน
“นายคิดว่าฺอาณาจักรนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน” จู่ ๆ เฟเรน่าก็ถามคำถามแปลก ๆ ขึ้นโดยที่ซินยังไม่ทันตั้งตัว
“หมายถึงอะไร ดินแดนของผมหรืออาณาจักรของคุณ ถ้าอาณาจักรของคุณผมไม่รู้เื่มากหรอกนะ”
“อย่าทำมาเป็ไขสือฉันเอาหนังสือต่าง ๆ ไว้ให้นายอ่านทั้งหมดคือประวัติศาสตร์ของอาณาจักรของฉัน ถ้านายไม่รู้เื่อะไรเลยจากข้อมูลที่ได้ไปนายมันก็แค่ไอโง่ตัวหนึ่ง”
“ถ้าจะให้พูดจริง ๆ ละก็กำลังล่มสลาย” ซินกล่าวคำนั้นออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มบวกเรียบเฉยทำให้บรรยากาศดูเ็าขึ้นมาทันที