ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 7 บทที่ 189 เทพีนาคา ศัตรูเก่าที่แค้นฝังหุ่น!

            “นั่นมันกลิ่นอะไร?”

            “กลิ่นคาวแรงมาก ไม่ใช่กลิ่นเลือดแต่เป็นกลิ่นทะเล!”

            “ที่นี่มันเขตทะเลทรายจะมีกลิ่นทะเลได้ยังไง?”

            ลมปีศาจพัดกระหน่ำเหนือสนามรบกลิ่นอายของทะเลที่พัดมาปะทะหน้ากระตุ้นการรับรู้กลิ่นของผู้ควบคุมสัตว์อสูรทุกคน

            เมืองหวงเยียนตั้งอยู่ในพื้นที่ที่แห้งแล้งรอบด้าน

            การที่อยู่ๆก็มีกลิ่นอายของทะเลปรากฏขึ้นในสถานที่เช่นนี้ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ

            “ทะ~ท้องฟ้า!”

            “ท้องฟ้ากลายเป็นทะเลแล้ว!”

            “แรงกดดันน่ากลัวมาก!”

            แสงอรุณยามเช้าถูกความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดกลืนกินไปอีกครั้ง

            ลู่หมิงเซียวเงยหน้ามองท้องฟ้า

            ในเวลานี้ท้องฟ้าได้สูญเสียรูปลักษณ์เดิมไปแล้ว มันดูเหมือนมหาสมุทรสีดำที่ไร้ขอบเขต!

            เมฆกลายเป็นคลื่นทะเลที่โหมกระหน่ำไปตามลม

            ใจกลางมหาสมุทรสีดำแห่งนี้เกิดเป็นวังวนขนาดใหญ่ที่สามารถกลืนกินเมืองทั้งเมืองได้

            วังวนนี้ปล่อยพลังปีศาจอันรุนแรงออกมาโดยมีสายฟ้าสีน้ำตาลรายล้อมอยู่รอบๆ

            ชั่วพริบตาเดียวเงาดำร่างหนึ่งก็โผล่พ้นน้ำขึ้นมา และร่วงหล่นลงสู่สนามรบอย่างรุนแรง!

            ปัง~

            หลังจากเสียงดังกึกก้องทะเลทรายก็กลายเป็นมหาสมุทร

            ในมหาสมุทรลอยตัวอยู่สัตว์ประหลาดรูปร่างแปลกตา!

            มันมีท่อนบนเป็นมนุษย์ผู้หญิงอกอวบอิ่มเย้ายวน มีเพียงเกล็ดปลาสีน้ำเงินเข้มปกคลุมส่วนสำคัญผิวที่เปลือยเปล่าขาวบริสุทธิ์ราวหิมะ

            ส่วนล่างเป็นหางงูผิวหนังงูมีลวดลายแปลกประหลาด มีอักขระคำสาปสีดำโบราณสลักอยู่บนนั้นส่องประกายงดงามยามอยู่ในความมืดมิด

            ลู่หมิงเซียวสีหน้าเคร่งขรึม พึมพำว่า“เทพีนาคา”

            เทพีนาคาเบิกตากว้างดวงตาที่เปล่งประกายไปด้วยเจตนาฆ่าที่โหดเหี้ยมและโลภมาก

            เธอยกศีรษะอันสง่างามขึ้นผมแต่ละเส้นเป็นงูตัวเล็กๆ ที่ขยับไปมา ปลายลิ้นงูแลบออกมาเป็นสีแดงเลือด

            เทพีนาคาว่ายไปตามผิวน้ำและมาหยุดอยู่ข้างอุลดิส

            “อุลดิส ฟ้าสว่างแล้วนายยังยึดเมืองนี้ไม่ได้อีกเหรอ? เรื่องนี้ถ้ากลับไปถึงฐานทัพใหญ่นายจะรับมือกับความโกรธของท่านนิดฮอกก์ยังไง?”

            เมื่อได้ยินชื่อ“นิดฮอกก์” ดวงตาของอุลดิสก็ฉายแววหวาดระแวงและตื่นตระหนกแต่เขาก็ปรับสภาพจิตใจได้อย่างรวดเร็ว

            “ท่านนิดฮอกก์ยึดติดกับผลลัพธ์มาโดยตลอดตราบใดที่เธอช่วยฉันยึดเมืองนี้ให้ได้ ฉันเชื่อว่าท่านนิดฮอกก์จะให้รางวัลพวกเรา”

            ในระบบของเผ่าปีศาจระดับของนิดฮอกก์สูงกว่าอุลดิสและเทพีนาคามากเขาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดที่รับผิดชอบการดำเนินงานตาม“แผนการทำลายหลงกั๋ว”

            ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีเพียงผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสิบดาวเท่านั้นที่มีคุณสมบัติพอที่จะต่อสู้กับนิดฮอกก์ได้และหากต้องการไม่เสียเปรียบ ก็มีเพียงจักรพรรดินีซ่างกวนหลานแห่งหลงกั๋วเท่านั้น

            เทพีนาคาเสยผมที่เต็มไปด้วยหัวงูและมองไปยังลู่หมิงเซียวที่ยืนเฝ้าประตูเมืองอยู่จากนั้นก็สังเกตเห็นสัตว์เทพจูเชวี่ยที่กำลังบินวนอยู่เหนือเมือง

            “อ๋อที่แท้ก็เป็นนายพลอากาศแห่งหลงกั๋วนี่เอง อุลดิสนายยังสู้เขาแบบตัวต่อตัวไม่ได้เลย”

            “นาคา เธออย่ามาพูดจาประชดประชันเธอเองก็สู้เขาไม่ได้เหมือนกัน”

            เทพีนาคาไม่ปฏิเสธแม้ว่ามันจะเป็นสัตว์อสูรระดับเทพอสูรเหมือนกัน แต่อย่างที่อุลดิสพูดสายเลือดของมันกับจูเชวี่ยแตกต่างกันหนึ่งระดับ

            จูเชวี่ยเป็นหนึ่งในสี่เทพพิทักษ์ของหลงกั๋วสายเลือดของมันคือมายาเทพ และยังมีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งอย่าง [อมตะ] อีกด้วย

            ไม่ว่าจะเป็นอุลดิสหรือเทพีนาคาหากต้องต่อสู้กับลู่หมิงเซียวที่สภาพสมบูรณ์ พวกเขาก็ไม่ได้เปรียบเท่าไร

            แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว!

            สัตว์อสูรระดับเทพอสูรสองตัวร่วมมือกันนี่คือการรวมพลังที่ยิ่งใหญ่กว่า 1+1 มากกว่า2

            ลู่หมิงเซียวต้องเผชิญหน้ากับอุลดิสและเทพีนาคาพร้อมกันสองหมัดย่อมยากจะต้านทานสี่มือ ก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้ เขาก็ตกเป็นรองแล้ว

            “ถอยทัพเข้าเมือง!”

            ลู่หมิงเซียวออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “นายพลลู่ ท่านยังสู้พวกเราจะยอมแพ้ได้ยังไง?”

            “ใช่ครับ พวกเราจะสู้ไปพร้อมกับท่าน!”

            “แม้ต้องตาย เราก็จะตายในสนามรบไม่ใช่คนหนีทัพ!”

            ความกลัวเป็นจุดอ่อนของมนุษย์แต่เมื่อความกลัวถึงขีดสุด มันจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกปลงและไร้ซึ่งความหวาดกลัว

            การปรากฏตัวของเทพีนาคาทำให้ความกลัวของกองทัพทั้งหมดเกินขีดจำกัดผู้ควบคุมสัตว์อสูรทุกคนที่อยู่ในสนามรบต่างก็ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองและเตรียมพร้อมที่จะเสียสละ

            ลู่หมิงเซียวพูดเหน็บแนมอย่างไม่ไยดี

            “ทหารทุกนายด้วยระดับของพวกนายในการต่อสู้ครั้งต่อไปพวกนายจะเป็นได้แค่เบี้ยที่ถูกกวาดล้างด้วยคลื่นพลังเท่านั้น”

            “แต่ว่า...”

            “นี่คือคำสั่ง! กลับไปประจำที่ในเมืองไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามออกจากเมืองเด็ดขาด”

            ในสนามรบ คำสั่งทางทหารศักดิ์สิทธิ์ราวภูเขา

            ทุกคนมองหน้ากันสุดท้ายก็ไม่สามารถขัดขืนคำสั่งของนายพลอากาศได้

            ซุนล่าง ในฐานะรองแม่ทัพของเจ้าเมืองโจวสยงตะโกนเสียงดังว่า “ปฏิบัติตามคำสั่งของนายพลลู่ถอยทัพเข้าเมือง!”

            ไม่นานนักกองทัพทั้งหมดก็ถอยกลับไปยังประตูเมือง เหลือเพียงมนุษย์คนเดียวในสนามรบนั่นก็คือลู่หมิงเซียว

            ซ่างกวนเฉี่ยนก็ถูกดึงกลับเข้าเมืองอย่างแข็งขันเธอเป็นถึงองค์หญิง จะเกิดเรื่องผิดพลาดแม้แต่น้อยก็ไม่ได้

            “องค์หญิงครับ ท่านก็บาดเจ็บเดี๋ยวผมจะจัดหาหมอที่ดีที่สุดมารักษาให้ท่าน”

            แขนซ้ายของซ่างกวนเฉี่ยนเลือดไหลไม่หยุดหลังจากได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว เธอควรจะนอนพักผ่อนแต่เธอกลับเป็นห่วงคนอื่นอยู่

            “เซี่ยวซิงอวี่เป็นยังไงบ้าง?”

            “องค์หญิง เซี่ยวซิงอวี่หมดยังไม่ได้สติเพราะได้รับพิษปีศาจเข้าร่างกายอย่างรุนแรง”

            “ห้องไหน?”

            “หมายเลข 3 ครับ”

            “ไม่ต้องประคองฉัน ฉันเดินเองได้”

            ซ่างกวนเฉี่ยนแขนเข้าเฝือก ขาก็กะเผลกเธอกะเผลกไปที่ห้องหมายเลข 3

            ในห้องมีเพียงเตียงเดียว

            เซี่ยวซิงอวี่ไม่สวมเสื้อท่อนบนนอนอยู่บนเตียง มีสายยางเสียบอยู่เต็มไปหมด เพื่อดูดพลังปีศาจออกจากร่างกาย

            ฉินเยียนหรานออกไปปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาการของเซี่ยวซิงอวี่ในห้องเหลือเพียงซ่างกวนเฉี่ยนและเซี่ยวซิงอวี่

            ซ่างกวนเฉี่ยนเดินไปนั่งข้างเตียงจ้องมองใบหน้าซีดเผือดของเซี่ยวซิงอวี่

            เปลือกตาที่หนักอึ้งของเซี่ยวซิงอวี่ปิดสนิทราวกับถูกทากาวไว้ ทำให้เขาไม่สามารถลืมตาได้เลย

            ซ่างกวนเฉี่ยนพิงหัวเตียง ดวงตาเหม่อลอย

            “ฉันยังคงคุ้นเคยกับเซี่ยวซิงอวี่ที่เป็นคนช่างพูดช่างเจรจาข้างหูฉัน”

            “นายเงียบไปแบบนี้ ฉันรู้สึกไม่ชินเลย”

            ซ่างกวนเฉี่ยนช่วยเซี่ยวซิงอวี่ห่มผ้าให้ดีและเก็บชายผ้าให้เรียบร้อย

            “นายจะต้องไม่เป็นอะไรนะ ถ้าเป็นอะไรไปท่านแม่คงจะเสียใจน่าดูเลย”

            ไม่มีลูกสาวคนไหนรู้จักแม่ดีเท่าซ่างกวนเฉี่ยนเธอรู้ดีว่าซ่างกวนหลานให้ความสำคัญกับเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงคนนี้มากแค่ไหน

            นายพลทั้งสามแห่งหลงกั๋ว จตุรเทพผู้พิทักษ์ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสิบดาว เซี่ยจง...

            บุคคลสำคัญเหล่านี้คือปัจจุบันของหลงกั๋ว

            และเซี่ยวซิงอวี่คืออนาคตของหลงกั๋ว

            เรื่องในอนาคตก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตไปก่อน

            ในเวลานี้นายพลลู่หมิงเซียวยังคงเป็นความหวังเดียวในการกอบกู้เมืองหวงเยียน

            นอกเมืองหวงเยียนลู่หมิงเซียวเพียงลำพังยืนขวางหน้าประตูเมืองไม่อนุญาตให้สัตว์อสูรเหยียบย่ำดินแดนชายแดนของหลงกั๋ว

            ทะเลทรายได้กลายเป็นทะเลสีดำคลื่นทะเลโหมกระหน่ำ และฝูงสัตว์อสูรเผ่านาคาจำนวนมากก็ผุดขึ้นมา

            อุลดิสและเทพีนาคาหันมาสบตากันด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายแล้วก็มองไปยังลู่หมิงเซียวพร้อมกัน

            “ไอ้นายพลเฮงซวย!”

            เทพีนาคามีท่าทางดุดันราวกับผีหญิงจากนรกใบหน้าบิดเบี้ยว

            “ตอนสงครามเกาะลอยฟ้า ก็เป็นแกนี่แหละที่ทำให้ฉันพ่ายแพ้...วันนี้ ฉันจะทวงคืนศักดิ์ศรี ตัดหัวแกไปแช่เหล้า!”

            จากคำพูดและอารมณ์ของเทพีนาคาไม่ยากที่จะเห็นว่าลู่หมิงเซียวเป็นคู่ปรับเก่าของมัน

            “ในสงครามเกาะลอยฟ้า นาคาตัวสกปรกอย่างเธอก็เป็นผู้แพ้นายพลอย่างฉัน”

            “วันนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น!”

            เทพีนาคาหัวเราะเย็นชาดวงตาไม่ปกปิดความโกรธและเจตนาฆ่า

            “งั้นเหรอ? งั้นก็มาดูกันว่าแกคนเดียวจะต้านทานฉันกับอุลดิสได้ไหม”

            อุลดิสแบกขวานยักษ์ขึ้นบ่ารอยยิ้มของเขาบ้าคลั่งยิ่งขึ้น

            “นาคา เธอจองหัวของลู่หมิงเซียวแล้วงั้นฉันไม่แย่ง”

            “ฉันจองหัวใจขององค์หญิงหลงกั๋วฉันอยากจะลองชิมเลือดขององค์หญิงหลงกั๋วดูว่ามันบริสุทธิ์ที่สุดจริงๆ หรือเปล่า!”

            ลู่หมิงเซียวสีหน้ามืดครึ้ม สบถว่า“หลายปีผ่านไป แกก็ยังไม่เลิกสันดานหมาๆจ้องแต่จะดื่มเลือดของสาวพรหมจรรย์”

            “องค์หญิงหลงกั๋วไม่ใช่หญิงสาวธรรมดาๆฉันจะค่อยๆ ลิ้มรสชาติ!”

            สายตาของอุลดิสข้ามลู่หมิงเซียวมองไปยังเมืองหวงเยียนที่กำลังพังทลาย

            องค์หญิงหลงกั๋วซ่างกวนเฉี่ยนซ่อนตัวอยู่ในเมือง

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน