ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสบนถนนใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำโขงมีบรรยากาศงานประเพณีแห่บั้งไฟพญานาคงานบุญใหญ่ของจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมากมายต่างยิ้มแย้มแจ่มใสร่วมใจกันเดินทางมาร่วมงานบุญพื้นบ้าน ซึ่งในปีนี้จัดใหญ่เป็พิเศษมีขบวนแห่สาวงามจากหลากหลายพื้นที่มาประชันความงามกันอย่างล้นหลาม มีขบวนนางรำนับ 100 คน ในชุดผ้าไหมพื้นบ้านกับผ้าซิ่นยาวคลุมหัวเข่าสีแดงในแบบฉบับอีสานแท้ กำลังฟ้อนร่ายรำตามจังหวะดนตรีอย่างสนุกสนานเป็แถวเรียงยาวอย่างมีระเบียบ คนต่างถิ่นที่มาเที่ยวชมต่างรอค่อยชมความสวยงามสองข้างทางอย่างครึกครื้น พร้อมทั้งมือถือและกล้องถ่ายรูปนับพันที่จับจ้องเหล่าสาวงามทั้งนางรำและสาวสวยหนุ่มหล่อบนรถแห่สุดยิ่งใหญ่ เดินมาอีกทางหนึ่งบรรดาร้านค้าของขายมากมายละลานตา บรรดาเด็กเล็กวิ่งเล่นกันสนุกสนานในร้านของเล่นตามแบบฉบับงานวัด ทั้งร้านปาลูกโป่ง ร้านยิ่งตุ๊กตา ชิงช้า์ ม้าหมุน และอื่น ๆ อีกมากมาย บรรยากาศแบบนี้หาไม่ได้บ่อยนัก เป็วัฒนธรรมที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ควรแก่การรักษาไว้
หนึ่งในผู้ชมงานครั้งนี้ อาโป (ชโลทร อินทรศิริวงศ์) อายุ 27 ปี สาวสวยร่างสูงผิวขาวผมสั้นประบ่าสีดำประกายเทาเป็เส้นเรียงตรงอย่างมีน้ำหนัก คิ้วดกดำโก่งสวยรับกับใบหน้าใสที่ขาว ั์ตาสีน้ำตาลแดงคมเข้มปลายจมูกโด่งสันเป็คมริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่มดูสุขภาพดี เธอได้รับหน้าที่ให้มาถ่ายทำสารคดีงานประเพณีท้องถิ่นในครั้งนี้พร้อมกับรุ่นน้องคนสนิท อาโปผู้หลงไหลในวัฒนธรรม ประเพณี และอาหารพื้นบ้านของทางภาคอีสานเป็อย่างมากเธอตอบรับงานมาด้วยความเต็มใจทั้งได้ทำงานและได้เที่ยวในที่ตนเองชอบ หญิงสาวอารมณ์ดีเป็พิเศษยิ้มไปถ่ายรูปถ่ายวีดีโอไปดื่มด่ำกับบรรยากาศที่จะมีแค่ปีละหนึ่งครั้ง
“พี่เดี๋ยวผมจะไปเก็บภาพมุมนู้นก่อนนะครับ” ตะวันรุ่นน้องคนสนิทที่ทำงานด้วยกันกับอาโปพูดบอก
“โอเคค่ะ” อาโปตอบกลับพร้อมกับยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปนางรำ
“พี่อย่าพูด ค่ะ ชิครับผมใจจะละลาย” ตะวันพูดด้วยใบหน้าที่อมยิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นมาจับที่หน้าอกข้างซ้ายของเขา
“เออ! รีบไปเลย” อาโปพูดเสียงเข้มใบหน้าจริงจัง
“ครับ ๆ ไปแล้วครับ” ตะวันพูดเสร็จรีบเดินแทรกตัวหายเข้าไปในกลุ่มคนจำนวนมากที่รอชมงานอยู่
อาโปส่ายหัวพร้อมกับอมยิ้มให้กับรุ่นน้อง ตะวันเป็รุ่นน้องที่เรียนมหาลัยมาพร้อมกับเธอ และยังค่อยตามจีบอาโปมาั้แ่มหาลัยจนถึงตอนนี้ก็ยังคงหยอกหญิงสาวรุ่นพี่อยู่ในบางโอกาส แม้อาโปจะเคยบอกว่าคิดกับตะวันแค่พี่น้องก็ตาม ชายหนุ่มก็ยังคงมุ่งมั่นรอคอยวันที่อาโปจะเปลี่ยนใจ
ขณะที่อาโปกำลังตั้งใจถ่ายภาพขบวนที่กำลังแห่ผ่านหน้าสายตาคมของหญิงสาวที่กำลังมองผ่านเลนส์กล้องต้องสะดุดกับ สาวสวยในชุดไทยโบราณสีชมพูอ่อนเหมือนเธอหลุดมาจากในเทพนิยายผิวขาวอมชมพูหน้าสวยหวาน ที่นั่งอยู่บนเสลี่ยงสีทองสลับแดงแบบโบราณ สาวสวยส่งยิ้มหวานโบกมือทักทายให้กับผู้คนสองข้างทางทำเอาชายหนุ่มแถวนั้นมองตามกันตาไม่กะพริบ รวมไปถึงอาโปด้วยเช่นกันเธอเหมือนโดนมนต์สะกดให้จ้องมองตามผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่ละสายตา จนขบวนแห่ผ่านมาอยู่ตรงหน้าเธอ สาวสวยในชุดไทยคนนั้นเหลือบมองมาที่อาโป หน้าสวยหวานนิ่งเรียบไปสักพักเหมือนคิดอะไรบางอย่างเธอก็เริ่มยิ้มขึ้นอีกครั้ง แต่เป็ยิ้มหวานที่กว้างกว่าเดิมคล้ายกับว่าหญิงสาวดีใจอย่างสุดซึ้ง ทำเอาคนมองอย่างอาโปใจละลายลดกล้องที่บังสายตาลง เพื่อสบตากับคนข้างบนเสลี่ยงได้อย่างชัดเจน (สวยจัง! สวยจนทำให้หัวใจเราเต้นเร็วขนาดนี้เลยเหรอ) อาโปนิ่งอึ้งไม่ขยับตัวได้แต่คิดในใจมองตามขบวนนั้นห่างออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง
“พี่! พี่! พี่อาโป!” ตะวันเรียกเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนคนอื่นหันมามอง
“ฮะ” อาโปตอบเสียงเบา เธอใด้วยเสียงของรุ่นน้องที่ดึงสติเธอกลับมาพร้อมกับแปลกใจสายตาของคนแถวนั้นที่จ้องมองเธอ
“พี่เป็อะไร เห็นยืนเหม่ออยู่ไม่สบายหรือเปล่า ผมเรียกอยู่ตั้งนาน” ตะวันถามด้วยความเป็ห่วง
“ปะเปล่า…ไม่ได้เป็ไร” อาโปตอบจังหวะหัวใจของเธอเริ่มกลับมาเต้นเป็ปกติ
“แน่ใจนะครับ” ตะวันถามย้ำ
“อืม.พี่โอเค” อาโปตอบสีหน้ายิ้มนิด ๆ ให้อีกฝ่ายสบายใจ
ภายในห้องพักส่วนตัวของโรงแรมแห่งหนึ่ง อาโปสาวสวยในชุดนอนนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานนิ้วเรียวสวยของหญิงสาวกำลังเลื่อนดูภาพถ่ายที่เธอถ่ายมาตอนเช้า แต่แล้วเธอก็สะดุดตากับภาพถ่ายของหญิงสาวชุดไทยคนนั้น ภาพใบหน้าของเขาชัดเจนขึ้นมาในหัวของอาโปอีกครั้ง หัวใจของอาโปเต้นแรงขึ้น (ทำไมกันนะแค่เพียงเห็นภาพเธอก็ทำให้หวั่นไหวได้ขนาดนี้เลย หรือเราจะตกหลุมรักเขาแล้ว แต่เรายังไม่เคยรู้จัก ไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ แล้วเราจะรักเขาได้ยังไงกันนะ) เธอได้แต่คิดในใจสายตาจ้องมองภาพถ่ายของผู้หญิงคนนั้นตลอดเวลา