บทที่31
แผนการของพวกมัน
ยามราตรีท้องนภานั้นสาดส่องแสงจันทราสว่างไสวภายในงานเทศกาลที่ผู้คนกำลังคึกครื้นอยู่ใจกลางเมือง
หลี่หยุนเดินสะกดรอยตามพวกกลุ่มคนปริศนาที่น่าสงสัยมาจนถึงบริเวณทิศเหนือของเมืองในตอนแรกที่เดินมาถึงเขารู้สึกประหลาดใจที่พวกมันหยุดลงตรงบริเวณสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่
ในตอนแรกมองเห็นจากทางด้านหลังเขาเองก็เพียงแค่คุณเคยกับสถานที่แห่งนี้แต่เมื่อลองนึกดูดีๆแล้วก็นึกออกว่าตรงบริเวณจุดนี้มันคือสำนักคุ้มภัยแห่งเมืองล่องนภา
เป็สำนักขนาดใหญ่ที่สุดภายในเมืองแห่งนี้พวกกลุ่มคนเ่าั้ที่เดินทางมาถึงพวกมันก็มาอยู่ตรงบริเวณประตูด้านหลัง
ลองดูแล้วก็น่าประหลาดหลี่หยุนที่กำลังหลบอยู่บริเวณด้านหลังเขาถามกับตนเองภายในใจขึ้นมาในทันที “เหตุใดพวกมันถึงมาที่สถานที่แห่งนี้กันได้? คนพวกนั้นมองดูแล้วไม่น่าจะใช่คนฝ่ายธรรมะ?หรือว่าพวกสำนักคุ้มภัย ทำการร่วมมือกับพวกสำนักมาร? ”
ในขณะที่เขานั้นกำลังตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองพบเจอด้านหน้าในตอนนี้กลุ่มคนที่น่าสงสัยประมาณ 4 คนที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังประตูของสำนัก
สิ่งที่มันปรากฏขึ้นมาก็คือเสียงประตูของสำนักคุ้มภัยได้ค่อยๆถูกเลื่อนเปิดประตูถูกเลื่อนเปิดออกมา “ แอ๊ด!!! ”
หลี่หยุนชะโงกหน้าของตนเองไปมองพบเห็นว่าตรงบริเวณนั้นมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่
กลุ่มคนที่ก้าวออกมาจากบริเวณประตูหลังของสำนักคุ้มภัยพวกมันก็ไม่ใช่ใครอื่นเป็เหล่าศิษย์ของสำนักคุ้มภัยที่สวมใส่ชุดสีขาวเป็เครื่องแบบ
พวกมันก้าวออกมามาเผชิญหน้ากับกลุ่มคนประมาณ3-4 คนที่กำลังยืนรออยู่
เมื่อมันก้าวเดินออกมาถึงหนึ่งในตัวแทนของสำนักคุ้มภัยได้ก้าวเท้าออกมามันเป็บุรุษร่างกายสูงโปร่งใบหน้าและท่าทางไม่เลว่อายุน่าจะอยู่ราวประมาณสามสิบ
เมื่อมันก้าวเท้าออกมาด้านหน้าก็ได้ทำการหยิบแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาแล้วก็ส่งให้กับตัวแทนของอีกฝั่งนึง
มันใช้แผ่นกระดาษแผ่นนั้นส่งไปให้ชายผู้ที่อยู่ด้านหน้าสุดรับเอาไว้แล้วมันก็เปิดอ่าน
หลี่หยุนที่กำลังยืนแอบมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้มองเห็นว่ามันอ่านเนื้อหาใจความภายในจดหมาย
ภายในใจของเขานั้นอยากจะกระโจนเข้าไปอ่านข้อความที่อยู่ภายในนั้นด้วยจริงแต่ว่ากลับไม่สามารถทำได้
ในตอนนี้ก็ต้องมายืนหลบอยู่และก็ต้องเฝ้าดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างห่างๆในขณะที่กำลังเฝ้าดูอยู่นั้นเอง
กลุ่มชายชุดดำที่มันได้อ่านข้อความภายในจดหมายนั้นจนเสร็จแล้วมันได้ทำการฉีกกฎหมายเ่าั้ขาดออกเป็ชิ้นเล็กๆแล้วก็ปล่อยลอยไปตามสายลม
มันได้ทำลายจดหมายนั้นทิ้งไปเรียบร้อยแล้วเมื่ออ่านเสร็จใบหน้าของมันหันไปหาผู้ที่เป็ตัวแทนของสำนักคุ้มภัย
ชายชุดดำที่อยู่บริเวณด้านหน้าสุดทำการพูดขึ้นมาถามกับตัวแทนจากทางด้านฝั่งสำนักคุ้มภัย“ เข้าใจแล้วเื่ที่ไหว้วานเอาไว้ข้าจะเป็คนทำให้อย่างไรเสียนี่ก็เป็ข้อตกลงระหว่างสำนักของพวกเรา ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าผู้ที่เป็ตัวแทนของสำนักคุ้มภัยพยักหน้าตอบรับกลับไปอย่างรวดเร็ว
เหมือนว่าข้อตกลงในครั้งนี้จะสำเร็จอย่างง่ายดายพวกมันนั้นแทบจะไม่ได้พูดคุยกันเลยด้วยซ้ำเพียงแค่ส่งกระดาษเพียงแผ่นเดียว
หลี่หยุนที่กำลังซ่อนเร้นตัวอยู่ภายในความมืดมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในใจของเขานิดอยากจะรู้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ
บทสนทนาดูเหมือนว่าจะจบลงแล้วทั้งสองฝ่ายกำลังจะแยกย้ายในขณะที่สำนักคุ้มภัยกำลังจะเดินกลับเข้าไปภายในสำนัก
ทางด้านของกลุ่มคนชุดดำที่กำลังจะเดินหายไปอยุธยาของตนเองก่อนแล้วก็หันไปหน้ากลับมาส่งเสียงบอก“ ประมาณสองวันก่อนถ้าพบเจอคนของพรรคมารฟ้าที่เมืองข้างๆฝากบอกเ้าสำนักด้วยระวังเอาไว้… ”
ได้ยินเช่นนั้นตัวแทนจากฝั่งสำนักคุ้มภัยพยักหน้าตอบรับกลับไปอย่างรวดเร็ว
หลี่หยุนที่กำลังยืนอยู่ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเบิกกว้างในตอนนี้เขาได้ยินเกี่ยวกับเื่ที่มันเกิดขึ้น
คำพูดที่ออกจากปากของคนผู้นั้นต้องไม่ผิดแน่นอนที่มันบอกว่าพบเจอคนพรรคมารฟ้า
หลี่หยุนขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันแล้วคิดในใจ“ ไม่ผิดอย่างแน่นอนแสดงว่าคนพวกนี้มันคือกลุ่มคนที่เล่นงานเสี่ยวซานมันรู้ได้อย่างไรว่าเสี่ยวซานเป็คนของพนนคมารฟ้า ”
นั่นคือสิ่งที่เขานั้นกำลังติดใจอยู่ในตอนนี้เหตุในตัวของพวกมันถึงรู้ว่าเสี่ยวซานเป็คนของพรรคมารฟ้า
เพราะว่าก่อนหน้านี้ตอนพรรคมารฟ้ายังคงอยู่เสี่ยวซานทำงานอย่างลับๆโดยที่ไม่ได้เปิดเผยตนเองคนที่รู้เกี่ยวกับว่าเขานั้นเป็คนของพรรคมารฟ้าก็มีน้อยยิ่งนัก
เพราะแบบนั้นเขาเลยประหลาดใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงรู้เกี่ยวกับเื่นี้ด้วย
หลี่หยุนมองถึงปริศนามากมายที่มันปรากฏขึ้นยิ่งทำให้เขาสงสัยมากขึ้นไปอีกตอนนี้สิ่งที่เขาสงสัยมากที่สุดก็คือคนพวกนั้นเป็คนของใครกันแน่
หลังจากที่พวกมันทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันเสร็จก็เดินแยกย้ายกันออกไปจากจุดนี้พวกกลุ่มคนจากพรรคมารฟ้าเดินมุ่งตรงไปยังบนถนนส่วนกลุ่มคนของสำนักคุ้มภัยเดินกลับเข้าไปภายในสำนัก
หลี่หยุนรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของพวกมันแบบนั้นเขาเลยลองสะกดรอยตามต่อตามพวกมันไป
ถ้าเขาได้สะกดรอยตามพวกมันไปไปถึงถนนเส้นหนึ่งที่มันตั้งอยู่บริเวณด้านหลังหลี่หยุนมองเห็นว่าพวกมันที่กำลังเดินอยู่หยุดนิ่ง
ร่างกายของเขาก็ซ่อนเร้นแฝงกายเข้าไปภายในความมืดทำการเก็บเสียงการเคลื่อนไหวทุกอย่างเอาไว้ทั้งหมด
เพราะว่าในยามนี้ทั่วทั้งบริเวณมีเพียงแค่พวกวันที่กำลังยืนอยู่ภายในถนนเส้นนี้ในค่ำคืนแห่งงานเทศกาลไม่มีผู้คนเลยแม้เพียงคนเดียว
เพราะแบบนั้นสะกดรอยตามจำเป็จะต้องทำให้แเีมากขึ้นไปอีกหลี่หยุนแผ่นหลังของเขาพิงอยู่กับกำแพงหินเอี้ยวหูฟังบทสนทนาของพวกมัน
มันเริ่มสนทนากันเพราะคิดว่าภายในบริเวณนี้ไม่มีผู้ใดอยู่แล้ว
“ ภารกิจจะเริ่มขึ้นเมื่อไร? ” ในกลุ่มพวกนั้นทำการถามกับผู้ที่อ่านรายละเอียดภายในจดหมาย
“ อีกสามวันจะจัดงานเทศกาลขนาดใหญ่ขึ้นการล่าสัตว์ภายในป่าตอนนั้นอ๋องแห่งเมืองนี้เดินทางออกมาบริเวณนอกเมืองคิดของพวกเราคือการสังหาร!! ทำอย่างไรก็ได้ให้เหมือนกับโดนสัตว์ป่าเล่นงาน ”
“ แล้วก็รออ๋องน้อยขึ้นรับตำแหน่งจากนั้นเมืองแห่งนี้ก็จะกลายเป็ทรัพยากรของพวกเราตามที่สำนักคุ้มภัยได้ให้คำสัญญาไว้”
หลี่หยุนที่กำลังยืนฟังอยู่แสดงท่าทางสงบนิ่งฟังแผนการของพวกมันที่ทำการพูดถึง
“ ดูเหมือนว่าแผนการของพวกมันคือการสังหารอ๋องที่ปกครองเมืองแถบนี้สินะเ้าเมืองที่ปกครองเมืองแห่งนี้คืออ๋องที่มีเชื้อสายของราชนิกูล ”
“ ไม่ได้ปกครองเพียงแค่เมืองนี้เมืองเดียวแต่ปกครองเมืองในเขตนี้อีกประมาณ 5-6เมืองโดยมีเมืองล่องนภาเป็ศูนย์กลาง ”
“ และดูเหมือนว่าพวกมันเองก็ตั้งใจจะสังหารอ๋องผู้ที่ปกครองเพื่อที่จะสนับสนุนอ๋องน้อยขึ้นมาครองตำแหน่งแทนพวกมันจะสามารถควบคุมได้ง่ายดายมากขึ้น… ”หลี่หยุนพูดกับตนเองภายในใจเขาพอจะคาดเดาเกี่ยวกับแผนการของพวกมันตาย
แผนการเช่นนี้เป็แผนการที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะใช้กันจะว่าไปแล้วก็ไม่แปลกเลยอ๋องน้อยยังคงเด็ก
คงจะไม่แปลกที่จะโดนเข้ากลุ่มคนพวกนั้นควบคุมจิตใจได้อย่างง่ายดายพวกมันตั้งใจจะให้เมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองมาเป็แหล่งทรัพยากรขนาดใหญ่
หลี่หยุนยืนแอบอยู่บริเวณนั้นจนพวกมันนะเดินออกไปเขาไม่รีบร้อนติดตามพวกมันไปแล้วเพราะว่าเขาก็รู้แผนการของพวกมันหมดแล้ว
ในอีกไม่กี่วันพวกมันจะเริ่มลงมือเกี่ยวกับสิ่งที่พวกมันตั้งใจเอาไว้
หลี่หยุนไม่ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับเื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเขาไม่มีเวลามาเดินเที่ยวงานเทศกาลอีกแล้วรีบเดินทางมุ่งตรงไปยังบริเวณบ้านของตนเองที่ตั้งอยู่ชานเมืองทันที
เมื่อเดินทางไปถึงบ้านหลี่หยุนเดินเข้าไปก็พบเข้ากับซินซินพี่กำลังนั่งรอเขาอยู่
เมื่อเห็นท่านประมุขของตนเองกลับมานั่งแสดงท่าทางดีใจดีดตัวขึ้นมาจากที่นั่งอย่างรวดเร็วเข้าหาเขาในทันที
เท้าทั้งสองข้างของนางมาอยู่ตรงบริเวณด้านหน้าหลี่หยุนมองมาที่นางพร้อมกับพูดขึ้น “ ซินซินถ้ามีบางอย่างอยากจะให้เ้าเตรียมให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่?”
ซินซินแปรงใบหน้าฉงนใจแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามมองไปที่ท่านประมุข
หลี่หยุนเดินไปบริเวณมุมห้องนำกระดาษและหมึกมาใช้พู่กันเขียนบางอย่างลงไปภายในนั้นก่อนที่จะส่งให้ซินซิน
เมื่อเขาใช้แผ่นกระดาษแผ่นนั้นส่งให้นางนางรับมันเอาไว้และก็กางมันออกมาดูสิ่งที่อยู่ด้านใน
เมื่อมองดูสิ่งที่อยู่ด้านในแววตาของนางยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีกก่อนที่จะหันไปถามท่านประมุขที่อยู่บริเวณด้านหน้า “ท่านประมุขท่านอยากได้เ้าของสิ่งนี้ไปทำอันใดหรือเ้าคะ? ”
“ อีกไม่นานมีเื่สำคัญที่ต้องใช้มันช่วยหาให้หน่อยได้หรือไม่ภายในเมืองแห่งนี้อาจจะหายากซะหน่อย? ”
ซินซินพยักหน้าตอบรับกลับไป“ ในเมืองแห่งนี้หายากก็จริงเ้าค่ะแต่ว่าเมืองข้างๆมีอยู่เดินทางไปเพียงแค่หนึชั่วยามก็เดินทางไปถึงแล้วข้าจะเดินทางไปซื้อมันมาให้ ”
“ สถานที่แห่งนั้นมีตลาดมืดที่ขายของเช่นนี้อยู่ด้วยราคาคงจะไม่สูงนะในวันพรุ่งนี้ข้าจะรีบเดินทางไปให้ท่านประมุขเลย!!”
หลี่หยุนแสดงรอยยิ้มออกมาจากมุมปากทั้งสองข้างอย่างอบอุ่นก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ ขอบคุณเ้ามาก!! ”
ซินซินใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาในทันทีนางไม่เคยเห็นใบหน้าที่แสดงรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนของท่านประมุขยามนี้มาพบเห็นกับตาภายในใจนั้นรู้สึกหวั่นไหวอย่างไม่เป็สุข
….