ฉันไม่อยากเป็นตัวร้ายจริงๆ

    บทที่ 6 : เม็ดยาอมตะ

    เม็ดยาอมตะ
    “นาย!” คำตอบของเย่กู่เฉิน ย่อมทำให้เย่ฉิงเอ๋อร์โกรธ แต่แม้โกรธแล้วเธอจะทำอะไรได้ สุดท้ายก็ได้แต่เงียบลง
    เจี่ยซิ่นอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
    “เย่ฉิงเอ๋อร์ เธอช่วยออกไปก่อนได้ไหม ฉันมีเรื่องจะพูดกับแม่ตามลำพัง” เย่กู่เฉินพูด เขาตั้งใจที่จะรักษาแม่ของเขา ไม่อยากที่จะเสียเวลาไปกว่านี้แล้ว
    จากคำพูดของเขา เขาแน่นอนว่าไม่เรียกเธอว่าพี่ เพราะความสัมพันธ์ไม่ได้ดีขนาดนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าก่อนข้ามเขาอายุยี่สิบห้าปี อายุมากกว่าเธอด้วยซ้ำ
    “ทำไมฉันต้องฟังนาย?” เย่ฉิงเอ๋อร์จ้องมองเย่กู่เฉินอย่างเย็นชา
    เย่กู่เฉินไม่ได้ให้ความสนใจเธออีกต่อไป เขามองไปที่เจี่ยซิ่น
    เจี่ยซิ่นได้แต่ส่ายหน้าไปมา พลางถอนหายใจ “ฉิงเอ๋อร์ออกไปก่อนเถอะ ถือว่าแม่ขอ”
    เย่ฉิงเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะกัดฟัน เป็นแบบนี้มาตลอด ไม่ว่าเมื่อไหร่ แม่ก็จะเข้าข้างเย่กู่เฉินเสมอ เธอไม่รู้ว่าเย่กู่เฉินมีดีอะไร ทำไมแม่ของเธอถึงได้รักเขามากกว่าเธอ หรือเย่กู่เฉิง
    แต่แม่ของเธอพูดแล้ว เธอจะยังทำอะไรได้อีก ให้โต้เถียงกับแม่ของเธองั้นเหรอ?
    เธอแน่นอนว่าจะไม่ทำ มันไม่ใช่นิสัยของเธอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าแม่ของเธอป่วย เธอถลึงตาจ้องมองเย่กู่เฉินอย่างเอาเรื่อง ก่อนที่กดปุ่มวีลแวร์ และบังคับมันให้ออกจากห้องไป
    เมื่อประตูปิดลง สีหน้าของเย่กู่เฉินก็จริงจังเล็กน้อย เขาสบตากับแม่ของเขา พลางพูด “แม่อยากหายจากโรคประหลาดนี่ไหม?”
    ได้ฟังคำถามของลูกชาย เจี่ยซิ่นยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “แม่แน่นอนว่าอยากหาย แต่มันเป็นไปไม่ได้”
    เย่กู่เฉินพลันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็ควบแน่นพลังปราณและผสมเลือดของเขาเข้าไปด้วย สร้างเป็นเม็ดยาสีแดงเม็ดหนึ่ง
    เม็ดยาเม็ดนี้ แน่นอนว่าสามารถรักษาโรคประหลาดของเจี่ยซิ่นได้
    เม็ดยาที่สร้างจากพลังปราณบวกกับเลือดของผู้ฝึกตนระดับปราณนิรันดร์ ย่อมไม่ธรรมดา
    ถ้าหากจะถามว่าทำไม เย่กู่เฉินถึงได้รู้วิธีสร้างเม็ดยาจากพลังปราณนั้น คำตอบมีเพียงคำตอบเดียว ซึ่งก็คือมันเป็นของขวัญของระบบสุนัข
    ระบบสุนัขไม่เพียงทำให้เขากลายเป็นผู้ฝึกตนระดับปราณนิรันดร์เท่านั้น ยังมอบความทรงจำต่างๆ เกี่ยวกับผู้ฝึกตนอย่างละเอียดให้เขาด้วย
    ไม่ว่าจะเป็นทักษะต่อสู้ การสร้างเม็ดยาและอื่นๆ อีกมากมายจนนับไม่ได้
    หลังจากสร้างเม็ดยาเสร็จในเวลาไม่ถึงสิบวินาที เย่กู่เฉินก็นำมันออกมา แบมือยื่นไปตรงหน้าของเจี่ยซิ่น
    “เฉินเอ๋อร์ นี่คืออะไร?” เจี่ยซิ่นมองเม็ดยาสีแดงขนาดเล็กเท่ากับลูกแก้วในมือของเย่กู่เฉินอย่างสงสัย
    “มันคือเม็ดยารักษา ถ้าแม่กินมันเข้าไป แม่จะหายจากโรคที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน ขอให้แม่เชื่อใจผม และกินมันเข้าไป” เย่กู่เฉินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
    เจี่ยซิ่นแน่นอนว่าไม่ได้เชื่อที่เย่กู่เฉินพูด แต่ด้วยความที่เป็นของที่ลูกชายของเธอตั้งใจนำมาให้ เธอจึงหยิบมันและส่งเข้าไปในปาก
    เธอไม่ลังเลเลยสักนิด เพราะไม่คิดว่าเขาจะทำร้ายเธอ คนเป็นแม่ย่อมเป็นเช่นนี้ เชื่อลูกของตัวเองสุดหัวใจ แม้คนอื่นบอกว่าลูกตัวเองเลว ก็จะพูดโต้เถียงว่าลูกฉันเป็นคนดี...
    หลังจากที่นำเม็ดยาเข้าปาก มันก็ละลายในทันที กลิ่นหอมหวนกระจายไปทั่วปาก ของเหลวที่สดชื่นสีแดงไหลผ่านลำคอสู่ร่างกาย
    พริบตานั้น ราวกับปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ผมของเจี่ยซิ่นที่เคยมีสีขาวแซมได้แปรเปลี่ยนเป็นสีดำเงางาม
    ใบหน้าที่ซูบผอมกลายเป็นอิ่มเอม ร่างกายเริ่มมีน้ำมีเนื้อขึ้นมา ผิวจากที่เคยซีดก็เปลี่ยนเป็นเปล่งปลั่ง
    เย่กู่เฉินอดตกใจในผลลัพธ์นี้ไม่ได้ เมื่อมองดูแม่ของเขาตอนนี้ ที่ดูมีอายุอยู่เพียงแค่สามสิบต้นๆ ไม่เหมือนหญิงวัยกลางคนใกล้ตายอย่างเมื่อครู่นี้อีกต่อไป
    แม่ของเขาตอนนี้สวยมาก ไม่แปลกที่เย่ฉิงเอ๋อร์จะสวย เป็นเพราะได้ความสวยมาจากแม่ของเขานี่เอง
    เจี่ยซิ่นแน่นอนว่าไม่ได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังคงพูดออกมาเพื่อเป็นการขอบคุณลูกชาย เพื่อให้เขารู้สึกดี
    “แม่ดีขึ้นมาก ขอบคุณนะเฉินเอ๋อร์”
    เย่กู่เฉินร้องไห้ไม่ได้หัวเราะไม่ออก เมื่อแม่ของเขาไม่ได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เขาต้องลุกไปหยิบกระจกมาส่งให้แม่ของเขา
    เจี่ยซิ่นมองดูกระจกอย่างมึนงง “เอากระจกมาให้แม่ทำไม?”
    “แม่ดูด้วยตัวเอง” เย่กู่เฉินยิ้มกว้าง หันกระจกใส่ใบหน้าแม่ของเขา ทันใดนั้นดวงตาของเจี่ยซิ่นก็เบิกกว้าง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
    “นี่...นี่...นี่!” เธอพูดคำว่า ‘นี่’ ออกมาถึงสามครั้งติด เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าเธอนั้นตกใจมากแค่ไหน
    เธอรีบหยิบกระจกจากมือของเย่กู่เฉินมาดูด้วยตัวเอง ดูอย่างไม่อยากจะเชื่ออยู่นานทีเดียว ก่อนที่เธอจะสงบสติอารมณ์ลงในที่สุด สูดลมหายใจเข้าลึก มองไปที่เย่กู่เฉิน “ฉะ...เฉินเอ๋อร์ นี่...นี่แม่จริงๆ เหรอ?”
    เย่กู่เฉินยังคงยิ้มอยู่ เขาพยักหน้า “เป็นแม่จริงๆ แม่หายแล้ว ไม่เชื่อแม่ลงมาเดินดูสิ”
    เจี่ยซิ่นทำตามที่เย่กู่เฉินบอก เธอลงมาจากเตียง เดินไปเดินมา จากนั้นก็กระโดดขึ้นลงหลายครั้ง พบว่ามันเป็นอย่างที่เย่กู่เฉินพูดจริงๆ เธอในตอนนี้ไม่มีความเหนื่อยล้า รู้สึกเหมือนกับตอนที่ป่วยเป็นโรคประหลาดอยู่เลย
    ทันใดนั้น น้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เป็นเวลามากกว่าสิบปีที่เธอป่วยและได้แต่ใช้ชีวิตอยู่บนเตียง สุดท้ายวันเวลาที่ราวกับตกนรกนั่นก็จบลง
    เดิมทีเธอเตรียมใจที่จะตายเอาไว้แล้ว คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะหายดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าร่างกายเหมือนย้อนเวลากลับไปตอนอายุสามสิบปี เธออ่อนเยาว์และสวยงาม
    เจี่ยซิ่นรู้ว่าทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้น หากไม่ได้ลูกชายของเธอ เธอรีบวิ่งเข้าไปกอดเขาในทันที “เฉินเอ๋อร์ขอบคุณ...”
    เธอกอดลูกชาย ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
    “แม่ขอบคุณทำไม ผมเป็นลูกแม่นะ” เย่กู่เฉินกอดตอบ
    กอดกันอยู่พักใหญ่ ทั้งสองคนก็แยกออกจากกัน เจี่ยซิ่นพาเย่กู่เฉินมานั่งลงที่เตียงและเริ่มสอบถามถึงเม็ดยาสีแดงนั่นในทันที เม็ดยาที่เธอได้กิน มันยิ่งกว่าปาฏิหาริย์เสียอีก
    “เฉินเอ๋อร์ เม็ดยาที่ลูกให้แม่กินคือเม็ดยาอะไร ลูกไปได้มันมาจากไหน?”
    เย่กู่เฉินแน่นอนว่าจะไม่บอกความจริงกับแม่ของเขา เขาไม่อยากอธิบายให้วุ่นวาย เขาจึงเลือกที่จะโกหกแทน
    “เม็ดยานี้ ผมได้จากชายชราขอทานคนหนึ่ง ผมเห็นเขาน่าสงสารเลยเลี้ยงข้าว เขาเลยตอบแทนผมด้วยการให้เม็ดยานี้สี่เม็ด เขาบอกว่ามันเรียกว่าเม็ดยาอมตะ สามารถรักษาคนได้ รวมถึงมอบความเยาว์วัยให้”
    “เดิมทีผมไม่เชื่อ จึงนำไปทดลองกับคนๆ หนึ่ง เมื่อพบว่ามันเป็นจริงดั่งชายชราว่า ผมก็รีบนำมันมาให้แม่ในทันที”
    เจี่ยซิ่นตบมือของเย่กู่เฉินเบาๆ สายตามองดูเขาเต็มไปด้วยความรัก ต้องขอบคุณลูกชายของเธอที่มีจิตใจดี เลี้ยงข้าวชายชราขอทานคนนั้น ไม่อย่างนั้น เธอจะไม่มีทางหายและได้ความเยาว์วัยกลับมาแบบนี้
    “ชายชราคนนี้ต้องเป็นผู้ฝึกตนแน่” เจี่ยซิ่นพูด เธอเชื่อในคำพูดของเย่กู่เฉินทั้งหมด เธอมาจากตระกูลเจี่ย เคยได้ยินตำนานโบราณเกี่ยวกับผู้ฝึกตนมาอยู่บ้าง
    คนพวกนี้เป็นคนมีความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ และมีความสามารถหลายอย่าง
    ความจริงเธอไม่เชื่อว่าผู้ฝึกตนมีอยู่จริง แต่ตอนนี้เธอเชื่อแล้ว คงมีแต่ผู้ฝึกตนเท่านั้นที่สร้างเม็ดยาอมตะแบบนี้ได้!
    จบบทที่ 6