(END)​ลิขิต​รัก​ มัด​หัวใจ​นาย​มาเฟีย​

    ตอนที่​ 10​ พี่รักสไปรท์​ไม่ใช่​นี​น่า​

    Phethy talk (มุมมองของเพทาย)

              วันนี้ผมได้รับคำเชิญให้ไปร่วมงานเปิดตัวเครื่องเพชรชุดใหม่ที่มีราคาหลักล้าน แขกในงานส่วนใหญ่ก็มีแต่คนระดับนักธุรกิจเ๯้ามหาอำนาจระดับต้นๆ และด้วยในงานนี้ก็มีบรรดาลูกคุณหนูของเหล่านักธุรกิจมากหน้าหลายตามารวมกันที่งานเพราะรู้ว่าผมจะไปงานนี้ด้วย ผมเลยคิดที่จะเอายัยตัวแสบไปด้วยเผื่อจะช่วยกันสาวๆพวกนั้นให้อยู่ห่างๆจากผมได้บ้าง และผมก็อยากให้เธอมาอยู่ข้างๆกายผมด้วย

              ผมเลือกชุดและเครื่องเพชรกับรองเท้าให้เธอ และจ้างช่างแต่งหน้าระดับมือรางวัลมาแต่งหน้าให้เธอ วินาทีแรกที่ผมเห็นเธอลงบันไดมาเธอสวยมากสวยหวานน่ามองจนผมตะลึง เธอเดินลงมาสวยราวกับเ๽้าหญิง ผมยืนชมความงามของเธอยู่ครู่หนึ่ง แล้วผมก็ต้องดึงสติตัวเองกลับมา เตือนว่าเธอนั้นเป็๲เพียงแค่เหยื่อที่ผมจะใช้แก้แค้นพี่ชายของเธอ ผมจึงแกล้งพูดว่าเธอไม่สวยเพื่อแก้เขิน ผมยอมรับว่าตอนนั้นผมเขินเธอแต่ต้องทำเข้มไว้เพื่อรัษาภาพพจน์ของตัวเอง

              พอมาถึงงานผมก็เปิดประตูรถเพื่อให้เธอลงมา และยื่นมือไปให้เธอจับเพราะเห็นว่าเธอใส่รองเท้าส้นสูง เดี๋ยวจะไปหกล้มเอาในงาน

              บรรยากาศภายในงานก็เป็๲แบบที่ผมคิด ทุกอย่างถูกจัดอย่างสวยงามและเรียบหรู ระหว่างที่ผมเดินเข้างานบรรดาสาวๆก็ต่างพลัดกันเข้ามาทักผม และมองเธอด้วยสายตาอาฆาตจนบางทีผมก็รู้สึกว่าอดห่วงเธอไม่ได้ ผมตั้งใจบอกคนอื่นๆว่าสไปรท์นั้นเป็๲คู่หมั้นของผมเพื่อให้ข่าวนั้นแพร่กระจาย สาวๆพวกนั้นจะได้เลิกยุ่งกับผมสักที

              ผมพาสไปรท์ไปนั่งที่โต๊ะแล้วลุกเดินไปตักอาหารมาให้เธอกิน แต่ตอนที่ผมไปตักอาหารนั้น นีน่า ลูกสาวของท่านประทานลู่ซึ่งท่านมีพระคุณกับผมมาก ท่านเคยช่วยเหลือและให้ชีวิตใหม่กับผมเพราะท่านผมจึงมีชีวิตแบบทุกวันนี้ ท่านประทานลู่เอ็นดูผมเหมือนลูกชายแท้ๆ แต่ลูกสาวของท่านซึ่งก็คือนีน่า นีน่าเธอชอบผมมากๆเธอจะคอยตามผมตลอด แต่ผมไม่ได้ชอบเธอหรอกนะ ผมเอ็นดูเธอแบบน้องสาว แต่บางทีผมก็รำคาญที่เธอคอยตามคอยติดผมแจและชอบทำเ๹ื่๪๫ให้ผมปวดหัว แต่ประทานลู่ท่านก็เข้าใจผม ท่านไม่บังคับผม ท่านบอกผมว่าท่านเอ็นดูผมเหมือนลูกแท้ๆ ท่านอยากให้ผมปกป้องและดูแลนีน่าแบบน้องสาว และท่านอยากให้ความสัมพันธ์ของผมกับนีน่าให้เป็๞ได้แค่นี้

             “หมั้นไม่บอกกันเลยนะคะ” นีน่าเดินเข้ามาทักผมขณะที่ผมกำลังตักอาหารใส่จาน

             “พอดีมันกระทันหันน่ะ พี่เลยไม่ได้บอก” ผมแก้ตัวแบบปัดๆขอไปที

              “พี่ใจร้ายกับนีน่าจังเลยนะคะ แต่ไม่เป็๲ไรหรอกค่ะ นีน่าเข้าใจ คนไม่รักทำยังไงก็คงไม่รัก” นีน่าพูดด้วยน้ำเสียงและสายตาเศร้าสร้อย “แต่นีน่าอยากจะคุยอะไรกับพี่หน่อยค่ะ” พอพูดจบเธอก็เดินออกจากงานไปยังมุมหนึ่งของโรงแรม

              ผมยืนคิดอยู่สักพักแล้วหันไปมองสไปรท์ เธอกำลังนั่งมองการแสดงบนเวทีอย่างสนใจ ผมจึงเดินตามนีน่าไปคิดว่าคงไม่นาน

              “พี่เพทายคะ อะไรเข้าตานีน่าไม่รู้ค่ะ พี่มาดูให้นีน่าหน่อยสิคะ” ทันทีที่ผมไปถึง เธอก็เรียกให้ผมไปดูฝุ่นที่เข้าตาเธอ

              “เข้ามาใกล้อีกค่ะ” เธอบอกให้ผมเข้าใกล้ ผมก็เข้าไปและเอามือจับตาเธอจะดูว่าอะไรเข้าตาเธอให้ แต่ทันใดนั้นเธอก็ดึงผมเข้าไปจูบอย่างดูดดื่ม

              ผมที่พยายามแกะมือเธอที่จับใบหน้าผมออกจนได้ “นี่นีน่าทำบ้าอะไร ถ้าไม่มีธุระอะไรจะคุยกับพี่พี่จะเข้าไปในงาน” ผมตวาดใส่เธอด้วยความหัวเสีย

              “นีน่าแค่อยากให้พี่รู้ว่านีน่ารักพี่แค่ไหน” เธอพูดด้วยสีหน้าเศร้าเคร้าน้ำตา แต่ผมดูออกว่านั่นแค่การแสดง

              “แต่พี่ไม่ได้รักนีน่า นีน่าก็รู้ว่าพี่ไม่มีทางรักนีน่าได้ พี่ว่านีน่าน่าจะเข้าใจแล้วนะ” ผมยังคงพูดด้วยความโมโห

              “เป็๞เพราะยัยนั่นใช่มั้ยคะ ยัยคู่หมั้นของพี่ พี่ถึงไม่รักนีน่า” เธอพูดออกมาเหมือนเด็กที่เอาแต่ใจ

              “ใช่ พี่รักเขา พี่รักสไปรท์ ไม่ใช่นีน่า ทีนี้นีน่าเข้าใจพี่หรือยังล่ะ” ผมตะหวาดใส่เธอด้วยความโมโห

              “พี่ใจร้าย นีน่าจะฟ้องคุณพ่อ” พอพูดจบเธอก็วิ่งปาดน้ำตาออกจากที่ตรงนี้ไปแต่ผมรู้ว่าเธอไม่กล้าทำหรอกเพราะเธอรู้ดีว่าท่านประทานลู่ไม่สนับสนุนให้เราคบกัน

              ผมที่เป็๲อิสระแล้วจึงเดินกลับมาตักอาหารเพื่อจะเอาไปให้สไปรท์ แต่พอผมมองไปที่โต๊ะกลับไม่เห็นเธอนั่งอยู่แล้ว

              ผมเดินตามหาสไปรท์ทั่วงานด้วยความร้อนใจ กลัวว่ายัยนั่นจะเป็๞อะไร ถูกใครทำอะไรหรือเปล่า เพราะแขกในที่นี้มีทั้งสายขาวและสายเทา ไหนยังจะพวกผู้หญิงที่คอยอาฆาตเธออีก

              “ยัยตัวแสบนะยัยตัวแสบ ทำไมถึงไม่ยอมฟังกันเลย ฉันบอกให้รอที่โต๊ะไง แล้วนี่เดินเตลิดหายไปไหนของเธอเนี่ย” ผมบ่นเธอไป และวิ่งตามหาเธอไปด้วยความเป็๲ห่วงจนทั่วทั้งงานแต่ก็ไม่พบเธอเลย

              จนผมเดินออกมาด้านนอก เห็นเธอกำลังคุยกับคนๆนึงอย่างสนิทสนม ใจผมก็หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะคนๆนั้นคนที่สไปรท์กำลังคุยด้วยคือคนที่ผมรู้จักเป็๞อย่างดี เขาคือมือขวาของไอสตางค์ ในใจผมก็คิดหรือว่าสไปรท์จะทรยศผม เธอกำลังจะหนีกลับไปกับคนของพี่ชายเธอใช่มั้ย แล้วถ้าเธอกลับไปจริงๆผมจะทำยังไง ในใจผมคิดสับสนวุ่นวายไปหมด แต่แล้วจู่ๆผู้ชายคนนั้นก็เดินกลับเข้าไปในงาน โดยที่ทิ้งยัยสไปรท์ไว้คนเดียว ผมที่ได้โอกาสเลยรีบเดินไปหายัยนั่นทันที

              “ฉันบอกว่าให้เธอรอที่โต๊ะทำไมเธอไม่รอ” ผมตะหวาดใส่เธอด้วยความโมโหแต่เธอกลับมองผมตาขวางราวกับว่าผมไปทำอะไรผิดมา อ้าวครั้งนี้เธอไม่กลัวผมหรอกลายเป็๲ผมที่ต้องกลัวเธอ

              เธอไม่ตอบผมแต่กลับเดินหนีไปอีกทาง

              “จะไปไหน ทำไมไม่รอฉันที่โต๊ะ นี่เธอคิดจะหนีฉันหรอ” ผมตะหวาดใส่เธอดังขึ้นเพื่อข่มขู่ให้เธอกลัว และคว้าแขนเธอมาจับไว้

             “ปล่อยนะฉันเจ็บ” เธอหันมาพูดกับผมเสียงแข็ง และแววตาที่แข็งกร้าวซึ่งผมไม่เคยเห็นเธอเป็๞แบบนี้มาก่อน ผมยอมรับว่าใจผมแอบหวั่นนิดๆ เลยต้องพูดให้เธอเสียความเป็๞ตัวเอง

              “พอฉันไม่อยู่ ก็ออกมาอ่อยผู้ชายเลยนะ นี่สินะตัวตนที่แท้จริงของเธอ” ผมพูดด้วยความโมโห

               เพี๊ยะ!!!

               หน้าของผมหันไปตามแรงฝ่ามือที่เธอยกมาฟาดบนใบหน้าผม ผมรู้สึกเจ็บชาไปทั่วใบหน้า

              “นี่เธอกล้าตบฉันหรอ” ผมตะหวาดออกมาด้วยความโมโห และจับใบหน้าของเธอเข้ามาจูบและบดขยี้ริมฝีปากของเธออย่างเร่าร้อน

              เพี๊ยะ!!!

              นี่เป็๞ครั้งที่สองที่ฝ่ามือของเธอได้มาประทับรอยไว้บนหน้าของผม ด้วยความโมโหผมจึงจับแขนของเธอแล้วลากเข้าไปในโรงแรม

              “VIP 1 ห้อง” ผมยื่นบัตรทองที่เป็๲บัตรเครดิตVIPอันลิมิเต็ดให้พนักที่เคาน์เตอร์ พนักงานรีบรับบัตรเครดิตแล้วจัดการยื่นคีการ์ดมาให้ผมทันที

              “ปล่อยนะ นายจะพาฉันไปไหน ฉันบอกให้ปล่อย”เธอยังคง๻ะโ๷๞ร้องโวยวาย แต่ผมก็ลากเธอเข้าลิฟท์และขึ้นไปยังห้องนั้นแบบไม่สนใจเสียงร้องของเธอเลย