จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 28 ศัตรูมักพบพานในทางแคบ Re

            วันรุ่งขึ้นไป่เจ๋อไปโรงเรียนตามปกติซึ่งทันทีที่เขามาถึงก็ถูกรุมถามเรื่องที่โดนเนี่ยฟงรังแก ไป่เจ๋อได้แต่ตอบพอเป็นพิธีว่าทางบริษัทจะจัดการปัญหาเรื่องนี้เองโดยบทลงโทษนั้นบริษัทน่าจะดำเนินการไปแล้วแถมเมื่อคืนทางเนี่ยฟงยังออกมาขอโทษผ่านไลฟ์แล้ว เรื่องนี้จึงถือว่าจบไป

             

             

             

            “ไป่เจ๋อ นายดังแล้วนะเพื่อน” มู่ซื่อเฉิงเข้ามากอดคอไป่เจ๋ออีกแล้ว

             

             

             

            “ไม่ดีรึไงงานโฆษณาที่ฉันจะถ่ายจะได้เป็นที่จับตามองไง” ไป่เจ๋อหันมาถามมู่ซื่อเฉิงใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนนักเรียนหญิงบางคนอดคิดอกุศลไม่ได้พวกเธอต่างหน้าแดงขึ้นเมื่อนึกถึงความใกล้ชิดของไป่เจ๋อกับมู่ซื่อเฉิง

             

             

             

            “นั่นสิยังไงเราไปยื่นใบลากิจด้วยกันเลยไหม” มู่ซื่อเฉิงกล่าว

             

             

             

            “หือนายอย่าบอกนะว่าจะไปดูฉันถ่ายโฆษณาด้วยน่ะ” ไป่เจ๋อแปลกใจที่รู้ว่ามู่ซื่อเฉิงจะไปดูเขาถ่ายโฆษณาด้วย

             

             

             

            “แหงดิเพื่อนฉันอยากรู้ว่าตอนนายถ่ายทำครั้งแรกจะเป็นยังไง” มู่ซื่อเฉิงยิ้ม

             

             

             

            “แน่ใจนะว่านายไม่ได้คิดจะโดดเรียนโดยเอาเรื่องงานของทางบ้านมาบังหน้าน่ะ” ไป่เจ๋อหรี่ตามองมู่ซื่อเฉิงส่วนมู่ซื่อเฉิงรีบหันหน้ามองไปทางอื่น แล้วผิวปากทำเหมือนไม่ได้ยินที่ไป่เจ๋อพูด

             

             

             

            “ตามใจนายละกันเอ่อ หัวหน้าห้อง อันนี้เป็นอีเมลของฉันฝากเรื่องจดเลคเชอร์กับงานที่อาจารย์สั่งให้ด้วย ถ้าฉันว่างจะได้เปิดดู หยุดไป 3วัน ฉันกลัวเรียนตามไม่ทันน่ะ” ไป่เจ๋อกล่าวพร้อมกับยื่นกระดาษที่เขียนอีเมลของเขาเอาไว้ให้นักเรียนหญิงหัวหน้าห้องแน่นอนว่าเธอรีบคว้าไว้แล้วเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อทันที

             

             

             

            “เอ๋อะไรกันขอดูบ้างสิ ฉันก็อยากได้อีเมลของไป่เจ๋อบ้าง”นักเรียนหญิงคนหนึ่งพูดเสียงออดอ้อนหัวหน้าห้อง

             

             

             

            “นี่ๆ หัวหน้าห้องขอฉันดูบ้างสิ” นักเรียนหญิงอีกคนเข้ามากอดแขนหัวหน้าห้อง

             

             

             

            นักเรียนหญิงในห้องต่างต้องการอีเมลของไป่เจ๋อ เพราะไป่เจ๋อนั้นตอนอยู่ที่โรงเรียนเขาไม่เคยหยิบเอาสมาร์ทโฟนขึ้นมาเลยคนที่รู้ว่าเขามีสมาร์ทโฟนก็มีแค่มู่ซื่อเฉิงเท่านั้นทำให้พวกนักเรียนหญิงที่อยากจะคุยกับไป่เจ๋อหลังเลิกเรียนอยากจะได้อีเมลพวกเธอคิดแค่ว่าโทรศัพท์ไม่มี ขออีเมลก็ยังดี

             

             

             

            ในคาบโฮมรูมไป่เจ๋อกับมู่ซื่อเฉิงได้ยื่นไปลากิจกับอาจารย์ประจำชั้นของพวกเขาเพื่อขอลาไปทำงานถ่ายโฆษณาวันพุธถึงวันศุกร์ที่จะมาถึงนี้

             

             

             

            ในช่วงเย็นไป่เจ๋อรีบไปยังศูนย์ฝึกอบรมของ LSA เพื่อเข้าคลาสเรียนการแสดงต่อแต่เขาไม่คิดว่าจะเจอคนที่มีเรื่องกับเขาเมื่อวานนี้อย่างเนี่ยฟง

             

             

             

            “สวัสดีครับรุ่นพี่เนี่ยฟง”ไป่เจ๋อทักทายอย่างสุภาพ เหมือนเมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้นและการทักทายนี้ทำให้ไป่เจ๋อกับเนี่ยฟงตกเป็นเป้าสายตาของคนในคลาสเรียนทันที

             

             

             

            “เออ”เนี่ยฟงมองไปทางไป่เจ๋อแบบเคือง ๆแต่ภายในของเขาแทบจะเหมือนภูเขาไฟที่กำลังปะทุเลยทีเดียว

             

             

             

            ในคาบเรียนไป่เจ๋อนั้นนำลูกแก้วความจำออกมา 2 ลูกเขาได้ใช้เคล็ดวิชาอีกครั้ง ดึงเอาเฉพาะความรู้กับประสบการณ์การแสดงของอาจารย์ถงและความรู้กับประสบการณ์ในการร้อง การเต้น และดนตรีจากเนี่ยฟงไปในตัว แน่นอนว่าไป่เจ๋อไม่คิดจะเอาประสบการณ์ร่วมรักของเนี่ยฟงเข้ามาในหัวเขาแน่

             

             

             

            “คลาสเรียนวันนี้ครูจะให้จับสลากพวกเธอจะเห็นกล่องหมายเลข 1-3 วางเรียงกันอยู่โดยในกล่องแต่ละกล่องจะมีโจทย์ให้กับพวกเธอ กล่องหมายเลข 1 จะมีสลากเป็นตัวเลข หากใครได้เลขเดียวกันก็ให้พวกเธอก็ต้องจับคู่กันกล่องหมายเลข 2 จะให้ตัวแทนกลุ่มมาจับเพื่อเลือกแนวละคร ส่วนกล่องที่ 3เป็นฉากที่จะต้องทำการแสดง เนี่ยฟงเธอมาจับก่อนเลยคนแรก” อาจารย์ถงชี้ไปที่เนี่ยฟง

             

             

             

            เนี่ยฟงเดินไปจับสลากคนแรกเขาได้หมายเลข 1 ทำให้พวกสาว ๆ ในคลาสต่างพูดคุยกันยกใหญ่ พวกเธอต่างจ้องกล่องที่1 ด้วยสายตาอันร้อนระอุ พวกเธอต่างพากันแย่งไปจับสลากแต่ไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่จับได้หมายเลข 1 อีกคนจะเป็นไป่เจ๋อ

             

             

             

            ‘งานงอกแล้วไป่เจ๋อกับเนี่ยฟงเพิ่งมีเรื่องกันไปเมื่อวาน วันนี้ 2คนนี้ดันอยู่กลุ่มเดียวกันอีก แถมไอ้เลข 1 นั้นมันมีอยู่แค่ 2 ใบ การที่ทั้ง 2คนต้องมาคู่กันแบบนี้ มันนรกสั่งหรือสวรรค์สร้างกัน’ทุกคนต่างคิดเรื่องนี้ขึ้นพร้อมกัน

             

             

             

            “การแบ่งกลุ่มเรียบร้อยเนี่ยฟงเธอมาเป็นตัวแทนกลุ่มจับแนวละครที่จะแสดง” อาจารย์ถงเรียกเนี่ยฟงอีกครั้ง

             

             

             

            เมื่อเนี่ยฟงจับลากขึ้นมาทันทีที่เขาเห็นกระดาษ ตัวของเขาก็แข็งทื่อ ไป่เจ๋อเองก็ส่งสัยจึงได้เดินไปดูซึ่งเขาเองก็ตัวแข็งค้างไปเช่นกัน เพราะสิ่งที่เนี่ยฟงจับได้เป็นละครแนวโรแมนติก

             

             

             

            ‘บัดซบนี่ข้าโชคร้ายต้องอยู่กับเนี่ยฟงไม่พอ ยังต้องมาแสดงละครแนวนี้กับมันอีกเหรอหรือกรรมจะตามสนองข้าที่ข้าสั่งสอนมันไปเมื่อวานกัน’ ไป่เจ๋อก่นด่าในใจ

             

             

             

            “หยิบต่อเลยเนี่ยฟงฉากที่เธอกับไป่เจ๋อต้องแสดงน่ะ”อาจารย์ถงกล่าวด้วยใบหน้าอมยิ้มราวกับกำลังรอเรื่องสนุก

             

             

             

            เมื่อเนี่ยฟงล้วงมือลงไปไป่เจ๋อใช้พลังจิตวิญญาณให้กระดาษที่เขียนคำว่า “ต่อสู้”เข้ามาอยู่ในมือของเนี่ยฟง

             

             

             

            “อ๊ะได้ฉากต่อสู้ในละครโรแมนติกเนี่ยนะ มันไม่เข้ากันเลยนะคะอาจารย์”นักแสดงหญิงในคลาสเรียนกล่าวขึ้น ในใจเธออยากให้เนี่ยฟงจับได้ฉากจูบมากกว่า

             

             

             

            “โจทย์พวกนี้ฉันอยากดูไหวพริบการแก้ปัญหาของพวกเธอนี่คือสิ่งที่พวกเธอต้องเจอเมื่ออยู่ในสายงานนักแสดง” อาจารย์ถงกล่าวพร้อมกับให้กลุ่มอื่นทะยอยมาจับสลาก

             

             

             

            “มีเวลาในการคิดบทคือ15 นาที โดยบทที่คิดต้องแสดงได้ครบ 1 นาทีด้วย”อาจารย์ถงบอกเงื่อนไขการทดสอบของเขาออกมา

             

             

             

            ไป่เจ๋อกับเนี่ยฟงแม้จะไม่ถูกกันแต่พวกเขาก็ถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้วพวกเขาคิดฉากที่ต้องสู้กันเพื่อแย่งชิงนางเอก ไป่เจ๋อถามว่าจะกำหนดแพ้ชนะยังไงซึ่งเนี่ยฟงนั้นบอกว่าให้เสมอโดยฉากสุดท้ายให้ต่างฝ่ายต่างค้างหมัดไว้บนหน้าของอีกฝ่าย ซึ่งไป่เจ๋อเห็นด้วยกับบทนี้

             

             

             

            “คู่แรกเนี่ยฟงกับไป่เจ๋อ เริ่มการแสดงได้” เมื่ออาจารย์ถงให้สัญญาณ ไป่เจ๋อกับเนี่ยฟงก็หันมาประจันหน้ากันทันที

             

             

             

            “นายคิดว่าเสี่ยวหลิงจะชอบนายงั้นเหรอเข้าข้างตัวเองเกินไปรึเปล่า” เนี่ยฟงกล่าวขึ้นสีหน้าของเขาดูโกรธเคืองคนตรงหน้ามาก

             

             

             

            “แล้วนายคิดว่าเธอชอบนายเหรออย่าหลงตัวเองได้ไหม” ไป่เจ๋อตอบกลับทำเอาเนี่ยฟงถึงกับผงะถอยหลัง เพราะสายตาของไป่เจ๋อมันส่งความโกรธที่รุนแรงออกมานอกจากนี้น้ำเสียงยังแสดงความหึงหวงออกมา แม้เนี่ยฟงจะเข้ามาเรียนคลาสนี้ได้ไม่นานแต่เขากลับพบว่าไป่เจ๋อนั้นแสดงได้ดีกว่าเขาอย่างเห็นได้ชัด

             

             

             

            ‘อืมไป่เจ๋อส่งอารมย์ออกมาได้ดีทีเดียว’ อาจารย์ถงคิด

             

             

             

            การแสดงดำเนินต่อไปจากการถกเถียงกลายเป็นการปะทะกันด้วยหมัด อาจารย์ถงมองไป่เจ๋อไม่วางตาน้ำเสียงในการพูด อารมณ์ที่ถ่ายทอดออกมา สีหน้าท่าทาง ไป่เจ๋อทำได้ดีเทียบเท่ากับนักแสดงมืออาชีพเลยทีเดียวผิดกับเนี่ยฟงที่การแสดงดูด้อยกว่าไป่เจ๋ออย่างเห็นได้ชัด

             

             

             

            เนี่ยฟงคิดในใจว่าตอนนี้เขาเหมือนตัวตลกเขากำลังโดนไป่เจ๋อคุมเกม ดังนั้นเขาจึงคิดว่าต้องเล่นนอกบทซะหน่อยปกติคิวบู๊มันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้าง เนี่ยฟงกำลังรอฉากตอนจบอย่างใจจดใจจ่อผ่านไปจนถึงช่วงสุดท้ายเป็นฉากที่ทั้งสองฝ่ายต่างต่อยหน้าซึ่งกันและกันแล้วค้างไว้อย่างนั้น เนี่ยฟงไม่รอช้าปล่อยหมัดไปแบบเต็มแรงทันที ส่วนไป่เจ๋อที่เห็นแววตาของเนี่ยฟงก็รู้ทันทีว่าเนี่ยฟงต้องการจะต่อยเขาจริงๆ หากเขาทำให้เนี่ยฟงบาดเจ็บมันจะไม่เป็นผลดีกับเขา ดังนั้นไป่เจ๋อจึงเบี่ยงตัวไปข้างหลังนิดหน่อยเพื่อให้หมัดของเนี่ยฟงที่มาถึงหน้าของเขามันเบาลงเพราะเป็นระยะที่หมัดเหยียดจนสุดแล้วสุดท้ายฉากก็จบลงตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ โดยที่ไม่มีใครดูออกว่าเนี่ยฟงเจตนาชกหน้าไป่เจ๋อเต็มแรง

             

             

             

            แปะๆ ๆ

             

             

             

            “ยอดเยี่ยมมากเลยไป่เจ๋อ เธอแสดงได้ดีมาก หากในการทดสอบอีก 2 ครั้งเธอสามารถทำได้ดีแบบนี้ฉันจะเซ็นอนุมัติให้เธอขึ้นไปเรียนคลาสการแสดงขั้นสูงได้”อาจารย์ถงปรบมืออย่างพอใจ

             

             

             

            จากนั้นอาจารย์ถงได้แนะนำเนี่ยฟงเรื่องการใช้น้ำเสียงและการถ่ายทอดอารมณ์ของบทที่แสดง รวมถึงท่าทางการต่อสู้ก็เหยอะแหยะเกินไป

             

             

             

            “เนี่ยฟงเรื่องฉากบู๊ แม้จะสามารถใช้เทคนิคในการตัดต่อ และใช้สตั๊นแมนได้แต่บางครั้งเธอก็ต้องแสดงด้วยตัวเอง ฉันแนะนำให้เธอลงคลาสสอนศิลปะการต่อสู้ของอาจารย์กั๋วด้วย”อาจารย์ถงกล่าว

             

             

             

            ทุกคนนั้นเข้าใจสิ่งที่อาจารย์ถงแนะนำเนี่ยฟงเพราะเมื่อเทียบกับไป่เจ๋อ ท่วงท่าการต่อสู้ที่แข็งแรงชัดเจน เหมือนคนเคยฝึกศิลปะการต่อสู้มาก่อน ทำให้เนี่ยฟงยิ่งรู้สึกอับอายเขาเป็นใคร เขาเป็นดาราที่เข้าวงการนี้มา 3 ปีแล้ว งานละครก็เคยผ่านมา 1-2 เรื่องแต่กลับโดนเปรียบเทียบว่าแสดงได้แย่กว่าดาราหน้าใหม่ที่ไม่มีผลงานเนี่ยนะ

             

             

             

            ขณะเดียวกันในคลาสเรียนเริ่มซุบซิบถึงความสามารถของเนี่ยฟงการแสดงเมื่อครู่มันเห็นได้ชัดว่าการแสดงของไป่เจ๋อนั้นเหนือกว่าเนี่ยฟงในทุกด้านนั่นเพราะไม่มีใครรู้ว่าก่อนการแสดง ไป่เจ๋อได้ดูดซับความรู้และประสบการณ์ของอาจารย์ถงไปและลองปรับใช้กับตัวเองดู

             

             

             

            หลังจากนั้นกลุ่มที่เหลือก็ออกมาแสดง แต่ไม่มีใครทำให้อาจารย์ถงพอใจเหมือนกับไป่เจ๋อเลยไม่นานคลาสเรียนก็จบลง ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับ

             

             

             

            เนี่ยฟงเป็นคนแรกที่เดินออกไปจากห้องอย่างเร่งรีบเขาไม่ต้องการคุยกับใครทั้งนั้นเพราะเรื่องที่คุยคงหนีไม่พ้นเรื่องการแสดงของเขาที่สู้ไป่เจ๋อไม่ได้ส่วนไป่เจ๋อเองก็เดินตามออกมา แต่เขาไม่ได้กลับทันทีเขาเริ่มตามหาเมิ่งชิงชิง

             

             

             

            ซึ่งใช้เวลาไม่นานเขาก็พบเมิ่งชิงชิงกำลังยืนอ่านบอร์ดประกาศอยู่ไป่เจ๋อจึงย่องไปข้างหลัง ก่อนจะจับเข้าที่เอวของเมิ่งชิงชิง

             

             

             

            “พี่ชิงชิง”ไป่เจ๋อจับเข้าที่สีข้างของเมิ่งชิงชิง ทำให้เธอสะดุ้งก่อนจะหันมามองอย่างโกรธเคือง ส่วนไป่เจ๋อพอจับสีข้างให้เมิ่งชิงชิงตกใจแล้วเขาก็รีบชักมือแล้วชูมือทั้ง 2 ของเขาขึ้น

             

             

             

            “ไป่เจ๋อ นายเล่นอะไรเนี่ย ฉันตกใจรู้ไหม” เมิ่งชิงชิงทำหน้ามุ่ย

             

             

             

            “ผมแค่อยากแกล้งพี่เล่นน่ะเห็นกำลังตั้งใจอ่านบอร์ดประกาศอยู่ มีอะไรรึเปล่าครับ” ไป่เจ๋อถาม

             

             

             

            “มันเป็นประกาศรับสมัครพนักงานใหม่น่ะตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในช่วงทดลองงาน ถ้าหากผลการทดลองงานไม่ผ่าน ฉันก็ต้องไปหางานในบริษัทอื่นต่อน่ะ”เมิ่งชิงชิงตอบ น้ำเสียงเธอแสดงถึงความกังวลว่าจะไม่ผ่านการทดลองงาน

             

             

             

            “ผมช่วยพี่ได้นะ”ไป่เจ๋อกล่าว

             

             

             

            “นายจะช่วยยังไงหรือว่าจะใช้อำนาจของปู่ซีหลัวเหรอ แบบนั้นไม่เอานะไม่งั้นคนก็มองว่าฉันเป็นเด็กเส้นน่ะสิ” เมิ่งชิงชิงกล่าว

             

             

             

            “ผมมีวิธีก็แล้วกันพี่รู้รึเปล่าคนเราจะมีอำนาจ ต้องมีอะไรก่อนถึงจะได้อำนาจมา” ไป่เจ๋อถาม

             

             

             

            “อะไรล่ะเงินเหรอ” เมิ่งชิงชิงตอบตามสามัญสำนึกของคนทั่วไป ไป่เจ๋อส่ายหน้าก่อนจะตอบกลับไป

             

             

             

            “ความสามารถความเพียรพยายาม นั่นแหละที่จะทำให้เราได้อำนาจมาไว้ในมือปู่เมิ่งตงกับปู่ซีหลัวที่ท่านมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะ 2 สิ่งนี้ดังนั้นถ้าพี่ยึดหลักนี้ สักวันมันก็ต้องสำเร็จเหมือนกับปู่ของพี่แน่นอน” ไป่เจ๋อส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับเมิ่งชิงชิง ทำให้เธอมองรอยยิ้มนั้นราวกับถูกสะกด

             

             

             

            “งั้นผมไปก่อนนะสู้ ๆ นะครับ” ไป่เจ๋อโบกมือลาทำให้เมิ่งชิงชิงหลุดจากภวังค์ และโบกมือลาไป่เจ๋อเช่นกัน

             

             

             

            “นายเองก็ด้วยนะ”เมิ่งชิงชิงกล่าว

             

             

             

            หลังจากออกมาจากตึกศูนย์ฝึกอบรมของLSA แล้ว สมาร์ทโฟนของไป่เจ๋อก็ดังขึ้นมันเป็นสายของเฉินเฟิง ไป่เจ๋อจึงกดรับสายทันที

             

             

             

            “สวัสดีครับคุณเฉินเฟิง มีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ” ไป่เจ๋อถาม

             

             

             

            [เธอมีอะไรที่ยังไม่ได้รายงานฉันไหมเธอปิดฉันเงียบเรื่องฝีมือการแสดงได้ยังไงอาจารย์ถงเพิ่งโทรมาเล่าให้ฉันฟังว่าฝีมือการแสดงของเธอดีขึ้นแบบก้าวกระโดดเขาบอกว่าถ้าฉันเปิดกล้องตอนนี้ เธอก็สามารถแสดงได้ไม่มีปัญหา]เฉินเฟิงพูดด้วยความตื่นเต้นเขาไม่เคยเจอคนที่พัฒนาฝีมือการแสดงได้เร็วขนาดนี้มาก่อน

             

             

             

            “อาจารย์ถงชมผมเกินไปแล้วครับว่าแต่...นอกจากเรื่องนี้คุณเฉินเฟิงมีเรื่องอะไรอีกรึเปล่าครับ” ไป่เจ๋อถาม

             

             

             

            [อ้อคือจะมีการถ่ายภาพโปรโมตละครน่ะ ตอนนี้ฉันได้นักแสดงครบแล้วเธอติดงานตั้งแต่วันพุธจนถึงวันอาทิตย์เลยนี่นะ หลังจากนั้นคงว่างใช่ไหม]เฉินเฟิงถาม

             

             

             

            “ถ้าเข้ารอบรายการราชานักกิน ผมคงจะต้องแข่งต่อน่ะครับถ้าจะถามว่าว่างเลยไหมคงต้องดูว่าผมเข้ารอบต่อไปของรายการนี้ได้รึเปล่า” ไป่เจ๋อกล่าว

             

             

             

            [ตกลงฉันจะรอดูเธอนะ แค่นี้ก่อน กลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้ว ทำให้เต็มที่ล่ะ]เฉินเฟิงกล่าวจบก็วางสายไป

             

             

             

            “จากนี้ของจริงกำลังจะเริ่มสินะ”ไป่เจ๋อกล่าวขึ้นพร้อมกับเรียกรถแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน