เช้านี้ สมาชิกที่จะไปตลาดด้วยมีเพิ่มมาอีกสองคน นั่นคือทองและนวล วันนี้เป็วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2529 ซึ่งทั้งสองคนได้มาเริ่มทำงานอย่างเต็มตัวเป็วันแรก ตามที่ได้พูดคุยตกลงกับกานต์ไว้ ค่าจ้างรายวันจะอยู่ที่คนละ 100 บาท โดยอนงค์จะจ่ายให้วันต่อวัน เพื่อที่ทั้งสองจะได้นำไปใช้จ่ายในครอบครัวได้ทันที
ทองและนวลตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ช่วยจัดข้าวของได้อย่างรวดเร็วและเป็ระเบียบ ช่วยทุ่นแรงของทั้งสามคนได้เป็อย่างดี
"อีกเดี๋ยวลูกค้าจะเข้าตลาดแล้ว เริ่มทอดกันเถอะ เดี๋ยวทองกับนวลมายืนข้าง ๆ ครูกับน้านงนะ จะได้ช่วยคลุกไก่กับแป้ง"
กานต์และอนงค์สอนวิธีชุบแป้งก่อนลงทอดให้ทั้งสองคนอย่างละเอียด ไก่จะทอดออกมาได้สวยและดูน่ากินหรือไม่ขั้นตอนนี้สำคัญมากที่สุด ซึ่งทั้งสองก็ตั้งใจเรียนรู้และจดจำได้เป็อย่างดี เมื่อได้ลองทำ 4-5 ชิ้น ก็เริ่มคล่อง และสามารถทำได้เองโดยที่สามีภรรยาไม่ต้องให้คำแนะนำอีก
ระหว่างช่วยทอดไก่อยู่ สองพี่น้องก็มองที่หน้าร้านเป็ระยะด้วยความทึ่ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าไก่ทอดจะมีคนมาอุดหนุนมากขนาดนี้ หน้าร้านมีคนกว่ายี่สิบคนยืนรออยู่ แต่ไม่ได้เอะอะวุ่นวาย เพราะพวกเขาต่างแจ้งจำนวนชิ้นที่จะซื้อกับอนงค์กานต์ไว้เรียบร้อยแล้ว แค่รอให้ไก่สุกและรับของตามคิวเท่านั้น
พวกเขายืนทอดไก่โดยไม่หยุดอยู่เกือบชั่วโมง ทอดไก่ไปกว่าร้อยชิ้น แต่ไก่ที่ออกจากกระทะนั้นไม่เคยอยู่ในถาดเกินห้านาที ต่างถูกจับจองไปอย่างรวดเร็วโดยลูกค้าที่เข้ามาในร้านอย่างไม่ขาดสาย พวกเขาเคยไปทำงานรับจ้างในตลาดอยู่หลายครั้ง แต่ไม่เคยเห็นร้านไหนที่ขายดีเป็เทน้ำเทท่าแบบนี้มาก่อนเลย
เมื่อเห็นแบบนี้แล้วพวกเขาก็มีความสุข ยิ่งลูกค้าเข้ามาซื้อเยอะ ก็ยิ่งเป็หลักประกันว่าพวกเขาจะสามารถทำงานที่มีรายได้งาม ๆ แบบนี้ได้อีกนานเช่นกัน
"เป็ไงบ้างทั้งสองคน งานพอทำไหวมั้ย?" กานต์ถามขึ้นอย่างใส่ใจ
"งานสบายมากค่ะครู เหนื่อยน้อยกว่าที่หนูกับพี่เคยไปรับจ้างตั้งเยอะ" นวลรู้สึกว่างานนี้สบายมากจริง ๆ ่ทอดอาจต้องทนร้อนและเมื่อยหน่อยเพราะต้องยืนหน้าเตาตลอดหลายชั่วโมง แต่เมื่อเทียบกับงานที่ต้องคอยก้ม ๆ เงย ๆ หรือแบกของหนัก ๆ อยู่กลางแดดเป็เวลาหลายชั่วโมงแล้ว งานนี้ดีกว่ามาก
"แล้วทองล่ะ" กานต์อยากรู้ความรู้สึกของผู้เป็พี่เช่นกัน
"เหมือนนวลครับ งานนี้ไม่หนักจริง ๆ ครับครู ตอนเช้าแค่เหนื่อยทอด 3-4 ชั่วโมง ส่วนบ่ายก็แค่นั่งเตรียมหมัก ทำน้ำจิ้มเท่านั้นไม่เกินสามชั่วโมงก็เสร็จแล้ว งานสบายกว่าที่พวกเราเคยทำเกินครึ่ง ทำเอาเกรงใจเลยครับ รู้สึกเหมือนค่าแรงจะสูงไปสักหน่อยด้วย"
"ไม่สูงหรอก ตอนนี้ครูกับนิดยังอยู่ช่วยได้เลยอาจรู้สึกเบาแรง แต่่เปิดเทอมก็จะเหลือแค่สามคน งานจะหนักกว่านี้แน่นอน" กานต์ยิ้มอย่างสบายใจเมื่อเห็นทั้งสองคนพอใจกับงานนี้ พวกเขาจะได้ไม่ต้องวุ่นวายหาคนมาช่วยงานใหม่
"ครูไม่ต้องห่วงครับ ถึงเวลานั้นพวกเราพี่น้องจะช่วยน้านงอย่างเต็มที่ จะไม่ให้น้านงทำงานหนักเลย ให้คอยรับลูกค้าหน้าร้านก็พอ" ทองยืนยันหนักแน่นโดยมีนวลพยักหน้าเห็นด้วย กานต์ยื่นมือขึ้นตบบ่าทองเบา ๆ อย่างพอใจด้วยเช่นกัน
"8 โมงแล้วยังเหลือไก่อีกเหรอพี่" ยุพิณเดินเข้ามาถามอย่างสงสัย ปกติไก่ทอดจะหมดั้แ่ยังไม่เจ็ดโมงครึ่ง แต่นี่แปด โมงแล้วยังเห็นยืนทอดกันอยู่ หน้าร้านก็ไม่มีลูกค้ามุงมากแล้ว แต่ก็ยังมีคนเดินเข้ามาซื้ออยู่ไม่ขาดสาย
"วันนี้ทำไก่เยอะขึ้นน่ะ จะลองกับกลุ่มนักเที่ยวป่าดูว่าสนใจซื้อกันมั้ย ถ้าไม่สนใจวันหลังก็คงลดไก่ลงเท่าเดิม" วันนี้พวกเขาเตรียมไก่มากถึง 360 ชิ้น ตอนแรกคิดกันว่าน่าจะเหลือไว้ขายสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวสัก 50 ชิ้น แต่พอถึงเวลาจริงกลับเหลือไก่ที่ยังไม่ทอดอีกแค่ 20 ชิ้นเท่านั้น
"ต้องชอบกันแน่พี่ เผลอ ๆ จะไม่พอด้วยซ้ำ" พูดคุยทักทายกันได้ไม่กี่คำยุพิณก็เดินจากไปเพราะมีลูกค้ามาซื้อโจ๊กพอดี
"อุ๊ย...ไก่ทอดใช่มั้ย อยากกิน มาทริปหลายวันเจอแต่ปิ้ง ๆ ย่าง ๆ ซื้อนี่แหละไว้กินตอนเที่ยง" ว่าแล้วหญิงสาวที่อายุไม่น่าจะเกิน 25 ปี ก็ลากแขนเพื่อนผู้หญิงอีกสองคนออกจากกลุ่มเดินไปที่ร้านไก่ทอดทันที "อร่อยมั้ยคะน้อง" พลางสอบถามเด็กหญิงที่กำลังยืนส่งยิ้มหวานโชว์ลักยิ้มบุ๋ม ๆ บนแก้มทั้งสองข้างมาให้
"อร่อยแน่นอนค่ะ เหลือไม่เยอะแล้วนะคะ ไม่ถึง 20 ชิ้น สนใจรับแบบไหนดีคะ มี 2 สูตร ต้นตำรับและสมุนไพร" อนงค์กานต์รีบโฆษณาสินค้า "พี่ ๆ จะไปเดินป่ากันเหรอคะ"
"ใช่ค่ะ เลยมาหาซื้อมื้อกลางวันที่นี่ก่อน กี่ชิ้นดีแพร แจง?" สาวผมสั้นหันไปถามเพื่อนอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง
"เอา 2 ชิ้นมาลองชิมก่อน ถูกปากเดี๋ยวซื้อเพิ่ม เอาอย่างละสูตรนะคะน้อง"
"ไก่ทอดนี่เหมือนไก่ร้าน BB ที่เราไปทานกันที่ห้างเมื่อเดือนก่อนเลยนะว่าปะ กลิ่นก็คล้าย ๆ กัน" แจงตั้งข้อสังเกตกับเพื่อน
"นึกไปก็คล้ายอยู่นะ" หลินเห็นพ้องเพื่อนกันที "ไก่ร้านนั้นอร่อยเนอะแต่แพงน่าดู ชิ้นละตั้ง 22 บาท ตอนจ่ายเงินเล่นเอากระเป๋าเบาเลย"
"ก็เป็ร้านไก่ของเมืองนอกนี่นา แพงเป็ธรรมดา เรามาชิมนี่ดีกว่า หอมดี เผื่อรสเหมือนไก่ร้านเมืองนอกนั่น" แพรรีบชักชวนเพื่อน เนื่องจากกลิ่นไก่ทอดในถุงที่ถืออยู่นี่หอมเตะจมูกดีจริง ๆ
อนงค์กานต์ได้ยินสามสาวพูดถึงร้านไก่ทอดก็ตาเป็ประกาย อดลุ้นตามไม่ได้ตอนเห็นทั้งสามคนกำลังยืนทานไก่ทอดอยู่หน้าร้าน อยากรู้จริง ๆ ว่าไก่ทอดของเธอจะถูกปากสาว ๆ เหมือนของร้านนั้นหรือไม่
"อร่อยอ่ะ... คล้ายของร้าน BB เลย...น้องสาวชิ้นนี้คือสูตรต้นตำรับใช่มั้ย" แพรหันไปถามอนงค์กานต์ให้แน่ใจเมื่อเห็นเธอพยักหน้ารับก็หันไปชักชวนเพื่อนทันที "แจง หลิน ลองชิมดู รสชาติ ความกรอบนี่เหมือนเป๊ะเลย เอาจริง ถูกปากเรากว่าร้านนั้นอีก ไม่เลี่ยนดี"
"เธอก็ลองชิมชิ้นนี้ด้วยสิ ความกรอบของแป้งเหมือนร้าน BB รสกลมกล่อม และกลิ่นตะไคร้กับกระเทียมนี่หอมชนะเลิศมาก ถูกปากคนชอบอาหารไทยอย่างฉันที่สุด" แจงก็ชักชวนแพรกลับทันทีเหมือนกัน
"น้องสาว ไก่ทอดร้านน้องอร่อยมากเลย พี่ยกนิ้วให้" เมื่อได้ยินคำชมจากหลิน อนงค์กานต์ที่ยิ้มกว้างอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก
"ขอบคุณค่ะ สนใจรับเพิ่มมั้ยคะ ตอนนี้เหลือ 5 ชิ้นสุดท้ายแล้วค่ะ" แน่นอน ระหว่างที่สาว ๆ กำลังยืนชิมอยู่นั้น ก็มีลูกค้าทยอยเข้ามาซื้อไก่ด้วยเช่นกัน
"เอามาอีกสองค่ะน้อง เอาชิ้นละสูตรเหมือนเดิม"
"คุณแพร คุณหลิน คุณแจง ได้กับข้าวอะไรไปทานครับ" ประสิทธิ์ ไกด์นำเที่ยวประจำกรุ๊ปเดินตรงเข้ามาถาม
"ตอนนี้เพิ่งได้แต่ไก่ทอดค่ะ อร่อยมาก ยืนชิมกันเพลิน เลยยังไม่ได้ไปหาซื้ออย่างอื่นเลย"
เมื่อประสิทธิ์ได้ยินหลินพูดถึงไก่ทอดจึงหันไปดูที่ร้านด้วยความแปลกใจ ไม่ใช่ไม่รู้ว่ามีไก่ทอดขาย ใน่ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีคนพูดถึงความอร่อยของไก่ทอดให้ฟังอยู่ตลอดเวลา แต่เขาไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองสักครั้ง มาถึงตลาดทีไรไก่ทอดก็หมดไปก่อนแล้วทุกครั้ง แต่วันนี้มาทัน น่าจะเป็วันที่ดีมากวันหนึ่งสำหรับเขา
"น้องครับ พี่รับไก่ 5 ชิ้น" ประสิทธิ์ไม่ลืมสั่งเผื่อให้บรรดาผู้ช่วยที่มาช่วยงานวันนี้ด้วย
"ตอนนี้เหลือ 3 ชิ้นสุดท้ายแล้วค่ะ เป็สมุนไพร 2 ต้นตำรับ 1" อนงค์กานต์รีบแจกแจงให้ฟัง ดูตามลักษณะ พี่ชายคนนี้น่าจะเป็ไกด์นำเที่ยวป่ามากกว่านักท่องเที่ยว
"งั้นรับที่เหลือทั้งหมดครับ"
"วันนี้โชคดีมากได้ชิมไก่ทอดร้านนี้ ปกติมาแล้วหมดก่อนตลอด" ประสิทธิ์พูดกับอนงค์ขณะที่ยื่นเงินให้ 30 บาท
"วันนี้ทำไก่มากกว่าทุกวันค่ะ เลยปิดร้านช้าหน่อย ่นี้เหมือนจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นนะคะ" อนงค์ทักทายอย่างเป็กันเอง ถึงจะไม่เคยพูดคุยทักทายกันมาก่อน แต่เธอก็คุ้นหน้าประสิทธิ์ดี เพราะเขามาที่ตลาดเรียกได้ว่าแทบจะวันเว้นวัน
"ตอนนี้ดอย์ขึ้นชื่อมากครับ นักท่องเที่ยวพูดคุยกันปากต่อปาก จากที่จัดกรุ๊ปเดียวต่อวัน ตอนนี้เพิ่มเป็สี่กรุ๊ปเลยก็มี"
"พี่น่าจะเพิ่มจำนวนไก่ทอดอีกหน่อยนะครับ บรรดานักเดินป่าต้องชอบแน่ นี่ยังเหลืออีก 2 กรุ๊ปนะครับกำลังนั่งรถตามมา เสียดายแทนพวกเขาเลย อดชิมไก่ทอด"
"พี่ก็คิดอยู่เหมือนกันค่ะ แต่คงต้องค่อยเป็ค่อยไป" ประสิทธิ์พยักหน้าเข้าใจ ก่อนเอ่ยปากลาเพื่อไปดูแลนักท่องเที่ยวในความดูแลของตน
"น้านงครับ ไก่อีก 3 ชิ้นนี้ใครจองไว้ครับ เดี๋ยวผมเอาไปส่งให้" ระหว่างเก็บล้างทำความสะอาดร้าน ทองก็เห็นไก่ทอดสามชิ้นที่อนงค์แยกใส่ถุงไว้ยังไม่มีใครมารับ เลยสอบถามขึ้นมา
"น้าเก็บไว้ให้เราสองคนเอากลับบ้านไปทานกับแม่น่ะ อ้อ...แล้วนี่เนื้อหมูสด เอากลับไปด้วย" พลางยื่นเนื้อหมูหนึ่งกิโลกรัมส่งให้ทองด้วย
ทองและนวลมองอนงค์ด้วยความตื้นตันและเอ่ยปากอย่างเกรงใจ "น้าเก็บไว้ทานเถอะครับ พวกผมรับไก่ทอดก็พอ แค่นี้ก็อิ่มไปหลายมื้อแล้ว"
"น้าซื้อมาฝากแม่ของเรา ไม่ได้ให้เราเสียหน่อย" เมื่ออนงค์อ้างเช่นนั้นทั้งสองพี่น้องก็ปฏิเสธไม่ออก ยกมือไหว้ขอบคุณอย่างซาบซึ้งใจ "แบ่งเอาไปตากแดดทำหมูแดดเดียวเก็บไว้นะ วันนี้แดดแรงด้วย ตากวันเดียวก็ได้ที่แล้ว"
เมื่อกลับถึงบ้าน ทองและนวลก็ขอตัวกลับไปทานอาหารเที่ยงที่บ้าน และจะกลับมาช่วยงานอีกทีตอน่บ่าย
ปราณีวางเสียมที่ใช้พรวนดินแปลงผักลง เมื่อเห็นสองพี่น้องเดินกลับเข้าบ้านมา และสอบถามด้วยความเป็ห่วง "เป็ไงบ้างลูก ทำงานกับครูกานต์วันแรก เหนื่อยมั้ย"
"นิดหน่อยจ้ะแม่ ไม่หนักเท่างานอื่น นวลชอบทำงานนี่มากเลย ครูกับน้านงใจดีมาก" นวลตอบแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดเลย ปราณีได้ฟังก็สบายใจมากขึ้น
"แม่ครับ ทานข้าวรึยัง น้านงแบ่งไก่ทอดมาให้พวกเราทานด้วย"
"แม่รองท้องไปนิดหน่อยเมื่อเช้า วันนี้มีแกงผักกาดกับยำมะเขือนะ หิวกันแล้วใช่มั้ย? เดี๋ยวแม่ไปเตรียมสำรับให้" ปราณีรีบเดินขึ้นบ้านเพื่อไปเตรียมอาหาร ที่จริงทองและนวลยังไม่ค่อยหิว ขนมต่าง ๆ ที่อนงค์ซื้อให้ทานเมื่อเช้ายังอยู่เต็มท้อง แต่ความที่อยากชิมไก่ทอดเลย เลยพยักหน้ารับกับมารดาไป
"จริงสิ น้านงฝากเนื้อหมูมาให้แม่ด้วย" ว่าแล้วก็ควักถุงเนื้อหมูออกมาจากย่ามส่งให้แม่
ปราณีถึงกับน้ำตาซึมด้วยความตื้นตันเมื่อมองถุงเนื้อหมูที่รับมาจากลูกชาย "นงและครูกานต์มีน้ำใจกับครอบครัวเราจริง ๆ" ที่ผ่านมาก็เช่นกัน ไม่ว่าจะไปที่ไหนหรือได้ของอะไรมา อนงค์และกานต์ไม่เคยลืมที่จะแบ่งปันให้ครอบครัวพวกเขาอยู่บ่อยครั้ง
"ลูกๆ อย่าลืมบุญคุณที่ครูกานต์กับน้านงมีให้เราเสมอมานะ ต่อไปถ้าตอบแทนอะไรได้ ก็ให้ทำทันที" ปราณีกำชับลูกทั้งสอง "งานก็ตั้งใจทำให้มากยิ่งขึ้น ต้องช่วยเบาแรงครูกานต์และน้านงให้ได้มากที่สุด เข้าใจมั้ยลูก" ทั้งทองและนวลต่างตอบรับออกมาอย่างแข็งขัน เมื่อทานข้าวเรียบร้อย ทั้งสองคนต่างรีบออกไปที่บ้านอนงค์ทันที