"รีบๆกินซะ อยากไปตาหาเพื่อนไม่ใช่เหรอ"
"ค่ะ" เธอตักข้าวต้มยัดเข้าไปในปาก "หูยย อร่อยมากเลยค่ะ นี่แน่ใจใช่ไหมว่าพี่ทำเอง" เธอแหย่เขาเล่นแต่ดูเหมือนคนตัวสูงจะไม่ได้เล่นด้วย ได้แต่มองอีกฝ่ายแบบดุๆ
มาคินกับฮาน่าเล่าเื่ที่ลัลนาหายตัวไปเมื่อคืนให้อาวินฟังก่อนที่ทุกคนจะช่วยกันออกตามหาลัลนา ทุกคนช่วยกันออกตามหาภายในหมู่บ้านแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอเธอเลย
"เอาไงต่อว่ะ" อาวินถามขึ้น เขามีสีหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด หากว่าเกิดอะไรขึ้นกับรุ่นน้องพวกจะรายงานทางมหาลัยและครอบครัวของเธอยังไง
"มีอยู่ที่หนึ่งที่ยังไม่ได้หา" มาคินบอก
"ที่ไหนว่ะมาคิน" อาวินร้อนรน "แกรู้ไหมว่าเป็ฝีมือของใคร" เขาถามขณะที่ทุกคนกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามพวกเขามาติดๆ
"พอเดาได้" เขาตอบ "แต่ก็ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่"
"เออ รีบไปกันก่อนเถอะ"
มาคินพาทุกคนมาหยุดอยู่หน้าถ้ำร้างแห่งหนึ่งซึ่งอยู่หลังหมู่บ้านไม่ไกลเท่าไหร่นัก
"ที่นี่หรอ มันดูน่ากลัวๆยังไงไม่รู้" อาวินบอก
"พี่ครับ ผมไม่เข้าไปด้วยนะครับผมกลัวผี" หนึ่ง รุ่นน้องบอกก่อนจะะโไปกอดเพื่อน
"โห่ ไอ้ป๊อดเอ๊ยยยย" เพื่อนอีกคนพูด
"ผีที่ไหนไม่มีหรอกเว้ย" เพื่อนอีกคนสมทบ
"พอๆเลิกเถียงกันได้แล้ว ทุกคนรออยู่ตรงนี้พี่จะเข้าไปดูเอง" มาคินบอกก่อนทำท่าจะเดินเข้าไป
"ฉันไปด้วย!" ฮาน่าออกตัว
"ไม่ได้ พี่ไม่ให้ไปเด็ดขาด" อาวินทำหน้าจริงจังแตกต่างจากบุคลิกปกติของเขา
"แต่ยัยลัลเป็เพื่อนหนูนะพี่ หนูเป็ห่วงเพื่อน" เธอพยายามอธิบายให้เขาเห็นใจ
"ก็ได้ งั้นพี่เข้าไปด้วย" อาวินบอกก่อนจับมือฮาน่าเดินตามหลังมาคินเข้าไปด้านใน
หากว่าเป็กลางคืนถ้ำนี้ก็คงมืดสนิทมองไม่เห็นภายในแต่พอเป็กลางวันก็ยังพอมีแสงจากด้านนอกที่เล็ดลอดเข้ามาได้อยู่บ้าง
บันทึก มาคิน
ถึงขั้นจับมือกันเลยหรอ! ขยันสร้างเื่ให้เขาหงุดหงิดอีกแล้วสินะ อาวินก็ดูจะเป็ห่วงเป็ใยเธอเหลือเกิน ตัวเธอเองก็ไม่คิดจะปฏิเสธมันเลยหรือยังไง ผมไม่ได้ชอบหรือหึงหวงเธอนะ แต่แค่ไม่ชอบที่มีคนมายุ่งกับเหยื่อของผม!
"มาคิน ลัลนาจะอยู่ในนี้จริงๆหรอวะ" อาวินถาม
"ไม่รู้" ผมตอบสั้นๆ
"เดี๋ยวค่ะ" ฮาน่าเจอกับอะไรบางอย่างเข้าก่อนที่เธอหยิบมันขึ้นมาดู "นี่มันสร้อยข้อมือยัยลัลนี่"
"แสดงว่าลัลนามาที่นี่ หรือไม่ก็คงมีคนพาเธอมา" ผมรู้ว่ามันเป็ใคร ผมไม่อยากคิดเลยว่าตอนนี้ลัลนาจะเป็ยังไงบ้าง เพราะเราไม่รู้เลยว่าบุคคลนั้นมันมีแผนจะทำอะไร
พวกเราเดินเข้ามาไกลพอสมควรแต่ก็ยังไม่เจอตัวลัลนา ฮาน่าเองก็ดูร้อนรน สีหน้าวิตกอย่างเห็นได้ชัด โถ่เว้ย! ผมกำหมัดแน่นอย่างหัวเสีย ที่หัวเสียก็เพราะว่ามันกระทบกับแผนของผมนะสิ
"กลับไปตั้งหลักที่หมู่บ้านก่อนเถอะ นี่ก็ใกล้มืดแล้ว" อาวินที่ดูมีสติเอ่ยขึ้น
ตามหาคนั้แ่เช้าจนถึงเย็นก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอจนทุกคนเริ่มท้อพอกลับมาถึงหมู่บ้านผมก็ให้อาวินพาน้องๆกลับที่พักแล้วสั่งห้ามไม่ให้ใครออกมาข้างนอกเด็ดขาด! ผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
หอประชุมหมู่บ้าน...
ผมให้ราจไปตามทุกคนรวมถึงท่านผู้เฒ่ามาพบที่นี่ จะต้องหาให้เจอว่าใครเป็คนทำเื่บัดซบนี่!
"มาครบแล้วครับท่านหัวหน้า" ราจโค้งศีรษะน้อยๆ
ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวใหญ่ภายในที่ประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เมื่อคืนมีเื่เกิดขึ้น มนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่งหายตัวไป...ข้าไปเจอสร้อยข้อมือหล่นอยู่ในถ้ำร้างหลังหมู่บ้าน บอกข้ามาว่าเป็ฝีมือใคร!" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน น่าเกรงขาม จนทุกคนต่างพากันก้มหน้าลงอย่างเกรงกลัว
"ใจเย็นๆ มันอาจไม่ได้มีอะไรร้ายแรงก็ได้" ท่านผู้เฒ่าที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้น
เสียงฮือฮาของชาวบ้านดังขึ้น
'ฉันไม่รู้เื่นะ'
'ใครกันนะที่ทำเื่แบบนี้'
'มันผู้นั้นต้องโดนตัดหัวเป็แน่'
"เอาล่ะ ในเมื่อไม่มีใครรู้ข้าจะหาคำตอบเอง พวกเ้าจงจำเอาไว้ว่าอย่ามายุ่งกับแขกของข้า หากผู้ใดฝ่าฝืนข้าจะตัดหัวมันเสียบประจานหน้าหมู่บ้านซะ" ผมพูดด้วยสีหน้าจริงจริง แต่เอ๊ะ...
"แล้วเมฆาหายไปไหน..." ผมเริ่มสังเกตว่ามีบางอย่างผิดปกติ มันไม่ได้มาอย่างที่ผมคิดไว้ไม่มีผิด
"เอ่อ...ขอโทษครับท่านหัวหน้า ผมหาเมฆาไม่เจอ ปกติมันไม่เข้าร่วมประชุมอยู่แล้วเลยคิดว่าไม่น่าจะเป็อะไรครับ" ราจโค้งศีรษะให้กับผม
"ไม่เป็ไร ถ้างั้นก็แยกย้ายได้" ผมบอกทุกคนก่อนจะเดินออกมา
ต้องเป็มันแน่ๆ แค่ยังพิสูจน์ไม่ได้เท่านั้น
จบบันทึก มาคิน
บันทึก ฮาน่า
พี่อาวินบอกว่าจะขอเลื่อนการเดินทางกลับออกไปก่อนถ้าไม่เจอลัลนายังไงเขาก็ไม่ยอมไปไหน เธอเองก็เห็นด้วย กลับไปค่อยแจ้งกับทางมหาลัยทีหลัง ผ่านไปสองวันแล้วพวกเรายังคงตามหาลัลนาเหมือนเดิม แต่ก็ไม่พบร่องรอยอะไรนอกจากสร้อยข้อมือที่ตกในถ้ำวันนั้น ทุกคนต่างเสียขวัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ยัยลัลเป็เพื่อนสนิทคนเดียวที่ฉันรักมาก หากเธอเป็อะไรไปฉันคงทำใจไม่ได้แน่ๆ ทำได้แค่ภาวนาให้เธอปลอดภัย
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าคนเดินขึ้นบันไดบ้านมา ใครกัน...ฉันคว้าตะเกียงที่หัวเตียงขึ้นมาถือไว้ก่อนจะะโถามออกไป
"ใครน่ะ!" เงียบไม่มีเสียงตอบรับ
กุกกัก กุกกัก
เหมือนคนด้านนอกกำลังงัดประตูเข้ามา ประตูทำด้วยไม้ไผ่ไม่ได้แ่าอะไร ไม่นานประตูก็ถูกผลักเข้ามา
ผวัะ!!
ฉันฟาดตะเกียงเข้าไปที่หน้าของมันเต็มๆ
"โอ้ย นี่เธอ!" เสียง...พี่มาคิน!!
"ขอโทษค่ะ หนูนึกว่าเป็คนร้ายอ่ะก็พี่เล่นมาไม่พูดไม่จา" ฉันมองไปที่หน้าผากของเขาเืไหลซิบๆเขาใช้มือข้างหนึ่งปาดเืที่กำลังไหล
"เห็นไหม เืไหลเลยเนี่ย" เขาพูดพลางทำหน้าโอดโอย
"ทำไงดีหนูไม่มีอุปกรณ์ทำแผล" ฉันรู้สึกผิดที่ทำเขาเืออก
"แต่พี่มี มานี่" เขาลากฉันลงบันไดมา แต่ฉันรั้งแขนเขาเอาไว้ก่อน
"เดี๋ยวค่ะพี่จะพาหนูไปไหน" ฉันถาม
"บ้านพี่ไงที่นั่นมีอุปกรณ์ทำแผล มานี่เลยยัยตัวแสบ" เขาจ้องใบหน้าฉันอย่างดุๆ จนฉันต้องยอมอ่อนข้อให้ เห็นว่าเจ็บตัวหรอกนะ
"ก็ได้ค่ะ" ฉันยอมเดินตามเขาไปแต่โดยดี
"อ่ะ จัดการซะ" พอมาถึงบ้านพักเขาก็เดินเข้าห้องไปก่อนจะถือกล่องใบใหญ่แล้วยื่นมันมาให้ฉัน
ฉันหยิบสำลีจุ่มแอลกอฮอล์ ค่อยๆขยับเข้าไปใกล้เขาจะได้ทำแผลถนัดขึ้น ลำสีถูกกดลงแผลคนตรงหน้าอย่างเบามือ
"มือนิ่มดีนี่" เขายิ้มบางๆ ฉันเลยแกล้งกดแผลไปแรงๆ ทำตัวน่าหมั่นไส้นักนะ
"โอ๊ย นี่จะฆ่าพี่หรอ" เขารีบคว้าที่ข้อมือฉันอย่างไว
"ก็ใครใช้ให้พี่ทำตัวน่าหมั่นไส้กันล่ะ"
เราทั้งสองเผลอสบตากันเข้าพอดี แววตาของเขาจ้องมองมาที่ฉันอย่างค้นหาอะไรบางอย่าง ก่อนหน้านี้เขาเอาตัวเองมาอยู่ใกล้ฉัน ก่อกวนจิตใจของฉัน บางครั้งก็ดูเป็ห่วงเป็ใย แต่บางครั้งก็จิกกัดข่มขู่ฉันสาระพัด เขาเป็คนยังไงกันแน่นะ ก่อนที่ฉันจะคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาก็ค่อยๆเลื่อนมาประชิดกับหน้าของฉัน จนปลายจมูกของเราทั้งคู่ชนกัน กลิ่นหอมอ่อนๆผสมกลิ่นกายของเขาทำให้สติฉันกระเจิดกระเจิง มือหนาทั้งสองข้างค่อยๆเลื่อนมาโอบเอวของฉันไว้ ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ริมฝีปากของคนตรงหน้ากำลังขยับเข้ามาใกล้กันจนริมฝีปากของเขาประกบลงมาได้ในที่สุด ลิ้นร้อนของคนที่ได้ชื่อว่าเป็เ้าของบ้านถูกสอดเข้ามาในโพรงปากเล็กเพื่อควานหาความหวานภายใน เขาตักตวงมันจากฉันจนพอใจ ผลักเขาสิฮาน่าอย่ายอม...ให้เขารังแก เมื่อสติเริ่มจะกลับมาฉันดันแผงอกของเขาออกเบาๆ เขาเองก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะฝืนใจกันจึงยอมถอนริมฝีปากออกไปแต่โดยดี
"หายแล้ว" เขาจงใจพูดยั่วยวน