เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดูจะอึดอัดกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด เฉินหาวนั่งกินข้าวต้มเงียบๆ สายตาของเขาจับจ้องไปยังหลิวเจียนอันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความไม่ไว้วางใจอย่างเปิดเผย แม้ว่าเขาจะยอมให้ที่พักพิงแก่ชายผู้นี้ตามคำขอของซูหยวน แต่สัญชาตญาณของลูกผู้ชายมันร้องเตือนว่าหลิวเจียนอันไม่ใช่คนที่น่าไว้วางใจอย่างที่แสดงออก รอยยิ้มที่ดูซื่อๆ และแววตาที่ดูเศร้าสร้อยนั้นมันดูเสแสร้งเกินไปในความรู้สึกของเขา
ซูหยวนััได้ถึงความตึงเครียดนั้น นางพยายามชวนทั้งสองคนคุยเพื่อทำลายความเงียบ "ท่านพี่เจียนอัน เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมเ้าคะ ห้องเก็บของอาจจะอับไปหน่อยนะเ้าคะ"
"ขอบคุณที่เป็ห่วงหยวนเอ๋อร์ ข้าหลับสบายดี" หลิวเจียนอันตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูซื่อๆ แต่สายตาของเขากลับเหลือบมองเฉินหาวอย่างท้าทายเล็กน้อย "สำหรับคนที่ไม่เหลืออะไรแล้วอย่างข้า แค่มีที่ซุกหัวนอนก็ดีเกินพอแล้ว"
ทันใดนั้น เฉินหาวก็วางตะเกียบลงบนถ้วยข้าวต้มเสียงดัง "ข้ามีเื่สำคัญจะบอกเ้า หยวนเอ๋อร์" เขาหันมาพูดกับซูหยวนโดยไม่สนใจหลิวเจียนอันอีกต่อไป "เมื่อวานตอนที่ข้าอยู่ในเมือง ท่านเศรษฐีหลี่ได้มาหาข้าที่โรงแกะสลัก เขาพอใจผลงานของข้ามาก และได้มอบหมายงานชิ้นใหญ่ให้ข้าทำ"
ดวงตาของซูหยวนเป็ประกายขึ้นมาทันที "จริงหรือเ้าคะท่านพี่! นั่นเป็ข่าวดีจริงๆ"
"ใช่" เฉินหาวพยักหน้า "เขา้าให้ข้าแกะสลักฉากกั้นไม้จันทน์ขนาดใหญ่สิบสองชิ้นสำหรับคฤหาสน์หลังใหม่ของเขา เป็งานที่ต้องใช้ความละเอียดและเวลามาก แต่ค่าตอบแทนก็สูงมากเช่นกัน" เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจับมือนางขึ้นมากุมไว้ "หยวนเอ๋อร์... ถ้าข้าทำงานนี้สำเร็จ เงินที่เราจะได้มาจะมากพอสำหรับค่าสินสอดและจัดงานแต่งงานของเราอย่างสมเกียรติ"
ความฝันที่พวกเขาวาดไว้ด้วยกันกำลังจะกลายเป็จริง ซูหยวนรู้สึกตื้นตันใจจนพูดไม่ออก นางทำได้เพียงพยักหน้ารับทั้งน้ำตาแห่งความปิติยินดี
"แต่..." เฉินหาวพูดต่อ "งานนี้เร่งด่วนมาก ข้าอาจจะต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ บางทีอาจจะต้องค้างคืนที่โรงแกะสลักเพื่อเร่งงานให้เสร็จทันกำหนด ข้าอาจจะไม่มีเวลาให้เ้าเหมือนเดิม... เ้าจะเข้าใจข้าใช่ไหม"
"ข้าเข้าใจเ้าค่ะท่านพี่" ซูหยวนตอบอย่างหนักแน่น "ท่านทำเพื่ออนาคตของเราสองคน ข้าจะคอยเป็กำลังใจให้ท่านอยู่ที่นี่ และดูแลบ้านของเราให้ดีที่สุด ท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าเลย"
เฉินหาวมองคนรักด้วยความซาบซึ้งใจ เขารู้สึกว่าตนเองโชคดีเหลือเกินที่มีผู้หญิงที่แสนดีและเข้าใจเขาอยู่เคียงข้างเช่นนี้ เขาลุกขึ้นเดินไปหานางและจูบที่หน้าผากของนางอย่างรักใคร่ "ข้ารักเ้านะ หยวนเอ๋อร์"
หลิวเจียนอันนั่งมองภาพความรักของคนทั้งสองด้วยความรู้สึกอิจฉาริษยาที่คุกรุ่นอยู่ในใจ แต่เขาก็ซ่อนมันไว้ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มและร่วมแสดงความยินดี "ยินดีด้วยนะสหายหาว ในที่สุดความฝันของเ้าก็ใกล้จะเป็จริงแล้ว"
เฉินหาวเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันไปกำชับซูหยวน "ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ เ้าก็ดูแลตัวเองดีๆ มีอะไรก็ไปขอความช่วยเหลือจากพี่ซิ่วิได้นะ" เขาจงใจพูดประโยคนี้เพื่อบอกเป็นัยให้หลิวเจียนอันรู้ว่าเขาไม่ไว้วางใจให้ชายคนนี้ดูแลคนรักของเขา
หลังจากที่เฉินหาวออกไปทำงานแล้ว หลิวเจียนอันก็เริ่มแผนการของเขาทันที เขาอาสาช่วยซูหยวนทำงานบ้านต่างๆ อย่างแข็งขัน ั้แ่การซ่อมแซมหลังคาที่รั่ว ไปจนถึงการผ่าฟืนและตักน้ำ เขาทำทุกอย่างเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของชายหนุ่มผู้มีน้ำใจและขยันขันแข็ง เพื่อให้ซูหยวนตายใจและมองข้ามเจตนาที่แท้จริงของเขาไป
"ท่านพี่เจียนอันไม่ต้องลำบากเลยเ้าคะ งานพวกนี้ข้าทำเองได้" ซูหยวนพูดด้วยความเกรงใจ
"จะได้อย่างไรกันหยวนเอ๋อร์" เขาตอบ "ข้ามาอาศัยอยู่บ้านเ้าฟรีๆ ยังจะให้เ้ารับใช้อีกหรือ มันไม่ถูกต้อง ข้าขอทำอะไรเพื่อเป็การตอบแทนน้ำใจของเ้าบ้างเถอะนะ"
คำพูดที่อ่อนหวานและการกระทำที่แสดงออกถึงความมีน้ำใจของเขา ทำให้ซูหยวนรู้สึกดีกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ นางเริ่มมองเขาในฐานะพี่ชายที่แสนดีคนหนึ่ง โดยไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของเขานั้นผ่านการไตร่ตรองมาเป็อย่างดีแล้ว มันคือการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความไว้วางใจลงในจิตใจของนาง เพื่อรอวันที่มันจะเติบโตและแผ่กิ่งก้านสาขาแห่งการหลอกลวงเข้ามาครอบงำนางในที่สุด