"ท่านอ๋องกลับมาแล้วหรือเ้าคะ"
ทันทีที่รู้ข้าการมาถึงของชินอ๋องฮุ่ยหมิ่ง เลี่ยงหนิงเหมยก็รีบเข้ามาขอพบทันทีด้วยอาการร้อนรนใจ
"เ้าเห็นข้านั่งอยู่ก็แสดงว่าข้ามาแล้ว มีสิ่งใดเอ่ยออกมาเถอะ"
"เอ่อ...หม่อมฉันเพียงแต่มาขอให้ท่านอ๋องลงอาญาหม่อมฉันที่ดูแลพระสนมเฟิ่งเยว่ไม่ดีทำให้นางตกน้ำจนล้มป่วยหนักเพคะ"
"ได้ยินว่าเ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเหตุใดถึงมารับผิด"
"นางกำนัลผู้นั้นเป็คนของหม่อมฉันถึงหม่อมฉันจะลงโทษนางไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สาสมหม่อมฉันน้อมรับผิดเพคะ"
ชินอ๋องฮุ่ยหมิ่งมองพระชายารองที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าอย่างใช้ความคิด นาง้าให้ข้าไม่สงสัยสืบหาความจริงในเื่นี้ต่อสินะถึงทำเช่นนี้
แต่สนมเฟิ่งเยว่ไม่ได้เป็อันใดมากหากทำให้เื่ในวังหลังเป็เื่ใหญ่คงจะไม่เป็การดี
"ลุกขึ้นเถิด ข้าไม่สืบเื่นี้ต่อหรอกเ้าจัดการแล้วก็แล้วไป"
"แต่หม่อมฉันไม่ยอม! "
ประตูห้องทรงงานถูกผลักให้เปิดออกอย่างแรงเผยให้เห็นสตรีงดงามไร้ที่ติอีกผู้ที่เดินย่างก้าวเข้ามาด้วยท่าทางที่มั่นคงสง่างามแต่ใบหน้าบึ้งตึง
"หม่อมฉันเกือบตายก่อนที่จะได้เห็นท่านอ๋องเป็ครั้งสุดท้ายเช่นนี้ควรมีการสอบสวนอย่างยิ่ง ถึงหม่อมฉันยอมตระกูลจิ้งของหม่อมฉันคงไม่ยอมในเื่นี้ อย่าลืมว่าหม่อมฉันเพิ่งแต่งเข้าจวนท่านอ๋องก็มีการปองร้ายแล้วเช่นนี้ท่านจะไม่สืบสวนหรือเ้าคะ"
เหตุใดนางจึงดูแข็งแรงและปากเก่งมากกว่าปกติ...
ปกตินางไม่เคยเอ่ยปากต่อว่าผู้อื่นอย่าว่าแต่ต่อปากต่อคำ แม้แต่ใบหน้าของเขานางก็ยังไม่กล้ามอง
แต่บัดนี้สายตาแข็งกร้าวและไม่ยอมใครคู่นั้นคือสิ่งใดกันแน่ หรือที่เขาไม่อยู่หลายวันมีเหตุการณ์อื่นเกิดขึ้นอีก
"แต่ข้าจัดการนางกำนัลผู้นั้นไปแล้ว ข้าเองก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องนะ พระสนมก็น่าจะทราบ"
แม้จะไม่พอใจแต่หนิงเหมยก็ยังคงสงวนท่าทีจนอีกฝ่ายหนึ่งไม่รับรู้ความนึกคิดของนาง เว้นไว้เพียงเฟิ่งเยว่ที่รู้จักนางมาเป็พันปีเหตุใดจึงจะมองไม่ออกว่านางกำลังแสร้งให้ผู้อื่นเห็นใจ
ทั้งสองจ้องมองหน้ากันอย่างไม่มีผู้ใดคิดจะยอมกัน เฟิ่งเยว่คิดว่านางผู้นี้ต้องแสร้งแสดงละครฉากนี้แน่
ส่วนหนิงเหมยก็ไม่พอใจที่นางสนมที่มาใหม่ผู้นี้กล้าต่อปากต่อคำกับนางที่เป็พระชายารอง ไม่นานนางก็อาจจะขึ้นเป็พระชายาเอกก็ได้
"ข้าจะให้คนไปสืบเื่ทั้งหมดเอง ส่วนนางกำนัลที่ถูกจัดการไปก็ถือว่าชดใช้ในส่วนหนึ่งแล้ว หากจะสืบสวนนางอีกก็คงไม่ได้เพราะนางถูกส่งไปเมืองอื่นแล้ว"
อะไรกันทำงานรวดเร็วปานนี้แสดงว่าต้องมีผู้ปองร้ายเ้าของร่างนี้แน่นอน แล้วผู้ใดกันที่ปองร้ายสตรีร่างกายอ่อนแอเช่นนางได้ลงเหตุใดไม่ปล่อยให้นางตายไปเอง ด้วยร่างกายของนางคงอยู่ได้อีกไม่นาน
"ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ "
หนิงเหมยยิ้มเยาะด้วยความพอใจ นางอยากรู้นักว่าตระกูลจิ้งของนางสนมอวดเก่งผู้นี้จะคุ้มครองนางได้เพียงใด
"หนิงเหมยเ้าออกไปก่อน"
"เพคะ"
หนิงเหมยเดินออกไปจากห้องเหลือเพียงเฟิ่งเยว่ที่อยู่ นางรู้สึกไม่พอใจกับการถูกเอาเปรียบและถูกใส่ร้าย
ไม่ว่าจะมิติใดหรือกี่ร้อยกี่พันปี บุรุษก็แพ้ต่อมารยาสตรีที่เพียงนางเอ่ยคำหวานทำท่าทางอ่อนแอก็เชื่อหมดหัวใจ
นางไม่ใช่คนเช่นนั้นมาแต่ไหนแต่ไร ถึงจะมีโอกาสเกิดใหม่ในร่างนี้เฟิ่งเยว่ก็ไม่คิดจะทรยศความรู้สึกตนเอง
"เ้าเป็เช่นไรร่างกายแข็งแรงดีหรือไม่"
"ท่านอ๋องจะห่วงหม่อมฉันไปไยเ้าคะ ถึงยังไงท่านอ๋องก็ไม่คิดฟังหม่อมฉัน"
"ข้ารู้ว่าเ้าอาจไม่พอใจที่ปล่อยนางไปเช่นนั้น แต่จะให้ข้าเอาความกับนางด้วยเหตุผลอันใด นางกำนัลผู้นั้นรับผิดไปแล้วและเวลานี้นางอาจไม่มีลมหายใจให้สอบสวนแล้วก็เป็ได้"
ชินอ๋องฮุ่ยหมิ่งพยายามใจเย็นอธิบายแก่นางให้เข้าใจถึงความจำเป็นี้ และเฝ้าสังเกตอาการท่าทางของนางที่เปลี่ยนไปจากเดิม
"ท่านอ๋องเป็ผู้ตัดสินแล้วหม่อมฉันจะพูดสิ่งใดได้อีก หากไม่มีสิ่งใดแล้วหม่อมฉันขอตัว...เอ๊ะ! "
นั่นมันแจกันโบราณที่ตกมาพร้อมกันกับเรานิมันมาอยู่นี่ได้ยังไง!...
เฟิ่งเยว่กำลังจะหมุนตัวออกจากห้องไปด้วยความไม่พอใจ นางก็สะดุดตากับแจกันโบราณที่นางกอดเอาไว้ก่อนตาย ถึงมันจะใหม่กว่าแต่นางคิดว่ามันคืออันเดียวกันแน่นอนไม่มีผิด
"เ้าแสดงกิริยาประหลาดั้แ่เข้ามาแล้ว อาการของเ้ากำเริบหรืออย่างไร"
สายตาที่เฉียบคมจ้องมองมาที่เฟิ่งเยว่คล้ายจับผิดทำให้นางรู้ตัวว่าทำตัวเป็ที่สงสัยมากแล้ว บุรุษผู้นี้คาดเดาได้ยากไม่รู้ว่าเป็มิตรหรือศัตรูยังไงก็ต้องระวังเอาไว้ก่อน
"คงจะใช่เพคะ หม่อมฉันคงต้องไปพักผ่อนแล้ว" เฟิ่งเยว่หาทางหลบหลีกจากบุรุษน่ากลัวผู้นี้เื่แจกันค่อยหาทางมาตรวจดูอีกที
"ฉ้างเก้อผู้นั้นลืมไปเสียเ้าแต่งเป็สนมข้าแล้ว ข้าไม่ชอบให้สตรีของตนปันใจให้ชายอื่น"
ฉ้างเก้อ...ผู้ใดอีกละเนี่ย วันนี้มีแต่เื่น่าปวดหัวไหนจะเื่คนเื่แจกันนั่นอีกที่นางต้องหาคำตอบ แต่ดูเหมือนเ้าของร่างนี้จะมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับชายที่ท่านอ๋องผู้นี้เอ่ยมา
"ข้า... "
"อย่าคิดทำเื่ไม่ดีลับหลังข้า อย่าคิดว่าร่างกายอ่อนแอของเ้าจะช่วยให้รอดพ้นข้าไปได้ตลอด ที่ยังไม่ทำสิ่งใดเ้าเพราะข้าไม่อยากให้เ้าตายเร็ว ออกไปพ้นหน้าข้าได้แล้ว! "
เฟิ่งเยว่เดินออกมาจากห้องนั้นด้วยท่าทางงงงวยไม่เข้าใจว่าชายผู้นั้น้าสิ่งใดจากนาง นางไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจถึงเพียงนี้กันนะเมื่อครู่ยังอารมณ์ดีอยู่มาตอนนี้ก็ตะคอกนาง
หลังจากที่เฟิ่งเยว่เดินออกมาแล้วอ๋องฮุ่ยหมิ่งก็ได้แต่นั่งนึกโมโหตนเองที่ควบคุมอารมณ์ส่วนลึกไม่ได้ นางเป็เพียงสตรีที่แต่งด้วยเพื่อประสงค์บางอย่างแต่คิดถึงภาพที่เห็นในวันนั้นก็ทำจิตใจไม่สงบ
ฉ้างเก้อเป็เพียงผู้ช่วยผู้ตรวจการแต่เหตุใดถึงได้พบเจอเฟิ่งเยว่และดูทั้งสองจะมีใจชอบพอกันจากภาพที่ปรากฏในสวนดอกไม้วันนั้น ไม่ใช่คนที่เพิ่งพบเจอกันแน่นอน
"โม่วโฉว! "
"ขอรับท่านอ๋อง"
"ไปสืบดูว่าเฟิ่งเยว่กับฉ้างเก้อมีความสัมพันธ์เช่นไรกัน"
"ขอรับ"
หรือตระกูลของนางจะมีสิ่งอื่นที่้าจากบัณฑิตหนุ่มผู้นั้น แต่หากไม่มีแล้วเป็ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเขาเองที่จะเป็ผู้ตัดสายสัมพันธ์นั้นเองไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก
ตำหนักพระชายารอง
เพล้ง!!
"ข้าต้องหาทางกำจัดนางออกไปให้ได้ไม่เช่นนั้นใจข้าก็จะไม่อยู่เป็สุข"
"ทรงอย่ากริ้วไปเลยนะเ้าคะคุณหนู ข้าว่าสนมเฟิ่งเยว่ต้องมีแผนการแน่เ้าค่ะ"
"เ้าไปตามท่านพี่ข้ามาพบ ข้าอยากรู้ว่าเวลานี้ท่านอ๋องคิดจะทำสิ่งใดอยู่"
"เ้าค่ะ"
ต่อให้นางไม่ได้ใจท่านอ๋องสตรีนางอื่นก็ไม่สมควรได้เขาไปเช่นกัน นางจะไม่ยอมเป็เพียงพระชายารองที่ไร้ตัวตนแต่สู้สนมฐานันดรศักดิ์ต่ำต้อยเช่นนางผู้นั้นเป็แน่