Ep. 10
"แต่เดือนหน้าหนูว่ามันเร็วไปหน่อยนะคะคุณแม่"
"ช้าไปด้วยซ้ำจ้ะหนูมะนาว"
"นั่นน่ะสิ ไม่ดีหรือไงกัน คบกันมาก็ตั้งนานแล้วรีบตบแต่งให้เป็ฝั่งเป็ฝากันไปเลยยิ่งดี"
"ใช่มั้ยคะคุณมาลา ใจจริงน่ะแม่อยากให้แต่งกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยด้วยซ้ำเพราะหนูมะนาวน่ะเป็ผู้หญิง ส่วนตาเพ้นท์เป็ผู้ชายไม่ค่อยเสียหายอะไรมากมายอยู่แล้ว"
"อีกอย่างคนแก่ๆอย่างพวกเราก็อยากจะเป็คุณย่าคุณยายกันจะแย่แล้ว"
"โฮ๊ะๆๆ พูดถูกใจมากค่ะคุณมาลา จริงที่สุดเลย แม่น่ะอยากจะมีหลานตัวเล็กๆมาอ้อนคอยเรียกคุณย่าครับคุณย่าขาเร็วๆแล้วนะลูก" ทั้งสองแม่ยกมือป้องปากหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่ และมีพ่อฉันกับพ่อหมอเพ้นท์คอยนั่งกอดอกมองดูภรรยาของตัวเองเงียบๆ
"และลูกๆไม่ต้องเป็ห่วง ไม่ต้องกังวล แล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น เื่แขกเรื่อผู้หลักผู้ใหญ่ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกเราพ่อๆแม่ๆเอง ส่วนหมอกับหนูมะนาวน่ะก็แค่เตรียมตัวและหัวใจให้พร้อม ในวันงานหนูมะนาวว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่จะต้องสวยที่สุด" ตอนนี้ตัวฉันถูกรุมกอดทั้งจากแม่ของตัวเองแล้วก็แม่ของหมอเพ้นท์ ทั้งลูบแก้มลูบผมฉันกันยกใหญ่ความรู้สึกแบบนี้มันก็ให้ฟีลเหมือนตัวเองเป็ลูกหมาน่ารักๆ ที่ใครเห็นก็อยากจะจับอยากจะลูบดีเหมือนกันนะ -_- แฮ่ะ
"หนูมะนาวสวยจัง ทั้งสวยทั้งน่ารัก มีเสน่ห์น่าดึงดูดน่ามองที่สุด ผิวก็ดี๊ดีลื่นละเอียดมากเลย คุณมาลาสมัยสาวๆก็คงไม่แพ้กันใช่มั้ยคะ?"
"ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ คุณหญิงดวงพรก็สวย นี่ขนาดห้าสิบแล้วผิวพรรณยังดูเปล่งปลั่งอยู่เลย ดูสิคะริ้วรอยก็ไม่มี"
"แหมม.. คุณมาลาแล้วล่ะก็ ชมกันมาขนาดนี้ ดิฉันก็ต้องยอมเผยความลับแนะนำคลินิกประจำให้ซะแล้วสิเนี่ย ฮ่าๆๆ" สุดท้ายก็ไม่พ้นหันไปชมกันเองอีกแล้ว ฉันแอบเห็นบรรดาพ่อๆส่ายหน้าแบบเอือมๆด้วยนะ
"เราไปกันบ่ายนี้เลยดีมั้ยคะ นานๆจะได้มีเวลามาเจอกันทีหนึ่ง หนูมะนาวก็ไปด้วยกันสิจ๊ะ"
"จริงสิ เมื่อเช้าลูกบอกแม่เองนี่ว่าวันนี้ว่างทั้งวัน งั้นก็ไปด้วยกันซะเลย เดี๋ยวงานหมั้นก็จะจัดขึ้นเดือนหน้าแล้วหาคอร์สดูแลผิวดีดีสักคอร์สสิลูก"
"จัดไปเลยค่ะ เื่ค่าคอร์สเดี๋ยวแม่จัดการเองเพื่อลูกสะใภ้คนสวยแล้วเนี่ยเท่าไหร่แม่ก็ไม่เกี่ยง"
"เอ่อ..คุณแม่คะ แต่ว่า..."
"อ่ะๆๆๆ อย่าปฏิเสธนะคะ ให้แม่จ่ายเถอะจ้ะ กระเป๋าแม่มากหนักหิ้วนานๆก็ปวดแขน" มาขนาดนี้แล้วฉันจะปฏิเสธอะไรได้อีกล่ะ พอตัดสินใจปุ๊บคุณแม่ท่านก็ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาโทรจองคิวปั๊บ รวดเร็วทันใจดีจริงๆ
ฉันน่ะ..เห็นผิวสวยๆอย่างนี้จะบอกว่าจริงๆแล้วไม่เคยเข้าคลินิกเสริมความงามเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผิวสวยโกลว์ช่ำน้ำของฉันที่ได้มานี่ก็มาจากการดูแลตัวเอง ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆแล้วก็กินอาหารที่มีประโยชน์ ผักผลไม้ทุกอย่างฉันกินหมดไม่มีเลือก แล้วก็มีกินอาหารเสริมนำเข้าบ้างซื้อมาก็บังคับหมอเพ้นท์กินด้วยกัน อีกอย่างก็คือฉันเป็คนที่ไม่ค่อยเป็สิวอยู่แล้วด้วยซึ่งก็ถือว่าเป็โชคดีไป เพราะฉะนั้นการมาคลินิกครั้งนี้แม่หมอเพ้นท์เป็คนจัดการให้ทุกอย่าง ทั้งเลือกคอร์สดูแลผิวที่เหมาะกับฉันและแม่รวมทั้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วย บอกเลยว่าเปย์จริงจังมาก
"จริงเหรอคะ?!"
"จริงสิคะ ยัยมะนาวนี่ร้องไห้ขี้มูกโป่งไปสามวันสามคืนเลยล่ะค่ะ ฮ่าๆๆๆ"
"ฮ่าๆๆ ขนาดนั้นเชียวเหรอคะ โถ่..น่าเอ็นดูจังเลยลูกสะใภ้ของแม่"
"แสบั้แ่เด็กต่างหากล่ะคะ"
"แบบนี้แหละค่ะดีแล้ว ชีวิตหมอเพ้นท์จะได้มีสีสัน มีชีวิตชีวากับเขาบ้าง ..เป็ไงคะคุณมาลา"
"สบายตัวสุดๆไปเลยค่ะ ดูสิคะรายนั้นหลับไปเลย" ตอนนี้เราสามคนกำลังนอนให้พนักงานนวดตัวอยู่เป็หนึ่งในคอร์สดูแลผิวที่พนักงานเสนอมานั่นแหละ มันก็ผ่อนคลายดีอ่ะนะและอีกอย่างฉันไม่ได้หลับด้วยแค่หลับตาเฉยๆ และแน่นอนว่าฉันได้ยินทั้งหมดทุกอย่างว่าแม่นินทาฉันว่าไงบ้าง ถึงจะบอกว่าเป็วีรกรรมสมัยเด็กๆก็เถอะแต่พูดให้เข้าใจง่ายๆแบบภาษาบ้านๆมันก็คือนินทานั่นแหละ เพราะงี้ฉันถึงได้แกล้งหลับไงล่ะ น่าอายชะมัด แม่นะแม่เล่าไปหมดเลยแม้กระทั่งเื่ที่ฉันเคยแอบชอบรุ่นพี่ข้างบ้านตอนหกขวบด้วย นี่หนูลูกสาวคนเดียวของแม่นะเผื่อลืม แต่แกล้งหลับได้ไม่นานก็ต้องลืมตาขึ้นเพราะโทรศัพท์มือถือของฉันที่มันกำลังส่งเสียงเตือนว่ามีคนโทรเข้ามา
"ว่าไงคะ? ตีกอล์ฟกับคุณพ่อเสร็จแล้วเหรอ?" ระหว่างที่ฉันถูกชักชวนให้มาที่คลินิกแห่งนี้ หมอเพ้นท์เองก็โดนฝั่งบรรดาคุณพ่อชวนไปที่สนามกอล์ฟด้วยเหมือนกัน
"ดูสิคะ ห่างกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็โทรตามซะละ"
"น่ารักกันเสียจริงๆเด็กๆสมัยนี้"
'ยังไม่เสร็จครับ พวกท่านกำลังนั่งคุยกันอยู่ผมแค่ออกมาเข้าออกน้ำ'
"เหรอคะ?"
'ทางนั้นโอเคใช่มั้ย?'
"โอเคดีค่ะ หมอล่ะคะเป็ไงบ้าง?"
'ผมก็โอเคครับ แค่คิดถึงมะนาว' สิ้นเสียงที่หมอเพ้นท์บอกคิดถึง เสียงกรี๊ดกร๊าดแหลมปรี๊ดก็ดังขึ้นจากเตียงข้างๆฉันทันที ทำเอาฉันไปต่อไม่ถูกรีบลนลานปิดเสียงแทบตาย ก็เมื่อกี้มือฉันมันเผลอไปโดนปุ่มสปีกเกอร์โฟนเข้าน่ะสิเสียงที่บอกว่า 'คิดถึง' ของหมอมันเลยดังก้องทั่วห้องเลยน่ะ ถึงจะชอบที่หมอเพ้นท์อ้อนก็เถอนะแต่ต่อหน้าแม่ๆแบบนี้มันเขินจนความร้อนบนหน้ามันพุ่งขึ้นทะลุเพดานไปเลย
"มะนาวก็คิดถึงหมอค่ะ เดี๋ยวไว้เจอกันนะคะที่รัก" ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วแล้วก็รีบกดวางสายทันที รับรู้ได้ถึงสายตาสองคู่ที่กำลังจ้องมาทางฉันอย่างกรุ้มกริ่ม
"หน้าแดงนี่เพราะในห้องมันร้อนหรือเพราะอะไรกันน๊า"
"แม่คะ" ฉันปราบแม่ตัวเองเบาๆที่เอ่ยปากแซวฉันทันทีที่วางสาย แล้วตั้งท่าจะแกล้งหลับตานอนต่อแต่อีกเสียงก็ดังขึ้นก่อน
"ไม่ต้องอายหรอกลูกหนูมะนาว.. สมัยก่อนตอนยังหนุ่มๆสาวๆพ่อกับแม่ก็แบบนี้แหละ โฮ๊ะๆๆ" ฉันทำเพียงแค่ยิ้มบางๆแล้วหลับตาฟังผู้ใหญ่คุยกันต่อถึงเื่หมั้นของฉันกับหมอเพ้นท์ที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้า จนกระทั่งเสร็จขั้นตอนสุดท้ายของวันนี้ เห็นแม่ฉันกับแม่หมอเพ้นท์และพ่อของพวกเราคุยกันถูกคอแบบนี้ฉันก็สบายใจแต่บางทีก็มากไปจนเล่าเื่ของฉันในทุก่อายุแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ แต่ฉันก็ได้ฟังเื่สมัยเด็กๆของหมอเพ้นท์เหมือนกัน ซึ่งเื่แบบนี้ถ้าไปถามหมอเพ้นท์เ้าตัวเขาคงไม่มีทางยอมเล่าให้ฉันฟังแน่
....................................................................
เวลา 23:05 น.
หน้าผับเดย์
"ยินดีด้วยนะครับเสียงหวาน"
"ขอบคุณค่ะ ขอแสดงความยินดีกับหมอเพ้นท์และมะนาวด้วยเหมือนกันนะคะ" ฉันเดินเข้าไปกอดเสียงหวานอีกครั้งระหว่างที่กำลังรอวินเอารถมารับ ที่หมอเพ้นท์บอกยินดีด้วยเมื่อกี้ก็คือเื่ที่เสียงหวานกำลังตั้งท้อง ถ้าเป็เด็กผู้หญิงต้องออกมานิสัยเหมือนเสียงหวานแน่เลย ถ้าเป็อย่างนั้น..ต่อไปวินก็คงจะคอยตามหวงทั้งแม่แล้วก็ลูก แต่ถ้าได้ลูกชายฉันว่าคงจะเหมือนวินน่าดู
"แข็งแรงๆนะคะหลานตัวน้อยของน้ามะนาว" ฉันลูบมือบนหน้าท้องแบนราบแต่มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆกำลังเติบโตขึ้นในนั้น
"อ๊ะ! วินมาพอดีเดี๋ยวหวานไปก่อนนะมะนาว ถ้าติดต่อขวัญได้ยังไงก็ส่งข่าวมาด้วยนะ" ฉันกับเสียงหวานต่างโบกมือให้กันอีกครั้งก่อนที่เสียงหวานจะเดินขึ้นรถที่วินขับมาจอดรับที่หน้าผับ
"เพราะเพื่อนตัวดีของหมอแท้ๆเลยที่ทำเพื่อนมะนาวเจ็บแล้วเจ็บอีกจนต้องหนีไปคนเดียวแบบนี้"
".........."
"มะนาวถามจริงๆนะค ทั้งหมอ วินแล้วก็เดย์ แต่ละคนทั้งสไตล์แล้วก็นิสัยต่างกันมากขนาดนี้มาเป็เพื่อนกันได้ไงอ่ะ แล้วผู้ชายแบบเดย์นะเป็อะไรที่มะนาวไม่ชอบที่สุดเลย ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ลื่นยิ่งกว่าปลาไหลซะอีก ดีนะที่แฟนมะนาวไม่เป็แบบนั้นน่ะ"
".........."
"แต่อย่าให้มีเด็ดขาดเลยนะคะเพราะว่ามะนาวไม่เหมือนยัยขวัญที่จะยอมให้อภัยซ้ำซากแน่ เื่การไม่ซื่อสัตย์ต่อกันน่ะสำหรับมะนาวแค่ครั้งเดียวก็เกินพอค่ะ"
".........." ไม่ว่าฉันจะพูดหรือจะบ่นยังไงหมอเพ้นท์ก็ยังเป็หมอเพ้นท์อยู่ดีคือเพียงแค่ยืนฟังเงียบๆ จะมีก็แต่ฉันนี่แหละที่ทั้งอารมณ์ร้อนและหัวเสียไปเองคนเดียว
"ไม่รู้ป่านนี้เพื่อนมะนาวจะเป็ยังไงบ้าง เป็ห่วงจังเลย" ั้แ่ที่เจอกันวันนั้น ขวัญก็ยังไม่ได้ติดต่อฉันกลับมาอีกเลย แถมวันนี้เสียงหวานยังเล่าให้ฟังอีกว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเห็นเดย์พาผู้หญิงคนอื่นไปกินข้าวทั้งที่ตัวเองมียัยขวัญอยู่แล้ว นี่ถ้าฉันรู้ว่าหมอเพ้นท์ไปนั่งกินข้าวกับผู้หญิงคนอื่นท่ี่ไม่ใช่ฉันแบบนั้นแล้วล่ะก็....!!!
"หึ่ยยยย! มะนาวจะไม่ทนแน่!!!" พอคิดว่าแฟนฉันไปกินข้าวกับผู้หญิงคนอื่นสองต่อสองอย่างหน้าชื่นตาบานทั้งที่ฉันพยายามหาเวลาที่จะไปนั่งกินข้าวกับเขาเพื่อจะได้เจอหน้าเขาทุกวันแล้วก็เพื่อจะได้ใช้เวลาด้วยกัน ฉันทำถึงขนาดนี้ทั้งๆที่ตัวเองเป็คนที่ไม่ชอบโรงพยาบาลมากแค่ไหน กลิ่นฉุนๆของยาหรืออะไรต่างๆที่เป็เอกลักษณ์ของโรงพยาบาลทำฉันถึงขั้นเกลียดเลยก็ว่าได้อาจจะเพราะตอนเด็กๆฉันป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลบ่อยๆล่ะมั้งมันเลยส่งผลให้ฉันรู้สึกไม่ถูกชะตากับโรงพยาบาล ...แต่ก็ดันมาตกหลุมรักคุณหมอเข้าน่ะสิ เหอะ จะว่าไปมันก็ตลกดีนะ
"ใจเย็นๆสิครับ คิดมากเกินไปจะทำให้มะนาวเกิดความเครียดนะรู้มั้ย"
"ถ้าอย่างนั้น...หมอมีวิธีอะไรที่จะทำให้มะนาวหายเครียดบ้างหรือเปล่าล่ะคะ" ฉันออกแรงดึงปกเสื้อของคนตรงหน้าให้เซเข้ามาใกล้แล้วกรีดเล็บยาวๆของตัวเองลงบนอกแกร่งไล่ลงไปตามสาบเสื้อ เสื้อเชิ้ตสีขาวตามสไลต์ของเขาถ้าเป็เวลาปกติมันก็คงจะดูเรียบร้อยดีแต่ตอนนี้ฉันชักอยากจะถอดมันออกซะแล้วสิ
"ไอ้วิธีน่ะมีแน่แต่..กลับห้องกันก่อนดีกว่ามั้ย? ที่นี่คงไม่สะดวกมั้งครับดูสิคนมองกันใหญ่แล้ว" มือหนารวบมือฉันไว้พร้อมกับโอบเอวฉันไว้แน่นให้หน้าฉันซุกซบอยู่ที่อกแกร่งก่อนที่เขาจะพาฉันเดินกลับมาที่รถ ถึงก่อนหน้านี้จะดื่มไปบ้างแต่ก็ไม่ได้เยอะจนเมาไม่รู้เื่ขนาดนั้นแล้วฉันก็ยังมีสติครบถ้วนดีทุกอย่าง ที่หน้าผับเมื่อกี้นี้ฉันก็รู้ว่ามีคนมองพวกเราอยู่แต่แล้วยังไงอ่ะ นี่มันยุคสมัยไหนแล้วฉันไม่อายหรอกนะ แล้วก็อีกอย่างนะดีซะอีกพวกผู้หญิงที่ยืนอยู่แถวๆนั้นจะได้รับรู้กันไว้ให้ถ้วนหน้าว่าหมอเพ้นท์เป็แฟนฉัน
******** to be continued