ระบบเปลี่ยนชีวิต

    บทที่ 19 : ขอโทษ

    ขอโทษ
    ร่างของหยงกั้วค่อยๆ หงายหลังล้มลงนอนบนกับพื้น ภาพที่เขาเห็นได้มืดดับไป
    ไป๋เฉินก้มลงมองเขาด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย เขารู้สึกคิดไม่ถึงอยู่บ้างว่าการได้รับทักษะการต่อสู้ระดับต่ำมา จะทำให้เขาแข็งแกร่งขนาดนี้
    เขาอดคิดไปถึงทักษะอื่นๆ​ ที่จะได้รับต่อจากนี้ไม่ได้ บางทีพวกมันอาจจะสร้างความประหลาดใจให้เขามากกว่านี้ก็เป็นได้
    ติ้ง---[ภารกิจสำเร็จ!]
    ​ภารกิจที่ 6: แก้ปัญหาที่พบในตอนเช้า​​ (สำเร็จ)
    รางวัลที่ได้รับ: คุณได้รับ 10 คะแนน---
    หน้าต่างภารกิจสำเร็จได้เด้งขึ้นมาตรงหน้าของเขา ไป๋เฉินมองด้วยความเสียใจเล็กน้อยที่เขาไม่ได้สิทธิ์การสุ่ม แต่เขาก็รู้สึกพอใจที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้นมาอีก 10 คะแนน
    คะแนนในตอนนี้ของเขาเป็น 85 คะแนนแล้ว เขารู้ว่าเหลืออีกเพียง 15 คะแนนเท่านั้นที่เขาจะเลื่อนระดับเลเวล เขาพลันกดปิดหน้าต่างภารกิจสำเร็จ ก่อนจะเปิดหน้าภารกิจขึ้นมาเพื่อดูภารกิจใหม่
    ---[ภารกิจ]
    ภารกิจที่ 7: ขอโทษหญิงสาวผู้มีความขุ่นเคือง (คะแนนที่ได้รับ 15 คะแนน)
    ภารกิจที่ 8: จับโจรวิ่งราวในย่านการค้าซิงเซิง (คะแนนที่ได้รับ 15 คะแนน)
    คำอธิยาย: คุณสามารถทำภารกิจไหนก่อนก็ได้ หลังทำภารกิจเสร็จสิ้น คุณมีโอกาสได้รับสิทธิ์การสุ่ม เพื่อได้รับทักษะพิเศษหรืออุปกรณ์วิเศษบางอย่างที่สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณได้ดียิ่งขึ้น! ---
    พอได้ดูภารกิจใหม่ ซึ่งเป็นภารกิจที่ 8 คิ้วของไป๋เฉินก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่าจะมีโจรวิ่งราวในย่านการค้าซิงเซิงที่บ้านของเขาอยู่ เขาต้องกดดูข้อมูลของภารกิจอย่างช่วยไม่ได้
    ---[ภารกิจที่ 8: จับโจรวิ่งราวในย่านการค้าซิงเซิง]
    คำอธิบาย: ในช่วงนี้มีโจรวิ่งราวปรากฏตัวขึ้นที่ย่านการค้าซิงเซิง ทำให้คนหลายคนต้องเดือดร้อน สูญเสียทรัพย์สินของตนไป
    รางวัลภารกิจสำเร็จ: ได้รับคะแนน 15 คะแนน
    ผลเสียหากภารกิจล้มเหลว: ผู้คนที่มาซื้อของที่ย่านการค้าลดลง---
    ไป๋เฉินถึงกับต้องขบฟันออกมาให้ได้ยิน ด้วยเรื่องโจรที่คิดมาวิ่งราวในย่านการค้าซิงเซิงนี้ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาโกรธเล็กน้อย เพราะบ้านของเขาเป็นร้านซาลาเปาเล็กๆ ในย่านการค้าซิงเซิง
    พ่อแม่ของเขาต้องลำบากตื่นขึ้นมาทำซาลาเปาและขนมจีบเพื่อขายตั้งแต่ตี 3 เพื่อให้เขาได้อยู่ดีกินดี ได้เรียนหนังสือ แล้วจะไม่ทำให้เขาโกรธได้ยังไง?
    เมื่อมีโจรมาวิ่งราวที่มันจะส่งผลให้ผู้ที่คนเข้ามาซื้อของในย่านการค้าลดลง!
    “พวกโจรชั่วรอก่อนเถอะ รอฉันเลิกเรียนก่อน ฉันจะไปจัดการกับพวกแก!”
    เขาพูดก่อนจะปิดหน้าต่างระบบลง จากนั้นเขาก็หมุนตัวก่อนจะเดินจากไป โดยที่เขาไม่ได้สนใจเฉียนเป่ยที่นั่งต้าค้างอ้าปากอยู่เลยแม้แต่น้อย
    “อา...” เฉียนเป่ยราวกับเพิ่งจะตื่นจากภวังค์ได้ ตั้งแต่ตอนที่ปากวนร้องออกมาอย่างเจ็บปวดนั้น ทำให้เขาตกตะลึงอ้าปากตาค้างเป็นเวลานาน จนมาถึงตอนนี้เลยทีเดียว
    เขารีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กันนั้น เขาก็ตะโกนไล่หลังของไป๋เฉินไป ก่อนจะวิ่งตามไป
    “รอก่อนลูกพี่ไป๋!”
    ไป๋เฉินต้องหยุดลงและหันกลับมามองที่เฉียนเป่ย เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “นายเรียกฉันว่าอะไรนะ?”
    “ลูกพี่ไป๋ไง หลังจากที่ผมเห็นนายจัดการพวกปากวนทั้งห้าคนได้ ทำให้ผมรู้สึกนับถือนายอย่างมาก จากนี้ไปผมจะเรียกนายว่าลูกพี่ไป๋ และก็ขอบคุณนายมากที่ช่วยผมไว้ ไม่งั้นผมคงต้องเสียเงินให้กับพวกมันแน่ๆ” เฉียนเป่นพูดอย่างกระตือรือร้น
    “แล้วแต่นายเถอะ” ไป๋เฉินไม่ขอออกความเห็น เพราะที่เขาช่วยเฉียนเป่ยก็เพราะว่ามันเป็นภารกิจที่ระบบมอบให้ เขาไม่ได้สนใจเลยว่าเฉียนเป่ยจะเรียกเขาว่าอะไร เขาหันหน้ากลับก่อนจะเดินต่อ
    เห็นว่าไป๋เฉินเดินออกไปแล้ว เฉียนเป่ยก็หันกลับไปกระทืบพวกปากวนที่น่าสงสารทั้งห้าคนที่สลบไป จนทำให้ใบหน้าและชุดของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยเท้าของเฉียนเป่ย
    “พวกนักเลงกระจอก จงจำรอยเท้าของท่านเฉียนเป่ยคนนี้ไว้ซะ!”
    หลังจากกระทืบจนพอใจแล้ว เขาก็พูดอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะรีบวิ่งตามไป๋เฉินไปอย่างรวดเร็ว
    ไป๋เฉินไม่ได้ขึ้นไปที่ห้องเรียนเลย เขาไปที่ร้านค้าที่อยู่ภายในโรงเรียนก่อน เขาซื้อขนมมันฝรั่งทอดกรอบห่อใหญ่ราคา 10 หยวน จากนั้นเขาจึงเดินเพื่อไปที่ห้องเรียน
    แต่เขาก็ไม่ได้เดินไปคนเดียวมีโอตาคุแว่นเฉียนเป่ยตามเขามาไม่ห่าง พร้อมกับพ่นเรื่องไร้สาระอย่าง...นายสนใจดูอนิเมะบ้างไหม? นายสนใจนามิจังที่เป็นตัวละครของเรื่องวันพีชหรือเปล่า? อะไรทำนองนี้
    ไป๋เฉินทำเพียงเออออห่อหมกไปด้วย แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรกับเฉียนเป่ยมาก เนื่องจากถ้าหากว่าเขาจะคบใครเป็นเพื่อนเขาต้องดูให้ดีๆ ไม่งั้นคงมีปากวนสอง ปากวนสามออกมาแน่
    หลังจากใช้เวลาไปไม่นาน เขาและเฉียนเป่ยก็มาถึงห้องเรียน
    เมื่อเขาไปภายในห้องเรียนก็เห็นนักเรียนมาอยู่หลายคนแล้ว รวมไปถึงหลี่หลินด้วย
    เฉียนเป่ยบอกกับเขาว่าตอนเที่ยงเดี๋ยวจะเลี้ยงข้าว จากนั้นก็เดินไปที่นั่งของตัวเอง
    เขาทำเพียงพยักหน้าให้ ก่อนจะเดินไปหาหลี่หลิน
    เธอมองเขาด้วยใบหน้าบึ้งตึงและสายตาก็เย็นชามาก ดูเหมือนว่าเธอจะเกลียดเขาเข้ากระดูกดำจริงๆ
    “หลี่หลินขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม?” เขาเดินมาหยุดลงตรงหน้าของเธอและถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ฟังดูเป็นทางการ
    หลี่หลินมองเขาอย่างไม่สนใจ “ฉันไม่อยากที่จะคุยอะไรกับนาย อย่าเข้ามาคุยกับฉันจะได้ไหม!”
    หลายคนในห้องเรียนเห็นเหตุการณ์นี้ ต่างมองดูด้วยความสนใจ ไม่ว่าทั้งชายทั้งหญิงต่างสนใจเรื่องซุบซิบกันทั้งนั้น ในสายตาของพวกเขา คงเป็นไป๋เฉินคิดที่จะจีบหลี่หลินแน่นอน
    เพราะเธอน่ารักมาก ผู้ชายหลายคนในห้องก็เคยจีบเธอ แต่ไม่มีใครทำสำเร็จสักคน ถูกเธอปฏิเสธกันถ้วนหน้า จนหมอไม่รับเย็บใบหน้าที่แตกออกจากกันด้วยน้ำตา
    ไป๋เฉินถอนหายใจ เขาจะคาดคิดถึงได้ยังไงว่าเรื่องในวัยเด็กจะมามีผลกับเขาในตอนนี้ “เธอจะให้ฉันทำยังไง? เธอถึงจะหายโกรธ เรื่องในตอนอนุบาล ฉันขอโทษด้วย ช่วงนั้นฉันซนมาก”
    หลี่หลินชะงักไปครู่หนึ่ง เธอคิดไม่ถึงว่าไป๋เฉินจะมาขอคุยด้วยก็เพื่อที่จะขอโทษเธอ ใบหน้าของเธอแสดงออกมาอย่างสับสน เห็นได้ชัดว่าเธอทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์ในตอนนี้
    จบบทที่ 19