“ตายซะๆๆ ! ท่านน้า ข้ามองท่านประหนึ่งเป็แม่แท้ๆ เหตุใดท่านถึงขังข้าไว้เช่นนี้”
ฟ่านเสวี่ยหลีร้องะโสุดเสียง แววตาของเขาแดงก่ำดั่งโลหิต แหลมคมดั่งขวานศึกทันใดนั้นเขาก็ลุกขึ้นนั่ง
ในเวลานี้เอง เขาพบว่าร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและเืความเ็ปที่มากมายเสียจนทำให้ร่างกายแทบขยับไม่ได้
เขาพบว่าตัวเองนอนอยู่ด้านนอกของศาลบูชา
ที่นี่คือศาลบูชาในเมืองฉางซานของอาณาจักรต้าเซี่ยในโลกย่อย
ที่แท้มันเป็เพียงความฝัน ฟ่านเสวี่ยหลีถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ไม่สิ ชีวิตที่ถูกกักขังเมื่อพันปีก่อนนั่น การถูกเฆี่ยนตีทุกวันและความน่ากลัวของมดนับหมื่นที่กัดแทะร่างกาย แม้จะผ่านไปนานแสนนานเพียงใดกลับยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจ แล้วจะเป็เพียงแค่ความฝันได้อย่างไร
เมื่อหนึ่งพันปีก่อนเดิมทีฟ่านเสวี่ยหลีเป็องค์ชายรัชทายาทแห่งอาณาจักรไท่เฮ่าซึ่งเป็อาณาจักรศูนย์กลางของสามพันโลกเขาทั้งฉลาดและอัจฉริยะมีความฝันอยากจะเป็ปรมาจารย์โอสถศักดิ์สิทธิ์และสานต่อตำแหน่งจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ท่านน้าของเขาคือฮูหยินชิงซี ขณะที่ร่วมรบกับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์นางช่วยชีวิตจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และฟ่านเสวี่ยหลีมานับครั้งไม่ถ้วนแต่คาดคิดไม่ถึงเลยว่าความเสียสละทั้งหมดนี้ของนาง เพียงแค่้าความไว้วางใจจากจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นเพื่อเืบริสุทธิ์ของฟ่านเสวี่ยหลี!
หลังจากที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์หายตัวไปฮูหยินชิงซีก็กักขังฟ่านเสวี่ยหลีเอาไว้ นางสูบเืของฟ่านเสวี่ยหลีออกมาทั้งหมดเลาะกระดูกและเส้นเอ็น ตัดแขนขาทั้งสี่ และบดกระดูกของเขาให้เป็ผุยผง! เพื่อฝึกวรยุทธ์ขั้นสูง
ขณะที่ทรมานฟ่านเสวี่ยหลีซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางก็ไม่ยอมปล่อยให้เขาตาย
สุดท้ายนางก็สำเร็จวรยุทธ์และรับ่ปกครองอาณาจักรไท่เฮ่านางใช้ความแข็งแกร่งตนรวบรวมสามพันโลกเป็หนึ่ง และทำให้ใต้หล้าสงบสุข
และในเวลานี้ที่นางอยากลงมือฆ่าฟ่านเสวี่ยหลี แต่คาดคิดไม่ถึงว่าเขาจะหายตัวไปกะทันหัน!
เมื่อฟ่านเสวี่ยหลีตื่นขึ้นเขาพบว่าตัวเองได้เกิดใหม่ในร่างชายหนุ่มที่มีชื่อและแซ่เดียวกันในอีกพันปีให้หลังที่อาณาจักรต้าเซี่ยในโลกย่อย
ในเวลานี้ ฮูหยินชิงซียังคงเป็ผู้ปกครองโลกและเป็จักรพรรดินีแห่งสามพันโลก
“ฮูหยินชิงซี ข้าจะไม่มีวันอภัยให้เ้า!” ฟ่านเสวี่ยหลีกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าไปในอุ้งมือ
เขาไม่ยอม!เกิดใหม่ครั้งนี้ เขาจะต้องทวงคืนทุกอย่างกลับคืนมาต้องตามหาความจริงของการหายตัวไปของท่านพ่อเมื่อพันปีก่อน นำกระบี่ไปจ่อต่อหน้าทำให้นางหวาดกลัวจนตัวสั่น ชำระแค้นทั้งหมดนี้
แต่เมื่อนึกถึงสถานการณ์และสถานะในปัจจุบันสีหน้าของฟ่านเสวี่ยหลีก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขาเกิดในตระกูลฟ่านในเมืองฉางซานแห่งอาณาจักรต้าเซี่ย ในชาตินี้แม่ของเขามีฐานะเป็อนุภรรยา ศักดิ์ในครอบครัวมีภรรยาหลวง ภรรยารอง และอนุภรรยาดังนั้นแม่ของเขาจึงมีศักดิ์ที่ต้อยต่ำ แม้แต่ในเวลากินข้าวนางก็ต้องยืนกินประหนึ่งคนรับใช้ ดังนั้นฟ่านเสวี่ยหลีจึงมีศักดิ์ต่ำตามไปด้วยและมักจะถูกคนในตระกูลนี้รังแกอยู่เสมอ
นายอำเภอท้องถิ่นเคยให้ความสำคัญกับเขามาก แต่เื่ดีมักอยู่ไม่นานนายอำเภอเสียชีวิตด้วยอาการป่วยหนักอีกทั้งครอบครัวของเขายังสิ้นเนื้อประดาตัวไม่สามารถกลับบ้านเกิดได้ฟ่านเสวี่ยหลีสำนึกในบุญคุณของนายอำเภอ จึงได้มอบทรัพย์สินทั้งหมดของตนออกไปและได้ส่งโลงศพของนายอำเภอและครอบครัวกลับภูมิลำเนาเหล่าบัณฑิตในท้องถิ่นต่างยกย่องเชิดชูเขาแต่กลับสร้างความขุ่นเคืองให้กับฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลฟ่าน
ฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลฟ่านมีความปรารถนาที่จะควบคุมอำนาจครั้งหนึ่งนางเคยมีความแค้นกับนายอำเภอ ว่ากันว่าการตายของเ้านายอำเภอก็เป็ฝีมือของนางดังนั้นการที่ฟ่านเสวี่ยหลีช่วยเหลือนายอำเภอจึงถือเป็การหักหน้านาง แล้วจะให้นางทนได้อย่างไร
ดังนั้นคนในตระกูลนี้จึงคอยรังแกฟ่านเสวี่ยหลีในทุกวิถีทาง
ในงานเลี้ยงฉลองครั้งหนึ่งด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้แม่ของฟ่านเสวี่ยหลีถูกวางยาพิษนางอาเจียนเป็เือย่างต่อเนื่องและไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้อีก
รู้ทั้งรู้ว่าเป็ฝีมือของฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลฟ่านนั่นแต่ก็ไม่มีหลักฐาน ฟ่านเสวี่ยหลีทำได้เพียงไปที่ศาลบูชาโดยลำพังเพื่อขอยาถอนพิษ
แต่ฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลฟ่านกลับแอบติดสินบนเ้าหน้าที่วัดและทุบเขาจนตายคาวัด!
แต่คาดคิดไม่ถึงเลยว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะกลับมาเกิดใหม่ด้วยเหตุนี้!
ในเวลานี้ ตาของฟ่านเสวี่ยหลีเปล่งประกายด้วยแสงจ้า“ในเมื่อข้ามีชีวิตอยู่ ข้าจะปกป้องผู้คนรอบตัวของข้าส่วนฮูหยินใหญ่ผู้ที่ทำร้ายแม่ของข้า รวมถึงฮูหยินชิงซีข้าจะกลายเป็ฝันร้ายของพวกเ้า!”
เขาวิ่งกลับบ้านด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะวิ่งได้ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาแทบจะไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจนแม้แต่เดินยังสะดุด
ขณะที่ฟ่านเสวี่ยหลีวิ่งไปถึงที่ประตูเขาก็มองเห็นเสี่ยวอวี้น้องสาวของเขาที่กำลังพนมมืออธิษฐานต่อป้ายบูชาตรงหน้าประตู
หัวไหล่ที่ขาวเนียนราวกับน้ำผึ้ง แผ่นหลังที่อ่อนนุ่มและเส้นผมสีเขียวอ่อนราวกับเ้าหญิงในเทพนิยาย แม้จะมีไฝดำอยู่บนใบหน้าก็ตาม ร่างของนางดูเด็กมากทำให้ยิ่งรู้สึกน่าเอ็นดู
แต่บนใบหน้าของนางเต็มไปด้วยน้ำตาที่กำลังไหลรินทั้งตัวดูมอมแมมและมือทั้งสองของนางเต็มไปด้วยโคลนมีแม้กระทั่งรอยแผลจากการถูกทำร้าย และที่เล็บของนางก็เต็มไปด้วยเืซึ่งเห็นได้ชัดว่าเกิดจากการขุดหาสมุนไพรในป่าโคลนสีดำที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
“พี่ชาย...” นางหันมามองฟ่านเสวี่ยหลีและะโเสียงดัง“พี่ไม่ได้กลับตลอดทั้งคืนเลย ไปอยู่ที่ไหนมา ท่านแม่จะไม่ไหวแล้ว...”
ฟ่านเสวี่ยหลีดึงเสี่ยวอวี้เข้าไปในบ้านไม้ไผ่แล้วถามว่า“ท่านแม่เป็อย่างไรบ้าง”
ทันใดนั้นเขาก็เห็นสิ่งของที่กระจัดกระจายและเละเทะอย่างมากกองอยู่ที่พื้น
ชามทั้งสามใบที่ใช้กันอยู่เป็ประจำแตกออกเป็เสี่ยงๆ หนังสือ“พิธีกรรม” ที่ท่านแม่ชอบอ่านก็ถูกฉีกขาดเป็เศษเสี่ยงกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง
“มันเกิดอะไรขึ้น” สีหน้าของฟ่านเสวี่ยหลีเปลี่ยนไปมาก
เหตุใดในบ้านจึงกลายเป็เช่นนี้ ราวกับถูกโจรปล้น
เสี่ยวอวี้พูดไปสะอื้นไป “เมื่อวันก่อนหัวหน้าพ่อบ้านเข้ามาเพราะมีคนรายงานว่าท่านแม่ซ่อนสิ่งชั่วร้ายไว้ที่นี่ จากนั้นเขาก็รื้อค้นบ้านสุดท้ายยังเอากระบี่์ที่ท่านผู้นำตระกูลมอบให้ไป...”
“ทำไมกัน!”ความอาฆาตปรากฏขึ้นในดวงตาของฟ่านเสวี่ยหลี เป็สายตาที่จริงจังอย่างน่าสะพรึงกลัว
หัวหน้าพ่อบ้านเป็คนของฮูหยินใหญ่แต่ไม่คิดว่านางจะใช้วิธีที่ต่ำช้าถึงเพียงนี้
จากนั้นเขาก็เห็นท่านแม่ที่กำลังนอนหลับลึกอยู่บนเตียงแม้ใบหน้าจะซีดเซียวแต่ก็ยังเห็นถึงความเมตตาที่เปล่งออกมา
ทันทีที่เขาจับชีพจรท่านแม่ก็ััได้ถึงลมปราณที่แปรปรวนราวกับฝูงงูดิ้นเลื้อยไปทั่วร่างกายและมีแนวโน้มที่เส้นลมปราณจะถูกทำลายจนเสียหาย
“พิษงูเห่าหิมะ! พิษงูเห่าหิมะจริงๆ ด้วย !”ดวงตาของฟ่านเสวี่ยหลีฉาบประกายไปด้วยความเยือกเย็น
ในชาติก่อน แม่ของเขาเสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บซึ่งเป็ความรู้สึกผิดที่เขาไม่อาจปล่อยวางได้ดังนั้นเขาจึงอยากเป็ปรมาจารย์โอสถศักดิ์สิทธิ์เพราะปรมาจารย์โอสถศักดิ์สิทธิ์สามารถพลิกชะตาฟ้าลิขิตแต่แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็ปรมาจารย์โอสถศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถเป็ถึงปรมาจารย์ปรุงยาและเป็ที่เคารพนับถือจากผู้คนมากมาย
ดังนั้นในตอนนี้เพียงแค่เขาตรวจชีพจรก็รู้ว่านี่คือพิษร้ายแรงมันถูกสร้างโดยการฝังของเหลวจากพิษงูเจ็ดขั้นตอนไว้ใต้หิมะเป็เวลาเก้าสิบเก้าวันและยังผสมกับพิษงูประหลาดอื่นๆ อีกสี่ชนิดแม้อาการที่แสดงออกมาจะดูเหมือนไข้หวัดธรรมดา แต่มันเป็พิษที่อันตรายถึงชีวิต!
แม้แววตาของฟ่านเสวี่ยหลีจะวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งโทสะแต่ไม่นานก็สงบลงทันที แม้ว่าจะไม่มียารักษา แต่ก็พอมีวิธีรักษาปรมาจารย์ปรุงยาอันเป็ที่เคารพของผู้คนมากมายเคยรักษาให้กับคนที่ใกล้ตายให้กลับมามีชีวิต เื่แค่นี้ไม่คณนามือ
เมื่อเห็นการแสดงออกอย่างเคร่งขรึมของฟ่านเสวี่ยหลีร่างกายของเสี่ยวอวี้ก็แข็งทื่อและยืนรออย่างไร้สติฝ่ามือของนางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เพราะนางดูออกว่าท่านแม่กำลังอยู่ใน่เวลาแห่งความเป็ความตาย!
ตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลีหาได้รู้สึกลังเล เขาจุดเทียนและส่งพลังเพลิงตะวันผลาญเคล็ดวิชาของตระกูลฟ่านซึมเข้าไปในจุดไป่เจวี๋ยของท่านแม่
คนอื่นมักจะคิดว่าจุดไป่เจวี๋ยเป็เพียงจุดฝังเข็มธรรมดาแต่ฟ่านเสวี่ยหลีรู้ดีว่ามันคือจุดชีพจรที่สามารถขับสิ่งชั่วร้าย ถึงแม้ว่าเพลิงตะวันผลาญจะมีพลังที่ไม่มากพอและเป็เคล็ดวิชาที่อ่อนที่สุดของตระกูลฟ่านแต่มันก็สามารถกำจัดสิ่งชั่วร้ายและถอนพิษได้
เมื่อเปลวเพลิงปรากฏขึ้นมันก็แยกตัวเป็หยินหยางแล้วพุ่งเข้าไปในร่างของท่านแม่ทันใดนั้นท่านแม่ก็อาเจียนออกมาเป็เื กระเด็นไปทั่วผ้าปูที่นอน
“เหตุใดถึงเป็เช่นนี้” ในขณะนี้ดวงตาของเสี่ยวอวี้ล้นปรี่ไปด้วยน้ำตาและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “ท่านพี่ไม่ต้องรักษาแล้ว ได้โปรด...”
แต่ใครจะไปรู้นางพบว่าใบหน้าของท่านแม่เริ่มปรากฏสีแดงสีแห่งชีวิตขึ้น นางเผยสีหน้างุนงงออกมา“เอ๋?”
ไม่ว่าจะใช้ยาอะไรก็ไม่สามารถรักษาท่านแม่ได้แต่การรักษาของฟ่านเสวี่ยหลีกลับใช้ได้ผล มันทำให้ใจนางสั่นอย่างรุนแรง“พี่ทำได้อย่างไร”
ฟ่านเสวี่ยหลียังคงจับชีพจรของท่านแม่ต่อไปและพูดขึ้นมาว่า“ชีพจรสงบลงแล้ว พิษงูก็ค่อยๆ จางหายสิ่งที่ท่านแม่อาเจียนออกมานั้นเป็เืเสีย”
เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อเืเสียถูกขับออก ต่อจากนี้แค่ต้องใช้เวลาเพื่อพักฟื้นร่างกายก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นเอง
ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความมั่นใจราวกับเปลวไฟสีดำถ้าเขาไม่สามารถถอนพิษประหลาดนี้ด้วยวิชาการรักษาธรรมดาเขาจะถูกขนานนามว่าเป็ปรมาจารย์ปรุงยาได้อย่างไร
“จริงหรือ?ดีเหลือเกิน!” ณ ่เวลานี้ใบหน้าของเสี่ยวอวี้เต็มไปด้วยความประหลาดใจและตื่นเต้นในที่สุดความกังวลที่มีมาอย่างยาวนานของนางก็คลายลงนางจับมือของฟ่านเสวี่ยหลีเอาไว้แน่น
หลังจากที่ท่านแม่ป่วยหมอที่เก่งที่สุดในละแวกนี้ต่างบอกว่าหมดหนทางรักษา แต่คาดไม่ถึงว่าพี่ชายจะรักษาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้!
ฟ่านเสวี่ยหลีส่ายหน้าโดยที่ไม่พูดอะไร และลูบหัวนางเบาๆ“ตอนนี้ท่านแม่อาการดีขึ้นแล้ว ไม่มีปัญหาร้ายแรง ข้าต้องรีบไปฝึกวรยุทธ์ถ้ามีเื่อะไรก็ไปหาข้าที่วัดหลี่เฉวียน”
วัดหลี่เฉวียนเป็วัดร้างที่อยู่บริเวณนี้ มันแทบจะปราศจากผู้คนซึ่งเป็สถานที่ที่ฟ่านเสวี่ยหลีฝึกวรยุทธ์อยู่เป็ประจำ
เขาต้องคอยแข่งกับเวลาเพื่อฝึกวรยุทธ์ จะต้องล้างแค้นให้ท่านแม่ต้องนำสมบัติที่หัวหน้าพ่อบ้านแย่งชิงไปกลับคืนมาและทวงคืนทุกสิ่งที่เป็ของตัวเองกลับคืนมา
ในเมื่อได้เกิดใหม่แล้วไม่เพียงจะต้องปกป้องทุกคนที่อยู่รอบตัวเท่านั้น แต่เขายังต้องละทิ้งทุกความสงสารเอาไว้
จากนั้นเขาก็เดินออกจากประตูไป แต่ในขณะนั้น เขาพลันรู้สึกถึงความอ่อนล้ารุนแรงที่ไหลเข้าสู่ร่างกายเขาไม่สามารถวิ่งได้แล้วเนื่องจากอ่อนล้าจนถึงขีดสุด
เมื่อเห็นร่างที่ซวนเซไปมาของพี่ชายน้ำตาของเสี่ยวอวี้ก็เอ่อล้นออกมาถึงแม้ว่านางจะไม่รู้ว่าพี่ชายใช้วิธีใดในการรักษาแต่อย่างน้อยนางก็รู้ว่าเขาได้ใช้พลังกายอย่างมากในการรักษาท่านแม่
“ท่านพี่ ข้าจะดูแลท่านแม่เป็อย่างดี รักษาตัวด้วย”
นางประสานมือขึ้นและหลับตาอธิษฐาน
นางไม่รู้ว่าตอนที่นางกำลังอธิษฐานอยู่นั้น ดูงดงามราวกับนักบุญหญิง มีกลิ่นหอมลอยออกมาจากหว่างคิ้วของนางแล้วมันก็ค่อยๆซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของท่านแม่ ทำให้สีหน้าของท่านแม่ผ่อนคลายลง